เื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับจวนของท่านหญิงเซียว หน่วยลับหนึ่งในสี่คนได้กลับมาแจ้งที่จวนชินอ๋องล่วงหน้าแล้ว
ตอนนี้ที่หน้าจวนท่านอ๋องพระชายา และเซียวหนิงหลงออกมายืนรอรับท่านหญิง ทันทีที่รถม้ามาถึง ชินอ๋องรีบเข้าไปรอรับดวงใจของบ้านทันที คนที่เดินออกมาจากรถม้าเองถึงกับใ เหตุใดทุกคนถึงมาอยู่ตรงนี้กันหมดเลยเล่า
“เล่อเล่อ เ้าค่อย ๆ เดินลงมานะพ่อรอรับเ้าอยู่ หรือจะให้พ่ออุ้มเ้าดี” ชินอ๋องเห็นบุตรสาวเดินออกมาจึงรีบบอกด้วยความเป็ห่วง
“ท่านพ่อ ทำไมพวกท่านถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะเ้าคะ มีใครจะมาเยือนที่จวนของเราหรือไม่ทุกคนถึงได้ออกมารอเช่นนี้” เยว่เล่อยังไม่รู้ว่าทุกคนมายืนรอรับตนเองต่างหาก
“เสด็จพี่รีบพาลูกเข้าไปนั่งพักด้านในก่อนเถิด น้องให้คนไปตามท่านหมอแล้วเพคะ เล่อเล่อค่อย ๆ เดินนะลูก” พระชายารีบเตือนให้ท่านอ๋องพาบุตรสาวเข้าไปในจวนเสียก่อน เพราะ้าให้ท่านหมอได้ตรวจดูอาการของนาง
“ท่านพ่อ พวกเราทำตามที่ท่านแม่บอกเถิดขอรับ จะได้รู้ว่าเล่อเล่อาเ็ที่ใดบ้าง เื่อื่นค่อยสอบถามทีหลังขอรับ” เซียวหนิงหลงเห็นด้วยกับคำพูดของมารดา
“ไป ๆ ๆ ท่านหมอมารอหรือยัง ถ้ามาแล้วรีบเชิญมาดูอาการของบุตรสาวเปิ่นหวางโดยเร็ซ” ชินอ๋องรับอาสาประคองบุตรสาวค่อย ๆ เดินกลับเข้าจวน
ท่านหญิงเซียวยังคงมีอาการงุนงง กับท่าทางของคนในครอบครัว พวกเขาทำเหมือนกับว่านางาเ็สาหัสเหลือประมาณ จึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าหน่วยลับคงมารายงาน เื่ที่เกิดขึ้นกับทุกคนแล้วกระมัง
ชินอ๋องที่ประคองบุตรสาวมานั่งลงในห้องโถงรับแขก รีบบอกให้ท่านหมอที่อยู่ประจำจวนทำการตรวจรักษาทันที
“ท่านหมอชางรีบตรวจอาการบุตรสาวเปิ่นหวางเร็วเข้า ดูว่านางาเ็ตรงที่ใดบ้าง”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” ท่านหมอชางรีบนำอุปกรณ์ขึ้นมาวาง และตรวจชีพจรของท่านหญิงพร้อมทั้งสอบถามอาการ
“ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านหญิงรู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ” เขาจับชีพจรของท่านหญิงแล้ว ไม่มีอาการน่าเป็ห่วงแต่อย่างใด
“ข้ารู้สึกเริ่มปวดตรงไหล่เล็กน้อย น่าจะเป็ตอนที่รถม้าหยุดกะทันหัน และไม่ทันตั้งตัวไหล่จึงไปกระแทกกับผนังรถม้าเข้าน่ะ” เซียวเยว่เล่อนึกขึ้นได้เมื่อลองคลำไปที่หัวไหล่ ก็รู้สึกถึงความเจ็บที่ไม่น่าจะเล็กน้อยสำหรับนางเสียแล้ว
“ทูลท่านอ๋องอาการภายในปกติท่านหญิง มีเพียงอาการาเ็ตรงหัวไหล่ ที่ถูกกระแทกอีกไม่กี่ชั่วยามย่อมมีรอยช้ำเกิดขึ้นมาได้ คืนนี้ควรให้สาวใช้คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เพราะท่านหญิงอาจจะมีไข้จากการปวดระบมได้ กระหม่อมจะไปเตรียมยาไว้ให้ท่านหญิงพ่ะย่ะค่ะ” เขาต้องรีบไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อม แม้จะเป็เพียงแผลฟกช้ำแต่ไม่อาจประมาทได้
“ข้ารบกวนท่านหมอชาง เตรียมมาเพียงแค่ยาทาแก้ฟกช้ำก็พอ” เซียวหนิงหลงรีบบอกท่านหมอชาง ก่อนที่เขาจะต้มยามาให้น้องสาวดื่ม
“เหตุใดถึงเตรียมเพียงยาทาหรือขอรับซื่อจื่อ” ท่านหมอชางยังไม่เข้าใจกับคำพูดของเซียวหนิงหลงเท่าไหร่นัก
“ไม่มีอะไรมาก น้องสาวของข้านางไม่ชอบยาต้มขม ๆ ที่ข้ายังพอมียาลูกกลอนอยู่ ประเดี๋ยวค่อยนำมาให้นางกินแทนยาต้ม” ยาลูกกลอนอะไรเขาไม่มีทั้งสิ้น แต่สิ่งที่จะให้น้องสาวดื่มเป็น้ำวิเศษต่างหาก
“อ่อ เข้าใจแล้วขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปนำยาทามาให้ท่านหญิงก่อนนะขอรับ” ท่านหมอชางพูดจบก็เก็บล่วมยาและเดินออกไปทันที
เมื่อท่านหมอออกไปไกลแล้ว เซียวหนิงหลงจึงหยิบน้ำเต้าขนาดเล็ก ที่เขาใส่น้ำวิเศษไว้ติดตัวขึ้นมาเทลงไปในถ้วยชา จากนั้นยกไปให้น้องสาวได้ดื่มจะได้หายปวดหัวไหล่ ที่เจ็บจากการกระแทกแต่รอยฟกช้ำยังคงต้องใช้ยาทารักษาเท่านั้น
“เล่อเล่อดื่มน้ำนี่เสียเ้าจะได้หายปวด คืนนี้จะได้นอนพักให้สบายไม่ต้องกังวลว่าจะมีไข้ตอนกลางดึก” เขายื่นถ้วยชาไปตรงหน้าน้องสาวและบอกให้รีบดื่มมันลงไป
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ชาย” ท่านหญิงเซียวรับถ้วยชามาดื่มลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงหนึ่งลมหายใจนางก็ไม่รู้สึกปวดที่หัวไหล่แล้ว
“เล่อเล่อ เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง หายปวดแล้วใช่หรือไม่” พระชายาเอ่ยถามบุตรสาวทันทีหลังเห็นว่านางดื่มน้ำวิเศษลงไปแล้ว
“ท่านแม่ข้าไม่ปวดแล้วเ้าค่ะคิดว่าหายเป็ปกติเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่รอยฟกช้ำมันยังคงมีอยู่เท่านั้นเองเ้าค่ะ”
“คงต้องขอบใจชิงเอ๋อร์ที่นางยังมีใจฝากสิ่งนี้มาให้พวกเราอีก แม่อยากจะเจอเด็กคนนี้สักครั้งเสียจริง”
“อย่างไรในอนาคตท่านแม่ย่อมได้เจอชิงเอ๋อร์ขอรับ แต่ว่าอีกสามวันตัวข้ากับท่านพ่อ ต้องออกเดินทางไปชายแดนเพื่อนำกำลังทหาร ไปจัดการกองทัพแคว้นตงหนาน พวกมันวางแผนจะยกกองทัพมายึดเมืองหย่งจินขอรับ”
“ตามที่อาหลงได้บอกกับน้องหญิงนั่นแหละ ครั้งนี้เป็การศึกที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจริง ๆ หากไม่ได้รับจดหมายจากเจียวมิ่ง พวกเราอาจจะช้าไปหนึ่งก้าวและคงเสียเมืองหย่งจินให้แคว้นตงหนานไปแล้ว
พวกเ้าสองคนอยู่ที่นี่ต้องระวังตัวให้ดีเล่า แม้จะมีหน่วยลับคอยอารักขาอยู่ก็ไม่อาจวางใจได้” เขากลัวพวกชั่วนั่นจะลอบกัดพวกนางสองคนลับหลัง
“เสด็จพี่ไปทำศึกอย่างสบายใจเถิดเพคะ น้องจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมอยู่เสมอ หากไม่จำเป็น้องกับเล่อเล่อจะไม่ออกจากจวนเพคะ”
“เล่อเล่อ เ้าคงไปสำนักศึกษาได้อีกไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากพี่กับท่านพ่อออกเดินทาง หากฝั่งตรงข้ามรู้ข่าวนี้เมื่อใดอาจจะพุ่งเป้ามาที่เ้ากับท่านแม่ได้ เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีเข้าใจหรือไม่ อาวุธที่พี่มอบให้จงนำติดตัวไว้ตลอดเวลา” เซียวหนิงหลงเอ่ยเตือนน้องสาว และบอกให้นำมีดสั้นที่เขามอบให้พกติดตัวเอาไว้
“เ้าค่ะพี่ชายข้าเข้าใจแล้ว” มีดสั้นที่แสนคมกริบของพี่ชายนางพกติดตัวเอาไว้อยู่เสมอ
ครอบครัวชินอ๋องยังคงทำตัวกันตามปกติเช่นทุกวัน แม้ว่าวันนี้จะมีคนวางแผนร้ายกับท่านหญิงของจวนก็ตาม ซึ่งมันแตกต่างกับจวนตระกูลอู๋เสียเหลือเกิน ที่นั่นมีแต่เสียงร้องอย่างเ็ปของหลานชายนายท่านอู๋
พ่อบ้านตระกูลอู๋ที่ได้รับแจ้งจากบ่าวหน้าประตูจวนว่า มีขอทานคนหนึ่งมาบอกให้ไปเก็บคุณชายของจวนตรงข้างถนน คราแรกพ่อบ้านก็ไม่คิดเชื่อคำพูดของขอทานนั่น แต่เหมือนมีลางสังหรณ์ทำให้พ่อบ้านพาคนไปตามที่ขอทานบอก และสิ่งที่เขาเจอคือทั้งนายทั้งบ่าว ล้วนนอนครวญครางด้วยความเ็ป มีเพียงบุตรชายของเ้าอย่างอู๋เจี้ยนหาวที่ยังขยับร่างกายได้
“คุณชาย! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับท่านขอรับ เหตุใดถึงได้รับาเ็กันทุกคนเช่นนี้” พ่อบ้านรีบวิ่งเข้าไปช่วยประคองอู๋เจี้ยนหาว
“เ้าอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ รีบพาข้ากลับจวนแล้วตามท่านหมอที่เก่งที่สุดไปด้วย เร็วเข้าจะมัวอ้ำอึ้งอยู่ทำไมกัน!” เขาเจ็บจะตายอยู่แล้วเ้าพวกบ่าวนี่ยังจะชักช้ายืดยาดอีก
“แล้วบ่าวพวกนี้เล่าขอรับจะให้ทำอย่างไร” พ่อบ้านยังถามอู๋เจี้ยนหาวเื่บ่าวที่ได้รับาเ็
“เ้าจะทำอะไรกับพวกมันก็ทำเถอะ ตอนนี้พวกมันกลายเป็คนพิการมือเท้าใช้ไม่ได้อีกแล้ว อย่าได้ถามอะไรอีกพาข้ากลับจวนเดี๋ยวนี้” จะจัดการอย่างไรพวกเ้าก็คิดเอาเองไม่เกี่ยวกับข้า
“ขอรับ ๆ พวกเ้าช่วยกันแบกคนเจ็บ ส่งไปโรงหมอแถวนี้ เอาไว้ข้าค่อยมาจัดการทีหลัง” พ่อบ้านสั่งบ่าวที่ติดตามมาแบกคนเจ็บส่งโรงหมอ ส่วนเขาแบกอู๋เจี้ยนหาวขึ้นหลังวิ่งกลับจวน
พ่อบ้านแบกอู๋เจี้ยนหาวมาถึงจวน ก็พาไปที่เรือนและให้คนไปตามท่านหมอ โดยไม่ลืมให้สาวใช้ไปรายงานนายท่านอู๋ และคุณชายใหญ่กับฮูหยินให้รีบมาที่นี่
ทันทีที่เห็นสภาพของบุตรชายหม่าฮูหยินถึงกับกรีดร้อง
เพราะตอนนี้ใบหน้าของอู๋เจี้ยนหาว มีอาการบวมมากจนตาปิดไปแล้วหนึ่งข้าง ไหนจะเสียงร้องเหมือนคนเ็ปทรมานนั่นอีก
“กรี๊ดดดด! เจี้ยนหาว ๆ ลูกแม่ ทำไมเ้าถึงาเ็เช่นนี้ ใครมันเป็คนทำบอกแม่มาเดี๋ยวนี้ แม่จะไปจัดการให้เ้าเองเจี้ยนหาว” หม่าฮูหยินลืมเื่ที่นางวางแผนให้บุตรชายไปเสียสิ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่ คนที่ลงมือทำไมถึงได้ทำรุนแรงเช่นนี้ พ่อบ้านท่านหมอมาหรือยัง ลูกข้าเจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ” อู๋ติ้งเกาเร่งพ่อบ้านไปตามท่านหมอมารักษาบุตรชาย
“มาแล้วขอรับมาแล้ว ขอทางด้วยขอรับ” ท่านหมอประจำตระกูลรีบวิ่งจนเหนื่อยหอบเพราะพวกบ่าวไพร่ไปลากเขามา โดยไม่บอกรายละเอียดใด ๆ ให้รู้ทั้งสิ้น
หม่าฮูหยินเร่งท่านหมอที่เพิ่งมาถึงอีกคน “ท่านหมอรีบตรวจดูอาการของบุตรชายข้าเร็วเข้า”
ท่านหมอไม่รอช้ารีบตรวจอาการของอู๋เจี้ยนหาวทันที เขาทำตามขั้นตอนั้แ่หัวจรดเท้า
“ลูกข้าเป็อย่างไรบ้างท่านหมอ รีบบอกพวกเรามาเร็วเข้า” อู๋ติ้งเกาก็ร้อนใจไม่ต่างกัน
“เฮ้อ อาการของคุณชายอู๋สาหัสไม่น้อย โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้า เนื่องจากถูกตีด้วยของแข็งและแรงตีมหาศาล ทำให้กระดูกข้อเท้าแตกหัก ถึงจะรักษาด้วยการดามข้อเท้าเอาไว้ ห้ามเดินเป็เวลาสามเดือนร่วมกับดื่มยาสมานกระดูกแล้ว แต่คุณชายอู๋จะไม่อาจกลับมาเดินเหมือนคนปกติได้อีก ส่วนอาการาเ็ที่ใบหน้า ดื่มยาและทายาสักเจ็ดวันใบหน้าก็กลับมาเป็ปกติแล้วขอรับ” ท่านหมออธิบายถึงอาการาเ็ของอู๋เจี้ยนหาวแก่ทุกคน
“ไม่จริง! ไม่จริง! ข้าไม่เชื่อ ท่านโกหก ข้าจะเดินขาเป๋เป็คนพิการได้อย่างไร ท่านต้องตรวจผิดแน่ ๆ ท่านแม่ หมอคนนี้ต้องตรวจผิดพลาด ท่านให้คนไปตามหมอคนอื่นมารักษาดีกว่าขอรับ” อู๋เจี้ยนหาวรับไม่ได้หากเขาต้องเป็คนพิการขาเป๋ คุณชายอย่างเขาจะพิการไม่ได้เด็ดขาด
“โธ่ ลูกแม่ เหตุใดถึงเคราะห์ร้ายเช่นนี้ ฮือ ๆ ๆ”
นายท่านอู๋ที่เพิ่งมาถึงยังและไม่เข้าใจเื่ราว ที่หลานชายได้รับาเ็จึงถามเอาความกับบุตรชายของตนแทน
“อาเกา หลานชายข้าาเ็ได้อย่างไร เล่ามาอย่างละเอียดอย่าให้ข้าต้องถามเป็ครั้งที่สอง”
“ท่านปู่ ๆ ช่วยด้วยขอรับ ข้าไม่อยากเป็คนพิการที่ข้าต้องเจ็บตัวเช่นนี้ เพราะท่านหญิงเซียวสั่งให้คนของนางทุบตีข้าขอรับ บ่าวไพร่ที่ติดตามข้าไปหลายคน ล้วนถูกตัดเส้นเอ็นทั้งมือและเท้า
ท่านปู่ท่านต้องแก้แค้นให้ข้าด้วยนะขอรับ” อู๋เจี้ยนหาวรีบฟ้องท่านปู่ของตนตัดหน้าบิดา เพราะคิดว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าปู่จะรักหลานชายอย่างเขามากที่สุด ต้องจัดการแก้แค้นให้เขาได้แน่
แต่อู๋เจี้ยนหาวไม่รู้เลยว่าแผนการที่ตนกับมารดาทำนั้น นายท่านอู๋ไม่เคยรู้มาก่อนจึงยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ตัวเขายังคิดไม่ตกว่าจะหาวิธีไหนเพื่อผูกสัมพันธ์กับจวนชินอ๋อง แต่ทำไมวันนี้หลานชายกลับมาบอกกับตนว่า ถูกคนของท่านหญิงทุบตีจนได้รับาเ็สาหัสขนาดนี้
“พวกเ้าวางแผนอะไรลับหลังข้ากันแน่!! ข้าบอกเ้าไปแล้วนะลูกสะใภ้ ว่าข้าจะคิดหาวิธีจัดการเื่นี้เอง แต่นี่กลายเป็ว่าพวกเ้าทำอะไรลับหลัง แล้วดูผลจากแผนการโง่ ๆ ของเ้าสิ ผลมันเป็อย่างไร ลูกชายของเ้าหลานชายของข้า ต้องกลายเป็คนพิการเดินขาเป๋เช่นนี้ จะมีสตรีบ้านใดยอมแต่งเข้ามาห๊ะ!! ดีแค่ไหนที่บุตรชายเ้ายังมีชีวิต
เหลือกลับมา พวกเ้าก่อเื่ขึ้นมาเองก็จงยอมรับผลของมันเสียเถิด” นายท่านอู๋พูดจบก็หันหลังเดินจากไป ปล่อยคนที่เหลือคิดหาวิธีกันเอาเอง
“ท่านพ่อ! / ท่านปู่!” สามคนพ่อแม่ลูกทำได้เพียงร้องเรียกแค่นั้น
พวกเขาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าช่างโง่เขลา ที่คิดใช้แผนการนี้กับท่านหญิง ลืมไปได้อย่างไรว่าจวนนั้น มีคนของหน่วยลับที่วรยุทธ์เหนือกว่าองครักษ์ในวังหลวงเสียอีก พวกเขาทำพลาดอย่างใหญ่หลวงจนบุตรชายต้องมีสภาพเช่นนี้ มาคิดเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้วจริง ๆ
