ชูเฟินชูสมุดบันทึกในมือขึ้น "นี่คือบันทึกส่วนตัวของบิดาฉัน ในนี้ระบุชัดเจนว่าเงินำาญ 70% ต้องถูกส่งตรงมาให้ฉันเพื่อเป็ค่าเล่าเรียนและค่าเลี้ยงดูลูกๆ ของฉัน แต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา คุณแม่เลี้ยงกลับไปแจ้งที่สำนักงานการเงินว่าฉันสละสิทธิ์และขอโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีคุณคนเดียว... โดยที่ฉันไม่มีลายเซ็นยินยอมแม้แต่ใบเดียว"
นางหลิวหน้าถอดสี "แก... แกมั่วละ! ฉันเป็เมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฉันต่างหากที่มีสิทธิ์!"
"สิทธิ์ในส่วนของคุณน่ะมีค่ะ" ชูเฟินก้าวลงจากบันไดหน้าบ้านมาเผชิญหน้า "แต่สิทธิ์ในส่วนของฉันและหลานๆ ของคุณพ่อนั้นเป็เื่กฎหมายทหาร คุณป้าสะใภ้จ้าวคะ... การปลอมแปลงเอกสารราชการหรือแอบอ้างสิทธิ์รับเงินำาญทหารเนี่ย โทษหนักถึงขั้นจำคุกใช่ไหมคะ?"
ป้าสะใภ้จ้าวที่เริ่มเห็นเค้าลางความจริงพยักหน้าช้าๆ "ใช่... ถ้ามีการตรวจสอบจริงจังและพบว่าแอบอ้าง มันคือเื่ใหญ่มากนะหลิว"
"ฉันไม่ได้แอบอ้างนะ! นังนี่มันแต่งเื่!" เสี่ยวเม่ยหวีดร้องขึ้นมา "แม่คะ อย่าไปฟังมัน!"
"ฉันแต่งเื่เหรอเสี่ยวเม่ย?" ชูเฟินหันไปยิ้มให้เสี่ยวเม่ย เป็รอยยิ้มที่ทำให้เด็กสาวคนนั้นต้องก้าวถอยหลัง "งั้นถามหน่อยสิว่า เสื้อผ้าสวยๆ ที่เธอใส่ เครื่องสำอางจากต่างประเทศที่เธอใช้... เธอเอาเงินที่ไหนซื้อ? ในเมื่อแม่เธอก็ไม่ได้ทำงาน และคุณพ่อก็เสียไปนานแล้ว"
"ฉัน..." เสี่ยวเม่ยอึกอัก
"เงินเ่าั้ควรจะเป็ค่าอาหารของหลานๆ คุณพ่อ... ควรจะเป็ค่ารักษาพยาบาลยามฉันป่วย" ชูเฟินแสร้งถอนหายใจและทำตาเศร้า "ป้าสะใภ้จ้าวดูสิคะ ลูกๆ ของฉันผอมจนเห็นซี่โครง แต่ลูกสาวของคุณแม่เลี้ยงกลับมีเงินซื้อชุดใหม่ทุกอาทิตย์ แบบนี้ดวงิญญาคุณพ่อบน์จะสงบสุขได้อย่างไรคะ?"
เพื่อนบ้านคนอื่นๆ เริ่มออกมามุงดูและกระซิบกระซาบ แววตาที่เคยตำหนิหย่าลี่เริ่มเปลี่ยนมามองนางหลิวด้วยความรังเกียจ
"คนเรานี่นะ หน้าเนื้อใจเสือจริงๆ" เสียงภรรยาทหารคนหนึ่งดังขึ้น
นางหลิวเห็นท่าไม่ดี รีบเปลี่ยนแผน "แก... แกมีหลักฐานอะไรว่าฉันปลอมแปลงเอกสาร!"
"ฉันไม่มีหลักฐานการปลอมแปลงในมือตอนนี้หรอกค่ะ" ชูเฟินพูดเสียงดังฟังชัด "แต่พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเข้าไปพบผู้บัญชาการกองพลที่อี้เฉินสังกัดอยู่ เพื่อขอตรวจสอบบันทึกการจ่ายเงินย้อนหลัง และจะขอความเมตตาจากศาลทหารให้ช่วยรื้อฟื้นเื่นี้ขึ้นมา... อ้อ คุณแม่เลี้ยงคะ ถ้าความจริงปรากฏ คุณคงต้องคืนเงินทั้งหมดที่เอาไป พร้อมดอกเบี้ย... หรือไม่ก็เปลี่ยนจากบ้านไม้หลังสวยไปอยู่ในคุกแทน"
นางหลิวเข่าอ่อนจนแทบทรุดลงกับพื้น การถูกขู่เื่คุกและศาลทหาร เป็เื่คอขาดบาดตายสำหรับชาวบ้านทั่วไปในยุคนี้
"หย่าลี่... เรา... เราครอบครัวเดียวกันนะ" นางหลิวเสียงสั่น พยายามปรับโทนเสียงให้ดูอ่อนลง
"ครอบครัวที่บุกมาฉีกทำลายผ้าไหมของฉันเมื่อเช้านี้น่ะเหรอคะ?" ชูเฟินหยิบเศษผ้าไหมสีชมพูที่ขาดวิ่นออกมาโชว์ให้ทุกคนดู "ผ้าผืนนี้เป็สมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉันกู้หน้ากู้ตาเลี้ยงลูก แต่คุณกลับทำลายมันเพราะไม่อยากให้ฉันได้ดีกว่าลูกสาวคุณ"
ป้าสะใภ้จ้าวถึงกับตบเข่าฉาด "โธ่! นังหลิว ทำไมแกใจดำขนาดนี้ ผ้าไหมนี่มันแพงมากนะนั่น!"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ" นางหลิวละล่ำละลัก
"ถ้าไม่ได้ตั้งใจ ก็จ่ายค่าเสียหายมาค่ะ" ชูเฟินยื่นมือออกไป "ค่าผ้าไหมชิ้นนี้รวมกับค่าทำขวัญที่ทำให้ลูกๆ ฉันใ... 100 หยวน แล้วฉันจะไม่เอาเื่ที่สำนักงานการเงิน"
"100 หยวน! นี่แกกะจะปล้นกันเหรอ!" เสี่ยวเม่ยร้องเสียงหลง
"ถ้างั้นเจอกันที่กองพลทหารพรุ่งนี้ 8 โมงเช้านะคะป้าสะใภ้จ้าว ช่วยไปเป็พยานให้ฉันด้วย" ชูเฟินทำท่าจะหันหลังกลับเข้าบ้าน
"เดี๋ยว! เดี๋ยว!" นางหลิวรีบคว้าแขนเสื้อหย่าลี่ "ฉัน... ฉันมีแค่ 50 หยวนตอนนี้"
"100 หยวนค่ะ ขาดไปหยวนเดียวฉันก็ไม่ยอม" ชูเฟินกดดันต่อด้วยสายตานิ่งลึก
นางหลิวหันไปมองเสี่ยวเม่ยด้วยความเ็ป ก่อนจะจำใจล้วงเอาห่อเงินที่แอบซ่อนไว้ออกมาส่งให้หย่าลี่ด้วยมือที่สั่นเทา มันคือเงินที่นางตั้งใจจะเอาไปซื้อเครื่องประดับใหม่ แต่ตอนนี้ต้องเอามาจ่ายเพื่อปิดปากลูกเลี้ยงที่นางเคยข่มเหงมาตลอด
ชูเฟินรับเงินมานับอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ "ขอบคุณค่ะ... อ้อ แล้วจำไว้นะคะ ต่อไปนี้ถ้าเท้าของคุณแม่เลี้ยงหรือเสี่ยวเม่ยเหยียบเข้ามาในเขตรั้วบ้านฉันโดยไม่ได้รับเชิญ ฉันจะไม่พูดเปล่าๆ แบบนี้ แต่จะส่งบันทึกเล่มนี้ถึงมือผู้บัญชาการทันที"
นางหลิวและเสี่ยวเม่ยไม่มีคำพูดใดๆ อีก ทั้งสองเดินคอตกหนีหายไปจากสายตาของฝูงชนด้วยความอับอายขายหน้าอย่างที่สุด
ป้าสะใภ้จ้าวมองหย่าลี่ด้วยสายตาทึ่งๆ "หย่าลี่เอ๋ย... เธอเปลี่ยนไปจริงๆ นะเนี่ย ดูฉลาดเฉลียวขึ้นเยอะเลย"
"สถานการณ์บังคับให้ต้องโตค่ะป้า" ชูเฟินยิ้มตอบ "ขอบคุณป้ามากนะคะที่เป็หูเป็ตาให้"
เมื่อทุกคนแยกย้ายไป ชูเฟินเดินกลับเข้าบ้านเห็นลูกๆ สองคนมองเธอด้วยดวงตาที่เป็ประกาย ต้าหรงเดินเข้ามาหาแม่แล้วกระซิบด้วยความทึ่ง "แม่เก่งที่สุดเลยครับ! ยายแก่ใจร้ายนั่นหน้าเขียวไปเลย!"
ชูเฟินลูบหัวลูกชายเบาๆ ในใจลึกๆ เธอเริ่มรู้สึกผูกพันกับร่างนี้และเด็กสองคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แผนการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไล่แม่เลี้ยง แต่เป็การประกาศให้โลก (และอี้เฉิน) รู้ว่า หย่าลี่คนใหม่ ไม่ใช่เหยื่อให้ใครมาขยี้เล่นอีกต่อไป
100 หยวนนี้... จะเป็ทุนก้อนแรกในการสร้างอาณาจักรดีไซเนอร์ของฉัน เธอคิดในใจพลางกำเงินแน่น
ในเย็นวันนั้น เมื่อหลงอี้เฉินกลับบ้าน เขาพบว่าบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมของอาหารลอยอบอวล และที่สำคัญที่สุด... เขาพบนางหลิวที่มักจะมารอรีดไถเขาที่หน้าค่าย กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แถมยังมีข่าวลือหนาหูในหมู่ทหารว่า "เมียพันโทหลง" เพิ่งจะสั่งสอนแม่เลี้ยงจนหน้าหงาย
อี้เฉินมองภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเย็บผ้าอย่างใจเย็นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป... ผู้หญิงคนนี้คือใครกันแน่?
