“ข้ายังไม่แน่ใจนัก ว่าเมื่อพาเ้าเข้าไปยังตระกูลหวงแล้ว เ้าต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เ้าต้องอดทนให้มาก”
“แลกกับการไม่ต้องอยู่คุกหลวง ข้าจะอดทนให้มากอย่างที่ท่าน้า เพียงแค่มีท่านอยู่ข้าง ๆ ข้าก็ไม่กลัวสิ่งใดแล้วล่ะ”
“จริง ๆ แล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าไม่ใช่คนรักษากฎระเบียบอะไรมากนัก เพียงเ้าต้องเข้าหาอย่างถูกวิธี แลเ้าจะรู้ว่าพวกท่านมีเมตตาอย่างมาก”
“มีเมตตาเหมือนกับท่านใช่ฤาไม่” คำพูดของหลันฮวาทำให้ชายหนุ่มชะงัก พลันหันมองใบหน้าหวานของนาง ก่อนหลันฮวาจะเลื่อนใบหน้าไปทางอื่นทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“แม่ค้าขายผ้าบอกข้าว่า ท่านเป็คนดีมีเมตตายากหาใครเทียบ แต่ท่านกำลังคิดหลอกลวงบิดาและมารดาอยู่ เช่นนี้ข้าชักไม่แน่ใจนักว่าท่านเป็คนดีจริงฤาไม่” คำพูดของนางทำให้หวงซีเหรินชะงักนิ่ง ครู่หนึ่งจึงปล่อยยิ้มออกมา
“หากข้าไม่ทำเช่นนี้ จะมีคนต้องเ็ปเพราะข้าอีก”
“อย่างไรเ้าคะ”
“ท่านพ่อให้ข้าแต่งงานกับแม่นางไป่หลาน แต่ข้าไม่ได้รักนาง หากข้ายอมทำตามความประสงค์ของท่านพ่อไป แม่นางไป่หลานจะเป็หญิงที่น่าสงสารมากที่สุด”
“ท่านกำลังถูกบังคับให้แต่งงานเช่นนั้นฤา” หลันฮวาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ ในขณะที่เสียงรถม้ายังคงแล่นผ่านตลาดไปเรื่อย ๆ
“ไม่เชิงนัก ท่านพ่อกับท่านแม่้าให้ข้ามีทายาท หากข้าไม่รีบมีภรรยา พวกเขาก็จะจัดการหาภรรยาให้กับข้า เพื่อที่จะมีทายาทสืบทอดตระกูลหวงต่อไป”
“ท่านเลยใช้ข้าปลอมเป็คนรักของท่าน เพื่อแลกกับที่ข้าไม่ต้องไปนอนคุกหลวง” หญิงสาวค่อย ๆ ทวนเหตุผลของเขาช้า ก่อนชายหนุ่มจะกล่าวเสริมอีก
“เพื่อที่เ้า จะได้ไม่ไปทำความเดือดร้อนให้กับชาวเมืองด้วยอีกประการหนึ่ง” หลันฮวายิ้มแห้ง พลันนั่งเขี่ยชุดตัวไปมา แล้วทอดสายตามองสองข้างทางไปเรื่อย ๆ
“ขอแค่มีข้าวกิน อะไรข้าล้วนยอมสิ้น ข้าไม่อยากกลับไปนอนบนกองฟางที่ศาลเ้าร้างอีกแล้ว”
“ข้าจึงยื่นข้อเสนอนี้ให้กับเ้ายังไงล่ะ”
“เ้าค่ะ” นางรับปากพร้อมรอยยิ้ม ก่อนมือของหวงซีเหรินจะเอื้อมมาลูบศีรษะของนางด้วยความเอ็นดู ไม่รู้ทำไมเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาจึงรู้สึกไว้ใจนางได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ก่อนกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของซาลาเปาข้างทางจะส่งกลิ่นโชยมาให้หลันฮวาขยับจมูกไปมาแล้วสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าจมูก
“กลิ่นซาลาเปา ข้าชอบรสชาติของมันมาก ในตอนนั้นข้าขโมยจากแม่ค้าในตลาดไปสามลูก กินจนท้องอิ่มแปล้” ชายหนุ่มได้ยินถึงกับชะงักนิ่ง มองตรงมายังนางด้วยความตกตะลึง ก่อนหญิงสาวจะยิ้มแห้งแล้วพูดกลบเกลื่อน
“ข้าเคยกินแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ ข้าไม่ได้ขโมยซาลาเปาบ่อยนักหรอก ท่านอย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นสิ” หลังจากหวงซีเหรินได้ยินดังนั้นเขาจึงค่อย ๆ ชะลอรถม้าลงช้า ๆ พลันะโลงไป แล้วมุ่งตรงไปยังร้านขายซาลาเปาที่ว่าทันที
ก่อนที่หลันฮวาจะมองตรงไปยังชายรูปงาม นางรู้สึกอบอุ่นใจอย่างถึงที่สุด เวลานี้นางเริ่มรู้สึกถึงความหวั่นไหวที่ก่อตัวมากขึ้น เวลาที่อยู่ใกล้เขาหัวใจมักเต้นผิดจังหวะเสมอจนน่าแปลกใจ
ชายหนุ่มร่างสูงยืนสั่งซาลาเปาพร้อมหยิบใส่ห่อผ้ามาสองห่อ พลางเดินเอาไปให้กับอู่เจ๋อที่จอดพักอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินกลับมายังรถม้าของตัวเอง เขายื่นห่อซาลาเปาให้กับนางพร้อมรอยยิ้ม
“กินได้มากเท่าที่เ้า้า” เมื่อพูดจบ หญิงสาวจึงรับห่อซาลาเปานั้นมา ก่อนจะเลือกลูกที่ใหญ่ที่สุดแล้วค่อย ๆ เป่าจนก้อนซาลาเปาหายร้อนดีแล้ว
“ท่านกินด้วยสิ” หญิงสาวยื่นลูกใหญ่ให้กับเขา พร้อมกับมือหนาเอื้อมมารับพร้อมรอยยิ้ม ที่ทำเอาหลันฮวาถึงกับหน้าร้อนผ่าว หญิงสาวจับซาลาเปาที่เหลือยัดใส่ปากด้วยความเอร็ดอร่อย และเศษซากอาหารยังคงติดอยู่ริมฝีปากนางเช่นเดิม
“เมื่อกลับไปถึงจวนแล้ว ข้าคงต้องอบรมกิริยาเ้าเสียใหม่ หาไม่แล้ว สักวันเ้าต้องเผลอทำให้ท่านพ่อท่านแม่เห็นจนได้”
“ท่านอบรมข้าได้เท่าที่้าเลย ขอเพียงแค่อาหารครบสามมื้อข้าจะดีใจมาก” ใบหน้าขาวสะอาดของนางในตอนนี้ทำให้หวงซีเหรินเผลอมองไปหลายครั้ง แต่ยังคงเก็บความรู้สึกไว้ในส่วนลึก พลันหันไปบังคับม้าให้เดินทางกลับในทันที
ทั้งยายฝูและเฒ่าเกอไห่ออกตามหาหลันฮวาไปทั่วตลาดกวางผู ชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่ว่าจะพานางกลับไปคืนใต้เท้าตงซันได้หรือไม่ ด้วยความหวาดหวั่นทั้งสองจึงหยุดโต้เถียงแล้วพากันตั้งหน้าตามหาหญิงสาวต่อไปไม่ลดละ
“เ้าพอจะเห็นผู้หญิงอายุประมาณสิบเจ็ดปีบ้างฤาไม่ มีลักษณะผิวขาว มอมแมม ผมเผ้าไม่เรียบร้อยนัก ตัวสูงประมาณนี้” ยายฝูพูดพร้อมทำท่าทางประกอบ
“มีลักษณะมอมแมม ผมเผ้าไม่เรียบร้อยนัก ที่เ้าว่านั่นมันขอทานแล้วกระมัง” ซีห่าวเลื่อนสายตาอำมหิตมองตรงมายังยายฝู ก่อนที่นางจะกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกผิด ที่เลี้ยงดูหลันฮวาได้แย่ถึงเพียงนั้น
“ก็ไม่ถึงกับเป็ขอทานหรอกจ้ะ..ว่าแต่เ้าเห็นบ้างฤาไม่” ยายฝูถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยเพราะซีห่าวจับตามองอยู่ตลอดเวลา
“ข้าไม่เคยเห็นหรอก...เ้าก็ลองไปถาม ร้านอื่นดูแล้วกัน” เมื่อถูกปฏิเสธยายฝูและเฒ่าเกอไห่ก็ตระเวนสอบถามยังทุกคนที่เดินผ่าน ก่อนที่จะถูกปฏิเสธสิ้น
