ข่าวเื่ฮ่องเต้เหยียนตี้ทรงกำลังนำทัพกลับพร้อมชัยชนะถูกส่งมา พระองค์จะทรงเสด็จถึงเมืองหลวงในวันแรกของเทศกาลล่าปา ซึ่งทันเฉลิมฉลองเทศกาลล่าปาพอดี
ด้านจวนเหิงชินอ๋องส่งจดหมายเชิญมาแล้ว เทศกาลล่าปาดื่มชาชมดอกบ๊วย เชิญชวนหญิงสาวชนชั้นสูงมากมาย และตัวนางไป๋เซียงจู๋ผู้อาศัย ‘บารมี’ ของไป๋ชิงโหรวก็ได้รับเชิญเช่นเดียวกัน
กล่าวว่าได้รับเชิญ ไป๋เซียงจู๋ก็เหยียดยิ้มอย่างเ็า แท้จริงแล้วไม่ต้องคิดให้มากความ มู่จื่อรั่วย่อมจดจำได้ดี คราที่แล้วที่นางถูกกลั่นแกล้งในตำหนักของพระสนมกุ้ยเฟย ครานี้นางคงจะวางกับดักเพื่อรอให้ตนะโลงไปเป็แน่
มันคงเป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่ หากนางไป๋เซียงจู๋หวาดกลัวต่อสิ่งนี้ ในชีวิตนี้ นางหวนคืนกลับมาเพื่อแก้แค้น ไม่ต้องพูดถึงกลอุบายใดๆ ทุกเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว นางกับมู่จื่อรั่วและไป๋ชิงโหรวล้วนถูกลิขิตให้ต่อสู้ให้ตายไปข้าง
“คุณหนู มีคนจากหออี้ผิ่นบอกว่าคุณชายจวินกลับมาแล้ว และเชิญท่านไปทานอาหารเย็นด้วยกันเ้าค่ะ”
ชายหญิงสองคนที่กำลังเจรจาเื่การแต่งงานอาจจะดูไม่ค่อยดีนักหากจะพบกันในยามนี้ แต่ไป๋เซียงจู๋มีหลายสิ่งที่อยากจะถามจวินมู่ซี ดังนั้นนางจึงพยักหน้าและเตรียมพร้อมที่จะไปตามนัดหมาย
“พอดีเลย ข้าเองก็มีเื่ที่้าจะถามเขาเหมือนกัน”
เื่ราวพวกนี้เป็เื่ที่ต้องเปิดใจพูดแล้ว หากจวินมู่ซีแต่งงานกับนางจริงๆ เพื่อช่วยนาง เช่นนั้นก็คงจะดีเหลือเกิน
ไป๋เซียงจู๋สวมหมวกงอบ สวมเสื้อคลุม ก่อนจะออกไปพร้อมกับตู้เจวียน ทว่าผู้ใดจะรู้ ทันทีที่นางก้าวเท้าออกจากเรือนก็ถูกใครบางคนกระแทกอย่างรุนแรง
“คุณหนูรอง นี่...”
ตู้เจวียนรีบร้อนพยุงไป๋เซียงจู๋ขึ้นมา คุณหนูของนางก้าวเดินอย่างเร่งรีบ ไม่ได้ป้องกันตัวเลยสักนิด นางเกือบจะชนคุณหนูรองเข้าให้แล้ว
ไป๋เซียงจู๋ยืนอย่างมั่นคง มองไปทางไป๋ชิงโหรวซึ่งสวมอาภรณ์งดงาม นางขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไป๋ชิงโหรวมองไปทางไป๋เซียงจู๋ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเห็นใบหน้าของสตรีที่อยู่ตรงหน้า นางอิจฉาริษยาแทบตายจนอยากจะกระโจนใส่นางและข่วนดวงหน้ารูปไข่ของนางให้เป็รอย
ไป๋ชิงโหรวเห็นว่าแม้แต่ข้ารับใช้ตัวน้อยยังกล้าชี้นิ้วอย่างกำเริบเสิบสานต่อตน จากนั้นนางก็คิดว่าไป๋เซียงจู๋กำลังจะแต่งงานกับตระกูลจวิน และไม่นานมานี้นางก็เป็ที่โปรดปรานของท่านยาย ไป๋ชิงโหรว้าจัดการไป๋เซียงจู๋ ทว่าตนย่อมรู้ดีว่านางไม่ง่ายที่จะรับมือ ดังนั้นจึงหันไปจัดการตู้เจวียนแทน
“น้องหญิงโหรว เร็วเข้า...”
เมื่อไป๋ชิงโหรวจะใช้โอกาสนี้ในการโจมตี เสียงที่อ่อนแอบอบบางกลับดังมาจากรถม้าที่อยู่ไม่ไกล
มุมปากของไป๋เซียงจู๋กระตุกยกขึ้นเล็กน้อย วันนี้ช่างเป็วันที่ดีจริงๆ ทันทีที่ออกมาก็พบเข้ากับคนทั้งคู่
ปรากฏว่าทันทีที่นางเห็นมู่จื่อรั่ว ไป๋ชิงโหรวก็ได้รับการสนับสนุนทันที นางพาสาวใช้ของตนหรูอี้เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่าท่าทางกลับไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก
“พี่หญิงรั่ว ปล่อยให้ท่านรอนานแล้ว เป็สุนัขป่าที่ขวางทาง มิเช่นนั้นข้าคงไปถึงตั้งนานแล้วเ้าค่ะ” ไป๋ชิงโหรวชำเลืองสายตามองมู่จื่อรั่วอย่างแหลมคม
ดวงตาของมู่จื่อรั่วนุ่มนวลอ่อนโยน ผิวของนางขาวซีด ไม่เหมือนสีดอกกุ้ยฮวาดังเช่นแต่ก่อน ทว่าการปรากฏตัวของบุปผาสีขาวดอกเล็กอันละเอียดอ่อนที่สั่นไหวท่ามกลางหิมะโปรยปรายย่อมเป็สิ่งที่น่าวิตกกังวลและน่ามองเป็ที่สุด
“ในเมื่อไม่เป็อะไรแล้ว เราก็ไปกันเถิด” ท่าทางของมู่จื่อรั่วสูงส่งเ็า ในใจจดจำแต่สิ่งที่ท่านแม่บอกเสมอว่ามันคือ ‘การยืมมีดฆ่าคน’
ฆ่าคนไม่เห็นเื การยืมมีดมาฆ่าผู้อื่น ไม่เพียงแต่ง่ายดายเท่านั้น แต่ยังทำให้ตัวเองไม่สกปรกอีกด้วย
ไป๋ชิงโหรวจดจ้องไปที่ไป๋เซียงจู๋อย่างโเี้อำมหิต มู่จื่อรั่วมองสบสายตา ยิ้มในความรู้สึก ทว่านางยังคงแสดงท่าทีที่น่าสงสาร ใจกว้าง และสงบนิ่งบนใบหน้า "น้องหญิงโหรวยังไม่รู้ความ คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋อย่าได้ถือสาหาความ”
นี่คือการพูดจาขอร้องให้ไป๋เซียงจู๋ในฐานะพี่สาวของไป๋ชิงโหรวเห็นใจ เป็เช่นนั้น
ผลสุดท้ายแล้ว ด้วยท่าทางเคารพเช่นนี้ อีกทั้งดูเหมือนว่าน้ำเสียงจะแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอยู่เล็กน้อยนั้นทำให้คนรู้สึกสงสารั้แ่แรกเห็น และรังเกียจเดียดฉันท์ที่ไป๋เซียงจู๋ ‘ใจจืดใจดำ’
ไป๋เซียงจู๋เพิกเฉยต่อสายตาที่ดูเหมือนจะทิ่มแทงนาง รอยยิ้มที่มุมริมฝีปากยังคงไม่เปลี่ยนแปลง "ไม่เป็ไร"
นางไม่สนใจชื่อเสียงเหล่านี้ ในเมื่อมู่จื่อรั่วมองเห็นว่านางเป็เช่นนี้ นางก็จะยังคงเสแสร้งแกล้งทำต่อไป
“น้องหญิงโหรว พวกเราไปกันเถิด” มู่จื่อรั่วพูดพลางลงจากรถเพื่อนำทางไป๋ชิงโหรว ยามนั้นดวงตาของนางเหลือบมองไปที่ส้นเท้าของตู้เจวียน
ดวงตาของไป๋เซียงจู๋หรี่ลงเล็กน้อย มีประกายบางอย่างสาดแสงลึกในดวงตาของนาง
เมื่อเห็นท่าทางของมู่จื่อรั่ว ไม่เพียงแต่ไป๋เซียงจู๋จะเห็นเท่านั้น แม้แต่ไป๋ชิงโหรวเองก็เห็นมันแล้วเช่นกัน นางเหยียดเท้าออกไปทันที พร้อมๆ กับที่ตู้เจวียนก้าวเท้าออกไป
ตู้เจวียนกรีดร้องด้วยความใ นางล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ชุดกระโปรงสีน้ำเงินเกิดเสียงดังแคว่ก ขาดเป็รูใหญ่ ิับนฝ่ามือของนางปรากฏรอยขีดข่วน หยดเืพลันไหลรินออกมา
แม้ว่าไป๋เซียงจู๋จะระมัดระวังตัวเอง ทว่านางคาดไม่ถึงว่าไป๋ชิงโหรวแม่นางสมองหมูผู้นี้จะกล้าโจมตีตู้เจวียน ดวงตาของนางจับจ้องไปที่เท้าที่เก็บกลับไปอย่างรวดเร็วของไป๋ชิงโหรว รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนดวงหน้าของไป๋ชิงโหรว ใบหน้าของตู้เจวียนไม่น่ามอง นางใช้มือปิดรอยที่ขาดบนกระโปรง ดวงหน้าแดงก่ำ
“ขอโทษเดี๋ยวนี้!” ไป๋เซียงจู๋บันดาลโทสะ นางมองไป๋ชิงโหรวอย่างเ็า
ไป๋ชิงโหรวหาได้กลัวสักนิดไม่ ในความเห็นของนาง ไป๋เซียงจู๋มิใช่คนที่สามารถรังแกได้ง่ายๆ ทว่าคนรับใช้เพียงคนหนึ่งจะทำให้เื่ราวใหญ่โตได้อย่างไร นอกจากนี้ตู้เจวียนยังเป็สาวรับใช้ประจำตัวของไป๋เซียงจู๋ นางขายหน้า หน้าของไป๋เซียงจู๋เองก็มิอาจวางไว้ที่ใดได้ เป็ไปตามที่นาง้า
ในยามนั้น ไป๋ชิงโหรวถูกความตื่นเต้นจากการได้แก้แค้นมอมเมา ความแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ตลอด่สองสามวันที่ผ่านมานี้ดูเหมือนจะได้รับการปลดปล่อย
นางมองตรงไปยังดวงตาที่พ่นประกายไฟของไป๋เซียงจู๋ พูดอย่างเฉียบขาดว่า "เ้ามีสิทธิ์อันใดให้ข้าขอโทษ?” นางอาศัยอำนาจของอวี๋ซื่อเพื่ออาละวาดมาตลอด
อย่างไรเสีย นางก็แค่ลงมือกับสาวใช้ผู้หนึ่ง แม้ว่านางจะฆ่าสาวใช้คนนี้ แต่นางเชื่อว่าไป๋เซียงจู๋จะไม่กล้าทำอะไรกับนาง
มู่จื่อรั่วเองก็ยินดีที่เห็นมันประสบความสำเร็จ ทว่านาง้าที่จะรักษาภาพลักษณ์อันงดงามของตน จึงตำหนิหญิงสาวไปอย่างไม่พอใจ “น้องหญิงโหรว เ้าซุกซนอีกแล้ว สาวใช้คนนี้เป็สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูไป๋ เ้าทำเช่นนี้ ให้หน้าสาวรับใช้เพียงคนเดียว นี่มิใช่ว่าเป็การตบหน้าคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋หรือ”
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากมู่จื่อรั่ว ไป๋ชิงโหรวก็ยิ่งรู้สึกลอยตัว ใช่แล้ว นางยังต้องกลัวอันใดอีก แม่ของนางคือผู้ดูแลจวนตระกูลไป๋ นางต่างหากที่เป็บุตรีภรรยาเอก ไป๋เซียงจู๋เป็เพียงบุตรนอกคอก นางมีสิทธิ์อันใดมาเสแสร้งแกล้งทำตัวสูงส่งต่อหน้านางกัน
ไป๋ชิงโหรวยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งพูดจาประชดประชันแดกดัน “คุณหนูใหญ่อันใด นางก็เป็แค่ลูกนอกคอกก็เท่านั้น แม้แต่บิดาของตนเป็ใครก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ...”
นางเพิ่งพูดจบ ทว่าจู่ๆ กลับมีเสียงตบหน้าดังขึ้น และเป็เสียง ‘เพียะ’ ที่ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกใ
ไป๋เซียงจู๋สะบัดมือที่เจ็บ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ด ดวงตาของนางทอประกายเย็นเยียบวาบผ่านอย่างเร็วจนไม่อาจมองทัน
คนเช่นนี้ แม้ว่านางจะทุบตีลงไป แต่ตนเองกลับไม่ชอบใจในความสกปรกที่เปรอะเปื้อน การกระทำของนางแสดงออกอย่างสงบนิ่งเพื่อแสดงให้เห็นว่าเื่นี้เกิดขึ้นจริง
“เ้า... เ้ากล้าดีอย่างไรมาตบข้า?” ไป๋ชิงโหรวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง มองไป๋เซียงจู๋อย่างไม่เชื่อสายตา
แม้ว่านางจะได้รับการข่มขู่จากไป๋เซียงจู๋อย่างลับๆ มาก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดกล้าแตะต้องนางต่อหน้าผู้อื่นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไป๋เซียงจู๋ผู้ที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้ามาเสมอก็หาได้มีกำลังจะโต้ตอบไม่ ทว่ายามนี้นางกล้าตบตน อีกทั้งยังอยู่ที่หน้าประตู ยามที่มีคนนอกมากมายถึงเพียงนี้ นางถึงกับกล้าทำ!
ไป๋เซียงจู๋มองไปที่ไป๋ชิงโหรวที่มีท่าทางเช่นนี้ หญิงสาวเหยียดยิ้มเยาะเย้ยในใจ ดูเหมือนว่าคนบางคนยังคงประพฤติตัวไม่ดีหลังจากที่ได้รับบทเรียนไป
ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่มุมปากของไป๋เซียงจู๋ นางกล่าวออกมาเบาๆ "สาวใช้ของข้าเป็คนที่เ้าสามารถตบตีได้หรือ ผู้ใดให้อำนาจแก่เ้ากัน”
หยิ่งทะนงจนถึงที่สุด ใจแคบเป็อย่างยิ่ง
