เมื่อกลับมาถึงเรือนก็พบว่าลั่วจินหยางและโจวอวี้หลันกำลังยืนอยู่ที่ข้างรถม้า ลั่วหนิงฮวามองดูเหล่าทหารที่นำร่างของโจวอี้เฉินขึ้นไปบนรถม้าด้วยแววตาที่เรียบเฉย
"ข้าจะไปแล้วนะ แล้วเราจะได้พบกันอีกหรือไม่?"
โจวอี้เฉินโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูของนาง ความเย็นะเืสายหนึ่งพาดผ่านใบหน้าสวยจนนางรู้สึกขนลุกไปทั้งกาย
เดิมทียังไม่รู้ว่าจะหาวิธีใดทำให้เขากลับเข้าร่างได้ นางเองก็รับปากไปส่ง ๆ เพื่อให้จบเื่เพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าเ้าผีหน้าหม้อตนนี้จะเห็นเป็จริงเป็จังถึงเพียงนี้
ลั่วหนิงฮวาไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใด นางหันไปเอ่ยกับลั่วจินหยางและโจวอวี้หลันแทน
"พี่ใหญ่จะไปแล้วหรือเ้าคะ"
"อืม หนิงเอ๋อร์ องค์หญิงทรงตรัสว่าชื่นชอบในตัวเ้าไม่น้อย หากเ้าไม่มีสิ่งใดต้องทำ พี่อยากจะชวนเ้าเดินทางไปยังหมู่บ้านชนบทอีกฝั่งหนึ่งด้วยกัน เ้าเห็นเป็เช่นไร"
ลั่วจินหยางเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน โจวอวี้หลันเองก็ส่งยิ้มให้นางเช่นกัน
ลั่วหนิงฮวาหันไปมองหน้าโจวอี้เฉินที่ยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะถอนหายใจออกมา
การได้ออกไปท่องเที่ยวบ้างก็คงจะดีไม่น้อย
"ไปเถิด เ้าสัญญาแล้วไม่ใช่หรือว่าจะหาทางช่วยข้าให้กลับเข้าร่างได้ หากเ้าผิดสัญญา ข้าจะขอตามติดเ้าไปตลอดชีวิต"
ลั่วหนิงฮวารู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางไม่น่าไปรับปากผีบ้านี่ส่งเดชเลยจริง ๆ
เมื่อหมดหนทางจะเอ่ย อีกทั้งนางเองก็อยากออกไปเปิดหูเปิดตาเช่นกัน จึงตกลงรับปากลั่วจินหยางและโจวอวี้หลันในทันที
ลั่วหนิงฮวาสั่งให้พวกจางสงดูแลเรือนให้ดี ส่วนนางนั้นให้แม่นมหยางและซือลี่ติดตามไปคอยรับใช้ด้วย
ระยะทางจากหมู่บ้านของนางข้ามไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ใช้เวลาเดินทางราวหนึ่งวัน ระหว่างทางนางต้องทนกับโจวอี้เฉินเป็อย่างยิ่ง เขาทั้งคอยจ้องมองนาง ไม่เพียงเท่านั้นยังเอ่ยวาจาแทะโลมนางตลอดทาง
รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนหลังใหญ่แห่งหนึ่ง ลั่วหนิงฮวาก้าวลงมาจากรถม้า ก่อนจะมองไปยังชายชราผู้หนึ่งที่มีผมสีดอกเลาเต็มศีรษะ แต่ทว่าใบหน้าและท่วงท่าของเขาช่างดูน่าเลื่อมใสเป็อย่างยิ่ง
"ท่านอาจารย์!"
"องค์หญิง กระหม่อมรอพระองค์อยู่นานแล้ว รีบเข้ามาด้านในก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ เอ๋? แม่นางน้อยผู้นี้คือ..."
"นางเป็สหายของข้าน่ะท่านอาจารย์ ท่านอย่าเพิ่งเอ่ยถามสิ่งใดเลย รีบตรวจดูอาการของอาเฉินก่อนเถิดเ้าค่ะ"
"ตกลงพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจวอวี้หลันจึงสั่งให้คนนำร่างของโจวอี้เฉินเข้าไปด้านในจวนทันที ท่านหมอเทวดายังคงเหลือบสายตามองมาที่ลั่วหนิงฮวาเป็ครั้งคราว เห็นเพียงแต่สตรีงดงดงามที่มีใบหน้าเ็าราวกับน้ำแข็งบนูเา
นี่คือท่าทีของผู้จะเป็ใหญ่ในภายภาคหน้า
เมื่อนำโจวอี้เฉินเข้ามาในจวนเรียบร้อยแล้ว ท่านหมอเทวดาก็ทำการจับชีพจรของเขาอย่างละเอียด ลั่วหนิงฮวาจ้องมองทุกการกระทำของท่านหมอเทวดาด้วยความสนใจ
"เขาเป็อาจารย์ที่ข้าและพี่หญิงนับถือ อย่างไรเ้าลองขอคำปรึกษากับเขาได้ เผื่อว่าใบหน้าของเ้าจะหายกลับมาเป็ปกติดังเดิม"
โจวอี้เฉินเอ่ยกับลั่วหนิงฮวาพร้อมกับยกยิ้มจนตาหยี รอยยิ้มของเขาทำให้จิตใจของนางเต้นไม่เป็จังหวะ ลั่วหนิงฮวาทำได้เพียงเบือนหน้าหนีจากการจดจ้องของเขา
ให้ตายเถิด!!! เหตุใดจึงหล่อเหลาปานนั้น
ท่านหมอเทวดาตรวจดูอาการของโจวอี้เฉินต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้คนไปต้มยาตามที่เขาสั่ง
"องค์รัชทายาทถูกพิษร้ายแรงไปไม่น้อย โชคดีที่ยังรอดชีวิตมาได้ แต่เป็เพราะฤทธิ์ของยาพิษยังไม่ถูกขับออกจากร่างกาย จึงไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ในยามนี้ อย่างไรเสียคงต้องหาทางขจัดพิษออกจากร่างกายให้หมดเสียก่อน"
"นานหรือไม่เ้าคะกว่าอาเฉินจะฟื้น"
"ข้าเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน อาจจะใช้เวลาเพียงเจ็ดวัน หรือบางคราอาจจะร่วมเดือนเลยด้วยซ้ำ"
"หากใช้เวลานานถึงเพียงนั้น คงไม่ดีเป็แน่"
โจวอวี้หลันเอ่ยกับท่านหมอเทวดาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีเท่าใดนัก ท่านหมอเทวดาเองก็เข้าใจในคำพูดทั้งหมดของโจวอวี้หลัน เขาเองรู้เื่ราวในวังหลวงมาไม่น้อย
"เช่นนั้นคงต้องใช้เวลาขจัดพิษสักเจ็ดวันแล้วค่อยเดินทางกลับเมืองหลวง ให้ร่างกายขององค์รัชทายาทได้พักเสียหน่อย เมื่ออาการคงที่แล้ว กระหม่อมจะติดตามกลับไปรักษาให้ที่เมืองหลวงด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
"จริงหรือเ้าคะท่านอาจารย์!!!"
"พ่ะย่ะค่ะ"
โจวอวี้หลันที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเป็อย่างยิ่ง ท่านหมอเทวดามองนางด้วยสายตาเอ็นดู
เดิมทีอดีตฮองเฮาก็เคยเป็ลูกศิษย์ของเขา ก่อนตายนางได้ฝากฝังบุตรทั้งสองเอาไว้ให้เขาช่วยดูแล เขาจึงเอ็นดูโจวอวี้หลันและโจวอี้เฉินเป็อย่างมาก
เมื่อตกลงกันได้ตามนี้แล้ว ท่านหมอเทวดาจึงสั่งให้คนจัดเตรียมห้องนอนให้แก่พวกนางเสียก่อน เพื่อจะได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่