แสงตะเกียงตามถนนที่ส่องสว่างเป็ระยะ ทอดเงายาวลงบนหนทางที่ไร้ผู้คน ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านตรอกซอกซอย พาเอากลิ่นอายบางอย่างที่ชวนให้อึดอัดมาด้วย
เสียงกีบม้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานในความเงียบ ชาร์ลส์ควบม้าฝ่าความมืด มุ่งหน้าสู่บ้านของฮัมฟรีย์ด้วยความร้อนรน หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวล ภาพของต้นไม้ใหญ่ที่แขวนคอโรแลนด์ยังคงติดวนเวียนในความคิด ราวกับภาพหลอนที่ไม่ยอมจางหาย พร้อมกับคำอธิษฐานเดียวกันผุดขึ้นในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า 'ขอให้ทันด้วยเถอะ... ขอให้ทันด้วยเถอะ'
ม้าควบผ่านตึกรามบ้านช่องที่จมอยู่ในม่านราตรี เสียงกีบเท้าสะท้อนกับกำแพงสูงสองข้างทาง ดังก้องจนแทบกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัว สายตาของเขาจับจ้องไปยังปลายถนนที่ทอดยาว
ความทรงจำเกี่ยวกับห้องทดลองใต้ดินของสถานพยาบาลผุดขึ้นในความคิด เอกสารเก่าที่บันทึกการทดลองอันน่าสยดสยอง และความเชื่อมโยงระหว่างคนเ่าั้ โรแลนด์ ฮัมฟรีย์ ไมเคิล และเฮนรี่ มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นไปแล้ว บางสิ่งที่มืดมนและอันตรายกว่าที่เขาคิด และโรแลนด์ก็คือตัวอย่างแรก
ขณะที่ม้าควบผ่านตรอกแคบ เงามืดทาบทับบนใบหน้าของชายหนุ่มเป็่ๆ แสงจากตะเกียงข้างทางสาดส่องให้เห็นความรีบร้อนปนกับวิตกกังวลในดวงตาของเขา คืนนี้... เขาจะรู้เื่ราวทั้งหมดเกี่ยวกับการทดลองนั่น
เมื่อมาถึงบ้านของฮัมฟรีย์ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นปราดขึ้นมาในใจของชายหนุ่มทันที บ้านเก่าคร่ำคร่าแต่ยังคงสภาพดีตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด หน้าต่างทุกบานมืดสนิท ไร้วี่แววของแสงไฟหรือความเคลื่อนไหวใดๆ เงียบผิดปกติ แม้แต่เสียงลมที่พัดผ่านก็ดูจะกระซิบกระซาบด้วยเสียงที่แ่เบา
ชาร์ลส์ผูกม้าไว้กับเสาไม้ข้างบ้าน มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ จับมุมแหลมผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมเอาไว้ด้วยความระวัง ก่อนจะย่างก้าวขึ้นบันไดไม้ เขาเคาะประตูสามครั้ง เสียงเคาะดังก้องไปในความว่างเปล่า
…ไม่มีเสียงตอบรับ
"ฮัมฟรีย์?" เขาเรียก พลางเคาะประตูอีกครั้ง แรงขึ้นกว่าเดิม "ฮัมฟรีย์ คุณอยู่ข้างในไหม?"
แต่ทว่าความเงียบยังคงเป็คำตอบเดียวที่ได้รับ ชาร์ลส์พยายามที่จะเปิดประตูเข้าไป แต่ประตูก็ถูกล็อกไว้
'แปลกจริง' เขาคิดในใจ 'ดึกดื่นป่านนี้ ปกติแล้วเขาควรอยู่ในบ้านสิ... แล้วทำไมถึงได้เงียบผิดปกติขนาดนี้?'
เมื่อรู้สึกว่าท่าไม่ดี จึงถอยห่างจากประตู ตัดสินใจว่าไม่มีเวลามาคอยช้าอีกแล้ว ชีวิตของฮัมฟรีย์อาจกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาก้าวถอยหลังสองก้าว เตรียมส่งแรงทั้งหมดที่มีเพื่อถีบประตูเข้าไป
แต่ทันทีที่เขาโน้มตัวไปข้างหน้า พร้อมจะพุ่งตัวเข้าใส่ประตู...
"คุณกำลังทำอะไรน่ะ?"
สุ้มเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาชาร์ลส์สะดุ้งจนเกือบเสียหลักหน้าทิ่ม เขาหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว พบกับร่างของชายผู้หนึ่ง เป็ฮัมฟรีย์ที่ยืนโงนเงนอยู่ที่เชิงบันได ใบหน้าแดงก่ำ เสื้อผ้ายับยู่ยี่
ชาร์ลส์กำลังจะเอ่ยปากถาม แต่กลิ่นหึ่งของเหล้าที่โชยมาก็ตอบคำถามทั้งหมดแทนคำพูด เห็นได้ชัดว่าฮัมฟรีย์เพิ่งกลับมาจากโรงเหล้าในละแวกนี้
"ฮัมฟรีย์..." ชาร์ลส์เอ่ยเสียงต่ำ ขณะที่ชายชรากำลังเซถลาขึ้นบันไดมา
"มาหาผมทำไมดึกป่านนี้?" ฮัมฟรีย์ถาม น้ำเสียงสำเนียงเมา มือข้างหนึ่งเกาะราวบันได อีกข้างกำขวดเหล้าแน่น "ถ้าเื่งาน... พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"
แสงจากตะเกียงข้างถนนสาดส่องให้เห็นใบหน้าแดงก่ำของชายชรา ดวงตาของเขาเยิ้มและขุ่นมัว แต่ลึกลงไปในนั้น ชาร์ลส์เห็นบางอย่าง... ความหวาดกลัว? ความรู้สึกผิด? หรือทั้งสองอย่าง?
"เื่โรแลนด์" ชาร์ลส์พูดตรงๆ สังเกตเห็นร่างของฮัมฟรีย์แข็งค้างไปชั่วขณะ "ผมต้องคุยกับคุณ"
"ทำไม?" ฮัมฟรีย์ถามพลางล้วงหากุญแจในกระเป๋า มือยังคงสั่นเทาด้วยฤทธิ์เหล้า
"โรแลนด์ตายแล้ว" ชาร์ลส์ตอบเสียงเรียบ
ฮัมฟรีย์ชะงักไปชั่วขณะ มือที่กำลังล้วงหากุญแจหยุดนิ่ง "ตายแล้ว?" เขาพึมพำ ก่อนจะแค่นหัวเราะเบาๆ "งั้นหรอก..." แล้วหันกลับไปล้วงหากุญแจต่อ ราวกับเื่ความตายของเพื่อนร่วมงานเก่าไม่ใช่เื่สำคัญ
แต่ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้าบ้าน ชาร์ลส์ก็เอ่ยขึ้น "ผมรู้เื่ห้องใต้ดินในสถานพยาบาลแล้ว" น้ำเสียงเย็นเยียบ
"ทั้งคุณ โรแลนด์ ไมเคิล ไอแซค และเฮนรี่ แบลคเวลล์" เขาเว้นจังหวะระหว่างแต่ละชื่อ "การทดลองยาวิเศษพวกนั้น... และคนที่พวกคุณจับมาทดลอง ผมรู้ทุกอย่างแล้ว"
ร่างของฮัมฟรีย์แข็งทื่อ มือที่กำลังจะเสียบกุญแจชะงักค้าง เขาหันกลับมาช้าๆ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้าซีดเผือดลงในพริบตา
"คุณรู้แล้ว..." เสียงของเขาแ่เบา แววตาที่เคยขุ่นมัวด้วยฤทธิ์สุราเริ่มฉายแววหวาดกลัว
แสงตะเกียงริมถนนสาดส่องให้เห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของฮัมฟรีย์ ความมึนเมาที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าเลือนหายไป เหลือเพียงความละอายที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก เงาของตัวเขาทอดยาวบนผนังไม้เก่า ทาบทับกับเงาของชาร์ลส์เป็ภาพประหลาดในความมืด
"คุณจะเข้ามาข้างในไหม?" ฮัมฟรีย์พูดเสียงแ่ มือที่กำลังถือกุญแจสั่นเทา
"แน่นอน"
ชายชราเปิดประตูเข้าไป เสียงบานพับเก่าลั่นในความเงียบ ชาร์ลส์ลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนจะก้าวตาม มือขวายังคงแตะอยู่ที่ผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อ
ภายในบ้านมืดสลัว มีเพียงแสงจากภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ทอดเงาแปลกประหลาดบนเครื่องเรือน ฮัมฟรีย์เดินไปจุดตะเกียงบนโต๊ะ แสงสีส้มอ่อนค่อยๆ สว่างขึ้น กลายเป็แหล่งกำเนิดแสงเพียงดวงเดียวภายในบ้าน
ชาร์ลส์นั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าอย่างไม่เกรงใจ โดยไม่รอเ้าของบ้านเชิญ
ฮัมฟรีย์ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ตรงข้าม ดวงตาของเขาจ้องมองเปลวไฟในตะเกียง ความมึนเมาเริ่มจางหาย แทนที่ด้วยความเหนื่อยล้าอันหนักอึ้ง
"เื่การตายของโรแลนด์..." ชาร์ลส์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่ง "ทางการว่าเป็การฆ่าตัวตาย แต่ผมไม่เชื่อ"
ฮัมฟรีย์เงยหน้าขึ้นมอง แต่ไม่พูดอะไร
"ตอนที่ผมเจอเขาในที่ซ่อนของนายท่าน เขาเป็คนที่กลัวตายมาก และไม่มีทีท่าว่าป่วยเป็โรคร้ายอย่างที่เขียนไว้ในจดหมายลาตายเลย อีกอย่างถ้าป่วยจริง ทำไมถึงเพิ่งมาฆ่าตัวตายตอนนี้?"
เปลวไฟในตะเกียงวูบไหว ทอดเงาเต้นระริกบนใบหน้าของทั้งสองคน
"เล่าความจริงมาให้หมด ฮัมฟรีย์" ชาร์ลส์กดเสียงต่ำ "ั้แ่จุดเริ่มต้น ผมอยากฟังจากปากคุณเอง"
ฮัมฟรีย์ถอนหายใจยาว หยิบขวดเหล้าขึ้นมาดื่มอีกอึกใหญ่ ก่อนจะเริ่มเล่า
"สิบปีก่อน..." เขาเริ่ม น้ำเสียงแหบพร่า "ฉันเป็แค่หมอธรรมดาคนหนึ่ง จนกระทั่งเฮนรี่ แบลคเวลล์ มาติดต่อ เสนอค่าตอบแทนก้อนโตเพื่อให้ฉันไปทำวิจัยให้เขา" เขาหัวเราะขื่นๆ "จำนวนเงินมันมากพอที่จะทำให้ฉันลืมความสงสัยทุกอย่าง"
"เขาให้ฉันไปทำงานที่สถานพยาบาลแห่งใหม่ พร้อมกับหมออีกสามคน งานของพวกเราคือศึกษาตำรับยาวิเศษจากหนังสือโบราณ"
เขาส่ายหน้าช้าๆ "ตอนแรกพวกเราคิดว่ามันเป็เื่เหลวไหล แต่เงินที่ได้... มันทำให้พวกเราพร้อมจะทำทุกอย่างที่เขาสั่ง"
"แต่แล้ว..." ฮัมฟรีย์เว้นจังหวะ ดวงตาเหม่อลอยราวกับจมอยู่ในความทรงจำ "สิ่งที่เราคิดว่าเป็ไปไม่ได้ กลับกลายเป็จริง" เปลวไฟในตะเกียงสะท้อนในดวงตาของเขา
"ยาวิเศษพวกนั้น... มันใช้ได้จริง ทุกสรรพคุณที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณ ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดด้านนอก "ความสำเร็จนั้นเหมือนยาเสพติด พวกเราต่างคลั่งไคล้ หมกมุ่นอยู่กับการวิจัย"
"แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง... บ้างก็หวังจะช่วยเหลือผู้คน บ้างก็้าชื่อเสียง บ้างก็แค่... อยากรู้ว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน"
ฮัมฟรีย์หันกลับมา แสงตะเกียงทำให้ริ้วรอยบนใบหน้าเขาลึกกว่าปกติ "ต่อมาสถานพยาบาลเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เริ่มมีคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เฮนรี่จ้างบุคลากรเพิ่ม เพื่อให้สถานพยาบาลยังดูเป็ปกติ ในขณะที่พวกเราผลัดกันขึ้นไปปรากฏตัวข้างบน สลับกันทำงาน เพื่อไม่ให้ใครสงสัย ขณะที่งานวิจัยที่แท้จริงดำเนินต่อไปในห้องใต้ดิน"
เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง มือเริ่มสั่น "แต่แล้วมันก็เริ่มยากขึ้น วัตถุดิบหลายอย่างที่ต้องใช้ในตำรับยาสูญพันธุ์ไปนานแล้วเฮนรี่สั่งให้พวกเราพยายามเพาะพันธุ์และคืนชีพมันขึ้นมา บางอย่างทำได้ บางอย่างทำไม่ได้ บางอย่าง..." เขาหัวเราะขื่นๆ "บางอย่างทำได้ แต่ราคาที่ต้องจ่ายมันแพงเกินไป"
เขาหยุดไป สีหน้าเปลี่ยนเป็หวาดหวั่น "จนกระทั่งพวกเราตัดสินใจที่จะคืนชีพสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ตัวหนึ่ง"
"ปรสิตดำ" ชาร์ลส์เอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงตะเกียงวูบไหว
"ใช่..." ฮัมฟรีย์พยักหน้า "ในตำราโบราณ มันถูกบรรยายไว้ว่าเป็ปรสิตตัวสีดำ รูปร่างเหมือนก้อนไขมันกลมลื่น พวกเรา... พวกเราคิดว่าการคืนชีพมันขึ้นมาจะเป็ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่
"แต่ได้ชื่อว่าเป็ปรสิตต้องมีเ้าบ้าน ต้องมีร่างที่มันจะเข้าไปอาศัย พวกเราเริ่มทดลองกับสัตว์ต่างๆ แต่…" เขาสั่นศีรษะ "ไม่มีตัวไหนรอด ไม่มีเลยสักตัวเดียว"
"จนกระทั่ง..." เสียงของฮัมฟรีย์แ่จนแทบไม่ได้ยิน
"จนกระทั่งอะไร?" ชาร์ลส์กดเสียงถาม
"พวกเราค้นพบว่ามันเติบโตได้ดีในร่างของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูง... สัตว์ที่มีกลไกทางสมองซับซ้อน..." เขาเงยหน้าขึ้นมองชาร์ลส์ ดวงตาเต็มไปด้วยความละอายอย่างชัดเจน "และที่ดีที่สุด... คือร่างของมนุษย์"
"เมื่อได้บทสรุปออกมา ความคิดของพวกเราจึงแตกออกเป็สองฝั่งทันที" มือที่กำขวดเหล้าของชายชรากระชับแน่นขึ้นทันที หวนนึกถึงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดต่อจากเหตุการณ์นี้
สายลมยามค่ำพัดผ่านหน้าต่าง ส่งเสียงครวญครางแ่เบา ราวกับตอบรับกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในห้องใต้ดินของสถานพยาบาล ความจริงที่ถูกฝังลึกมานานกำลังถูกเปิดเผยทีละน้อย ผ่านคำสารภาพของชายชราที่แบกรับความผิดบาปมาตลอด
