ระหว่างรอให้ถึงยามเหม่ายังมีเวลาอยู่พอสมควร อวี้จิ่นจึงมีภารกิจสำคัญให้ตงลู่ได้ทำ ก่อนจะออกจากเมืองหลวง ผู้รับภารกิจแม้จะรู้สึกกลัวเล็กน้อยแต่ต้องข่มมันเอาไว้ ไม่อาจแสดงให้อวี้จิ่นได้เห็นว่าตนขลาดกลัวเกี่ยวกับดวงิญญา
“น้าตงลู่เ้าคะ ข้ามีภารกิจมอบให้ท่านไปทำ ก่อนที่จะถึงเวลานัดหมายกับพี่ชายฟู่เอาไว้เ้าค่ะ”
“เชิญคุณหนูพูดมาได้เลยขอรับ”
“ท่านช่วยปลอมตัวไปที่สุสานของซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟยให้ข้าทีเ้าค่ะ”
“ห๋า!! ปะ ปะ ไปที่ใดนะขอรับคุณหนู” ตงลู่คิดว่าตนหูฝาด
“ไปสุสานของซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟยเ้าค่ะ ท่านต้องเข้าไปด้านในให้ได้และดูรอบ ๆ โลงศพ ว่ามียันกระดาษแปะไว้ตรงส่วนใดของโลงศพบ้าง หากหาพบแล้วให้ดึงมันออกทั้งหมดเลยนะเ้าคะ ภารกิจนี้ท่านคิดว่าสามารถทำได้หรือไม่” อวี้จิ่นพูดจบจึงจ้องมองตงลู่นิ่ง ๆ
“เอ่อ ดะ ดะ ได้สิขอรับงานง่าย ๆ คุณหนูวางใจเถิด ข้าน้อยทำภารกิจเสร็จจะรีบตามขบวนเดินทางให้ทันขอรับ”
‘ฮือ ๆ จะตอบว่าไม่ได้มันก็เสียศักดิ์ศรีจริง ๆ’
“ยอดเยี่ยม!! สมกับเป็องครักษ์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีเ้าค่ะ”
“ว่าแต่ว่าคุณหนูพอจะมีเครื่องรางป้องกันอันตราย ให้ข้าน้อยได้พกติดตัวไปสักชิ้นสองชิ้นหรือไม่ขอรับ แหะ ๆ คือถ้ามีเครื่องรางติดตัว ย่อมช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายได้นะขอรับ” ตงลู่นึกถึงเครื่องรางที่อวี้จิ่นมีไว้ให้ชาวบ้านได้ทำบุญนำกลับบ้าน
“คุณหนูเ้าคะ ข้าน้อยก็อยากได้สักหนึ่งชิ้นเช่นกันเ้าค่ะ แหะ ๆ”
“อ้อ ทำไมถึงไม่รีบบอกล่ะเ้าคะ พวกท่านรอประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบมาให้เ้าค่ะ”
อวี้จิ่นแสร้งเดินเข้าห้องเพียงหนึ่งลมหายใจ นางก็กลับออกมาพร้อมจี้หยกยันต์แปดทิศสองชิ้น ยื่นให้ตงลู่กับเฟยอินที่แบมือรออยู่แล้ว
“นี่เ้าค่ะ จี้หยกยันต์แปดทิศช่วยป้องกันิญญาร้าย และช่วยเื่การเดินทางให้ปลอดภัย”
“ขอบคุณคุณหนูขอรับ/ขอบคุณคุณหนูเ้าค่ะ”
“น้าตงลู่”
“ขอรับคุณหนู”
“ไปทำภารกิจได้หรือยังเ้าคะ?”
“อ้อ ใช่ ๆ ๆ ภารกิจที่คุณหนูสั่ง ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับ เฟยอินอย่าลืมพาเ้าเสี่ยวหงออกมารอคุณหนูด้วยล่ะ”
“ข้ารู้แล้วน่า เ้ารีบไปทำตามที่คุณหนูสั่งได้แล้ว”
ตงลู่ฝากเื่เ้าเสี่ยวหงกับเฟยอินแล้ว ก็นำม้าของตนควบขี่ออกไป โดยบอกกับทหารหน้าประตูเมืองว่ามีภารกิจด่วน พร้อมยื่นป้ายประจำตัวให้ทหารได้ดูว่าเขามาจากหน่วยงานใด หลังจากผ่านประตูออกมาได้ตงลู่เร่งความของม้า เพื่อไปยังสุสานของซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟยให้เร็วที่สุด อย่างน้อยคงใช้เวลาสองชั่วยามครึ่งกว่าจะไปถึงที่สุสาน
เมื่อถึงเวลายามเหม่าฟู่หลงเหยียนย่อมมาตรงเวลา และยังมีผู้ติดตามเพิ่มมาอีกสองคนคือจิ้งโม่และมู่ฉี ก่อนจะออกเดินทางอวี้จิ่นไม่ลืมบอกกับดวงิญญาของหวงกุ้ยเฟยว่า พระนางต้องรออยู่หลังกำแพงเมืองสองชั่วยามครึ่ง พอครบเวลาตามที่บอกให้ลองออกจากเมือง หากออกมาได้แล้วดวงิญญาของพระนาง จะหายเข้าไปอยู่ในหุ่นผ้าที่อวี้จิ่นทำขึ้นโดยปักชื่อของพระนางไว้ หลังจากทำความเข้าใจกับหวงกุ้ยเฟย ก็ถึงเวลาออกเดินทางเสียที ซึ่งขบวนของอวี้จิ่นไม่จำเป็ต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็่เวลาที่ประตูเมืองเปิดแล้วนั่นเอง
ฟู่หลงเหยียนที่สังเกตว่าไม่เห็นตงลู่อยู่กับอวี้จิ่น จึงได้เอ่ยถามกับนางเมื่อขี่ม้าเข้าไปใกล้ ๆ
“จิ่นเอ๋อร์ เหตุใดตงลู่ถึงไม่อยู่ดูแลเ้าเขาหายไปที่ใดรึ”
“พี่ชายฟู่อย่าได้โกรธเคืองข้ามอบภารกิจให้น้าตงลู่ไปทำ เสร็จภารกิจก็จะรีบตามมาสมทบกับพวกเราเ้าค่ะ”
“พี่เข้าใจแล้ว เ้าระวังตัวด้วยอย่าให้ตกม้าได้”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ”
“ย๊ะ! ย๊ะ! กุบกับ กุบกับ กุบกับ กุบกับ”
ทุกคนต่างเร่งความเร็วของม้าเพิ่มขึ้น เนื่องจาก้าช่วยองค์หญิงใหญ่ จากการถูกทรมานของคนตระกูลล่ายให้เร็วที่สุด
ทางด้านตงลู่รีบเร่งมายังสุสานของราชวงศ์ ได้ปลอมตัวเป็โจรขุดสุสานและยังมียาสลบที่อวี้จิ่นให้ไว้ จึงถือโอกาสนี้ใช้มันกับทหารที่เฝ้าอยู่ที่นี่อีกครั้ง เมื่อทางสะดวกจึงรีบเข้าไปทำภารกิจของตนทันที
“อามิตาพุทธ ๆ ๆ กระหม่อมมิได้มีเจตนามารบกวน เพียง้าช่วยเหลือซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟยเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ฟิ้ววว!!..”
“ขวับ!! อามิตาพุทธ ๆ ๆ”
ตงลู่เดินตามหาสุสานส่วนของหวงกุ้ยเฟยจนเจอ และทำตามที่อวี้จิ่นบอกไว้ปรากฏว่ารอบโลงพระศพ มียันต์แปะไว้จริง ๆ ไม่รอช้าตงลู่รีบดึงแผ่นยันต์เ่าั้ออก จากนั้นตรวจสอบอีกรอบเพื่อความแน่ใจ ว่าไม่หลงเหลือแผ่นยันต์ตรงจุดใดอีก จึงรีบออกจากสุสานและควบม้าตามขบวนของอวี้จิ่นต่อไป ส่วนขบวนเดินทางเกรงว่าจะทิ้งระยะห่างกับตงลู่เกินไป จึงหยุดรอที่จุดพักม้าเมื่อคนมาถึงทุกคนจึงออกเดินทางอีกครั้ง
การเดินทางไปเมืองเหลียวโจวแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่อย่างไรทั้งคนและม้าย่อมต้องหยุดพักเติมพลัง ตอนนี้อวี้จิ่นััได้ว่าดวงิญญาของหวงกุ้ยเฟย ได้เข้ามาอยู่ในหุ่นผ้าที่นางได้ทำเอาไว้แล้ว เมื่อทุกคนหายเหนื่อยจึงออกเดินทางต่อ จนล่วงเลยเข้าวันที่ห้าขบวนเดินทางของอวี้จิ่น ก็มาถึงเมืองเหลียวโจวก่อนประตูเมืองจะปิดเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น
สิ่งแรกที่ทุกคน้าคือที่พักพร้อมอาหาร แต่ฟู่หลงเหยียนเลือกพักโรงเตี๊ยมที่ดูธรรมดา เพื่อการทำงานของพวกเขาจะได้สะดวกยามเข้าออกที่พัก เขาเลือกโรงเตี๊ยมอวิ่นไหลของสองสามีคู่หนึ่ง ที่ช่วยกันดูแลร่วมกับบุตรชายบุตรสาวและลูกจ้างอีกสองสามคน
“โอ้ว สวัสดีขอรับนายท่าน ไม่ทราบว่า้าห้องพักกี่ห้องดีขอรับ” เถ้าแก่อวิ่นกล่าวต้อนรับด้วยตนเอง
“ตอนนี้มีห้องว่างอยู่กี่ห้องหรือเถ้าแก่” เจียงหยวนเป็ผู้เจรจากับเถ้าแก่อวิ่น
“อ้อ ห้องที่ว่างมีอยู่สิบสองห้องไม่ทราบว่านายท่าน้ากี่ห้องดีขอรับ”
“ข้าเหมาทั้งหมดส่วนอาหาร เถ้าแก่จัดเตรียมไว้ให้พวกข้าตามจำนวนคนก็พอ ข้าจะพักอยู่ที่นี่สองคืนรบกวนเถ้าแก่คิดเงินด้วย” เจียงหยวนย่อมอยากให้ทุกคนได้พักอย่างสบาย
“ทั้งหมดสิบสองห้อง ๆ ละหนึ่งตำลึงเงินรวมค่าอาหารแล้ว พักอยู่สองคืนเป็เงินยี่สิบสี่ตำลึงเงินขอรับนายท่าน”
“ปึก! ข้าจ่ายให้เถ้าแก่สามสิบตำลึงเงิน รบกวนท่านช่วยดูแลเื่ม้าของพวกข้าด้วยก็แล้วกัน” ม้าของพวกเขาใช้แรงมาหลายวัน ต้องได้กินอิ่มท้องทุกตัว
“ได้ขอรับนายท่าน ข้าจะให้บุตรชายดูแลเป็อย่างดี เช่นนั้นเชิญพวกท่านตามข้าไปที่ห้องพักเถิดขอรับ” เถ้าแก่อวิ่นดีใจมากที่กลุ่มของเจียงหยวนเลือกพักที่โรงเตี๊ยมของตน เงินก้อนนี้ช่วยต่อชีวิตให้ครอบครัวและลูกจ้างได้อีกหลายเดือน
ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องพัก ฟู่หลงเหยียนมอบภารกิจให้กับจิ้งโม่และมู่ฉีลงมือหลังยามห้าย
“จิ้งโม่ มู่ฉี”
“ขอรับนายน้อย”
“หลังยามห้ายพวกเ้าไปสืบมาว่า จวนตระกูลล่ายตั้งอยู่ทิศใดของเมืองเหลียวโจว บริเวณใกล้เคียงเป็อย่างไร มีทางหนีทีไล่ยามเกิดเื่ภายในจวนอยู่มุมใดบ้าง” คืนนี้ทำได้เพียงสืบหาที่ตั้งตระกูลล่าย ส่วนในยามเช้าค่อยสืบเื่ภายในจวนอีกครั้ง
“ทราบแล้วขอรับนายน้อย”
“อืม ไปพักเถิด”
“ข้าน้อยขอตัวขอรับ”
ส่วนตัวของอวี้จิ่นก่อนจะหายเข้าห้องพักของตน ไม่ลืมจะยื่นขวดยาบำรุงให้กับพี่ชายนำหนึ่งขวด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับกำลังคนของตระกูลที่ติดตามมา ด้านฟู่หลงเหยียนนางมอบให้ตงลู่รับผิดชอบแล้ว
หลังทานอาหารมื้อเย็น แม้จะมียาบำรุงชั้นดีแต่อย่างไรร่างกายของทุกคน ยัง้าการพักผ่อน อวี้จิ่นเข้านอนก่อนใครด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ด้านบุรุษทั้งหลายก็แยกย้ายกันไป จะมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ตื่นขึ้นมาในยามห้าย และหายออกจากโรงเตี๊ยมไปท่ามกลางความมืด จนไปโผล่อยู่ที่ตรอกหวงจินข้างจวนหลังขนาดกลาง
ที่มีป้ายชื่อบ่งบอกว่านี่คือจวนตระกูลล่าย
“พรึ่บ!! มู่ฉีเ้าแยกไปทางซ้ายส่วนข้าจะไปทางขวา อีกสองเค่อกลับมาเจอกันที่นี่อีกครั้ง” จิ้งโม่้าแยกกันไปตรวจดูรอบ ๆ ตามที่ฟู่หลงเหยียนสั่งไว้
“อืม ดีเหมือนกันรีบลงมือเถิด” มู่ฉีเห็นด้วยกับสหาย
ทั้งสองคนทำตามที่ตกลงกัน และทำตัวกลมกลืนไปความมืด จดจำจำนวนเรือนทั้งหมดภายในจวนแห่งนี้ ทางหนีทีไล่ข้างกำแพงไม่เว้นแม้แต่รูสุนัขลอด เมื่อครบสองเค่อพวกเขาวกกลับมาที่จุดนัดพบ และสิ่งที่สืบได้ย่อมนำไปรายงานต่อฟู่หลงเหยียน
“ก๊อก ๆ ๆ นายน้อยพวกเรากลับมาแล้วขอรับ”
“เข้ามา”
“แอ๊ด กึก”
“เล่ามาทั้งหมด”
“เรียนนายน้อย จวนตระกูลล่ายตั้งอยู่ในตรอกหวงจิน ทางทิศตะวันออกของเมืองเหลียวโจวขอรับ เรือนด้านในรวมของบ่าวไพร่มีเพียงห้าหลัง เส้นทางหลบหนีหากเกิดเื่ร้ายแรงไม่มี ยกเว้นรูที่สุนัขสามารถลอดเข้าออกได้เท่านั้นขอรับ” จิ้งโม่รายงานตามที่สืบมาได้
“มีบ่าวไพร่เดินเวรยามหรือไม่”
“บ่าวไพร่ที่เดินเวรยามมีตามปกติของจวนที่มีฐานะขอรับ” เื่นี้เป็มู่ฉีที่ตอบเ้านาย
“อืม ขอบใจพวกเ้าไปพักเถิด”
“ขอรับ/ขอรับ”
ฟู่หลงเหยียนนั่งนิ่งคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย และโบกมือให้เฉินอู่กับอู๋จิ้งไปพักได้ เมื่อผู้ติดตามทั้งสองไม่อยู่แสงไฟด้านในจึงดับลง และคืนแรกในเมืองเหลียวโจว ทุกคนพักผ่อนกันเต็มที่เพื่อเก็บแรงเอาไว้ สำหรับภารกิจสำคัญในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะกระทบกระเทือนความรู้สึกของพวกเขาไม่น้อย
เช้าวันต่อมาทุกคนลงมานั่งทานมื้อเช้าพร้อมกัน พร้อมกับนั่งฟังเื่ราวที่ชาวบ้านกำลังจับกลุ่มนินทา ระหว่างนั่งทานอาหารได้ไม่นาน ประสาทััหูที่ดีของผู้ฝึกวรยุทธ์ จึงได้ยินเื่ของหลานชายตระกูลล่าย โดยผู้ที่นำเื่ดังกล่าวมาเล่าต่อ มิใช่ใครที่ไหนแต่เป็พวกบ่าวไพร่ของจวนตระกูลล่ายเอง
“นี่อากุ้ยเ้าว่าคุณชายมีอาการไม่ปกติหรือไม่”
“หืม ไม่ปกติเช่นไรรึอาฟาง ข้าก็เห็นคุณชายไปสำนักศึกษานะ”
“ฮ้าย ไม่ใช่เื่นั้นข้าหมายถึงเื่ที่คุณชายของเรา อยากได้นางอัปลักษณ์นั่นมาบ่าวอุ่นเตียงน่ะ เ้าก็เห็นมิใช่หรืออากุ้ยว่าใบหน้าของนาง ถ้าใครได้เห็นเป็ต้องเก็บไปฝันร้ายทุกวัน ข้ายังเคยเก็บไปฝันจนนอนไม่หลับเชียวนะ”
“นั่นน่ะสิ คุณชายคิดอันใดอยู่กันแน่ หรือว่าเพราะนางเป็ใบ้ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ร้องขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้ แต่จะว่าไปถึงนางจะพูดได้ก็ไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือยู่ดี”
“เวรกรรมของนางจริง ๆ หากเป็ข้าคงฆ่าตัวตาย เพื่อหนีความทุกข์ทรมานเช่นนางไปนานแล้ว”
“อย่าพูดมากอีกเลยรีบไปซื้อผักที่ตลาดได้แล้ว ขืนกลับไปถึงช้ามีหวังถูกป้ากู้บ่นจนหูชาอีกแน่”
ดวงิญญาผู้เป็พระมารดาได้ยินเช่นนี้ ก็ให้เป็ห่วงธิดาของตนยิ่งนัก แต่ยังดีที่อวี้จิ่นรับรู้ได้และปลอบใจให้คลายกังวล เนื่องจากว่าพวกนางจะลงมือในยามเฉินที่จะถึงทันที
ความรู้สึกของทุกคนที่ได้ยินสาวใช้สองคนนั้นพูด ก็มีความคิดคล้าย ๆ กันว่าคุณชายของพวกนาง คงมีอาการไม่ปกติอย่างแน่นอน ยามนี้พวกเขาพยายามเก็บซ่อนอารมณ์เอาไว้
และเมื่อถึงยามเฉินขบวนของอวี้จิ่น ได้มายืนอยู่หน้าจวนตระกูลล่าย สร้างความแปลกใจให้กับบ่าวที่เฝ้าหน้าประตูจวน แต่ก่อนที่บ่าวสองคนนี้จะได้เอ่ยถามสิ่งใดออกไป อวี้จิ่นยกมือขึ้นวาดไปบนอากาศ พร้อมคำพูดที่มิได้พูดกับคนทั่วไป
“แม้จะเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลจวนแห่งนี้ แต่ในเมื่อผู้อาศัยกระทำความชั่ว พวกท่านไม่ควรปกป้องเปิดทางให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!!”
สิ้นเสียงของอวี้จิ่นก็เกิดเสียงดังขึ้นที่ประตู ทั้งที่บ่าวทั้งสองคนยังไม่ได้เปิด แต่ประตูกลับเปิดได้เองใครบ้างจะไม่ใ เพียงแต่ฝ่ายของอวี้จิ่นสามารถตั้งสติได้ก่อนก็เท่านั้น
“ท่านป้าข้าเปิดทางแล้ว ท่านสามารถเข้าไปกับข้าได้ พี่ใหญ่ พี่ชายฟู่เ้าคะพวกเรารีบจัดการตามหาคน ก่อนที่จะเกิดเื่เลวร้ายอย่างที่สาวใช้สองคนนั่นพูดเถิดเ้าค่ะ” อวี้จิ่นไม่คิดวางใจเพราะบุรุษจิตใจผิดปกติ ไม่ว่าเวลาใดไม่อาจหยุดความ้าของตนได้
“อืม เฉินอู่เ้ากับทุกคนแยกย้ายไปตามเรือนต่าง ๆ นำตัวเหล่าเ้านายทั้งหลายมาที่ห้องโถง ข้ากับอาหยวนจะพาจิ่นเอ๋อร์ไปตามหาองค์หญิง” เขาต้องตามอวี้จิ่นไปเผื่อคนเหล่านี้ จะใช้บ่าวควบคุมองค์หญิงใหญ่ไว้
“ขอรับนายน้อย!”
“น้องพี่แล้วพวกเราจะไปตามหาองค์หญิงได้อย่างไร”
“ตามข้ามาเ้าค่ะ ยามนี้ท่านป้าเซี่ยกำลังนำทางให้พวกเราอยู่”
“อืม ไปกันเถิด”
อวี้จิ่นเร่งฝีเท้าตามดวงิญญาของหวงกุ้ยเฟย ที่พระนางรู้สึกถึงธิดาอันเป็ที่รักอยู่เรือนด้านหลัง เมื่อไปถึงลานซักล้างของเรือนแห่งนี้ อวี้จิ่นทันได้เห็นว่าหัวหน้าสาวใช้ กำลังฟาดแส้ไปที่หลังขององค์หญิงใหญ่ ขณะที่ยกถังเสื้อผ้าเพื่อนำไปตากบนราว สาวใช้นางนี้ยังแกลังขัดขาเอาไว้ อวี้จิ่นจึงเรียกพี่ชายของตนให้เข้าไปช่วยได้อย่างทันท่วงที
‘อย่าทำลูกข้า เฟยเอ๋อร์!!’
“เพี๊ยะ! ทำงานให้มันมีแรงมากกว่านี้สินางใบ้”
“อ่ะ!!..”
“พี่ใหญ่!! ช่วยรับองค์หญิงไว้เร็วเข้าเ้าค่ะ”
“พรึ่บ!! หมับ!!”
“องค์หญิงทรงเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ โปรดประทานอภัยที่พวกกระหม่อมมาช่วยเหลือพระองค์ในยามนี้” เจียงหยวนเมื่อรับร่างองค์หญิงใหญ่ยืนได้มั่นคงแล้ว จึงไถ่ถามด้วยความเป็ห่วงและรู้สึกผิด จากนั้นจึงนำเสื้อคลุมของตนคลุมร่างของสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าไว้
“อ่ะ อ่ะ”
“ตึก ตึก ตึก พี่ใหญ่ส่งองค์หญิงใหญ่มาให้ข้าเ้าค่ะ พี่เฟยอินช่วยข้าประคององค์หญิงไปนั่งก่อนเถิด จะได้ดูอาการาเ็และรักษาเบื้องต้น”
“เ้าค่ะคุณหนู”
‘ฮือ ๆ ๆ เฟยเอ๋อร์ของแม่เ้าเจ็บมากหรือไม่ พวกมันทำไมถึงได้โหดร้ายกับเ้าถึงเพียงนี้ เพราะแม่ไม่ดีเองที่ปกป้องเ้าไม่ได้ ฮือ ๆ ๆ’
ดวงิญญาของหวงกุ้ยเฟยได้แต่โทษตนเอง และร้องไห้อยู่ข้าง ๆ องค์หญิงใหญ่ที่อ่อนเพลียจากพิษไข้ เนื่องจากาแที่หลังกำลังเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง แต่กระนั้นก็ยังอดทนฝืนยิ้มให้กับอวี้จิ่น ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้สึกอบอุ่นในใจ เมื่อบุรุษที่ตนแอบชื่นชมคือคนที่ตามมาช่วยเหลือ และครั้งนี้เขาสามารถช่วยตนได้สำเร็จ
