“ถวายบังคมฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ!”
“ขอพระองค์อายุยืนนานพันปี พันๆ ปี”
“...”
“นั่งลงตามสบายเถอะ” น้ำเสียงของฮองเฮาอู่ชางชุนก็เปล่งออกมาเล็กน้อย ถึงจะอายุเกือบสี่สิบปีแล้ว แต่ความงามอันน่าทึ่งของนางก็ยังคงรูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์สมที่เป็มารดาของแผ่นดิน
“พี่ใหญ่”
“หือ? องค์หญิงอู่…อุ๊บ”
จิ้งหยวนพึ่งจะนั่งลง แต่ใครจะไปคิด ว่าองค์หญิงอู่หลิงจะติดตามฮองเฮามาแล้วะโเข้ามากอด หัวเราะคิกคักออกมาเมื่อนางได้พบกับจิ้งหยวนอีกครั้ง
“เหตุใดท่านไม่เรียกข้าว่าอู่น้อยตามที่ตกลงกันเมื่อวันก่อน นี่ท่านจะผิดสัญญากับข้าอย่างนั้นรึ?”
“....”
องค์หญิงอู่หลิงกลับมาซุกซนตามวัย ไม่ได้อิดโรยเหมือนวันแรกทั้งคู่เจอหน้า จนจิ้งหยวนจะยิ้มแล้วหยิบบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ
มันเป็ของแวววาวและแปลกประหลาดในสายตาของทุกคน ก่อนที่จิ้งหยวนจะฉีกห่อนั้นทิ้งเผยให้เห็นก้อนมณีสีฉูดฉาดรูปกระต่ายตัวเล็กๆ ให้ดู
“วันนี้พี่ใหญ่ของเ้ามีธุระพูดคุยกับผู้ใหญ่”
“ตราบใดที่อู่น้อยนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่รบกวน อมยิ้มนี้จะเป็ของเ้าตกลงหรือไม่?”
จิ้งหยวนพูดพร้อมกับถืออมยิ้มโยกไปโยกมา สายตาที่เป็ประกายขององค์หญิงเจ็ดก็มองไปที่มันเหมือนลูกแมวเจอหนู
“มันอร่อยเหมือนวันก่อนที่พี่ใหญ่ให้ข้ากินหรือไม่?”
คำถามที่ไร้เดียงสาขององค์หญิงอู่หลิง ทำเอาฮองเฮาเผลอหยิกชายกระโปรงตัวเองอย่างลืมตัว นางได้ยินมาจากขันทีหนุ่มมาก่อนแล้ว ว่าจิ้งหยวนให้อู่หลิงกินบางอย่างจนอาการป่วยกลับมาเป็ปกติ
ถึงจะไม่ใช่ของแบบเดียวกัน แต่แท่งมณีในมือจิ้งหยวนในตอนนี้ก็น่าจะเป็ของล้ำค่า มันจึงค่อนข้างเหลือเชื่อไปหน่อยที่จิ้งหยวนจะยอมยกของบางอย่างกับคนอื่น
“แน่นอน มันหวานแต่ห้ามกัดเหมือนไอติม”
“สิ่งนี้เ้าต้องอมแล้วดูดเอาน้ำหวาน”
“ตราบที่เป็เด็กดีอยู่นิ่งๆ”
“พี่ใหญ่สัญญาว่าจะให้อมยิ้มชิ้นนี้กับเ้า”
คำพูดของจิ้งหยวนทำให้ทุกคนใมาก ปรากฏว่ามันคือของกินไม่ใช่ก้อนมณีอย่างที่คิด แต่อย่างนั้นพวกนางก็ยังนึกไม่ออก ว่าของกินเช่นนี้ต้องแพงขนาดไหน ถึงได้งดงามและกินได้ไม่ต่างจากลูกปัดแพงๆ ที่พวกต่างแดนชอบเอามาขาย
ซึ่งสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจนี้ จิ้งหยวนก็ไม่ได้รู้สึกแปลกสักเท่าไหร่ เขาสำรวจและทบทวนความจำของร่างเดิมมาแล้ว ยุคนี้ยังไม่สามารถผลิตแก้วหรือของที่โปร่งแสงขึ้นมาได้ ขวดกระเบื้องเคลือบคือของล้ำค่าที่สุด ส่วนน้ำตาลของโลกนี้ก็ผลิตมาจากยางต้นไม้ชนิดหนึ่งไม่ก็มาจากน้ำผึ้งธรรมชาติ
ของจำพวกอ้อยไม่มีอยู่ในภูมิภาคนี้ จึงทำให้จิ้งหยวนคาดคะเนได้ว่าอาณาจักรต้าชวีน่าจะอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรเหมือนกับแผ่นดินจีนจากอีกโลกหนึ่ง
ของหวานจึงมีค่าไม่ต่างจากเกลือ อมยิ้มที่สดใสจากอีกโลกจึงเป็อะไรที่แปลกใหม่ ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ลับๆ ในใจ ที่แผนทุกอย่างดำเนินได้ดีกว่าที่เขาเคยคาดการ
“ตกลง ข้าจะเป็เด็กดี ข้าจะเป็เด็กดี”
เด็กน้อยรีบตอบรับแล้วะโคว้าอมยิ้ม อมเข้าปากจนดวงตาเล็กๆ เบิกกว้างเมื่อเจอเข้ากับความหวานที่นางไม่เคยเจอ
นางป่วยและถูกจำกัดเื่อาหาร ถึงจะมีน้ำผึ้งที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลอยู่บ้าง แต่น้ำผึ้งที่มาจากดอกไม้ไม่ใช่อะไรที่ปลอดภัย แถมอาจก่อให้เกิดการแพ้ที่น่ากลัวตามมาได้ในภายหลัง มีเพียงแค่น้ำตาลที่ผ่านการกรองจากอีกโลกเท่านั้นที่นางกินได้โดยที่ไม่มีอันตราย
“มันอร่อยมาก ขอบคุณพี่ใหญ่”
องค์หญิงอู่หลิงยิ้ม แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิมข้างๆ ฮองเฮาอย่างเชื่อฟัง ทำเอาฮองเฮาที่เห็นเต็มไปด้วยความประหลาดใจสุดๆ ขนาดนางที่เป็แม่ยังต้องกำชับตั้งสามสี่รอบ แต่ด้วยคำพูดของจิ้งหยวนเพียงครั้งเดียว กลับปราบเด็กน้อยจอมซุกซนอย่างอู่หลิงลงได้โดยไม่ลำบากอะไรเลย
ส่วนเื่ขององค์รัชทายาท ตัวฮองเฮาไม่ได้เก็บมาคิด โรคความจำเลอะเลือนไม่ใช่ของใหม่ คนป่วยต้องใช้เวลาพักที่เรือนตัวเอง หากโทษก็คงโทษรัชทายาทกับสหายทั้งสาม ที่ดันไปหาจิ้งหยวนตอนที่จำใครไม่ได้จนกลายเป็การเจอกันระหว่างคนแปลกหน้าแล้วโดนทุบตีกลับมา
“เขาเปลี่ยนไปจริงๆ สินะ ข้าก็นึกว่าเื่นี้ถูกลือเกินจริงไปเสียอีก” ทางด้านฮองเฮาอู่ชางชุนสังเกตดูจิ้งหยวนอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงหันไปหาพระสนมอู่เฟยที่อยู่ข้างๆ ยอมรับว่าตัวเองใกับสิ่งที่เกิด
“ฮองเฮากล่าวชมเกินไปแล้วเพคะ ยังไงเด็กคนนี้ก็ยังสร้างความไม่พอใจต่อฝ่าาอยู่ตลอด หม่อมฉันลำบากอย่างยิ่งเพราะไม่รู้จะช่วยระงับอารมณ์โกรธของฝ่าาได้อย่างไร” ในใจลึกๆ ของพระสนมอู่เฟยโล่งอก แต่ก็ยังคงห่วงเื่ระหว่างฝ่าาและจิ้งหยวนไม่ได้ เมื่อวันก่อนก็พึ่งได้ยินว่าจิ้งหยวนปฏิเสธการเรียกตัวเข้าเฝ้า ยิ่งวันนี้ฮองเฮามาที่สวนหลวงด้วยตัวเอง จึงทำให้น้าเช่นนางค่อนข้างลำบากใจแต่ก็มีความหวังในเวลาเดียวกัน
“พระสนมอู่เฟยมิต้องกังวลไป แต่ก่อนเขายังคงเด็ก เสเพลตามวัยเป็เื่ปกติของคนหนุ่มอยู่แล้ว เมื่อเจอเื่ต่างๆ ก็จะเติบโตเป็ผู้ใหญ่เอง ในแผ่นดินเรามีลูกขุนนางมากมายต่างก็เป็เหมือนกันหมด แต่เมื่อย่างพ้นวัยเด็ก เขาก็ต้องรู้ดีว่าควรปฏิบัติเช่นไรเมื่ออยู่ในสังคม”
ความเสเพลของลูกขุนนาง จัดว่าเป็เื่ปกติมีอยู่ให้เห็นทุกบ้านจนกลายมาเป็วัฒนธรรมอย่างหนึ่ง แค่จิ้งหยวนค่อนข้างพิเศษนิดหน่อย เพราะเขาไม่มีพ่อแม่โตมาเพียงลำพัง พฤติกรรมของเขาในอดีตที่แสดงออกมาจึงพอจะเข้าใจ
“ข้าจะเกลี้ยกล่อมฝ่าาช่วยอีกแรง มิต้องกังวลเื่เขาหรอก สนมอู่วางใจเถอะ”
ว่ากันว่าความสามารถในการมองผู้คนของฮองเฮาอู่ชางชุนนั้นเป็ที่ยกย่องในวังหลังเป็อย่างมาก จนแม้แต่บางครั้ง องค์จักรพรรดิก็ยังมาปรึกษาและเชื่อฟังหลังจากได้รับคำแนะนำบางอย่าง
“หยวนเอ๋อ ข้าได้ยินมาว่าเ้าได้ซื้อของวิเศษมาจากพ่อค้าต่างแดน เื่นี้เป็ความจริงใช่หรือไม่?” ฮองเฮาถาม
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ซื้อของพวกนี้มาจำนวนหนึ่ง คราวนี้กระหม่อมจะส่งให้ฮองเฮาสักสองสามขวดโดยแลกกับเงินจำนวน ละ…เล็กน้อย” จิ้งหยวนก็ได้แต่แอบบ่นในใจว่าโชคร้าย ตอนแรกเขาไม่กล้าที่จะรับเงินจากฮองเฮาด้วยซ้ำ แต่ถ้าเขาไม่รับ การค้าขายกับสนมคนอื่นๆ ก็คงยากที่จะไปต่อ
เงินก็คือเงิน
แม้จะผิดพลาดไปบ้างแต่พ่อค้าก็ควรจะได้กำไรบางอย่างกลับมา
** คำที่มี “เอ๋อ” ต่อท้าย นิยมเรียกชื่อของบุคคลที่อายุน้อยกว่า ส่วนใหญ่เป็เด็กและคนในเครือญาติที่ผู้ใหญ่จีนโบราณใช้เรียกกัน ตัดแช่และสกุลด้านหน้าออกเหลือพยางค์หลัง เช่น จิ้งหยวน เป็หยวนเอ๋อ, อู่หลิง เป็หลิงเอ๋อ เป็ต้น
“ตำแหน่งโหวของเ้าพึ่งถูกลดเบี้ยเงินเดือนไม่ใช่หรือ ข้าจะรับของเ้าเปล่าๆ ได้อย่างไร?”
“บอกมาว่าจะขายขวดละเท่าไหร่ ข้าจะจ่ายเต็มจำนวนไม่ต้องกังวลเื่ราคา?”
ทางด้านฮองเฮาอู่ชางชุนเห็นท่าทางเขินอายของจิ้งหยวน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เข้าใจความ้าและความลำบากใจของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก ก่อนที่จิ้งหยวนจะรวบรวมความกล้าแล้วพูดราคาที่เขาคิดมาก่อนหน้านั้นออกไปว่า
“กระหม่อมขายเป็ชุด ชุดละ 1 ตำลึงเงินพ่ะย่ะค่ะ”
ชุดละหนึ่งตำลึงเงิน?
“...”
มันเป็ราคาที่แพงมากหากวัดกับมูลค่าความเป็จริง แต่สตรีมากมายที่นั่งอยู่ในศาลานี้คือโลกอีกหนึ่ง
สำหรับพวกนาง ของอัศจรรย์เช่นนี้ไม่ได้มีราคาที่แพงแถมยังดูน้อยกว่ากำไลแขนและของประดับบางอย่างที่พวกนางสวมใส่เสียอีก
ทำเอาทุกคนที่ได้ยินเื่ราคาจะพากันพูดคุยอย่างตื่นเต้น ไม่คิดว่าของอัศจรรย์แบบนี้จะมีราคาถูกกว่าตอนแรกที่พวกนางเตรียมเงินมา
“แป๊ะๆ”
“ยกของตัวอย่างเข้ามาได้”
เมื่อจิ้งหยวนตบมือ เหล่าขันทีก็พากันยกกล่องแชมพูเข้ามาวางต่อหน้าทุกคนเพื่อชมเป็ตัวอย่าง
“มันมีของแถมด้วยรึ?” ในหนึ่งกล่องไม้บรรจุขวดแชมพูและครีมนวดขนาดฝ่ามืออย่างละสิบขวดเคลือบ แต่สิ่งที่แปลกใจคือในกล่องแชมพูยังมีกล่องเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้วย เมื่อเปิดกล่องใบเล็กออกก็พบห่อเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง ถัดไปก็ยังมีพู่กันประหลาดมีขนด้านข้างและแท่งแปลกๆ
“คนอาสาเข้ามาได้”
เมื่อจิ้งหยวนให้สัญญาณ เหล่านางในของตำหนักหยางที่นัดไว้ล่วงหน้า ก็เดินเข้ามาจำนวนห้าคนพร้อมอ่างน้ำในมือ
การโฆษณาที่แท้จริงไม่ใช่การได้ยินแต่ต้องเห็นด้วยตาถึงจะมีส่งผล หลายคนเคยเห็นเส้นผมของพระมาตุจฉาแต่ไม่รู้วิธีสระ เขาจึงอยากจะสาธิตการใช้ให้เห็นกับตา เพื่อที่ผู้ใช้งานจะได้เข้าใจไม่ต้องสับสนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
“ฮองเฮาและพระสนมโปรดทอดพระเนตรตามลำดับ”
“ขวดสีน้ำตาลคือแชมพู ใช้ชำระเส้นผมตามปกติ ปริมาณไม่มากเพียงหนึ่งอุ้งมือ” ขณะที่จิ้งหยวนพูด เหล่านางในก็ทำการเทน้ำใส่หัวและเริ่มสระผมเป็ขั้นตอน หยดตัวแชมพูแล้วขยี้เบาๆ จนเกิดฟอง กลิ่นหอมที่น่าทึ่งก็พุ่งเข้าจมูกของทุกๆ คน
“ว้าวว”
“สิ่งนี้หอมกว่ากำหยานและถุงหอมข้างเอวเสียอีก”
