หลงเหยียนนั่งขัดสมาธิ ภายใต้การชี้แนะของสิงโตน้อย เขาใช้พลังปราณหลอมหญ้าดูดิญญา จากนั้นก็ใช้ิญญายุทธ์ของตนขับเคลื่อนออกมา หลงเหยียนหลับตาลง ทำให้จิตโล่ง ััความวิเศษของหญ้าวิเศษผ่านจิต
ไม่นานหลงเหยียนก็สามารถััถึงิญญาร้ายในหญ้าวิเศษ คล้ายมันก่อตัวขึ้นจากพลังที่แข็งแกร่ง พลังนั้นพุ่งเข้าไปในตัวหลงเหยียน จากนั้นิญญาร้ายที่ล่องลอยก็ถูกิญญายุทธ์ของหลงเหยียนกลืนกิน
ผ่านไปไม่นาน เื่ราวบางอย่างปรากฏในความคิดหลงเหยียน เป็การแนะนำวิธีการใช้ธาตุพลังกลับจุดเริ่มต้น
สิงโตน้อยที่อยู่ข้างๆ พูดอธิบาย “พี่เหยียน ประหลาดใจมากใช่หรือไม่ ท่านััได้ถึงิญญาร้ายที่ถูกิญญายุทธ์ของท่านดูดกลืนแล้ว นี่คือหญ้าดูดิญญา เกิดขึ้นจากสถานที่ที่มีธาตุพลังแ่า มันดูดซึมิญญาร้ายเหล่าหนึ่งเข้าไป จากนั้นก็กลายเป็หญ้าวิเศษชนิดหนึ่ง”
“ตอนนี้ท่านลองปลดวิธีการใช้พลังกลับจุดเริ่มต้น ซึ่งเราจะเรียกมันว่ากวยหยวน ใช้เวลาให้เป็ประโยชน์ ทำความคุ้นเคยกับมัน! เมื่อใดที่สามารถควบคุมผลของิญญาร้าย เช่นนั้นท่านถึงจะควบคุมกวยหยวนได้”
กวยหยวนเป็เหมือนการมอบชีวิตครั้งที่สองให้แก่ผู้ใช้ เพราะเหตุนั้น มันจึงกลายเป็จุดเริ่มต้นชีวิตของหลงเหยียน
ผ่านการทำความคุ้นเคยกับมันอย่างช้าๆ ผ่านพลังปราณที่ไหลเวียน พลังการควบคุมของิญญายุทธ์ ทำให้หลงเหยียนััได้ในความคิดอย่างชัดเจน เขาสามารถมองเห็นสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวชัดขึ้น
จุดเริ่มต้นชีวิตก็คือหลังจากหลงเหยียนาเ็ มันเป็ตัวคุ้มกันและรักษาที่ใหญ่สุด ขอแค่ไม่ตาย ล้วนสามารถฟื้นฟูได้ทั้งสิ้น เมื่อนึกถึงการชี้แนะของนักหลอมยา รวมกับบันทึกในตำราการแพทย์ หลงเหยียนนึกในใจ หรือเขาสามารถทำความรู้จักต้นหญ้าดูดิญญาได้มากขึ้นผ่านบันทึกในตำราการแพทย์
หลงเหยียนเปิดตำราการแพทย์ ทว่าก็หาต้นหญ้าวิเศษแบบนี้ไม่พบ ดูเหมือนหญ้าดูดิญญาจะเป็หญ้าวิเศษที่ล้ำค่านัก
“พี่เหยียน นึกไม่ถึงว่าด้วยระดับพลังของท่านจะสามารถหลอมหญ้าวิเศษนี้จนกลายเป็วิชาการต่อสู้ระดับมายา พร์ของท่านไม่เลวเลย วิชาการต่อสู้กวยหยวน อย่างน้อยใน่ที่ท่านอยู่ในระดับชีพเทพ ท่านก็สามารถใช้ได้ทุกเมื่อ”
“แค่ระดับชีพเทพเท่านั้นหรือ” ดูเหมือนหลงเหยียนจะไม่ค่อยพอใจ
ถึงกระนั้นหลงเหยียนก็ดีใจมากแล้ว จึงอุ้มสิงโตน้อยขึ้นมาหอมหนึ่งที
“ถุยๆๆ! อยากอาเจียน”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ในที่สุดความหม่นหมองในใจหลงเหยียนก็มลายสิ้น สิงโตน้อยอยู่ข้างๆ มักสร้างความประหลาดใจแก่หลงเหยียนเรื่อยมา หากไม่มีมันอยู่ด้วย ไม่รู้จริงๆ ว่าหลงเหยียนควรเดินอย่างไรต่อไป เมื่อนึกถึงสตรีนางนั้น ไม่มีข่าวคราวของหลงหลิงเลย หลงเหยียนจับทางไม่ถูกจริงๆ
…
ไม่รู้ว่ายังเหลือเวลาอีกกี่วันก่อนเข้าไปในห้วงมิติเฉียนคุน ในเมื่อหลงเหยียนไม่คิดไปสนามประลองยุทธ์ เช่นนั้นก็ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยสูญเปล่าไม่ได้ ตอนนี้เขาต้องรีบเลื่อนระดับพลังของตน มีเพียงแบบนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขามีโอกาสรอดชีวิต
หลงเหยียนนั่งขัดสมาธิ ระหว่างฝึกวิชา เขาก็ใช้กวยหยวนในการัักระบวนวิชา แล้วธาตุพลังจากกวนหยวนก็ไหลไปทั่วร่างกาย
นับั้แ่มาถึงเมืองอู่ตี้ หลงเหยียนก็ไม่ได้ใช้กายสุริยะมานานมากแล้ว อีกหน่อยมีวิชากวยหยวน ทั้งพลังการป้องกันตัวของหลงเหยียนยังเลื่อนขึ้นอีก ฉะนั้นโดยปกติหลงเหยียนคงไม่ได้ใช้วิชากายสุริยะแล้ว กวยหยวนนี้มาในเวลาที่เหมาะเจาะจริงๆ
ธาตุพลังจากหญ้าดูดิญญาในร่างกายหลงเหยียนรักษาอาการาเ็ รอยแผลที่มีจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ หลังธาตุพลังกวนหยวนส่งไปทั่วร่างกาย รอยเ่าั้ก็หายไป
“กวนหยวนดีอย่างที่คิดไว้จริงๆ!”
หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีสติ ไม่จำเป็ต้องสนใจเสียงหัวเราะเยาะเย้ยเ่าั้ ต่อให้หลงเหยียนไม่ไปที่สนามประลองยุทธ์ ถึงอย่างไรเขาก็เข้าใจและยอมรับทุกอย่างได้ดี หลงเหยียนเป็คนที่แยกแยะได้ดี
“ไม่สนมันหรอก อยากทำอะไรก็เชิญ”
ผ่านการฝึกหนึ่งวัน รวมกับการควบคุมกวนหยวน เวลาผ่านไปเร็วยิ่งนัก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทา หลงเหยียนลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
ิญญาัที่แข็งแกร่งนั้นััได้ว่าหลิงเทียนอวี่ที่อยู่ด้านนอกกำลังใกล้เข้ามา
หลงเหยียนเปิดประตูห้องก่อนจะมองเขา
“พี่อวี่ มาแล้วหรือ”
หลิงเทียนอวี่มองประเมินหลงเหยียนั้แ่หัวจรดเท้า จากนั้นก็นำมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับไหล่หลงเหยียนก่อนพูดด้วยเสียงตื่นเต้น “เ้ามันเหนืุ์จริงๆ บ่ายวันนี้ ข้าเพิ่งรู้มาว่าเ้าเข้าสู่ระดับชีพมนุษย์เริ่มแรกแล้ว!”
“ด้วยพละกำลังและพร์ระดับนี้ เกรงว่าในเรือนเหยากวาง เ้าคืออัจฉริยะที่มีความสามารถสูงสุดแล้ว มีหรือที่เราจะยอมให้การเติบโตเ้าหยุดลงเท่านี้ ปล่อยให้เ้าไปสู้กับเทียนหลาง”
หลงเหยียนยิ้ม “ความจริงข้าก็ไม่คิดจะไปหรอก ท่านคิดว่าข้าโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ ข้าก็แค่โมโห เขารังแกคนมากเกินไป ข้าไม่ปล่อยเขาไปหรอก วันหนึ่งข้าต้องสังหารเขาให้ได้”
ขณะที่หลงเหยียนพูดนั้น แววตาเขาก็ประกายความเยือกเย็น
หลิงเทียนอวี่ได้ยินมาว่าหลงเหยียนมีพลังระดับชีพมนุษย์แล้ว เขาก็นับถือในความสามารถของหลงเหยียนมากเช่นกัน
“แพ้เป็พระ ชนะเป็มาร คนที่สามารถทนได้จนท้ายที่สุดถึงจะเป็าาตัวจริง!” ขณะที่หลงเหยียนพูด ท่าทางเขาคล้ายตื่นตระหนกมาก
หลิงเทียนอวี่มองหลงเหยียน หวังว่าเขาจะเข้าใจ ระดับชีพมนุษย์ไม่อาจเอาชนะชีพธรณีได้อยู่แล้ว อย่างไรเสียก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของหลงเหยียน
“หลงเหยียน เขา… เป็ถึงผู้ที่แข็งแกร่ง ทั้งยังเป็ศิษย์เอกของใต้เท้าผู้นำแห่งหน่วยกฎระเบียบ เป็สายเืของผู้าุโชั้นในของเผ่าอู่ตี้ จะฆ่าเขา… เช่นนั้นจะ?”
“แล้ว?” หลงเหยียนนึกถึงเทียนหลาง หัวใจเขาก็รู้สึกเ็าขึ้นมาก แน่นอนว่าการจะฆ่าเทียนหลางต้องเป็ความลับ หลงเหยียนไม่ได้โง่เขลาขนาดนั้น
…
ผ่านไปสองวัน
หลงเหยียนไม่ได้ไปสนามประลองตามที่คิด ทำให้ชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วสำนักตงฟาง
“พี่เหยียน ลองฟังเสียงะโข้างนอกสิ ทุกคนกำลังเรียกท่านว่าคนตาขาว!”
หลงเหยียนสบถเสียงดัง “ข้าเดินตามทางตัวเอง ใครจะว่ายังไงก็ช่างเถิด บิดาไม่อยากสนใจพวกเขา”
หลงเหยียนแสดงท่าทางคล้ายไม่ใส่ใจ “ไม่ว่าอย่างไร หนังหน้าข้าก็หนาอยู่แล้ว เทียนหลางคงไม่มาหาข้าถึงที่หรอก”
หากมีพละกำลังน้อย อาจทำให้ตนต้องตายอย่างอนาถ
เพิ่งนึกถึงเทียนหลางที่น่ารังเกียจ ในใจเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหมดเรี่ยวแรง
หลงเหยียนแสดงท่าทีเหมือนไม่สนใจ ทว่านั่นกลับเป็สิ่งที่เขาอดกลั้น เพียงฝืนแสดงก็เท่านั้น หากเป็ไปได้ เขาต้องทำให้เทียนหลางตายอนาถกว่าลั่วซาง
ทันใดนั้น ประตูถูกเคาะจากด้านนอก หลงเหยียนนึกว่าเทียนหลางมาจริงๆ
ประตูเปิดออก หลิงเทียนอวี่ปรากฏตรงหน้าเขาอีกครั้งพร้อมชูนิ้วโป้งให้
“นอกห้องเ้ามีคนล้อมเต็มไปหมด ต่างก็รอดูการประลองสนุกๆ นึกไม่ถึงว่าเ้ากลับควบคุมอารมณ์ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า วันก่อนข้าไปสนามประลอง ทว่าเห็นเทียนหลางยืนอยู่บนนั้นคนเดียว เ้าไม่ปรากฏตัว ทำให้เขาโมโหมาก”
“ด้านล่างสนามประลองมีคนยืนล้อมนับพันคน ในนั้นยังมีใต้เท้าผู้นำจากเจ็ดหน่วย ผลสุดท้ายเ้ากลับไม่มา…”
ขณะที่พูด หลิงเทียนอวี่ก็กลั้นไม่อยู่ หัวเราะออกมา นึกถึงภาพที่ยิ่งใหญ่ เทียนหลางต้องโกรธหลงเหยียนมากแน่
“พี่อวี่ ท่านมาในวันนี้ ไม่ใช่แค่อยากบอกเื่นี้กับข้าหรอก”
หลิงเทียนอวี่ได้ยินเช่นนั้นก็หุบยิ้ม แสดงสีหน้าเคร่งขรึม
“ที่ข้ามาในวันนี้เพราะมีข่าวร้ายจะบอกเ้า หลังจากนี้ห้าวัน เื่ที่พวกเ้าต้องเข้าห้วงมิติเฉียนคุน”
“มีผู้เข้าร่วมประมาณหนึ่งพันกว่าคน ล้วนเป็คนระดับชีพมนุษย์ทั้งสิ้น บอกได้เลยว่านี่เป็การแย่งชิงกันระหว่างสิบหน่วยก็ว่าได้ หากครั้งนี้ คนเรือนเหยากวางของเรามีพละกำลังเข้าชั้นที่สาม แน่นอนว่าจำนวนคนยิ่งมากก็ยิ่งดี”
“ถึงตอนนั้น เรือนเหยากวางของเราก็สามารถยืดอกอย่างผ่าเผยได้แล้ว ข้ามีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง กลับเสียสิทธิ์เข้าร่วมเพราะการแข่งขันนี้มีเกณฑ์อายุคั่นกลาง ผู้เข้าร่วมต้องอายุต่ำกว่ายี่สิบสองปี”
หลงเหยียนรู้สึกคันไม้คันมือ “ประเสริฐ ในที่สุดก็จะได้เข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุน ได้สังหารปีศาจอสูรแล้ว ข้าแทบรอไม่ไหว ท่านบอกว่าเป็ข่าวร้าย คงเป็เทียนหลางใช่หรือไม่ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเขาจะเข้าร่วมด้วย”
หลิงเทียนอวี่พยักหน้า “ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็หัวหน้าจากตัวแทนหน่วยกฎระเบียบ หนึ่งหน่วยแยกออกเป็สิบกลุ่มเล็ก ส่วนข้าเป็หัวหน้ากลุ่มเล็กของตัวแทนจากเรือนเหยากวาง”
“หัวหน้าเล็ก เช่นนั้นท่านก็เข้าห้วงมิติเฉียนคุนได้แล้วสิ ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าห้วงมิติเฉียนคุนมันเป็อย่างไรกันแน่”
หลิงเทียนอวี่พูดต่อ “หนึ่งกลุ่มเล็กมีสิบคน เมื่อได้เข้าไปในห้วงมิติเฉียนคุน เ้าก็จะรู้เองว่ามันเป็เช่นไร”
--------------------
