ชูชิงใช้เวลาไม่นานก็ซักผ้าเช็ดหน้าจนสะอาด ก่อนจะหยิบไม้หนีบตัวจิ๋วมาหนีบผ้าไว้กับราวกันลมพัดปลิวหายไป
ราวสิบนาทีผ่านไป ต้าลี่ก็จัดการชำแหละกระต่ายป่าเสร็จสรรพ เขาแบ่งเนื้อกระต่ายออกเป็สองส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งยกให้ชูชิงเก็บไว้ทำกินกับพ่อแม่ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเขาจะนำกลับไปที่หมู่บ้านเป่ยซิน
เมื่อส่งต้าลี่กลับไปแล้ว ชูชิงก็ไม่รอช้า ลงมือตุ๋นเนื้อกระต่ายทันที กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยฟุ้งออกมาจากห้องครัว ทะลุไปเตะจมูกของเถาอี้เฉินที่ซ่อนตัวอยู่ จนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
จมูกของเถาอี้เฉินนั้นไวเป็เลิศ เพียงแค่ได้กลิ่นเขาก็แยกแยะได้ทันทีว่าเนื้อกระต่ายหม้อนี้ไม่ธรรมดา ฝีมือการปรุงแตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าแม่สาวน้อยคนนี้ไปร่ำเรียนวิชามาจากไหน? เท่าที่เขารู้มา ทั้งชีวิตของเธอแทบไม่เคยได้กินเนื้อกระต่ายด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะรู้วิธีตุ๋นให้อร่อยเหาะขนาดนี้เลย
เขาเฝ้าจับตาดูชูชิงมาสามวันสามคืนแล้ว นอกเหนือจากเื่ความโชคดีที่น่าประหลาดใจนั้น ทุกอย่างก็ดูปกติ ไม่มีวี่แววของ ‘บุคคลลึกลับ’ ที่คอยช่วยเหลืออยู่เื้ัอย่างที่เขาสงสัย ตลอดสามวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน หากมีใครแอบติดต่อเธอจริง เขาไม่มีทางพลาดแน่... เว้นแต่ว่าคนคนนั้นจะไม่มีตัวตนอยู่จริง
เมื่อนึกถึงเื่ที่ชูชิงไหว้วานให้เขาหา ‘ตังถั่งเช่าสด’ มาให้ เขาจึงรีบตรงดิ่งไปที่สถานีรถไฟ ขบวนรถไฟจากมณฑลยูนนานกำลังจะเทียบชานชาลาในอีกห้านาทีข้างหน้า ซึ่งมีเพื่อนของเขาเป็พนักงานดูแลขบวนรถอยู่ เถาอี้เฉินโทรขอความช่วยเหลือไปเมื่อสามวันก่อน และเพื่อนคนนี้ก็ยินดีจัดหาให้อย่างเต็มใจ
ห้าโมงเย็น เถาอี้เฉินก็มาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของชูชิงพร้อมกับของในมือ วันนี้ร้านอาหารเช้าของชูชิงเปิดกิจการอย่างเป็ทางการวันแรก และผลตอบรับก็ถล่มทลาย บะหมี่เกี๊ยว ซาลาเปา ไข่พะโล้ หรือแม้แต่โจ๊ก ทุกอย่างขายหมดเกลี้ยงจนต้องปิดร้านั้แ่หัววัน
ต้าลี่ที่แวะมาช่วยงานกำลังจะกลับพอดี ก็บังเอิญเจอกับเถาอี้เฉินที่หน้าประตู แม้ใบหน้าหล่อเหลาจะดูอิดโรยไปบ้าง แต่รังสีความเ็าก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิด ต้าลี่ชินกับบุคลิกแบบนี้ของเขาแล้วจึงเอ่ยทักทาย
“อี้เฉิน กลับมาจากยูนนานแล้วเหรอ? เมื่อกี้ได้ยินชิงชิงบ่นถึงอยู่พอดี...”
เถาอี้เฉินชูห่อกระดาษขนาดฝ่ามือขึ้น “ฉันเอาสมุนไพรมาให้เธอ ยัยหนูอยู่ไหนล่ะ?”
ทันทีที่ได้ยินเสียงเถาอี้เฉิน ชูชิงก็พุ่งตัวออกจากครัวมาหยุดกึกห่างจากเขาประมาณหนึ่งเมตร ดวงตาเป็ประกาย
“พี่เถา กลับมาแล้วเหรอคะ เอาตังถั่งเช่ามาให้หนูใช่ไหมคะ”
เถาอี้เฉินส่งเสียงรับในลำคอสั้นๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย พลางยื่นห่อกระดาษส่งให้ ชูชิงรีบรับมาเปิดดู ภายในห่อคือตังถั่งเช่าสดใหม่ที่ยังมีเศษดินติดอยู่
“พี่เถา ขอบคุณมากนะคะ เท่าไหร่คะ หนูจะจ่ายเงินให้”
รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้าของชายหนุ่ม “ไม่ต้อง”
“ไม่จ่ายได้ไงคะ เงินพี่ไม่ได้งอกออกมาจากต้นไม้นะ...” ชูชิงล้วงเงินออกมา หวังจะนับแบงก์ห้าสิบหยวนยัดใส่มือเขา แต่ถูกเถาอี้เฉินยกมือห้ามไว้เสียก่อน
“ชูชิง ฉันบอกว่าไม่เอาก็คือไม่เอา ถ้าเกรงใจนัก ก็ขอแลกเป็การได้เห็น ‘ความโชคดี’ ของเธอสักครั้งก็แล้วกัน เธอเคยโม้ไว้ไม่ใช่เหรอว่าเดินไปไหนก็เจอแต่ของดี ทั้งแป้ง ทั้งข้าวสาร”
ต้าลี่หัวเราะร่า “อี้เฉิน นายมาช้าไป ถ้ามาเร็วกว่านี้สักสองวันคงได้กินเนื้อกระต่ายตุ๋นฝีมือชิงชิงแล้ว รายนั้นเดินไปไหนก็เจอของดีจริงๆ นะ”
ชูชิงชะงักไปนิดหนึ่ง นึกถึงคำเตือนของระบบมิติว่าห้ามเรียกสัตว์ออกมาบ่อยเกินไป ขืนโชว์ออฟตอนนี้ความแตกแน่
“พี่เถาคะ โชคดีมันไม่ได้มีโปรโมชั่นมาทุกวันนะคะ เมื่อวานเพิ่งเจอกระต่ายไป สงสัยแต้มบุญคงหมดแล้ว ต้องรอคูลดาวน์อีกสักเดือนสองเดือนนู่นแหละค่ะถึงจะมีมาอีก”
เถาอี้เฉินเลิกคิ้ว “งั้นเหรอ? ได้... อีกเดือนสองเดือนฉันจะมาใหม่ ถึงตอนนั้นหวังว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองนะ”
ชูชิงทำหน้าจนใจ “หนูกำหนดเวลาไม่ได้หรอกค่ะ นอกจากพี่จะมาสิงอยู่ข้างตัวหนูทุกวัน”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะมาฝากท้องกินข้าวบ้านเธอทุกวันหรอกนะ” พูดจบ เถาอี้เฉินก็หันหลังเดินหนีไปดื้อๆ
ต้าลี่รีบก้าวตามไป “อี้เฉิน เดี๋ยว มีเื่จะคุยด้วยหน่อย”
เถาอี้เฉินไม่หยุดเดิน เพียงแต่เปรยออกมาสั้นๆ “ว่ามา”
ต้าลี่กระแอมไอแก้เก้อ “เอ่อ... คือไอ้วิธีทำชิ้นส่วนเครื่องจักรที่นายเคยสอนฉันตอนเด็กๆ น่ะ ฉันขอยืมไปต่อรองแลกบ้านพักกับหัวหน้าโรงงานทอผ้าหน่อยได้ไหม?”
เถาอี้เฉินพยักหน้า “ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนหนึ่งข้อ”
“ว่ามาเลย”
“จดสิทธิบัตรกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพวกนั้นซะ”
“สบายมาก แถมฉันจะใส่ชื่อนายเป็ผู้คิดค้นคนแรกให้ด้วย”
“ตรงตามความตั้งใจของฉันเป๊ะ... ต้าลี่ นายอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ วันนี้ฉันจะกลับปักกิ่งแล้ว พอเจอคุณปู่ ฉันจะบอกท่านให้ว่านายอยู่ที่นี่สบายดี มีความสุขกว่าตอนอยู่บ้านเถาเยอะ”
“ดี... แล้วฝากบอกพ่อด้วยว่า ให้คิดซะว่าไม่มีลูกชายคนนี้แล้ว”
เถาอี้เฉินชะงักฝีเท้า “หมายความว่ายังไง?”
“ถ้าความจำฉันยังดีอยู่... มันมีคนจ้องจะเล่นงานตระกูลเถา และฉันคือเป้าหมาย ตราบใดที่ฉันไม่กลับไป พวกนายทุกคนก็จะปลอดภัย”
“พูดจาลึกลับ... มีหลักฐานไหม?”
“ไม่มี”
“ไม่มีหลักฐาน ฉันก็อธิบายให้ปู่ฟังไม่ถูกหรอก แต่ฉันจะลองสืบดู” เถาอี้เฉินเปลี่ยนเื่ “แล้วผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่นายติดต่อไว้จะมาถึงเมื่อไหร่?”
“อีกประมาณเดือนนึง”
“มิน่าล่ะ... นายถึงบอกชิงชิงว่าจะกลับมาขอข้าวกินอีกทีเดือนหน้า ที่แท้ก็จะพาหมอมารักษาฉันนี่เอง”
“รู้ทันตลอด... ฉันเหนื่อยแล้ว ไว้คุยกันวันหลัง”
“อืม โชคดี”
ต้าลี่มองส่งแผ่นหลังของหลานรักจนลับสายตา เถาอี้เฉินคงตรงไปหา กู้เฉียน ที่โรงแรม แล้วขับรถบึ่งกลับปักกิ่งทันที
...
ในขณะเดียวกัน ชูชิงก็รีบแวบเข้ามาในมิติเพื่อปลูกตังถั่งเช่า
“มิติเอ๋ย พอมีตังถั่งเช่าพวกนี้เป็เชื้อ
อีกเดี๋ยวฉันต้องมีตังถั่งเช่าเต็มสวนแน่ๆ กลิ่นความรวยมันลอยมาแตะจมูกแล้วเนี่ย”
เสียงของมิติตอบกลับมาเรียบๆ “อย่าลืมนะ อีกหนึ่งเดือนถึงจะเอาของออกไปได้”
“ไม่ลืมหรอกจ้า อีกแค่เดือนเดียว พอขายได้ฉันก็เป็เศรษฐีแล้ว”
“อะแฮ่ม... ชิงชิง ที่จริงข้ามีเื่หนึ่งที่ยังไม่ได้บอกท่าน...” ชูชิงสังวรใจไม่ดีขึ้นมาตงิดๆ รู้สึกเหมือนตังถั่งเช่าในมือกำลังจะปลิวหายไป
“อย่ามาอึกอัก มีอะไรก็พูดมาตรงๆ”
“คือ... ตอนเรียกกระต่ายป่าออกมาข้าใช้พลังงานไปเยอะมาก พอเห็นตังถั่งเช่านี่... ข้าเลยอยากจะขอดูดซับมันไปฟื้นพลังหน่อยน่ะ แหะๆ ขอโทษทีนะ”
สิ้นเสียง ตังถั่งเช่าที่เพิ่งลงดินไปก็อันตรธานหายไปกว่าครึ่งต่อหน้าต่อตา ชูชิงรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามิติต้องเสียพลังงานเพื่อช่วยเธอ จึงจำใจต้องกัดฟันยอม
“เอาเถอะๆ อยากดูดก็ดูดไป เดี๋ยวฉันค่อยฝากคนหามาเพิ่มทีหลังก็ได้”
“ขอบใจจ้ะ” พริบตาเดียว ตังถั่งเช่าที่เหลือทั้งหมดก็วาร์ปหายไปเกลี้ยง ชูชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ขอฉันออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกแป๊บนะ”
ทันทีที่เธอกลับออกมาสู่โลกความจริง ไม่นานต้าลี่ก็เดินกลับมาถึง
“ชิงชิง... ลุงลืมบอกไปเื่นึง ครอบครัวเหลียนซานเขาไม่มีที่ไปแล้ว ตอนนี้เลยมาพักอยู่บ้านเรา ยายหนูกับลุงคุยกันว่าจะช่วยพวกเขาสร้างบ้านเล็กๆ อยู่ข้างๆ บ้านเรา หนูจะว่าอะไรไหม?”
“หนูเห็นด้วยค่ะ” ชูชิงตอบรับทันที มือก็ล้วงเงินห้าสิบหยวนยื่นให้ “ลุงคะ ฝากเอาเงินนี่ไปให้ยายด้วยนะคะ ช่วยเหลือครอบครัวพี่เหลียนซานให้เต็มที่เลยค่ะ”
เหลียนซานคืออนาคตผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ ต้องผูกมิตรไว้ให้แน่นๆ
ต้าลี่โบกมือปฏิเสธพัลวัน “เื่เงินไม่ต้องหรอก ยายบอกว่าเงินที่บ้านมีพอแล้ว แค่อยากรู้ว่าหนูโอเคไหมที่จะช่วยพวกเขา งั้นลุงไปบอกยายก่อนนะ”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ต้าลี่ก็วิ่งแน่บจากไป ทิ้งให้ชูชิงยืนงงอยู่คนเดียว
กว่าชูชิงจะตั้งสติได้ก็นึกเอะใจขึ้นมา... เดี๋ยวนะ ยายคงไม่ได้เข้าใจผิดคิดว่าเธอยังเป็เด็กแก่แดดแอบปิ๊งเหลียนซานหรอกใช่มั้ย?
