บ้านไม้ของลุคกับรูริเงียบสงบ แสงแดดสายลอดผ่านหน้าต่างไม้ ส่องเป็ลำบนพื้นห้อง ฝุ่นละอองลอยระยิบในอากาศเหมือนประกายละเอียด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของฟืนและสมุนไพรในตู้ยังอวลอยู่ แต่ในความสงบกลับมีแรงกดดันที่หนักจนแทบหายใจไม่ออก
รูริ นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เล็ก ๆ ข้างโต๊ะ มือเล็กกำชายกระโปรงแน่น ใบหน้าแดงจัดแต่ไม่กล้าเงยขึ้นมองตรง ๆ
ฝั่งตรงข้าม นิค นั่งโน้มตัวไปข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ปกคลุมบรรยากาศรอบห้องได้จนหมด ดวงตาคมไม่ละจากเด็กสาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาขบกรามแน่น พยายามกดข่มความรู้สึกที่เดือดพล่านอยู่ในอก แต่กลับยิ่งเผยออกมาชัด
กางเกงผ้าหยาบที่เขาสวมตึงแน่นจนปูดนูนตรงกลาง ความจริงที่ไม่อาจซ่อนบอกชัดว่าร่างกายเขากำลังทรมานเพียงใด
รูริเหลือบมองเพียงแวบเดียวก็รีบหันหน้าหนีทันที ใบหน้าแดงวูบขึ้นเหมือนถูกไฟลวก หัวใจเต้นแรงรัวไม่เป็ส่ำ
“รูริ…”
เสียงทุ้มต่ำของนิคดังขึ้น ก้องกังวานในห้องเงียบเหมือนค้อนทุบหัวใจเธอ
เด็กสาวสะดุ้งเฮือก
“ค-คะ…คุณนิค?”
เสียงสั่นสะท้าน
นิคยกมือกุมหน้าผาก ถอนหายใจแรงเหมือนกลั้นไม่ไหว
“ผม…ทนไม่ไหวแล้ว”
รูริตัวแข็งทื่อ สายตาสั่นไหว
“ทน…อะไรคะ?”
ทั้งที่เธอไม่อยากได้คำตอบ แต่ภาพเป้ากางเกงตึงแน่นนั้นกลับลอยวนอยู่ในหัวจนหนีไม่พ้น
เขาเงยหน้ามาสบตาเธอตรง ๆ ดวงตาคมเต็มไปด้วยไฟร้อนรุ่มที่ไม่พยายามซ่อนอีกต่อไป
“รูริ…ช่วยผมหน่อยได้ไหม”
“เอ๊ะ…!?”
เด็กสาวเผลอร้องเสียงหลง ใบหน้าซีดสลับแดง ลมหายใจสะดุดติดขัด เธอกอดอกแน่น ตัวสั่นราวกับกำลังจะร้องไห้
“มะ…ไม่…ฉัน…ฉันทำไม่ได้…”
นิคขยับเข้าใกล้เล็กน้อย เงาของเขาทาบทับเธอบนพื้นไม้ แต่เสียงยังหนักแน่น
“ผมไม่ได้จะให้เธอมาทำอะไรหรอก…แค่…ปล่อยให้ผมได้อยู่ตรงนี้ ปล่อยให้ผมระบายต่อหน้าเธอ…แค่นั้น”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดกรีดกลางหัวใจรูริ เธอเบิกตากว้าง หายใจหอบถี่ ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในอกคือความกลัว ความอาย หรืออย่างอื่นที่เธอไม่กล้าพูดออกมา
บ้านทั้งหลังเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของนิคที่ก้องสะท้อน และเสียงหัวใจของรูริที่เต้นรัวจนหูอื้อ
เธอก้มหน้าหลับตาแน่น มือเล็กกำกระโปรงจนยับยู่ยี่ ร่างทั้งร่างสั่นเทาเหมือนจะพังลงในวินาทีถัดไป ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าเบา ๆ เสียงแ่จนแทบไม่ได้ยิน
“ฉัน…จะไม่หนีค่ะ”
นิคชะงัก ดวงตาคมเบิกกว้างเหมือนโล่งใจและคลุ้มคลั่งในเวลาเดียวกัน ร่างใหญ่สั่นน้อย ๆ เขากำมือแน่นบนเข่า พยายามสะกดใจไม่ให้ขยับเกินขอบเขต แต่เป้ากางเกงกลับกระตุกชัดเจน ยิ่งตอกย้ำว่าไฟที่สุมอยู่ในกายกำลังจะะเิ
รูริเหลือบตาขึ้นสบเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบหลบเหมือนถูกไฟลวก ใบหน้าแดงจัดจนถึงใบหู ร่างเล็กกอดอกแน่นจนตัวสั่น
และตรงนั้นเอง แสงแดดยังคงส่องเข้ามาเหมือนเดิม แต่บรรยากาศในบ้านกลับอึดอัดร้อนระอุยิ่งกว่ายามค่ำ คืนที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันคุกรุ่น พร้อมจะปะทุในตอนต่อไป
