“เย้าหลูกู่ ราชันย์ปีศาจกะโหลก เ้าแห่งภพผีปีศาจ” ปินลู่ซีเฉินพูดนิ่ง ฮวาเฟยฟาเข้าใจ และเริ่มเล่าประวัติเ้าภพปีศาจต่อ
“เย้าหลูกู่ เ้าแห่งภพปีศาจ ภพปฏิสนธิคือภพมนุษย์ เหตุการณ์นั้นล่วงเลยมาก่อนที่ข้าจะกำเนิด แต่ทุกอย่างเท่าที่ทราบเกี่ยวกับภพผีปีศาจ และตัวเ้าภพนั้นล้วนถูกบันทึกไว้ในหอมนต์ตรา์ “เย้าหลูกู่” เดิมในร่างมนุษย์ชื่อ “กู่เห้อลี่” เป็มนุษย์ที่เกิดมาเลวร้ายที่สุดั้แ่มีมนุษย์และภพมนุษย์ถือกำเนิดมา
แม้นร่างจุติเป็มนุษย์แต่เมื่อยามกำเนิดผู้เป็พ่อมีความเชื่อในลัทธิประหลาดแต่าเื่บูชาภูติผี จึงได้มีการอัญเชิญิญญามากมายมาเข้าร่างทารกเพื่อหวังให้ลูกตนแข็งแรง และเป็เกราะคุ้มภัย แต่เหล่าิญญาที่มนุษย์อย่างบิดาของกู่เห้อลี่ผู้ไม่มีความรู้ และไม่มีความสามารถทางเวทย์แต่อย่างใดสามารถร้องเรียกมา และโดนลวงหลอกได้นั้น ล้วนเป็ิญญาเถื่อน และภูตผีตามป่าเขารายทาง เมื่อิญญาผีร้ายพวกนี้ได้รับการเปิดทางโดยมนต์โบราณประหลาดก็รีบเข้าสิงสู่ร่างทารกน้อยทำให้กู่เห้อลี่ซ่อนความวิปริตบางอย่างไว้ด้านในลึกๆ เตรียมรอวันะเิ
เห้อลี่นั้นภายนอกเป็ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง ตั้งใจขยันทำงานทั่วไป และเค้ายังเคยเข้าสมัครเป็ผู้ฝึกตน ด้วยความเพียรพยายามของเค้าในที่สุด ก็ได้บบรจุเข้าเป็ผู้ฝึกตนร่ำเรียนในสำนักฝึกตนจิ๊งเต็ก กู่เห้อลี่ก็มานะร่ำเรียนด้วยความตั้งใจ แต่เนื่องด้วยพลังจักราที่ไม่กล้าแกร่งในร่างมนุษย์ส่งผลให้วิชาดาบกระบี่ไม่รุดหน้าเท่าใดนัก ดังนั้นวิชาที่เค้าหันเหความสนใจไปให้ส่วนใหญ่จึงเป็ มนต์ คาถา ไม่ใช่แค่คาถาที่ถูกต้องจากสำนัก
แต่กู่เห้อลี่มีการเสาะหาตำราแปลกใหม่ และ ดัดแปลงจากนอกสำนักมาเป็คาถาของตนมากมาย หลังจากเริ่มเรียนรู้และฝึกซ้อมจนแก่กล้าวิชา ผนวกเข้ากับชาติกำเนิดที่มีความบูดเบี้ยวพิลึกพิลั่นทางจิตใจก็เป็เสมือนเป็การปลุกผี และิญญาร้ายในตัวให้ตื่นขึ้นและเริ่มครอบงำร่างกาย จิตใจ และจิติญญาของตัวเค้าเอง
หนึ่งในวิธีการฝึกร่ายมนต์ร่ายเวทย์ และเพิ่มพลังจักราให้กับตัวเองของกู่เห้อลี่คือ การบูชายัญเวทย์ต่างๆ ด้วย เนื้อ เื กระดูก ของสิ่งมีชีวิต กู่เห้อลี่จับและแล่เนื้อสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง เค้าจะจับเหยื่อมา ขึง และค่อยๆ แล่เนื้อเหยื่อออกทีละชิ้น ทีละชิ้น และฟังเสียงร้องของเหยื่อ จนสิ้นลมไป แต่เค้าก็ยังแล่อยู่อย่างนั้นจนเหยื่อเหลือแต่กระดูก เห้อลี่จะนำ เื เนื้อ ที่เฉือนออกมาสดๆ บูชาเวทย์ต่างๆ ให้เพิ่มความแข็งแกร่งของการร่ายมนตร์ ส่วน โครงกระดูกและกะโหลกจะถูกผ่านพิธีด้วย
“มนต์ตรึงิญญา” กักขังิญญาที่เค้าชำแหละไว้ในกะโหลกนั้นเพื่อเป็พลังจักรา และร่ายเวทย์สวมทับมันลงในศีรษะตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมีพลังจักราที่กล้าแกร่ง และพลังเวทย์ด้านมืด และโหดร้ายมากมาย มีมนุษย์ เดรัจฉาน เทพเซียน ภูติ อื่นๆ อีกมากมายที่เคราะห์ร้ายกลายมาเป็เหยื่อให้กู่เห้อลี่
แต่อย่างไรก็ตาม เื่การตาย กลิ่นคาวคละคลุ้งของเื และการหายสาบสูญของดวงิญญา และร่างมากมายไม่อาจถูกปิดไว้ ทุกภพ ตื่นตัว กระเทือน กับการหายไปของสมาชิคตน มีการแจ้ง และตามหาสาเหตุจนหลักฐานทุกอย่างล้วนชี้นำตรงกันมาที่กระท่อมกลางหุบเขาลึกลับ ที่ตั้งอยู่ในหนึ่งหุบเขากว่า 999 ลูก ที่เป็ปราการก่อนเข้าหมู่บ้านชุนเทียน เห้อลี่พลาดโดนจับขณะที่ตัวเองกำลังเข้าพิธีจันทราสีเื พิธีเพิ่มพลัง ผู้ฝึกจะต้องร่ายมนตร์เก็บตัวเป็เวลาสามเดือนห้ามถูกรบกวน ไม่งั้นพลังจะแตกซ่าน เหล่าเทพจากภพ์ คนจากสำนักเซียน และชาวบ้านมนุษย์ เข้าจู่โจมตรงเวลานั้นที่กุ่เห้อลี่กำลังอ่อนแรง เศษชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิต มนุษย์ สัตว์ เทพเซียน ุ์ ภูติ ถูกพบมากมายกองทับถมสูงเหมือนูเากลิ่นคาวเืคละคลุ้งและเจิ่งนอง และหัวกะโหลกมากมายที่มีการลงเวทย์ และถูกติดตรึงไว้ตามรายทางั้แ่ตีนเขาจนถึงกระท่อมของกู่เห้อลี่ ผู้ที่ร่วมเดินทางไปจับกู่เห้อลี่วันนั้นล้วนกล่าวขานว่าที่นั่นคือนรกบนดิน “หุบเขากะโหลก”
เห้อลี่ถูกจับ ทรมาน และปะาด้วยวิธีการต่างๆ แต่ร่างของเห้อลี่นั้นกลับไม่ตาย จนท้ายสุดโดนเผา และเลาะเนื้อจนเหลือแต่กะโหลก ทุกคนเข้าใจว่าิญญาเค้าต้องถูกจองจำที่ปรภพชั่วนิรันดร์
แต่เื่ประหลาดก็ยังไม่หมด เห้อลี่เองแม้เหลือแต่กะโหลก และร่างเป็กระดูก แต่โครงกระดูกนั้นก็ยังมีพลังจักราที่น่าสยดสยองแผ่ออกมา และยังััได้ถึงดวงจิตที่สถิตอยู่ ทุกคนลงความเห็นว่าเค้าเป็ะ และร่างที่ชั่วร้ายนี้ต้องถูกตรึงไว้ด้วย “โซ่ตรวนแห่งปรภพ” ของาาหมาป่าดำเ้าปรภพเท่านั้น เพราะมีแต่ของสิ่งนั้นที่สามารถพันธนาการทุกสิ่งไว้ไม่มีวันหลุดหายไปไหน ไม่ว่าจะเป็ร่าง เทพ ร่างมนุษย์ ร่างสัตว์ รวมถึง ดวงจิตของสรรพชีวิตทั้งหมด ดังนี้ร่างโครงกระดูกของกู่เห้อลี่ถูกส่งต่อไปยังเ้าแห่งปรภพปีศาจหมาป่าดำ (เสด็จพ่อของเ้าวั่งซู)
เื่ราวแปลกๆ ก็ยังไม่จบลง หลังจากที่ผ่านพิธี และมนต์แห่งเ้าปรภพ โซ่ตรวนนั้นนอกจากจะไม่ตรึงโครงกระดูกนั้นแต่หลอมหลวมเข้าโครงร่างของกู่เห้อลี่ เสด็จพ่อของเ้าวั่งซูเข้าใจว่ามันเป็เพราะโซ่ตรวนนี่สร้างขึ้นมาจากโครงกระดูกของิญญามากมายที่ไม่ได้เวียนว่ายแต่ดับสูญอยู่ในปรภพ เป็ไปได้ว่าโซ่ตรวนนี้แค่รู้สึกว่าเจอธาตุที่เข้ากันได้จึงปฏิเสธการตรึงแต่หลอมรวมเข้า ด้วยเหตุนั้นร่างของกู่เห้อลี่จึงไม่อาจถูกจองจำไว้ในปรภพ ดังนั้น เ้าแห่งปรภพจึงจำต้องส่งคืนร่างกู่เห้อลี่สู่ภพมนุษย์ภพกำเนิดแต่โดนปฏิเสธเพราะถือเป็ภัยอันตราย และมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะต่อกรกลับปีศาจร้ายแบบนี้ได้ เมื่อร่างเห้อลี่ไม่มีที่อยู่และไม่อาจตายได้ และอีกอย่างอย่างที่รู้ทั่วกัน ถึงแม้ร่างนี้จะเป็โครงกระดูกแต่ดวงจิตยังคงมาจากภพกำเนิดมนุษย์ทำให้ร่างนี้ไม่สามารถอยู่ที่ปรภพได้หากปราศจากการพันธการจากจากโซ่ตรวนแห่งปรภพ ดังนั้นโครงร่างของเห้อลี่ต้องถูกย้ายไปสักที่ที่เหมาะกับมัน
เทพธิดาแห่งแสงจันทร์ เสด็จแม่ของเ้าวั่งซูได้ปรึกษาเทพเซียนจาก์ และได้รับการยินยอมจากทุกภพให้ใช้ “มนต์จันทร์กระจ่างมิติ” สร้างช่องว่างเล็กๆ ระหว่างภพขึ้น และให้ เ้าปรภพปีศาจหมาป่าดำใช้เคียวสู่ภพส่งร่างกู่เห้อลี่ไปยังภพภูมิใหม่นั้นและปิดผนึกไว้ชั่วนิรันดร์ และนั่นคือการถือกำเนิดขึ้นของภพภูมิเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสว่างแห่งแสงจันทร์ที่ห่อหุ้มความดำมืดของร่างกู่เห้อลี่ไว้ตราบมา
แต่ทว่าั้แ่นั้นมาไม่มีใครได้เข้าไปเยือนภพแห่งนั้นอีก เพราะเข้าใจว่าเป็ภพที่ถูกผนึกปิดตายไว้ส่วนที่ลึกที่สุดของจักรวาลเสมือนเช่นภพที่สาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ “ภพที่ถูกลืม” แต่ต่อมา ผู้คนต่างเล่าสืบต่อกันมาว่าภพผีปีศาจนั้นอยู่ด้านล่างต่ำลงไปกว่าปรภพ และ เต็มไปด้วยไอิญญาเถื่อน และปีศาจร้ายที่ถูกจองจำอยู่ในร่าง และกะโหลกของกู่เห้อลี่ ต่างขจรกระจายออกจากร่างร่อนเร่อยู่ในภพนั้น ภายใต้การปกครองาาแห่งภพ เย้ากู่ลู่ ราชันย์กะโหลก หรือ ร่างเดิมคือกู่เห้อลี่ที่ได้รับการจำศีลและฟื้นพลังคืนกลับขึ้นในฐานะราชันย์แห่งภพผีปีศาจ” ฮวาเฟยฟาเล่า
