ดริวคิดว่าตื่นมาทุกอย่างคงเป็เหมือนเดิม เขายังสามารถใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ต้องนึกถึงอนาคต อยากให้เื่ทั้งหมดเป็เพียงแค่ความฝัน แต่ปรากฏว่ามันคือความจริงที่เขาไม่อาจหลีกหนี
เด็กหนุ่มลุกขึ้นอาบน้ำด้วยจิตใจที่เหม่อลอยเพราะเขายังหาทางออกไม่เจอหากเ้าหนี้ไม่ยอมรับข้อเสนอที่เขาคิดไว้ ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาสวมชุดที่พ่อให้แม่บ้านเอามาให้ เซตผมเล็กน้อยเป็อย่างสุดท้ายก่อนลงมาหาพ่อที่รถ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างแปลกใจเมื่อพ่อมองเขาแล้วยิ้มออกมา ั์ตาคมเหมือนมีประกายอะไรบางอย่างที่ดริวเองก็ไม่เข้าใจ จากนั้นเราก็เดินทางไปหาเ้าหนี้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งมีบอดี้การ์ดประจำอยู่ทุกจุด
เมื่อถึงเวลานัดหมายชายชุดดำเดินนำไปยังห้องโถงแห่งหนึ่ง ั์ตาสีน้ำตาลเทามองไปรอบๆ อย่างสำรวจ ดริวเดินตามหลังพ่อด้วยท่าทางสุภาพและนิ่งเงียบ ซึ่งขัดจากบุคลิกของตัวเองเป็อย่างมาก เขาเป็คนมุทะลุ เด็ดเดี่ยวและขี้โวยวาย
วินาทีแรกที่ได้เห็นใบหน้าเ้าหนี้ของพ่อชัดๆ ดริวก็ต้องชะงักนิ่ง ั์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความใ ลืมคำพูดที่เตรียมมาเจรจาจนหมดสิ้น เพราะอีกฝ่ายคือคนเดียวกับที่เขาเดินชน เมื่อวานเขาด่าไว้โคตรเยอะถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมรับข้อเสนอ ก็ไม่ใช่เื่ที่น่าแปลกใจ จะโดนฆ่าทิ้งหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เด็กหนุ่มได้แต่ภาวนาให้คนตรงหน้าจำเขาไม่ได้ ร่างสูงนั่งบนเก้าอี้หรูอย่างสง่าน่าเกรงขามและมีชายชุดดำสองคนยืนประกบอยู่ด้านหลัง ทันทีที่สายตาคมดุจมัจจุราชตวัดมองมาทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เม็ดเหงื่อเริ่มผุดตามกรอบหน้าหล่อ ดริวเผลอกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามทำตัวให้นิ่งมากที่สุดแม้ว่าตอนนี้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมา
“สวัสดีครับคุณหลี่หยาง ดริว”
มนตรีเอ่ยทักทายมาเฟียฮ่องกงด้วยน้ำเสียงและท่าทางสุภาพก่อนจะหันไปสะกิดไหล่ของลูกชายให้ก้มหัวลงเคารพอีกฝ่าย
“เื่หนี้ที่ผมค้างอยู่”
มนตรีมองสบตากับอีกฝ่ายก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหม่า
“หวังว่าผมคงได้คำตอบที่น่าพอใจ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบแต่ทว่าคนฟังกลับรู้สึกได้ถึงความอันตราย
“คือว่า…ผมขอทยอยคืนนะครับ สัญญาว่าจะรีบหาเงินมาใช้คืนทุกบาททุกสตางค์”
“แต่ผมคิดว่าคุณไม่มีปัญญา”
หลี่หยางปรายตามองลูกหนี้เล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ครับ ผมก็เลยเอาลูกมาเป็หลักประกัน ใช้งานได้ทุกอย่างเลย”
มนตรีใช้มือดันหลังลูกชายออกไปให้อีกฝ่ายได้เห็นชัดๆ ในขณะที่ดริวนั้นกำลังคิดหาวิธีเจรจา
“ลูกน้องฉันมีเยอะแล้ว”
หลี่หยางมองเด็กหนุ่มเล็กน้อย เขาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ลูกน้องของเขามีเยอะจนแทบไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน
“ผมหมายถึงใช้งานบนเตียงครับ คือผมได้ยินมาว่าคุณหลี่ หยางชอบผู้ชาย”
มนตรีตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ จะว่าเขาขายลูกใช้หนี้ก็คงใช่เพราะมันคือทางรอดเดียวสำหรับเขาและบริษัทในตอนนี้ ลูกชายของเขาหน้าตาดีคิดว่าร่างสูงตรงหน้าคงพอใจไม่น้อย
“พ่อ !”
ดริวตวาดเสียงดังลั่นเมื่อได้ยินคำพูดของคนเป็พ่อ ั์ตาสีน้ำตาลเทามองบุพการีด้วยความโกรธจัด
“เงียบ !”
มนตรีดุลูกชายด้วยใบหน้าจริงจัง คิดเอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอม
“ไอ้เด็กนี่ไม่ใช่สเปกฉัน”
สายตาคมดุจเหยี่ยวของหลี่หยางมองเด็กหนุ่มตรงหน้าั้แ่ปลายเท้าจรดหัว กางเกงขาสั้นสีครีมอวดเรียวขากับเสื้อเชิ้ตสีขาวแหวกลงถึงกลางอกคงสวมมาเพื่อเอาใจเขาสินะ การแต่งตัวถือว่าดูดีแม้ว่าจะมีเครื่องประดับเพียงไม่กี่ชิ้น ผิวขาวสุขภาพดี ใบหน้าหล่อแต่ดูดื้อรั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่น ั์ตาสีน้ำตาลเทาดูมีเสน่ห์ดึงดูด จมูกโด่งรับกับรูปหน้า ริมฝีปากบางแดงระเรื่อ ดูก็รู้แล้วว่าถูกเลี้ยงมาอย่างดี มุมปากหนาเหยียดขึ้นอย่างเย้ยหยันก่อนตอบไปตามตรง เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่แบบที่ตนชอบ
“ลุงก็ไม่ใช่สเปกของผมเหมือนกัน”
ดริวเองก็ตอบกลับอย่างไวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ กล้าดียังไงมาว่าคนอื่นแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้สึกรังเกียจสายตาที่อีกฝ่ายมองมา
“ปากดี”
หลี่หยางพูดเสียงดุ แน่นอนว่าเขาจำอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าจะเมื่อวานหรือตอนนี้เด็กหนุ่มก็ยังปากดีไม่เปลี่ยนแม้ว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็สิ่งของที่พ่อนำมาใช้หนี้
“ไอ้ดริวแกเงียบเดี๋ยวนี้เลย อย่าเสียมารยาทต่อหน้าคุณ หลี่หยาง ขอโทษคุณหลี่หยางซะ”
“แต่…”
ดริวมองพ่อของตัวเองด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ผิดทำไมต้องขอโทษ
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ไหนบอกว่าแกจะช่วยฉันไง ?”
“เราไม่ได้ตกลงกันแบบนี้นิ”
ดริวเถียงกลับเสียงแข็งอย่างไม่ยอม ถ้ารู้ว่ามันจะเป็อย่างนี้เขาคงไม่ตอบตกลงจะช่วยพ่อหรอก
“เอาน่า ถือว่าช่วยชีวิตของฉันละกัน แค่ครั้งเดียว”
มนตรีถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงเพื่อโน้มน้าวใจลูกชาย
“กลับไปตกลงกันก่อนไหม ฉันไม่ชอบบังคับฝืนใจใคร ?”
หลี่หยางพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบเพราะเขาเริ่มรู้สึกรำคาญสองพ่อลูกตรงหน้า
“ขอโทษครับ คุณหยี่หยางได้โปรดพิจารณาอีกครั้งเถอะครับ”
มนตรีพูดอย่างอ้อนวอน จะให้เขาหาเงินมาคืนในตอนนี้เขาคงไม่มีปัญญาอย่างที่อีกฝ่ายพูด ส่วนดริวได้แต่มองคนเป็พ่อด้วยความผิดหวังและคับแค้นใจ ให้เขาตายเสียยังดีกว่าถ้าต้องนอนครวญครางใต้ร่างของไอ้ลุงตรงหน้า ดูยังไงก็อายุเยอะกว่าเขามาก
หลี่หยางมองเด็กหนุ่มอีกครั้งอย่างพิจารณา มือเรียวกำหมัดแน่น ร่างบางสั่นเทานิดๆ แต่คิดว่าคงเป็เพราะความโกรธไม่ใช่เกรงกลัว ดริวได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธเขาอีกครั้ง
“เอาเป็ว่าฉันตกลง ตัวของไอ้เด็กนี่แลกกับเงิน 1000 ล้าน แต่คุณต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับไอ้เด็กนี่อีกตลอดชีวิต รู้ใช่ไหมถ้าไม่เป็ไปตามที่ตกลง ?”
“ขอบคุณมากครับ”
มุมปากหนาของคนเป็พ่อฉีกยิ้มกว้างเมื่อการเจรจาเป็ไปตามที่เขาวางแผนไว้ั้แ่แรก ความจริงเขาแค่อยากเอาลูกชายมาต่อรองเพื่อยื้อเวลาในการหาเงินแต่ไม่คิดว่าผลมันจะออกมาอย่างนี้ มนตรีรู้สึกดีใจมากจนแทบก้มลงไปกราบ หนี้สินทั้งหมดแลกกับการตัดขาดจากลูกชายก็ถือว่าคุ้ม
ชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของหลี่หยางนั้นเลื่องลือ หากใครไม่รักษาสัจจะที่ให้ไว้คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่จะมาเยือน
“ทั้งพ่อและคุณบ้ากันไปหมดแล้ว ใครจะยอมรับได้กัน ผมไม่ใช่สิ่งของที่จะมาซื้อขายกันแบบนี้ !!!”
นิ้วเรียวยกขึ้นชี้หน้าบุพการีและร่างสูงอย่างเหลืออด ตะคอกด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ทั้งคู่ทำราวกับว่าเขาเป็สิ่งของไร้ค่า จะซื้อขายกันอย่างไรก็ได้
“เงียบปากแกซะ แล้วก็ช่วยทำตัวดีๆ นะ คุณหลี่หยางจะได้เอ็นดูแกมากๆ ถ้าได้เป็เมียแกคงสบายไปทั้งชาติ ถึงตอนนั้นแกอาจจะขอบคุณฉันก็ได้ไอ้ลูกชาย”
มนตรีต่อว่าลูกชายเสียงดุก่อนจะเข้ามาประชิดแล้วกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน ส่วนดริวที่ได้ฟังก็นิ่งอึ้งกัดกรามแน่นจนฟันแทบแตก เขาไม่เคยคิดเลยว่าพ่อที่เขารักจะมีจิตใจต่ำทรามได้ถึงเพียงนี้
“อี้เฉิน ส่งแขก”
หลี่หยางสั่งเสียงเรียบ ลูกน้องคนสนิทที่อยู่ด้านหลังเดินไปส่งอดีตลูกหนี้ทันทีเมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น
“พ่อไปก่อนนะ”
มนตรีดึงร่างของลูกชายเข้ามากอดเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนเดินออกไปจากห้องโถงพร้อมชายคนสนิทของร่างสูง เขาได้แต่หวังว่าหลี่หยางจะเอ็นดูลูกชายของตน
“เห้ย ! พ่อ ! จะมาทิ้งผมไว้กับไอ้ลุงนี่ได้ไง ?” ดริวะโไล่หลังเสียงดังลั่นเมื่อประตูห้องปิดลงโดยชายชุดดำที่ยืนเฝ้าหน้าประตู
“เลิกโวยวาย มันน่ารำคาญ” หลี่หยางพูดเสียงเรียบ มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความหน่ายใจ
“แล้วลุงจะทำไม ?”
ใบหน้าหล่อบูดบึงเมื่อโดนอีกฝ่ายต่อว่า ดริวจึงถามกลับอย่างหัวเสีย เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย
“ถึงฉันไม่ซื้อเธอไว้ พ่อของเธอก็เอาเธอไปขายกับคนอื่นเพื่อใช้หนี้ฉันอยู่ดี ถ้าขายในตลาดมืดหน้าตาอย่างเธอคงขายได้ราคาไม่น้อย”
หลี่หยางพูดออกไปตรงๆ เพราะคนแบบนั้นสามารถทำได้ทุกทางเพื่อความอยู่รอดของตัวเองโดยไม่สนใจความถูกผิด
“ผมต้องขอบคุณลุงอย่างนั้นสิ”
“มันก็ควรเป็อย่างนั้นไม่ใช่เหรอ ?” หลี่หยางว่าเสียงเรียบ มองเด็กหนุ่มอย่างดุดัน
“ขอบคุณ” ดริวกัดฟันพูดทั้งสั้นและห้วนด้วยความไม่พอใจ
“อวดดี ! สัปดาห์หน้าฉันจะกลับฮ่องกง เธอต้องไปกับฉัน”
หลี่หยางต่อว่าเสียงดุก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เขาไม่ใช่คนที่จะให้ใครมาปีนเกลียวได้ง่ายๆ หากอีกฝ่ายยังดื้อรั้นและพยศมากๆ เขาคงได้ยิงทิ้ง
“แต่ผมต้องไปเรียน”
จะให้ทิ้งการเรียนทิ้งเพื่อนตามคำสั่งบ้าๆนี่ เขาไม่ยอมหรอก ดริวเถียงกลับโดยลืมไปว่าสถานะของตัวเองในตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น
“ลองขอร้องฉันดูสิ แต่ถ้าเธอทำไม่ได้ก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าบินไปฮ่องกงได้เลย”
เสียงของหลี่หยางเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน เขารู้สึกสนุกที่ได้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา
“คุณหลี่หยาง…ผมขอเรียนที่นี่ นะ…ครับ”
ดริวกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ กัดฟันพูดอย่างอดกลั้นแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยากเดินเข้าไปต่อยหน้าร่างสูงแรงๆ
“เธอควรรู้สถานะของตัวเองและทำตัวให้น่ารักมากกว่านี้”
