ขั้นนิพพานต้อนจูชิงเสียจนมุม ในสายตาของจอมยุทธ์หอสุราลัย จูชิงไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว
ก่อนมาที่นี่ จูชิงคาดการณ์ทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าหอสุราลัยจะมีขั้นนิพพานหลับใหลอยู่ ทั้งยังไม่คิดด้วยว่าเขาจะลงมือ
“เฒ่าปีศาจ ทำต่อไป!” จูชิงกัดฟัน เช็ดเืที่ไหลจากมุมปาก
“เ้าบ้าไปแล้วรึ ดูจากสภาพเ้าตอนนี้มีหวังได้ตายจริงแน่” เฒ่าปีศาจตะลึงงัน
แม้ว่าเฒ่าปีศาจจะต่อต้านการโจมตีก่อนหน้านี้ของขั้นนิพพานสำเร็จ ทว่าเพียงเสี้ยวพลานุภาพก็เพียงพอที่จะทำให้จูชิงตายได้ จูชิงเพียงหยิบยืมพลังจากเืวานรวินาศเสริมแกร่งให้กับตัวเอง เพลานี้ร่างจำแลงกลายเป็รูพรุนทั่วทุกหนแห่ง ขืนยังรับพลังของเฒ่าปีศาจต่อ อย่าว่าแต่ตันเถียนแตกสลายเลย กระทั่งชีวิตก็อาจไม่เหลือ
“แล้วเ้าคิดว่าหากข้าตกอยู่ในเงื้อมมือหอสุราลัย สถานการณ์จะดีขึ้นกว่านี้งั้นรึ?” จูชิงฉีกยิ้ม
เฒ่าปีศาจสูดลมหายใจเข้าลึก “ก็ได้ หวังว่ากายศักดิ์สิทธิ์ของเ้าจะรับไหว”
“โฮกกก!” พลังน่าพรั่นพรึงของเฒ่าปีศาจหลั่งผสานลงในร่างกายของจูชิง คราวนี้กายาของจูชิงแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แผดเสียงอึกทึกฟ้าดิน
เงาร่างของเฒ่าปีศาจปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของจูชิงอีกครั้ง ขั้นพลังไม่ใช่แค่ขั้น์ปฐีสามชั้นฟ้าอีกต่อไปแล้ว แต่เป็ขีดจำกัดสูงสุดที่เขาสามารถรับไหว
ต่อหน้าขั้นนิพพาน ไม่ว่าเป็ขั้น์ปฐีสามชั้นฟ้าหรือขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้านั้นไม่ต่างกัน แค่ฝ่ามือเดียวก็เกินพอ
ทันใดนั้นหางตาของจูชิงเหลือบไปเห็นปราณกระบี่ห้าสีพุ่งผ่านหัวไป เขาเคยเห็นมันครั้งหนึ่งที่เกาะหลัวโหว อีกครั้งหนึ่งที่มหาสมุทร และตอนนี้ก็เห็นมันอีกครั้งที่หอสุราลัย
ดูเหมือนเขาจะเห็นปราณกระบี่ห้าสีทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตราย แล้วยังเหมือนมีแค่เขาเท่านั้นที่มองเห็น กระทั่งเฒ่าปีศาจเองก็ยังมองไม่เห็นปราณกระบี่ห้าสี
“เ้าตามข้าอยู่งั้นรึ?” จูชิงมองปราณกระบี่ห้าสีพลางเอ่ยถามโดยไม่ตั้งใจ
ปราณกระบี่ห้าสีเหมือนรู้ว่าจูชิงจ้องมองอยู่ มันไม่ได้บินต่อไปไหนไกล หากกลับบินกลับมาหาจูชิง
“วิ้ง!” ปราณกระบี่ห้าสีพุ่งเข้าไปในฝ่ามือของจูชิง พลังน่าพรั่นพรึงเหลือล้ำหลั่งผสานเป็หนึ่งเดียวกลางฝ่ามือ
เฒ่าปีศาจนั่งทำกรรมฐานอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ถูกปราณกระบี่ห้าสีตัดขาดการเชื่อมต่อไปโดนพลัน จากนั้นหินโลหิตที่อยู่ตรงหน้าอกพลันเปล่งแสงสว่างไสว
“ในที่สุดก็มาสักที ข้านึกว่าเ้าจะไม่ช่วยซะแล้ว” สือจึมองปราณกระบี่ห้าสีแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
ปราณกระบี่ห้าสีที่อยู่ในมือของจูชิงค่อยๆ เผยตัวตนของมันให้เห็น กระบี่ยาวทรงเหลี่ยมให้ความรู้สึกคล้ายกับสี่เหลี่ยมจัตุรัส เกรงว่าไม่มีกระบี่อื่นใดในโลกนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับมัน มันเหลี่ยมเกินกว่าจะเรียกว่าเป็กระบี่
“กระบี่ไพฑูรย์เที่ยงธรรมห้าสี เ้ามีโอกาสใช้มันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น” เสียงของสือจึดังก้องในจิติญญาของจูชิง
จูชิงที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤติมีหรือจะกังวลเื่อะไรเช่นนั้น เขาเหวี่ยงกระบี่แล้วฟันมันลงโดยไม่สนว่าผลจะเป็อย่างไร จากนั้นกายาก็เข้าสู่สภาวะไร้เงาหายวับไปในอากาศ
“แย่ล่ะสิ!” ขั้นนิพพานหอสุราลัยหน้าเปลี่ยนสี เขาััได้ถึงกลิ่นไอแห่งความตายจากกระบี่เล่มนั้น
“มุทราจักรพรรดิอัสนี!” ขั้นนิพพานไม่กล้าประมาท สำแดงวิชาเฉพาะของหอสุราลัย ใช้มรดกสืบทอดของจักรพรรดิอัสนีต่อต้านการโจมตี
“กระบี่นั่นจะสามารถจัดการขั้นนิพพานได้หรือไม่?” จูชิงที่หนีมาแล้วก็เอ่ยถามอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่นัก
“ก่อนหน้านี้ใจกล้าห่อฟ้า กล้าบุกบั่นหอสุราลัย พอมาตอนนี้กลับเกิดกลัวขึ้นมาอย่างนั้นรึ?” สือจึไม่พอใจ
“ใครจะไปคิดล่ะว่ามีขั้นนิพพานอยู่ในหอสุราลัย” จูชิงยิ้มเจื่อน
“ไม่รู้ว่าเ้านั่นอยู่ในขั้นระดับพลังใด ทว่าถูกกระบี่ไพฑูรย์เที่ยงธรรมห้าสีฟันเฉกเช่นนั้น ถึงไม่ตายก็น่าจะหนังหลุด” สือจึพึมพำ
จูชิงตะลึงงัน “แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียว?”
สือจึกลอกตา “ต่อไปก็คิดหน้าคิดหลังให้ดี อย่าไปล่วงเกินพวกขุมพลังอำนาจที่คงอยู่มาั้แ่ดึกดำบรรพ์ พวกเขาผ่านมรสุมดึกดำบรรพ์มาได้ย่อมไม่ใช่สามัญ”
“กินน้ำจากร่องน้ำ เรียนรู้อุปสรรค[1] ข้าจะไม่ยุ่งกับขุมพลังอำนาจพวกนี้อีกแล้ว” จูชิงเองก็ใมากเช่นกัน อยู่ดีไม่ว่าดีดันไปหาเื่ใส่ตัวเสียอย่างนั้น
“จะว่าไปกระบี่ไพฑูรย์เที่ยงธรรมห้าสีหรือ ฟังจากชื่อแล้วดูน่ากลัวมาก” จูชิงกล่าว
สือจึเบะปาก “เ้าน่ะ อย่าแม้แต่จะคิด ถ้ามิใช่เพราะเ้าใกล้ตาย เขาไม่มีทางลงมืออย่างแน่นอน”
จูชิงผงะ “เขา?”
“พูดกับเ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ เ้าอ่อนแอมากเกินไป” สือจึพูด
“อ่อนแอ? ข้าไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย” จูชิงหน้าบิดเบี้ยว
“ขั้นนิพพานยังสู้ไม่ได้ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองไม่อ่อนแอ” สือจึไม่แยแส
“นั่นมันขั้นนิพพาน กระทั่งยุคสมัยดึกดำบรรพ์ยังถูกขนานนามว่าเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ ข้าเพิ่งบำเพ็ญเพียรแค่สองสามปีจะไปสู้กับเขาได้ยังไง?” จูชิงโวยวาย
“แล้วมันยังไง? หรือว่าตอนสู้ต้องให้อีกฝ่ายมีขั้นพลังเท่ากันกับเ้า หรือไม่ก็ต้องเป็คนอายุเท่ากัน เ้าถึงจะสู้ได้งั้นรึ?” สือจึแสยะยิ้ม
จูชิงไม่มีข้ออ้างจะแก้ตัว ทำได้แค่จำใจฟังสือจึบ่น
“โคร้ม!” ไม่นานจูชิงก็ร่วงหล่นตกลงมาที่โรงเตี๊ยม!
“ท่านอาจารย์!” จินหลิงเอ๋อร์เป็ปีติสุดแสน
“ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ไปจากที่นี่ก่อนเถอะ!” จูชิงพาจินหลิงเอ๋อร์ขึ้นขี่สุนัขโลกันตร์สามหัวรีบหนีไปจากเขาชางอู๋
สิ่งที่เกิดขึ้นในหอสุราลัยอึกทึกมากเกินไป จูชิงกลัวว่าจอมยุทธ์หอสุราลัยจะตามล่าหาตัวเขา ถ้าไม่รีบหนีั้แ่ตอนนี้ ประเดี๋ยวหากถูกจอมยุทธ์หอสุราลัยล้อมปราบ ครั้นคิดจะหนีคงยากยิ่งกว่ากระไรดี
“แค่กๆๆ!” หอสุราลัยที่ตั้งอยู่บนยอดเขาชางอู๋ยามนี้กลายเป็ซากปรักหักพัง อาคารกว่าแปดในสิบถูกจูชิงทำลายจนยับเยิน ทว่าสถานที่สำคัญมีค่ายกลิญญาคุ้มครองอยู่จึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ
ทว่ากระบี่ไพฑูรย์เที่ยงธรรมห้าสีก็ทำลายส่วนหนึ่งของเขาชางอู๋ไปเช่นกัน แสงกระบี่แล่นผ่านทั่วทุกหนแห่งในูเา ูเาิญญาที่คงอยู่มาั้แ่ดึกดำบรรพ์ถูกตัดขาด บริเวณรอยแตกแยกออกจากกันกลายเป็หุบเหวขนาดใหญ่
จอมยุทธ์ขั้นนิพพานถูกฟันตัวขาด กระทั่งวิชาของจักรพรรดิอัสนียังต่อต้านกระบี่นั่นไม่ได้ เกือบหมดสิ้นวายชีวา!
ทว่าลมปราณของขั้นนิพพานหนาแน่นสุดแสน ถึงจะถูกฟันที่เอวตัวขาดทว่าก็ยังไม่ตาย แผลตกสะเก็ดหายเป็ปลิดทิ้ง แต่ส่วนที่ถูกตัดไปนั้นไม่สามารถต่อกลับมาได้อีก
ด้วยเหตุนั้นขั้นนิพพานจึงเหลือร่างกายเพียงครึ่งหนึ่ง ทว่ายังสามารถเคลื่อนไหวได้ปกติ นั่นเพราะมีลมปราณหนาแน่นประคับประคองร่างกายของเขาเอาไว้
“ไม่ใช่พลังของโลกนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีพลังน่าอัศจรรย์เฉกเช่นนั้นอยู่ด้วย” จอมยุทธ์ขั้นนิพพานสูดลมหายใจเข้าลึก
เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บใจที่แพ้ให้กับกระบี่นั่น ในทางกลับกันกลับรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่โชคดีรอดมาได้ ทั้งยังสนใจพลังที่ไม่เคยััมาก่อน
“ยุ่งยากเสียจริง!” ณ บริเวณแห่งหนึ่งในทวีปเฉียนหยวน ซึ่งไม่รู้ว่าห่างจากที่นี่มากเท่าไหร่ ชายหนุ่มผู้หนึ่งมองแสงไพฑูรย์แล้วขมวดคิ้ว
ไม่นานนักข่าวที่หอสุราลัยพังทลายก็แพร่งพรายไปทั่วทั้งทวีปเฉียนหยวนอย่างรวดเร็ว สองวันต่อมาขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ได้รับข่าว ขุนเขากระบี่เทียนอยู่ที่อยู่อีกทวีปหนึ่งแต่กลับได้ข่าวเร็วเฉกเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าสายข่าวของพวกเขานั้นน่าพรั่นพรึงเพียงใด
“จูชิง...” พอซั่งกวานจือหนิงได้ยินข่าว ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจหักห้าม ผ่านไปสองปีแล้ว ในที่สุดนางก็ได้ข่าวของเขาอีกครั้ง
ทว่าเขายังใจกล้าห่อฟ้าเฉกเช่นเดิม บุกบั่นหอสุราลัยด้วยตัวคนเดียว เอาชนะเฉินเต้า ฟันขั้นนิพพานตัวขาด สร้างวีรกรรมน่าสะพรึงยิ่งกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเสียอีก
แม้ว่าหอสุราลัยจะพยายามปิดข่าว แต่หลักฐานที่เขาชางอู๋ถูกฟันแบ่งเป็สองส่วนไม่อาจลบล้าง พอคนสืบสาวราวเื่กันไปมา สุดท้ายเื่ทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย
จูชิงหนีออกมาจากหอสุราลัยด้วยตัวคนเดียว แม้ว่าหอสุราลัยจะส่งจอมยุทธ์ออกไปสามคน ทว่าทั้งสามคนนั้นเปรียบเสมือนกับตัวแทนของหอสุราลัย
เฉินเหวิน ผู้พิทักษ์เขาหอสุราลัยลุงของเฉินเต้า ความหวังทั้งหมดฝากอยู่ที่พวกเขาแล้ว มีความเป็ไปได้สูงที่จะสำเร็จเป็ขั้น์ปฐีในอีกไม่กี่สิบปี ทว่าก็ยังคงแพ้ให้กับจูชิง
ความพ่ายแพ้ของเฉินเหวินยังพอรับได้ แต่ความพ่ายแพ้ของเฉินเต้านั้นเป็ความอัปยศต่อลัทธิเต๋า!
หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าจูชิงเอาชนะเฉินเต้าได้นั้น ข่าวก็แพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่ารองเท้าติดปีก
หอสุราลัยมีขั้นนิพพานตั้งมั่นรักษา อีกทั้งขั้นนิพพานยังลงมือ กระนั้นขั้นนิพพานก็ยังเป็ฝ่ายแพ้ถูกจูชิงฟันจนตัวขาด
สามผู้เยี่ยมยุทธ์พ่ายแพ้ให้กับจูชิง เป็เื่ที่น่าใเกินพรรณนา
“เด็กคนนี้!” ณ ห้องลับแห่งหนึ่งในขุนเขากระบี่เทียนหยวน ชายวัยกลางคนที่ช่วยชีวิตจูชิงไว้เมื่อครั้งนั้นยิ้มเล็กน้อย เขามองภาพวาดที่อยู่บนกำแพง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ออกเดินทาง!” เสียงดังอึกทึกทั่วขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“ออกเดินทางไปมหาทวีปชางอู๋หลิง? เ้าสำนักกับท่านผู้าุโเป็บ้าไปแล้วรึ!” หลิ่วซานอ่านคำสั่งของเ้าสำนักที่อยู่ในมืออย่างเหลือเชื่อ ทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับส่งขุนเขากระบี่เทียนหยวนไปสู่ก้นบึ้งแห่งหายนะ
ทุกคนต่างก็รู้ว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเขาถูกขุมพลังอำนาจใหญ่ๆ ในทวีปกดขี่ ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยแคบลงไปเรื่อยๆ ทว่าจู่ๆ จะให้ออกเดินทาง ทั้งยังไปมหาทวีปชางอู๋หลิง ถ้าเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น ขุนเขากระบี่เทียนหยวนต้องถูกทำลายย่อยยับแน่น
แต่มันเป็คำสั่งของเ้าสำนัก นอกจากผู้าุโเก่าแก่ที่ผนึกลมปราณยืดอายุขัยแล้ว ไม่มีใครสามารถคัดค้านหรือยกเลิกคำสั่งนี้ได้
ทันทีที่เ้าสำนักออกคำสั่ง ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็เคลื่อนไหวในทันที จอมยุทธ์ทุกคนที่เดินทางอยู่ข้างนอกถูกเรียกกลับมา ศัสตราวุธิญญาในคลังส่องแสงระยิบระยับถูกแบ่งให้กับผู้าุโและศิษย์
[1] อุปมาหมายถึง ล้มเหลวเพื่อเพิ่มประสบการณ์
