เปลวเพลิงสีแดงร่วงหล่นลงมาราวกับน้ำตกสายเล็ก มวลอากาศถูกทะลวง ก่อนจะกระทบลงพื้นดินอย่างรุนแรง บนพื้นปรากฏควันสีดำลอยขึ้นมา หินจำนวนมากถูกหลอมละลาย เห็นได้ชัดว่าอุณหภูมิความร้อนนั่นน่ากลัวมากเพียงใด
ตระกูลวิหคเพลิงของพวกมันแข็งแกร่งมาก มีวิหคเพลิงที่แกร่งกล้าบางตัวเพียงแค่ะเิพลังออกมา ก็ทำให้ทุกสรรพสิ่งลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
วิหคเพลิงสยายปีกดิ่งลงมา มันไม่ได้พูดอะไร พลันเริ่มเปิดฉากโจมตีก่อน มันอยากจะสั่งสอนให้เต้าหลิงรู้ซะบ้างว่าสัตว์อสูรโบราณนั้นไม่ใช่จะให้ใครมาล้อเล่นด้วยได้ง่ายๆ
“เ้ายังไม่ได้ทะลวงขั้นสถิติญญาสินะ” เต้าหลิงส่งเสียงฮึในลำคอ สายตามองไปที่กรงเล็บคมทั้งสองที่ยื่นออกมา ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปด้วยมือเปล่า เขาอยากจะทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองสักหน่อย
“ฮึ เ้ามันรนหาที่ตาย” วิหคเพลิงแผดเสียงคำรามก้อง มนุษย์คนนี้ช่างอาจหาญยิ่งนัก เอามือเปล่ามาปะทะกับข้างั้นหรือ ฮึ ไม่รู้หรือว่าคำว่าตายเขียนอย่างไร
เคร้ง เคร้ง
เสียงกระทบกันของเหล็กและทองคำดังขึ้น ประกายไฟแลบออกมาจากหมัดของเต้าหลิง วิหคเพลิงใเล็กน้อย มันรู้สึกราวกับว่ากรงเล็บของตนนั้นกำลังปะทะกับทองคำ์ ทั้งกรงเล็บของมันก็ไม่สามารถทำอะไรหมัดของอีกฝ่ายได้
“น่ากลัวจริง” วิหคเพลิงกล่าวออกมาด้วยความใ ก่อนที่ดวงตาของมันจะฉายแววปีติแล้วคำรามออกมาว่า “ดี ข้าจะเอาเ้ามาเป็ข้ารับใช้ของข้า มาดูกันว่าข้าจะจัดการเ้าอย่างไร”
“พล่ามมากอยู่ได้ มีดีอะไรก็เอาออกมาเลยสิ” เต้าหลิงแค่นเสียง ในเขตสิบนี้ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ถูกมันฆ่าตาย ตัวมันเองนั้นก็เป็ปีศาจ ทั้งมันยังมีเหรียญตราเข้าสอบเป็จำนวนมาก
ผู้คนในเขตสิบต่างก็เกลียดชังมัน เ้าวิหคเพลิงตัวนี้เ้าเล่ห์เป็อย่างมาก หากเจอผู้ที่แข็งแกร่งกว่ามันจะบินหนีขึ้นฟ้า ซึ่งคนที่อ่อนแอต่างก็ถูกมันขโมยเหรียญตราจนเกลี้ยงไม่เหลือ
วิหคเพลิงแผดเสียงร้องคำราม มันอ้าปากกว้างพลางปล่อยลูกบอลไฟออกมา มันพุ่งลงมาสู่พื้นดินราวกับลูกอุกกาบาตขนาดั์
เสื้อของเต้าหลิงสะบัดพลิ้วไหว ผมยาวปลิวไสวไปตามแรงลม เขายืนนิ่งไม่ขยับราวกับเทพเซียน ทันใดนั้นก็มีพลังที่น่ากลัวะเิออกมา
ด้วยพลังที่น่ากลัวนี้ ทำให้ต้นไม้บริเวณโดยรอบสั่นไหว ใบไม้ปลิวว่อน หินก้อนใหญ่แต่ละก้อนแตกกระจาย ก่อนที่ลูกบอลเพลิงจะมอดดับลง
“อะไรกัน” วิหคเพลิงใสะดุ้งเฮือก มันััได้ถึงไอพลังเย็นที่พุ่งเข้ามา ทำให้ขนบนปีกของมันลุกซู่ ซึ่งนั่นเป็จุดอ่อนของมัน
“บ้าจริง” วิหคเพลิงะโ พลางอ้าปากคายตราล้ำค่าสีแดงใสราวกับอัญมณี มันเปล่งแสงเรืองรอง เปลวเพลิงเป็สายๆ ะเิออกมาปะทะเข้ากับไอพลังเย็น
“แหลกไปซะ!” เต้าหลิงคำราม ภายในร่างะเิแสงสีทองสว่างจ้า เขาปล่อยหมัดซัดออกไป มวลอากาศม้วนขึ้นพุ่งเข้าใส่ร่างของวิหคเพลิง ต้นไม้ใหญ่โดยรอบโค่นล้มลงตามแรงลม
ตราล้ำค่าสีแดงของวิหคเพลิงนั้นไม่ธรรมดา พลังของมันทำให้ฟ้าดินสั่นะเื ทว่าก็ถูกเต้าหลิงใช้หมัดสวนซัดกลับไป
“กระดูกแข็งแกร่งราวกับเหล็ก” สีหน้าของวิหคเพลิงเต็มไปด้วยความตกตะลึง เ้าวิปริตนี่มาจากที่ใดกัน ทำไมร่างกายถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ มันหันหลังเพื่อจะหนี เพราะรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต่างหากที่เป็ปีศาจ
“จะหนีไปที่ใด ทิ้งตราล้ำค่าเอาไว้ก่อนสิ” เต้าหลิงไม่ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้ เขายกก้อนหินหนักห้าหกหมื่นชั่งโยนขึ้นไปบนท้องฟ้า
ฟิ้ววว
หินจำนวนมากลอยเคว้งขึ้นไปบนอากาศ ฝีเท้าของเต้าหลิงกระทืบลงพื้น พื้นดินทรุดตัวลงมา เขาใช้คลื่นพลังหอบเข้าไปปะทะกับร่างของวิหคเพลิง
“บัดซบ!” ขนทั่วร่างของวิหคเพลิงติดไฟขึ้นพลางะเิแสงเปลวเพลิงออก ปีกขนาดใหญ่ทั้งสองข้างกระพือ ในแต่ละครั้งที่กระพือพลันปรากฏลมเปลวเพลิงกวาดออกไปที่หินรอบทิศ
วิหคเพลิงเองก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ มันเป็ถึงสัตว์อสูรโบราณ กรงเล็บของมันเพียงแค่จิกลงไป ก้อนหินหลายหมื่นชั่งก็ต้องแตกสลายเป็ผุยผง ร่างกายของมันนั้นแข็งแกร่งมาก
เต้าหลิงยืนอยู่บนพื้นดิน ดวงตาทั้งสองเปล่งแสงประกาย เขาไม่คิดว่าพลังแบบนี้จะสามารถหยุดวิหคเพลิงได้ ในตอนนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ฝ่าเท้าทั้งสองกระทืบลงพื้น จนทำให้พื้นดินแตกกระจาย ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
เขากางแขนทั้งสองข้างออก พลัง์เอ่อล้นออกมาอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับอินทรีย์ที่สยายปีก พลังรอบกายะเิออกมา ก้อนเมฆโดยรอบสลายหายไป
“เป็เด็กหนุ่มมนุษย์ที่น่ากลัวจริงๆ” วิหคเพลิงใเป็อย่างมาก มันเคยเจอกับสัตว์ปีก์ที่น่ากลัวอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็หนึ่งในตระกูลหงส์ไฟ เพียงแค่จิกเล็บลงไปก็สามารถกำราบคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด
“ถ้าเ้านี่โตไป จะต้องสามารถต่อกรกับทายาทสัตว์อสูร์ได้แน่” วิหคเพลิงกระพือปีกทั้งสองข้าง ชั่วพริบตามันก็หายไปจากที่นี่ จะต้องหนีแล้ว ไม่เช่นนั้นได้ถูกเขาจับได้แน่
“ย้ากกก”
เต้าหลิงะโขึ้นไปบนท้องฟ้า ผมยาวปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง เขาคำรามลากเสียงยาว ภายในร่างมีเสียงสายฟ้าร้องดังขึ้นมา ที่ปากของเขามีคลื่นพลังสีทองมหาศาลถูกปลดปล่อยออกไป ฟ้าดินนี้ได้ถูกคลื่นพลังของเขาบดขยี้จนแหลกเป็จุณ
วิ้งงง
ร่างของวิหคเพลิงสั่นเทา ขนของมันหลุดร่วงเพราะเสียงคำราม ร่างของมันร่วงจากท้องฟ้าตกลงมา ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่มันจะรีบกระพือปีกหมายจะหนีอีกครั้ง
ทว่าเต้าหลิงได้ใช้โอกาสนั้น ปล่อยแขนออกไปราวกับัที่พุ่งทะยานสู่ท้องนภา
ชั่วพริบตาเดียวเขาก็่ชิงกระเป๋าหนังอสูรที่อยู่ใต้ปีกของวิหคเพลิงมาได้สำเร็จ
ฝีเท้าของเต้าหลิงร่วงลงสู่พื้น เขาไม่ได้ตามมันไป เพราะเ้านกตัวนั้นบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ถ้าจะจับมันคงจะเสียพลังไม่ใช่น้อย
“ในที่สุดเ้าปีศาจนั่นก็ไปสักที” วิหคเพลิงบินหนีออกไป มันไปหยุดอยู่ตรงยอดเขาสูงลูกหนึ่ง สายตาหวาดผวามองไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังค้นดูกระเป๋าหนังสัตว์อสูรอยู่ มันถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากนั้นก็หรี่ตาทั้งสองลง ทำไมกระเป๋าหนังอสูรนั่นมันดูคุ้นๆ ชอบกล
“ไม่นะ...” วิหคเพลิงขาอ่อนจนตกลงมาจากยอดเขาแล้วกระอักเืออกมา มันโกรธมากจนแทบจะบ้าตาย มันอุตส่าห์อดหลับอดนอนเพื่อแย่งเหรียญตรานั่นมาด้วยความลำบาก แต่ตอนนี้กลับถูกแย่งชิงไปจนหมด
“หกร้อยกว่าเหรียญ” ั์ตาของเต้าหลิงลุกเป็ไฟ เขาจ้องมองกองเหรียญที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา ก่อนจะเก็บมันลงไปด้วยความปีติ เหรียญเยอะขนาดนี้ รวมกับที่มีอยู่ด้วยแล้ว น่าจะประมาณแปดร้อยเหรียญได้ หาอีกสักหน่อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หลังจากนั้นร่างของเขาก็ค่อยๆ หายไป ภายในเขตสิบเกิดความวุ่นวายอีกครั้ง ทุกๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหวีดร้อง ตอนนี้ก็มียอดฝีมือเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง เพื่อมา่ชิงเหรียญเข้าสอบ ทุกคนต่างก็มองว่าเขาเป็ยอดฝีมือขั้นสถิติญญา
ด้านนอกรอบๆ ป่าามีผู้คนอยู่จำนวนไม่น้อย มีทั้งคนที่ถอยหนีออกมาอย่างไม่ขาดสาย บนใบหน้าของพวกเขาเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน มีผู้เคราะห์ร้ายหลายคนที่เสียแขนและขาไป พวกเขาส่งเสียงออกมาอย่างน่าเวทนา
“อะไรกัน หนึ่งพันสี่ร้อยเหรียญ”
บนพื้นที่โล่งแห่งหนึ่ง มีกองเหรียญเข้าสอบขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เด็กหนุ่มผมม่วงคนหนึ่งเดินออกมาจากเขตเก้า ทุกฝีเท้าที่ก้าวออกมาทำให้พื้นดินสั่นะเื เมื่อเขาหงายฝ่ามือออกก็พลันปรากฏเหรียญกองใหญ่ออกมา
ผู้าุโสวมเสื้อคลุมสีเงินมองไปที่กองเหรียญเข้าสอบพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึง เขาคือชายแก่ที่ประกาศเื่ของรางวัลก่อนหน้านี้ ทั้งยังเป็ผู้าุโลำดับสามของสำนักซิงเฉิน ชื่อของเขาก็คือซุนเซี้ยงซาน
เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นโดยรอบ เด็กหนุ่มผมม่วงคนนี้เอาเหรียญมาได้ทั้งหมดหนึ่งพันสี่ร้อยเหรียญ เขาจะต้องเป็อันดับหนึ่งของเขตเก้าอย่างแน่นอน ทว่าไม่รู้ว่าเขามาจากตระกูลใด
“อันดับรายชื่อของทั้งเก้าเขตออกมาแล้ว เหลือแต่เขตสิบที่ยังไม่มีใครออกมาเลย ไม่รู้ว่าใครจะเป็ที่หนึ่ง”
“ใกล้แล้วล่ะ เวลากำลังจะหมดแล้ว” ผู้คนโดยรอบกล่าวออกมาเบาๆ การที่จะชิงอันดับหนึ่งของเขตมาได้นั้นไม่ใช่เื่ง่าย ของรางวัลก็คือโอสถระดับสี่หนึ่งเม็ดและยังได้รับสิทธิ์ไปที่หอคัมภีร์ยุทธ์อีก
รองเ้าสำนักชิงซานเถาคังหนิงขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าใดนัก ครั้งนี้คนที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักชิงซานอยู่ที่เขตสิบ ทว่าทำไมตอนนี้ถึงยังไม่ออกมาอีกนะ ทั้งเต้าหลิงเองก็อยู่ที่เขตสิบเช่นเดียวกัน
“ฮ่าๆ สหายเถา การสอบครั้งนี้เกรงว่าเ้าคงจะต้องใช้บันทึกความตายเสียแล้วกระมัง” หัวจื้อเฉิงกล่าวเยาะเย้ย สายตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ครั้งนี้เด็กหนุ่มชุดขาวที่ยืนข้างเขาได้อันดับที่เก้าสิบแปดของเขตสาม แม้ว่าจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากในสำนักซิงเฉิน แต่ในเมืองเล็กๆ อย่างชิงซานนั้นถือว่าเป็เื่ที่น่ากลัวมากแล้ว ตอนที่สำนักเปิดรับศิษย์คนจะต้องแห่เข้ามาที่สำนักของเขาอย่างแน่นอน
เถาคังหนิงสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สนใจคำพูดของหัวจื้อเฉิง หวังย่าที่อยู่ข้างๆ ยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “รองเ้าสำนักไม่ต้องกังวลไป ครั้งนี่พี่ชายของข้าหวังหลิ่งอยู่ด้วยกันกับนายน้อยเฟยที่เป็สายเืของผู้นำตระกูลหวัง จะต้องไม่เกิดเื่อะไรขึ้นแน่เ้าค่ะ”
หวังย่ารู้ถึงแผนการครั้งนี้เป็อย่างดี หวังจวิ้นเฟยจะต้องอยาก่ชิงอันดับที่หนึ่งมากอยู่แล้ว อีกทั้งหวังหลิ่งมีภารกิจที่จะต้องฆ่าเต้าหลิง เดาว่าในตอนนี้ต้องกำลังไล่ฆ่าเต้าหลิงอยู่เป็แน่ ดังนั้นจึงทำให้ออกมาช้าหน่อย
เถาคังหนิงอึ้งไปพักหนึ่ง สายเืผู้นำของตระกูลหวังนั้นสนิทใกล้ชิดกับราชวงศ์ต้ากันเป็อย่างดี ทั้งยังมีอิทธิพลและอำนาจมาก หากหวังหลิ่งอยู่กับคนเ่าั้ ก็ทำให้เขารู้สึกวางใจไม่น้อย ทว่าเต้าหลิงเล่าทำไมเขายังไม่ออกมา
เย่วิ่นขมวดคิ้วขึ้น มือคู่สวยกำแน่น นางเป็ห่วงทุกคนที่เข้าไป ทว่านางจะเป็ห่วงเต้าหลิงเป็พิเศษ นางคิดขึ้นมาในใจด้วยความกังวล “หวังว่าจะไม่มีเื่อะไรนะ”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็มีุ์ตนหนึ่งเดินออกมาจากเขตสิบ แล้วนำเหรียญตราออกมาหกร้อยเหรียญทำให้ซุนเซี้ยงซานขมวดคิ้ว แล้วอันดับที่หนึ่งไปอยู่ที่ใดกันนะ
ในตอนนั้นเอง ก็มีร่างเงาหนึ่งพุ่งออกมาจากเขตสิบ หวังย่าที่เห็นว่าคนคนนั้นเป็ใคร ใบหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนสีจนอัปลักษณ์ พลางแผดเสียงร้องะโในใจออกมา “ทำไมมันยังไม่ตาย เป็ไปได้อย่างไร”
หวังย่าโกรธมากจนตัวสั่น ตอนเข้าไปหวังหลิ่งก็บอกแล้วว่าจะฆ่ามันให้ตายให้ได้ แต่ทำไมเต้าหลิงยังมีชีวิตอยู่ แล้วหวังหลิ่งไปอยู่ที่ใดกัน
“หรือว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น” สีหน้าของนางอัปลักษณ์ถึงขีดสุด ที่นางกังวลไม่ใช่ว่าหวังหลิ่งจะอยู่หรือตาย แต่เป็เื่ของผลึกหินฟ้าต่างหากเล่า หากเกิดอะไรขึ้นกับหวังหลิ่งจริง ผลึกหินฟ้าก็จะพลอยหายไปด้วย
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินออกมา เย่วิ่นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มีชีวิตออกมาได้ก็ดีแล้ว ในการสอบครั้งนี้เดาว่ามีคนไม่น้อยที่ตายไป
“เ้าหนูได้มาแค่ห้าเหรียญเองหรือ?” หัวจื้อเฉิงแห่งสำนักเจียลั่วแสยะยิ้มออกมา
“ฮึ ห้าเหรียญก็เยอะแล้ว ข้าว่าเขาคงจะหลบซ่อนอยู่ที่ใดสักแห่ง พอถึงเวลาแล้วก็ค่อยออกมา” เด็กหนุ่มชุดขาวหัวเราะเยาะ เขาจำได้ว่าคนคนนี้เป็คนที่หักหน้าเขาตอนที่เขาส่งแรงพลังกดดันออกไป ในตอนนั้นเขารู้สึกขายหน้าเป็อย่างมาก ภายในใจเต็มไปด้วยความแค้น
“เ้าเด็กนี่” สายตาของซุนเซี้ยงซานเต็มไปด้วยความตะลึง เขามองสำรวจร่างกายของเต้าหลิงพลันรู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้นั้นแข็งแกร่งมาก
เต้าหลิงเดินเข้ามา ภายในมือถือกระเป๋าขนาดใหญ่ ทำให้ผู้คนที่อยู่ข้างๆ เกิดความสงสัยขึ้นว่าในนั้นมีอะไรอยู่
ครืดดด
เหรียญตราสีดำกองใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋า ทำให้บรรยากาศรอบๆ พลันเงียบสงัดลง
