แม้ว่าจ่างซุนเช่อจะไม่ได้ทำอะไรมู่หรงหว่านหรู แต่ฉากในห้องที่ทุกคนเห็น ก็ต่างทำให้ทุกคนเขินอายจนหน้าแดง
พูดได้อีกอย่างว่า ความบริสุทธิ์ของมู่หรงหว่านหรูถูกพรากไปโดยจ่างซุนเช่อ และความผิดของจ่างซุนเช่อก็ไม่อาจให้อภัยได้ อี้ไท่เฟยจะไปลงโทษเขาเบาๆ ได้อย่างไรกัน? ต่อให้ฆ่าเขาก็ไม่เพียงพอที่จะคลายความโกรธของนาง!
อย่างไรก็ตาม มู่หรงหว่านหรูก็เป็สตรีที่ยังไม่แต่งงานออกเรือน นางเสียความบริสุทธิ์ให้กับจ่างซุนเช่อ หากจ่างซุนเช่อตายไป แล้วมู่หรงหว่านหรูจะทำอย่างไรล่ะ? นางจะแต่งงานกับใครได้อีก?
แล้วคนที่สถานะสูงกว่าจวนผิงเป่ยโฮ่วจะยอมแต่งงานกับนางหรือ? เดากันว่าต่อให้นางยอมลดความ้าลง ก็อาจไม่มีคนที่้าแต่งงานกับนางเลย
คนฉลาดต่างรู้ว่าวิธีเดียวที่จะช่วยมู่หรงหว่านหรูได้ตลอดชีวิตก็คือการแต่งงานกับจ่างซุนเช่อ!
ทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบ อี้ไท่เฟยไม่พูดอะไรอยู่เป็เวลานาน
แน่นอนว่าผิงเป่ยโฮ่วเองก็เป็คนฉลาด แม้ว่าจะโกรธกับพฤติกรรมของบุตรชายอย่างมาก แต่เขาได้วิเคราะห์ความร้ายแรงของเื่นี้อย่างละเอียดไว้แล้ว
เมื่อเห็นว่าอี้ไท่เฟยไม่ได้พูดเป็เวลานาน ผิงเป่ยโฮ่วก็เงยหน้าขึ้นและเปิดปากพูดว่า “ไท่เฟย บุตรชายของกระหม่อมได้กระทำความผิดที่ชั่วร้าย มันเป็ความผิดที่ไม่สามารถยกโทษได้ เป็ความผิดของกระหม่อมที่ไม่สั่งสอนลูก ไม่ว่าไท่เฟยจะตัดสินใจอย่างไร กระหม่อมและฮูหยินจะไม่โต้เถียงใดๆ เพียงแต่อยากจะขอร้องไท่เฟยว่า เพื่ออนาคตของคุณหนูหว่านหรูแล้ว ได้โปรดให้บุตรชายชั่วๆ รับผิดชอบคุณหนูหว่านหรูถึงที่สุดเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
หลังจากผิงเป่ยโฮ่วพูดจบ อี้ไท่เฟยก็มองเขาด้วยสายตาดุร้าย จากนั้นก็เคาะโต๊ะอยู่หลายครั้ง ทว่าก็ไม่พูดอะไร
ผิงเป่ยโฮ่วแอบแตะบุตรชายที่อยู่ข้างๆ จ่างซุนเช่อที่มีสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์แล้ว และแน่นอนว่าเขารู้ถึงความร้ายแรงของเื่นี้ หลังจากที่ท่านพ่อของเขาเตือนสติ เขาก็กัดฟันและเงยหน้าขึ้น
โชคดีที่อี้ไท่เฟยไม่ได้มองเขา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้า
เขาประสานมือเข้าด้วยกันด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ไท่เฟย ได้โปรดให้คุณหนูหว่านหรูแต่งงานกับข้าเถิด ข้าจะรับผิดชอบจนถึงที่สุดและปฏิบัติต่อนางอย่างดีไปตลอดชีวิต!”
“ตึง!”
อี้ไท่เฟยตบโต๊ะและจ้องมองมาด้วยความโกรธ จ่างซุนเช่อรีบก้มหน้าลงทันทีด้วยความใและไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวราวกับหนูของเขาแล้ว อี้ไท่เฟยก็ยิ่งโกรธและไม่เต็มใจ!
แน่นอนว่านางรู้ว่าวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ มีเพียงวิธีเดียวคือให้มู่หรงหว่านหรูแต่งงานกับจ่างซุนเช่อ แต่นางยังยอมรับมันไม่ได้ก็เท่านั้น
หว่านหรูเป็บุตรสาวบุญธรรมของจวนฉินอ๋อง การแต่งงานกับบุตรชายของผิงเป่ยโฮ่วก็เหมือนไม่ได้แต่งงาน อย่างไรก็ตาม คุณชายจากทางเหนือแห่งจวนผิงเป่ยโฮ่วนั้นเ้าชู้อย่างมาก แม้แต่อนุของบิดาเขาก็ไม่เว้น คนที่มีนิสัยและทำตัวเสื่อมเสียเช่นนี้ จะให้แต่งงานด้วยได้อย่างไร?
แต่งงานไปแล้วก็เท่ากับทำลายความสุขไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ?
นอกจากนี้ อี้ไท่เฟยไม่เคยคิดอยากให้มู่หรงหว่านหรูแต่งงาน!
แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะเคยพูดถึงเื่แต่งงานมาก่อน แต่อี้ไท่เฟยก็ตอบตกลงไปส่งๆ เท่านั้น ในใจของนางยังลังเลที่จะแยกทางกับบุตรสาวคนนี้โดยหวังว่าสักวันหนึ่งนางจะกลายเป็สนมของฉินอ๋อง และอยู่กับนางที่จวนตลอดไป
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ต้องแต่งงานเท่านั้น แต่ยังต้องแต่งงานกับไอ้สารเลวนั่นด้วย!
ผิงเป่ยโฮ่วยังคงดึงเสื้อของบุตรชายต่อไปเพื่อให้เขารับผิดชอบ จ่างซุนเช่อที่ดูเหมือนจะขี้เล่น หลงตัวเอง ทว่ากลับเป็ชายหนุ่มที่ภายนอกดูแข็งแรงแต่แท้จริงแล้วอ่อนแอ ไร้ความรับผิดชอบ เมื่อถูกอี้ไท่เฟยทำให้กลัวขนาดนั้น เขาจึงไม่กล้าที่จะเงยหน้าอีกครั้ง
นอกจากนี้ ในใจเขาเองก็ไม่้าแต่งงานกับมู่หรงหว่านหรู หากมู่หรงหว่านหรูที่อยู่ในฐานะบุตรสาวบุญธรรมของอี้ไท่เฟยแต่งงานเข้าจวนผิงเป่ยโฮ่ว เขาจะไม่ถูกควบคุมจนตายหรือ? ภายภาคหน้าจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร?
ผิงเป่ยโฮ่วไม่สามารถกระตุ้นบุตรชายของเขาได้ จึงเอ่ยปากพูดอีกครั้งด้วยความจริงจังว่า “ไท่เฟย เื่มาถึงขนาดนี้แล้ว โปรดคิดทบทวนเพื่ออนาคตของคุณหนูหว่านหรูด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีที่เงียบมาตลอดก็เปิดปากกระซิบว่า “หมู่เฟย ท่านอาจจะไม่ได้เห็นสถานการณ์ในตอนนั้น แต่ทุกคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงเหมยฮวา ทั้งชายและหญิง รวมไปถึงคนรับใช้ทั้งหลายต่างเห็นกันหมด เื่ดีๆ ไม่ค่อยเป็ข่าว เื่แย่ๆ กลับดังไปไกลเป็พันลี้ พรุ่งนี้เช้าไม่รู้จะว่าจะเป็เช่นไร? จะถูกคนแต่งเติมเพิ่มความใส่ไข่เข้าไปอีกหรือไม่ ถึงเวลานั้นจะเป็หว่านหรูที่เ็ป นางจะยิ่ง...”
อี้ไท่เฟยขมวดคิ้วและมองไป หานอวิ๋นซีพูดเสียงเบาลงอีกครั้ง “หมู่เฟย เื่ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ข้ารู้ว่าท่านไม่เต็มใจ หว่านหรูเองก็คงไม่เต็มใจเช่นกัน แต่มันก็ดีกว่าปล่อยให้หว่านหรูต้องถูกประณามและซ่อนตัวอยู่ในจวนตลอดชีวิต”
ความจริงแล้ว ถึงหานอวิ๋นซีจะไม่พูดอะไรมาก อี้ไท่เฟยก็เข้าใจ นางไม่สามารถรับเื่นี้ได้จริงๆ!
จ่างซุนเช่อกระทำความผิด นอกจากจะไม่โดนลงโทษ ก็ยังได้ภรรยามาโดยไม่ต้องทำอะไรเลย!
เมื่อเห็นว่าอี้ไท่เฟยยังคงไม่ยอมปล่อยวาง ดวงตาของหานอวิ๋นซีก็ฉายแววเ้าเล่ห์และพูดต่อว่า “หมู่เฟย คืนนี้ยังมีเวลา ไม่เช่นนั้นท่านก็ตอบรับเื่แต่งงานไป พรุ่งนี้เช้าค่อยให้จวนผิงเป่ยโฮ่วประโคมข่าวเื่การหมั้นและปกปิดข่าวลือ บอกกับโลกภายนอกว่าหว่านหรูและจ่างซุนเช่อรักกัน และรักกันมานานแล้ว เช่นนี้แล้วไม่ว่าคนนอกจะเชื่อหรือไม่ อย่างน้อยก็ยังรักษาหน้าไว้ได้บ้าง จริงหรือไม่?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา อี้ไท่เฟยก็มองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างจริงจัง “หมั้น?”
“ถูกต้องเพคะ หมั้นไว้ก่อนเพื่อเป็การระงับข่าวลือข้างนอก ให้เวลาหว่านหรูได้สงบสติอารมณ์สักหน่อย ส่วนการแต่งงาน...หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายสงบสติอารมณ์แล้ว เราค่อยมาวางแผนกันอีกที”
ในตอนที่หานอวิ๋นซีพูดออกมา ตัวเองก็ยังคิดว่ามันไร้สาระ การประโคมข่าวเื่การหมั้นหมายก็เท่ากับข้าวสารหุงเป็ข้าวสุก[1] การแต่งงานก็จะเป็เื่ที่ต้องทำและไม่สามารถวางแผนอะไรได้อีก
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เวลานี้ สำหรับอี้ไท่เฟยที่หงุดหงิดนั้น คำพูดเหล่านี้กลับเหมือนชาสมุนไพร ในที่สุดก็ระงับความโกรธที่เกาะกินหัวใจของนางได้!
นางมองหานอวิ๋นซีอย่างจริงจัง และถอนหายใจออกมา “ก็คงทำได้แค่นั้น”
หานอวิ๋นซีรู้สึกดีใจเป็อย่างยิ่งและพูดอย่างเห็นอกเห็นใจว่า “หมู่เฟย ข้าเองก็ถือได้ว่าเป็พี่สะใภ้ของหว่านหรู เื่การหมั้นหมายให้ข้าไปคุยกับผิงเป่ยโฮ่วและฮูหยินของเขาเถิด”
อี้ไท่เฟยที่ไม่้าแม้แต่จะมองจ่างซุนเช่อ จะไปอยากพูดคุยกับพวกเขาได้อย่างไร ดังนั้นนางจึงตอบตกลงอย่างไม่แยแส
หลังจากตัดสินใจแล้ว สุดท้ายอี้ไท่เฟยก็ฟื้นคืนสติกลับมา นางมองไปที่ผิงเป่ยโฮ่วอย่างเ็าและพูดด้วยความเย่อหยิ่งว่า “ผิงเป่ยโฮ่ว ในเมื่อหว่านหรูกับคุณชายรักกัน เ้ากับฮูหยินของเ้าก็เห็นด้วย ทั้งยังมาขอแต่งงานกลางดึกเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่้าทำให้เ้าลำบาก พรุ่งนี้เช้าจะนัดหมายรื่องการหมั้น ส่วนจะแต่งงานกันเมื่อไร ไว้คุยกันภายหลัง!”
นี่เป็คำสั่งไม่ใช่การเจรจา
หลังจากอี้ไท่เฟยพูดจบ นางก็ลุกขึ้น สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกไป ครอบครัวสามคนแห่งจวนผิงเป่ยโฮ่วที่เหลืออยู่ต่างคุกเข่าด้วยความงุนงง
ทั้งสองรักกัน รักกันอย่างนั้นหรือ?
“ข้ากับมู่หรงหว่านหรูไปรักกันตอนไหน...”
จ่างซุนเช่อที่ไม่ว่าคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เมื่อกำลังจะถาม แต่ก็ถูกผิงเป่ยโฮ่วจ้องด้วยสายตาเฉียบคม เขาจึงปิดปากทันที
หานอวิ๋นซีมองด้วยรอยยิ้ม “ท่านผิงเป่ยโฮ่ว ท่านว่าอย่างไรล่ะ?”
ผิงเป่ยโฮ่วรีบพูดว่า “ไม่! ไม่! บุตรชายของข้ากับคุณหนูหว่านหรูรักกัน ทุกคนรู้ว่าพวกเขารักกัน ขอบคุณสำหรับความรักของไท่เฟย ยินดีที่จะให้คุณหนูหว่านหรูแต่งเข้าจวนผิงเป่ยโฮ่ว ข้าและฮูหยินของข้าซาบซึ้งอย่างมาก! พรุ่งนี้เช้าต้องเตรียมของหมั้นและมาที่ประตูเพื่อหมั้นด้วยตัวเอง!”
ผิงเป่ยโฮ่วเป็คนฉลาดและเขารู้ทุกอย่าง หานอวิ๋นซีพูดไปมากมาย นางยิ้มด้วยความพึงพอใจ “แม้ว่าหว่านหรูจะเป็บุตรสาวบุญธรรมของจวนฉินอ๋อง แต่ก็ถือว่านางเป็คนของจวนฉินอ๋องของข้าด้วย การหมั้นหมายไม่ใช่เื่เล็กน้อย จ่างซุนเช่อเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ถึงเวลานั้นอย่าไปยั่วโมโหไท่เฟย...”
หานอวิ๋นซีที่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ผิงเป่ยโฮ่วก็พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขอบคุณหวังเฟยที่เตือนข้า ทุกอย่าง...ข้าจะจำเอาไว้! ข้าจะจำให้ขึ้นใจ!”
ดีมาก!
หานอวิ๋นซีชอบคุยกับคนฉลาด นางเชื่อว่างานหมั้นในวันพรุ่งนี้จะยิ่งใหญ่มากและจะดีไม่แพ้การต้อนรับเ้าสาว
นางไม่ได้ทำให้พวกเขาลำบากอะไร หลังจากพูดกันอีกสองสามคำ ก็ปล่อยให้พวกเขากลับไป
ในเวลานี้ ในหลานเยวี่ยน อี้ไท่เฟยกำลังเกลี้ยกล่อมมู่หรงหว่านหรู แม้แต่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง ก็ยังสามารถได้ยินเสียงสะอื้นของมู่หรงหว่านหรู อี้ไท่เฟยเองก็ดุด่าอย่างควบคุมไม่ได้เป็ครั้งคราว
หานอวิ๋นซีชำเลืองมองและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เ้าดอกบัวขาวนะเ้าดอกบัวขาว เกรงว่าแม้แต่เ้าเองก็คงคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะเป็เ้าที่ลงไปในหลุมที่ตัวเองขุดไว้เอง!
เมื่องานหมั้นเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ รอให้ถึงสิ้นปี เ้าดอกบัวขาวก็ต้องแต่งงาน เมื่อคิดถึงเื่นี้ หานอวิ๋นซีก็อดไม่ได้ที่จะวาดภาพในอนาคต
เ้าดอกบัวขาวไม่ได้อาศัยอยู่ในจวน ตอนนี้นางก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอี้ไท่เฟย ชีวิตของนางก็คงมีความมั่นคงขึ้นไม่น้อย และไม่ต้องอาศัยอยู่ที่มุมหนึ่งของลานดอกบัวอีกต่อไป
เมื่อเดินไปที่ประตูของลานดอกบัว หานอวิ๋นซีก็มองห้องนอนที่มืดมิดจากระยะไกล และคิดว่าเมื่อถึงเวลา หากนาง้าย้ายออกจากลานดอกบัว หลงเฟยเยี่ยก็คงไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่?
เขาแทบทนรอไม่ไหวให้นางออกไปจากอาณาเขตของเขาเสียที ใช่หรือไม่?
หานอวิ๋นซีคิดเกี่ยวกับเื่นี้ จนยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่รู้ตัวเป็เวลานาน นางไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าชายผู้นั้นยุ่งอยู่กับอะไร...
วันรุ่งขึ้น เช้าตรู่บนถนนเสวียนอู่มีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้น หมายถึงงานมงคลที่กำลังลอยล่อง จวนผิงเป่ยโฮ่วมาพร้อมกับสินสอดทองหมั้น
เด็กชายสองคนในชุดสีแดงถือกล่องของหมั้นและเรียงแถวยาวเป็คู่ ตั้งแถวยาวเหยียดราวกับหางับนถนนเสวียนอู่ เต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา ผิงเป่ยโฮ่วและฮูหยินเดินนำหน้าจ่างซุนเช่อ และยังมีซีผออีกหนึ่งคนที่อยู่ด้านหน้าสุด นอกจากสีหน้าของจ่างซุนเช่อที่ดูไม่ค่อยดีแล้ว คนอื่นๆ ต่างยิ้มแย้มและมีความสุขกันถ้วนหน้า
ระยะทางจากจวนผิงเป่ยโฮ่วไปยังจวนฉินอ๋องไม่ไกลมากนัก แต่ขบวนนี้จงใจใช้ทางอ้อม เพื่อดึงดูดผู้คนนับไม่ถ้วนให้เข้ามาดู แต่ละตรอกซอยจึงเต็มไปด้วยผู้คน
ทันทีที่ได้ยินว่าผิงเป่ยโฮ่วกำลังจะมาหมั้นหมายที่จวนฉินอ๋อง ทุกคนก็เริ่มพูดถึงเื่นี้ บวกกับผิงเป่ยโฮ่วที่จัดผู้คนมาไม่น้อยในฝูงชน ดังนั้นเื่ที่มู่หรงหว่านหรูและจ่างซุนเช่อตกหลุมรักกัน เื่ที่แอบไปมาหาสู่กันเป็เวลานานก็ถูกเปิดเผยออกไปเช่นกัน ส่วนเื่เหตุการณ์งานเลี้ยงเหมยฮวาเมื่อวานนี้ก็ถูกแพร่กระจายออกไปเช่นกัน แต่ก็ไม่ชนะเื่นี้อยู่ดี
ไม่รู้ว่าอี้ไท่เฟยเกลี้ยกล่อมมู่หรงหว่านหรูได้อย่างไร ถึงทำให้นางยอมเข้าร่วมพิธีหมั้น ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองมาที่หานอวิ๋นซี เห็นได้ชัดว่าเื่ที่น่าสมเพชก่อนหน้านี้หายไปจนหมดแล้ว และนางก็รู้ว่าเื่การหมั้นหมายต้องเป็หานอวิ๋นซีที่เป็คนออกความคิดเห็น
หานอวิ๋นซีปล่อยให้นางมองอย่างอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจนั่นก็คือจู่ๆ หลงเฟยเยี่ยก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน แต่เมื่อนึกดีๆ เขาเป็พี่ชายก็ต้องมาเข้าร่วมอยู่แล้ว
หลังจากงานหมั้นเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไป
อี้ไท่เฟยถอนหายใจและพูดอย่างสงบว่า “เฟยเยี่ย การแต่งงานของหว่านหรู...เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่หรงหว่านหรูก็มองไปอย่างรวดเร็ว แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับตอบอย่างเ็าว่า “หากจะแต่งงานภายในปีนี้มันค่อนข้างเร่งรีบเกินไป ไปกำหนดวันในปีหน้าจะดีกว่า”
อี้ไท่เฟยไม่ได้้าคำตอบแบบนี้ แล้วจะนับประสาอะไรกับมู่หรงหว่านหรูที่ไม่้ายิ่งกว่า!
เมื่อคิดว่าตัวเองไม่มีวาสนากับฉินอ๋องในชีวิตนี้แล้ว มู่หรงหว่านหรูก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ดวงตาแดงก่ำ ยกมือปิดปากแล้ววิ่งหนีไป...
ทั้งหมดนี้เป็เพราะหานอวิ๋นซี หานอวิ๋นซีคนเดียว นางสาบานในใจแม้ว่านางจะแต่งงานแล้วนางก็จะไม่มีทางปล่อยหานอวิ๋นซีไปง่ายๆ อย่างแน่นอน!
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของมู่หรงหว่านหรู และเห็นความเฉยเมยของบุตรชาย อี้ไท่เฟยยิ่งอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว หงุดหงิดเหลือเกิน!
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน กุ้ยมามาก็มารายงานว่า “ไท่เฟย ท่านอ๋อง องค์หญิงหรงเล่อเสด็จมาเยี่ยมเพคะ”
-------------------------------
[1] ข้าวสารหุงเป็ข้าวสุก หมายถึง เื่ราวเลยจุดที่จะเข้าไปแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนได้อีกหรือสายเกินแก้
