ตอนที่ 2
ตัวอักษรเืบนกำแพง: โรงพยาบาลชานเมืองทิศตะวันออก เวลาตีสาม
อาการตื่นตูมของชิงหลี่เรียกสายตาจิกกัดจากคนรอบข้างได้หลายคู่ ทว่าทุกคนก็ต้องรีบละสายตาไปสนใจข้อความบนกำแพงแทน
หยาดเืสดๆ เริ่มควบแน่นกลายเป็ตัวอักษรที่ดูแล้วชวนให้ขวัญผวา เนื้อความบนนั้นยิ่งทำให้คนอ่านรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว—
พวกมันมาอีกแล้ว ฉันหลบอยู่ใต้เตียง ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ พวกมันค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ แล้วก็พรากพี่สาวเตียงข้างๆ ไป
พี่สาวกลับมาแล้ว แต่เธอดูแปลกไปมาก เธอบอกว่าจะให้ของขวัญฉันชิ้นหนึ่ง ฉันพยักหน้ารับ แล้วเธอก็ควักลูกตาตัวเองออกมา... เืเต็มไปหมดเลย
ตัวพี่สาวเริ่มส่งกลิ่นเหม็น เน่าเฟะจนมีหนอนไต่ยั้วเยี้ย หนอนพวกนั้นคลานจากเตียงพี่สาวมาที่เตียงฉัน ทำให้ฉันคันไปทั้งตัว
พวกมันมาแล้ว คราวนี้พวกมันหยุดลงที่ข้างเตียงฉัน ฉันหมอบอยู่ใต้เตียง พยายามกลั้นลมหายใจจนสุดชีวิต เหงื่อไหลชุ่มชุดคนไข้ ได้แต่ภาวนาให้พวกมันรีบไปเสียที
“เจอตัวแล้ว... เจอตัวแล้ว... เจอตัวแล้ว... เจอตัวแล้ว...”
บนกำแพงสีขาวโพลน ข้อความสี่คำสุดท้ายผุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มันยึดพื้นที่ไปทั้งผนังและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนกระทั่งพื้นที่ที่พวกชิงหลี่ยืนอยู่ถูกตัวอักษรเืปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
“เพล้ง——”
ภาพเบื้องหน้าแตกกระจาย ทุกสิ่งเลือนหายไปในพริบตา
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปเป็สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ดูจากการตกแต่งแล้วน่าจะเป็ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล บนเตียงเหล็กขึ้นสนิมเขรอะทั้งหกเตียงมีผ้าปูที่นอนด่างพร้อยไปด้วยเชื้อรา
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ปนเปไปกับกลิ่นศพเน่าที่ยากจะสังเกตเห็น
“ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด——”
นาฬิกาดิจิทัลที่ข้อมือพลันสั่นะเื ชิงหลี่ยกขึ้นดู พบข้อความแถวหนึ่งปรากฏบนหน้าจอ
ชื่อเกม: โรงพยาบาลชานเมืองตะวันออก ณ เวลาตีสาม
ระดับความเสี่ยง: 3.5 ดาว
ภารกิจ: มีชีวิตรอดให้ถึงเวลาตีห้า
คำใบ้ที่ 1: ชู่ว์ อย่าส่งเสียงดัง
คำใบ้ที่ 2: [เข้ารหัส] (ปลดล็อกด้วยแต้มความนิยม 10,000 แต้ม)
คำใบ้ที่ 3: [เข้ารหัส] (ปลดล็อกด้วยแต้มความนิยม 30,000 แต้ม)
“ถึงกับเป็ระดับ 3.5 ดาวเลยเหรอ!”
หมายเลข 74 โจวหย่า หน้าถอดสี ภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าที่เคยขาวผ่องของเธอเปลี่ยนเป็สีซีด
“พวกเราทุกคนอยู่อันดับท้ายๆ แท้ๆ แต่กลับต้องมาเจอความยากระดับ 3.5 ดาว นี่มันกะจะไม่ให้พวกเรารอดไปได้เลยนี่นา” หมายเลข 65 เสิ่นรั่ว เอ่ยอย่างหมดอาลัยตายอยาก
คนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าปั้นยาก มีเพียงชิงหลี่ผู้ไม่รู้เื่รู้ราวที่ถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ขอโทษนะคะ แต้มความนิยมหมายถึงอะไรเหรอคะ?”
“แต้มความนิยมก็ได้มาจากยอดโดเนทในห้องไลฟ์สดนั่นแหละ มันเอาไว้ซื้อไอเทมพิเศษได้ ซึ่งสำคัญต่อการเอาตัวรอดของพวกเรามาก และถ้ากลับไปสู่โลกความจริงได้ แต้มนี้ก็แลกเป็เงินได้เหมือนกัน”
ชายสวมแว่นกรอบเงินท่าทางสุภาพเป็คนช่วยอธิบายให้ชิงหลี่ฟัง
“ผมหมายเลข 81 หลินจื่อโจว” เขายิ้มฝืดๆ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความห่อเหี่ยวและท้อแท้
“ขอบคุณค่ะ” ชิงหลี่พยักหน้าให้เขา แล้วหันไปสนใจหน้าจอไลฟ์สดของตัวเอง บนไอคอนที่แสดงแต้มความนิยมระบุตัวเลขเป็ — 0
1 แต้มความนิยม = 1 หยวน
ดวงตาที่ก้มต่ำลงของเธอพลันเป็ประกายวิบวับ ราวกับได้พบช่องทางรวยทางลัดเข้าให้แล้ว!
[ ฮ่าๆๆ ยัยหนูบ้านนอก น่าสงสารจังเล้ย มือใหม่ไม่มีแต้มความนิยมซื้อไอเทม เธอตามหลังคนอื่นอยู่โขเลยนะเนี่ย ]
[ ยัยหนูบ้านนอก เรียกพี่ชายใจดีสักคำสิ เดี๋ยวพี่เปย์อมยิ้มให้กินอันนึง ]
[ ฉันว่าพวกเราลงขันซื้อโลงศพให้ยัยหนูคนนี้ล่วงหน้าดีกว่าไหม! ]
ในห้องไลฟ์สดพากันเรียกเธอว่ายัยหนูบ้านนอกไม่หยุด ชิงหลี่ลูบผมเปียที่ชี้โด่เด่ของตัวเองพลางขบกรามเคี้ยวฟันเบาๆ
“พี่ชายใจดีจ๋า... หนูอยากกินอมยิ้มจังเลยค่ะ”
เสียงนุ่มนวลอ่อนหวานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาคนอื่นถึงกับสะดุ้งโหยง
“หมายเลข 100! เธอคุยกับใครน่ะ!” ชายพุงพลุ้ยตวาดถามด้วยความโมโห
“ฉัน... ฉันคุยกับผู้ชมในไลฟ์อยู่น่ะค่ะ!” ชิงหลี่หดคอพลางตอบเสียงอ่อย
“เวลาป่านนี้แล้ว เธอยังจะมีแก่ใจไปคุยกับคนในไลฟ์อีกเหรอ ช่างขวัญกล้าบ้าบิ่น ไม่กลัวตายจริงๆ เลยนะ” หญิงสาวคนหนึ่งแขวะขึ้นมาอย่างประชดประชัน
ชิงหลี่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง เธอคือหมายเลข 92 หลินเสวี่ยเอ๋อร์ ใบหน้าของเธอดูประหลาดเล็กน้อยด้วยเครื่องสำอางหนาจัด ดูแปลกแยกจากผู้เล่นคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
“เธอคือหมายเลข 92 หลินเสวี่ยเอ๋อร์ ในโลกความจริงเธอเป็สตรีมเมอร์น่ะ” โจวหย่ากระซิบเตือนเบาๆ
ชิงหลี่พยักหน้ารับคำ ทันทีที่หลินเสวี่ยเอ๋อร์พูดจบ เธอก็พลันบิดตัวทำท่าทางออเซาะขึ้นมาบ้าง “พี่ชายจ๋า... เปย์ของขวัญให้เสวี่ยเอ๋อร์หน่อยสิคะ เกมคราวนี้ยากจังเลย เสวี่ยเอ๋อร์ไม่มีเงินซื้อไอเทมแล้ว งือออออ”
ชิงหลี่ยืนอ้าปากค้าง... แบบนี้ก็ได้เหรอ?
“ชู่ว... เงียบก่อน!”
เสิ่นรั่วกระซิบบอกพลางยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
หลินเสวี่ยเอ๋อร์รีบหุบปากทันควัน เธอเกือบลืมคำใบ้ที่ 1 ไปเสียสนิท: ชู่ว์ อย่าส่งเสียงดัง
ภายนอกประตูที่ปิดสนิท เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มใกล้เข้ามาทุกที ราวกับเหยียบลงบนหัวใจของทุกคน แต่ละก้าวชวนให้ใจสั่นระรัว
“พวกมันมาแล้ว...”
หลินเสวี่ยเอ๋อร์เอามืออุดปากตัวเองไว้แน่น ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ตึก——”
“ตึก——”
เสียงส้นสูงกระทบพื้นปูนดังชัดขึ้นเรื่อยๆ
ชิงหลี่เขย่งเท้าดู เห็นคนอื่นพากันไปเบียดกันอยู่ที่ประตูด้วยตัวสั่นเทา เธอจึงเดินเอื่อยๆ ไปยังเตียงที่อยู่ด้านในสุด แล้วล้มตัวลงนอนอย่างสบายอารมณ์
สำหรับคนที่ไม่ได้นอนบนเตียงมานาน ความสุขทำให้เธอต้องหรี่ตาลงทันที
่นี้ต้องแอบไปงีบบนโซฟาใน KFC หรือ McDonald's ตลอดเลย... เตียงนี่แหละสบายที่สุดแล้ว!
เตียงเหล็กมีอายุการใช้งานมายาวนาน พอชิงหลี่ล้มตัวลงนอน มันจึงส่งเสียง “เอี๊ยดอ๊าด” ดังลั่น ทำเอาคนอื่นถึงกับสะดุ้งโหยงอีกรอบ
“เธอทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!”
หลินเสวี่ยเอ๋อร์กดเสียงต่ำตะคอกด้วยความโมโหสุดขีด
ชิงหลี่ยกข้อมือที่มีนาฬิกาดิจิทัลขึ้นมา กดดูหน้าจอเวลาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “ก็ตอนนี้มันตีสามแล้วนี่นา... ได้เวลานอนแล้วค่ะ”
ทุกคน: “...”
“ยัยบ้า! เธอจะหาเื่มาให้พวกเราแท้ๆ” หลินเสวี่ยเอ๋อร์ด่ากราดเสียงเบา
ทว่าในตอนนั้นเอง เสิ่นรั่วราวกับฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เขารีบพูดขึ้นทันที “พวกเราก็รีบนอนบนเตียงเร็วเข้า!”
พูดจบ เขาก็รีบเลือกเตียงที่อยู่ใกล้กับชิงหลี่แล้วล้มตัวลงนอนทันที
กลิ่นเชื้อราที่ฉุนกึกแทบจะทำให้เขาอาเจียน แต่เขาก็จำต้องกลั้นใจดึงผ้าห่มสกปรกขึ้นมาคลุมร่างไว้
เมื่อเห็นเสิ่นรั่วทำตาม แม้คนอื่นจะไม่เข้าใจสถานการณ์นัก แต่ก็รีบแยกย้ายกันไปนอนบนเตียงที่เหลือ
หกคน... กับหกเตียงพอดีเป๊ะ
พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าที่หยุดกะทันหัน เสียงกุกกักดังมาจากหน้าประตู คล้ายกับมีใครบางคนกำลังพยายามหมุนลูกบิด
เสิ่นรั่วเหลือบมองชิงหลี่โดยไม่ตั้งใจ พบว่าเธอหลับสนิทไปจริงๆ แถมยังส่งเสียงกรนเบาๆ ออกมาอีกด้วย
จะเป็เื่บังเอิญหรือเปล่านะ?
“ครืด——”
ประตูค่อยๆ เปิดออก ทุกคนต่างหลับตาแน่นและนิ่งเงียบ มีเพียงชิงหลี่ที่นอนฝันหวานอย่างสบายใจ
“คุณหมอคะ คนไข้เข้านอนหมดแล้วค่ะ”
เสียงผู้หญิงที่เย็นะเืบาดลึกถึงกระดูกดังขึ้น ลำคอของเธอราวกับมีเศษแก้วปักอยู่ เสียงที่ออกมาจึงแหบพร่าและแห้งผาก
จากนั้น เสียงฝีเท้าก็เริ่มเดินวนเวียนไปมาภายในห้องพักฟื้น
“เอาคนนี้แหละ!”
กลิ่นศพเน่าที่ลอยมากระทบจมูกทำให้ชิงหลี่ขยับจมูกฟุดฟิด แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลต่อการนอนหลับที่แสนสุขของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอยังละเมอพึมพำออกมาว่า “อื้ม... กลิ่นเต้าหู้เหม็นนี่มันแรงจริงๆ เลย”
หากชิงหลี่ตื่นมาลืมตาดูตอนนี้ เธอคงจะได้เห็นใบหน้าเน่าเฟะที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เธอในระยะประชิด
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยเสียงประตูปิดลง
ผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เหงื่อชุ่มโชกค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง พวกเขาหันไปมองเตียงของชิงหลี่เป็ตาเดียว— คนหายไปแล้ว!
คำใบ้ที่ 1: ชู่ว์ อย่าส่งเสียงดัง
หรือว่า... หมายเลข 100 จะถูกผีจับตัวไป เพราะเธอนอนกรนเสียงดังงั้นเหรอ!?
