ฉวนโจว ระหว่างทางไปตระกูลมู่หรง
เวลานี้ในรถเอ็มพีวีหรู ซูฮ่าวมองโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอดับอย่างกะทันหัน มุมปากก็กระตุกแล้ว
เขาเพิ่งเตรียมจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรศัพท์หาไป๋เหวินหลิง แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเพราะปริมาณแบตเตอรี่ต่ำเกินไป ทำให้โทรศัพท์มือถือปิดเครื่องเองแล้ว
“พอเถอะ รอไปถึงบ้านมู่หรงชาร์จแบตเตอรี่แล้วค่อยโทรศัพท์” ซูฮ่าวเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ในกระเป๋าเสื้อ และเอียงหน้ามองด้านนอกหน้าต่าง มองวิวที่ผ่านไปมาอย่างเบื่อหน่ายมาก
ที่นั่งข้างคนขับ มู่หรงฉินชำเลืองมองซูฮ่าวผ่านกระจกมองหลัง พบว่าเขาเบื่อหน่าย ก็เลยพูดอย่างเคอะเขินว่า “คุณซู บ้านมู่หรงอยู่ในเขตชานเมืองของฉวนโจว ดังนั้นระยะทางก็เลยไกลเล็กน้อย หากรู้ั้แ่แรกว่าเวลาของคุณซูมีค่ามาก ฉันควรจะส่งเฮลิคอปเตอร์มา”
“ไม่เป็ไรครับ นั่งรถก็ดีมาก เฮลิคอปเตอร์หนวกหูเกินไปแล้ว” ซูฮ่าวโบกมืออย่างรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ไม่ทำอะไรก็จะใช้เฮลิคอปเตอร์ ตระกูลมู่หรงนี้สมกับเป็ตระกูลสุดยอดของเมืองไห่เป่ย อำนาจและการเงินก็ไม่ใช่ว่าคนธรรมดาทั่วไปจะเทียบเทียมได้จริงๆ
แต่พูดถึงโชคชะตาของตนเอง พูดไปแล้วก็ยังดีขึ้นมากจริงๆ
เมื่อวานเขาก็แค่อยากไปมั่นคงตบะสักหน่อย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับคุณหนูของตระกูลมู่หรงกับผู้าุโของตระกูลมู่หรง โดยเฉพาะยังผูกวาสนากับอีกฝ่ายแล้ว ไม่พูดไม่ได้ว่าของอย่างโชคชะตาบางครั้งก็อัศจรรย์จริงๆ
มิน่าล่ะเมื่อวานเขาได้ยินคำว่า “มู่หรงเหิงเต๋อ”สี่คำก็คิดว่าคุ้นเคยเป็อย่างมาก ตอนนี้หวนคิดสักหน่อย มู่หรงเหิงเต๋อคนนี้ตอนหนุ่มก็คือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งในและนอกประเทศ
ในสมัยที่มีา เขาติดตามคนใหญ่คนโตของประเทศจำนวนไม่น้อยไปรบเหนือยันใต้ มีผลการรบที่โดดเด่น ก่อนจะเกษียณเคยถูกเลือกให้เป็สิบนายพลใหญ่ของหัวเซี่ย มีคุณธรรมและบารมีสูงส่ง
ก็เพราะเหตุนี้ ตระกูลมู่หรงจึงยืนอยู่จุดสูงสุดของเมืองไห่เป่ย และกลายเป็ตระกูลที่สุดยอดได้
มิน่าล่ะหวางเฉิงเทียนอาศัยแค่คนรุ่นหลังเล็กๆ คนหนึ่งของตระกูลมู่หรง ก็สามารถดำรงตำแหน่งเ้าพ่อมาเฟียของฉวนโจวได้ มีพระองค์ใหญ่อย่างตระกูลมู่หรงอยู่ ใครจะกล้าแย่งตำแหน่งเ้าพ่อมาเฟียกับเขา?
รถเอ็มวีพีหรูแล่นไปอย่างรวดเร็ว เข้าสู่เขตชานเมืองฉวนโจว หลังจากนั้นก็แล่นไปด้านนอกอีกห้าหกนาที สุดท้ายก็จอดอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ในเขตพื้นที่สีเขียวแห่งหนึ่ง
คฤหาสน์แห่งนี้เป็สี่เหลี่ยม มีเนื้อที่กว้างขวางมาก กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ล้วนมองไม่เห็นสุดทาง
หลังจากที่รถจอดแล้ว มู่หรงฉินก็พาซูฮ่าวเดินเข้าไปในคฤหาสน์
ซูฮ่าวกวาดตามองไป ถูกความยิ่งใหญ่ของบ้านมู่หรงทำให้ตื่นตระหนกอีกครั้ง
ทั้งบ้านมู่หรงตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ หันหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านหลังติดูเาใหญ่ห้าลูก ด้านข้างติดแม่น้ำ การจัดวางโดยรอบเหมือนเรือลำใหญ่ลำหนึ่ง ูเาสวนดอกไม้ด้านหลังคือท้ายเรือ สวนดอกไม้ด้านหน้าคือหัวเรือ ซุ้มประตูหินคือใบเรือใหญ่ มีความหมายแฝงว่าทุกอย่างราบรื่น
สิ่งปลูกสร้างด้านในกลมกลืน ยิ่งใหญ่อลังการ ลานใหญ่น้อยยุ่งเหยิงแต่งดงาม ทางเดินระหว่างลานบ้านเชื่อมต่อกัน ประตูรองเชื่อมกัน มีแบบอย่างเป็ของตนเอง ถึงไม่ออกจากบ้าน ก็ล้วนพึ่งพาเศรษฐกิจของตนเองได้
ได้รู้จากปากของมู่หรงฉินว่า มู่หรงเหิงเต๋อมีลูกชายสองคน
ลูกชายคนโตคือคุณพ่อของมู่หรงฉิน เข้าสู่เส้นทางข้าราชการ การจราจรทางน้ำ ธุรกิจเกลือ ภาษี และอาณาเขตอื่นๆ ล้วนควบตำแหน่งสำคัญอีก
ลูกชายคนเล็กเชี่ยวชาญทางธุรกิจ อยู่ในตลาดผ้า ต่อเรือบวกกับที่ดินกลายเป็ผู้นำใหญ่ของเมืองไห่เป่ย
ลูกชายสองคนล้วนไม่ทำให้มู่หรงเหิงเต๋อผิดหวัง ตามด้วยการสะสมของความมั่งคั่ง ทำให้คฤหาสน์มู่หรงยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ มีเนื้อที่สองร้อยยี่สิบหมู่ จากไหล่เขาในตอนแรกขยายไปถึงยอดเขา ก็พูดได้ว่าตระกูลใหญ่ธุรกิจใหญ่ ยิ่งมีชื่อเสียงที่ดีว่า “เทพเ้าโชคลาภแห่งไห่เป่ย”
ตระกูลมู่หรงในตอนนี้ห่างจากการเป็สุดยอดตระกูลแค่ก้าวเดียว หากตระกูลมู่หรงไม่อนุญาต ถึงเป็ผู้ว่าเมืองไห่เป่ย ก็ล้วนไม่มีทางเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ได้
ซูฮ่าวเดินตามมู่หรงฉินเข้ามา ก็ได้รู้ได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่เก่าแก่มากมาย และได้เปิดหูเปิดตา
ตอนเที่ยงตรง ซูฮ่าวพบกับมู่หรงเหิงเต๋อแล้ว
เขาในเวลานี้กำลังนั่งดูตำราโบราณอยู่ในห้องหนังสือ ผนังรอบๆ ห้องหนังสือมีภาพดังแขวนอยู่ ไม่มีรูปไหนที่ราคาต่ำกว่าสิบล้าน
วัตถุจำนวนไม่น้อยล้วนแกะด้วยช่างฝีมือประณีต ชิ้นใดๆ ก็ล้วนถูกยกให้เป็ของทางศิลปะที่มีมูลค่าคู่บ้านคู่เมือง
“คุณปู่ ดูใครมาแล้ว?” มู่หรงฉินเดินเข้ามาในห้องหนังสือ และชี้ซูฮ่าวพลางพูดอย่างยิ้มแย้ม
มู่หรงเหิงเต๋อตะลึงงัน และหันไปมองอย่างใ “พ่อหนุ่มซู?”
“ผู้าุโ พบกันอีกแล้วครับ ร่างกายเป็อย่างไรบ้าง?” ซูฮ่าวฉีกยิ้ม และทำมือคารวะ
มู่หรงเหิงเต๋อวางตำราโบราณลงแล้วก็ลุกขึ้นยืนพลางหัวเราะเสียงดัง “ครั้งนี้ดีที่มีพ่อหนุ่มซู เมื่อวานผมนอนหลับสบายมาก วันนี้ตื่นมามีชีวิตชีวา พละกำลังล้วนเพิ่มขึ้นไม่น้อย”
เขาพูดๆ อยู่ก็มองมู่หรงฉิน และแกล้งตำหนิว่า “เสี่ยวฉิน หลานเชิญพ่อหนุ่มซูมา ทำไมไม่บอกปู่ล่วงหน้าสักหน่อย กะทันหันอย่างนี้ แม้แต่เตรียมตัวต้อนรับปู่ก็ล้วนไม่ได้เตรียม”
“คุณปู่ นี่หนูก็ไม่ใช่ว่าเห็นปู่กำลังอ่านหนังสือ ไม่อยากรบกวนคุณปู่” มู่หรงฉินทำปากจู๋อย่างรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมมาก
มู่หรงเหิงเต๋อเห็นอย่างนี้แล้วก็มีสีหน้ารักและโปรดปรานอย่างเลี่ยงไม่ได้
มู่หรงฉินคือคนที่เขาเห็นมาั้แ่เล็กจนโต มีความคิดอะไรเขามองแวบเดียวก็รู้ สาวน้อยคนนี้เชิญซูฮ่าวมาโดยที่ไม่ได้บอกเขา ก็คงกลัวว่าหลังจากที่เขารู้เื่นี้แล้ว จะหยุดเธอไม่ให้ไปรบกวนซูฮ่าวเช้าเกินไป
ในเมื่อมู่หรงฉินเชิญซูฮ่าวมาแล้ว แน่นอนว่าภายในใจเขาก็ไม่คิดที่จะตำหนิมู่หรงฉิน อย่างไรสาวน้อยคนนี้ก็ทำเพราะเป็ห่วงเขา อยากให้ซูฮ่าวรักษาพิษงูบนตัวเขาให้เร็วหน่อย
“เสี่ยวฉิน ไปหยิบสุราดีที่ปู่สะสมมาหลายปีออกมา เดี๋ยวตอนงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ปู่กับพ่อหนุ่มซูจะดื่มด้วยกันสักหน่อย”
“ไม่ได้ ร่างกายของคุณปู่ดื่มสุราไม่ได้” มู่หรงฉินฟังอย่างนี้แล้ว สีหน้าก็บูดบึ้งทันที
ทั้งชีวิตของคุณปู่ชอบดื่มสุราที่สุด มักจะใช้สุราแก้เหงา สำหรับเขาแล้ว สุราก็คือชีวิต แต่เนื่องด้วยปัญหาร่างกาย จริงๆ แล้วก็ดื่มสุราไม่ได้
ครั้งก่อนเพราะคุณปู่ของเธอแอบดื่มสุรา ทำให้อาการป่วยยิ่งหนักขึ้น ตอนเย็นวันนั้นก็ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ช่วยชีวิตอยู่นานกว่าจะรอด
ครั้งนี้ จะพูดอย่างไรเธอก็ล้วนให้คุณปู่ของเธอถลำเข้าไปในรอยเดิมไม่ได้
มู่หรงเหิงเต๋อหัวเราะอย่างเคอะเขิน “แค่นิดหน่อยไม่เป็ไร”
“นิดหน่อยก็ไม่ได้!” มู่หรงฉินส่ายหน้าหนักมาก สีหน้าเด็ดเดี่ยว
มู่หรงเหิงเต๋อเลี่ยงไม่ได้ ซูฮ่าวที่อยู่ข้างๆ เห็นอย่างนี้แล้วก็พูดพลางหัวเราะว่า “ไม่เป็ไรครับ อีกเดี๋ยวหลังจากที่ผมรักษาให้คุณเสร็จแล้ว จะดื่มมากเท่าไรก็ไม่ใช่ปัญหา”
“จริงหรือ?” มู่หรงฉินมองซูฮ่าวอย่างเปี่ยมไปด้วยความหวัง
สุราสำหรับคุณปู่แล้วมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสุราข้าวที่คุณย่าที่เสียชีวิตไปแล้วหมักไว้ ทุกๆ คำล้วนทำให้คุณปู่พบความรู้สึกที่หวนนึกถึงได้
หลังจากที่อาการของพิษงูหนักขึ้น สุราข้าวของคุณย่าที่เสียชีวิตไปแล้วหมักไว้ก็เก็บรักษาไว้ตรงนั้นตลอด คุณปู่ของเธอทำได้แค่ดม นานมากแล้วที่ไม่เคยลิ้มรส
ซูฮ่าวพยักหน้าแล้ว “ใช่ครับ คุณดื่มสุราไม่ได้ เพราะแอลกอฮอล์ง่ายต่อการทำให้พิษงูร้อนรน ก่อให้เกิดอันตราย แค่จัดการพิษงูแล้ว แน่นอนว่าสุราก็ดื่มได้”
“เยี่ยมไปเลย!” มู่หรงฉินตื่นเต้นมา และรีบถามว่า “คุณซู ก่อนที่จะรักษาพิษงูของคุณปู่ ้าให้ฉันเตรียมอะไรให้คุณไหม?”
“เตรียมเข็มเงินให้ผมหนึ่งกล่องชั่วคราว คุณภาพยิ่งมีระดับยิ่งดี” ซูฮ่าวครุ่นคิดสักครู่ ก็พูดออกมา
เข็มเทพเหลยหั่วแบ่งเป็สองเข็ม ความ้าด้านคุณภาพของเข็มเงินสูงมาก จริงๆ แล้วเข็มเงินธรรมดาทั่วไปก็ไม่มีทางแบกรับแรงระดับสูงได้ และหักได้ง่ายมาก
มู่หรงฉินฟังอย่างนี้แล้วก็ตะลึงงัน ราวกับคิดอะไรออกแล้ว ก็ออกไปจากห้องหนังสือทันที
สักพักใหญ่ตอนที่กลับมา ในมือของเธอถือกล่องที่ทำจากหยกขาวมาหนึ่งกล่อง
หลังจากเปิดออก ด้านในมีหมอกลอยออกมาจางๆ พอตั้งใจมอง ก็เห็นเข็มเหล็กวางเรียงกันอยู่ด้านใน เต็มไปด้วยเข็มเงินไป๋หาว เข็มราวกับหิมะ
“เข็มเงินไป๋หาว?” ซูฮ่าวจ้องเข็มเงินเก้าเล่มที่อยู่ในกล่องหยก ดวงตาหดลง
เข็มเงินไป๋หาวใช้รากของต้นไป๋หาวหมื่นปีเป็รากฐาน ผสานกับวัสดุที่หายากหลายสิบชนิด หลอมสี่สิบเก้าวัน ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกไป๋หาวหนาแน่น สีขาวดั่งเงิน ปลายเข็มแหลมคมเป็อย่างยิ่ง ความแข็งแรงสูงมาก คือเข็มเงินชั้นดีของการฝังเข็ม
ที่มีค่าพอที่จะพูดถึงก็คือ เข็มนี้มีเพียงแค่หมอหลวงในสมัยโบราณจึงจะใช้ได้ คนที่ใช้เข็ม จะต้องชำนาญการฝังเข็ม ผู้ที่ผ่านการฝังเข็มทุกคนล้วนเห็นผล
มู่หรงฉินพยักหน้าเล็กน้อย “คุณซูมีความรู้จริงๆ เข็มนี้ก็คือเข็มเทพไป๋หาวจริงๆ ใช้เฉพาะหมอหลวง ในงานประมูลครั้งหนึ่ง คุณพ่อของฉันเห็นว่ามันไม่ธรรมดา ก็เลยประมูลมันมาแล้ว”
เธอพูดจบก็ส่งกล่องหยกที่มีเข็มเงินไป๋หาวให้ซูฮ่าว
ซูฮ่าวรับกล่องหยกมาอย่างระมัดระวัง พบว่ากล่องหยกนี้มีไอความเย็น ซึ่งสามารถขจัดของปนเปื้อนที่ปกคลุมอยู่บนเข็มเงินไป๋หาวออกไปได้เอง ก็เหมือนกับการฆ่าเชื้อ
ซูฮ่าวสูดหายใจลึก และยื่นมือออกมาเปิด พลังอย่างหนึ่งหลั่งไหลออกมา ทำให้เข็มเงินไป๋หาวที่อยู่ในกล่องเล่มหนึ่งสั่นคลอน และร่วงลงระหว่างนิ้วมือสองนิ้วของซูฮ่าวอย่างรวดเร็ว
“หยิบของกลางอากาศ?” มู่หรงฉินตัวสั่น และจ้องตาค้างปากค้าง
มู่หรงเหิงเต๋อหรี่ตา ในดวงตามีความประหลาดใจ
หากเขามองไม่ผิด กระบวนท่าในเมื่อครู่ คือการใช้พลังบังคับเข็มของแพทย์แผนจีน
การใช้พลังบังคับเข็มก็มีความ้าด้านตบะของพลังการแพทย์แผนจีนที่สูงมาก หากไม่มีตบะยี่สิบสามสิบปี จริงๆ แล้วก็ไม่มีทางปรับพลังภายในตัว และบังคับเข็มเงินให้อยู่กลางอากาศได้
ซูฮ่าวคนนี้อายุแค่ยี่สิบต้นๆ แต่กลับใช้พลังบังคับเข็มได้ ก็ทำให้เขาใมากจริงๆ
ความคิดของคนสองคนปลิวว่อน สายตาของซูฮ่าวจดจ่อ พลังของพลังสว่างผนึกอยู่ในฝ่ามือด้านซ้าย
ไม่นาน ไอความร้อนลอยขึ้นจากฝ่ามือด้านซ้ายของเขา คลื่นความร้อนเริ่มดุเดือดอย่างที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า
ไฟนี้กับไฟธรรมดาทั่วไปไม่เหมือนกัน มันไม่มีความรู้สึกที่เร่าร้อน แต่กลับมีความเยือกเย็น
ภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของคนสองคน ซูฮ่าวเคลื่อนย้ายเข็มเงินไป๋หาวที่คีบอยู่ที่มือขวามาที่ไฟตรงฝ่ามือซ้าย และเคลื่อนย้ายไปมา
เข็มเงินไป๋หาวที่ไม่มีทางจุดไฟได้ คิดไม่ถึงว่าจะถูกไฟล้อมรอบ
ซูฮ่าวเห็นไฟปกคลุมบนเข็มเงินไป๋หาว ก็จมพลังไปที่ตันเถียน ค่อยๆ พ่นพลังแห่งตันเถียน หลั่งไหลเข้าสู่ในเข็มเงินไป๋หาวแล้ว
จนกระทั่งตอนนี้ เข็มแรกของเข็มเทพเหลยหั่ว “เข็มไฟเฉินเชวี่ย” ก็สำเร็จแล้ว
“ผู้าุโ ขอให้ท่านนอนราบลงบนเตียง และถอดเสื้อ” ซูฮ่าวส่งสายตาให้มู่หรงเหิงเต๋อ และพูดกระตุ้น
อีกฝ่ายก็ไม่ลังเลและรีบทำตามทันที
สายตาของซูฮ่าวราวกับคบเพลิง นำจากหยินไปหยาง รักษาจากซ้ายไปขวา และฝังเข็มไฟเฉินเชวี่ยลงบนจุดเสินเชวียของมู่หรงเหิงเต๋อ
จุดเฉินเชวียอยู่ที่ตำแหน่งสะดือของร่างกาย คือการรวมกันของเส้นลมปราณของร่างกายคน คือช่องทางให้ยาที่สำคัญของร้อยเส้นลมปราณ ถูกยกให้เป็บ่อเกิดแห่งชีวิต
ตามด้วยเข็มเฉินเชวี่ยเข้าสู่จุดเสินเชวีย ไฟในที่นี่ราวกับมีชีวิตชีวา พุ่งเข้าสู่ในจุดเสินเชวียอย่างรวดเร็ว ส่งไปยังอวัยวะภายในทั้งหมด มือเท้าทั้งสี่และกระดูกของมู่หรงเหิงเต๋อ
เริ่มต้นมู่หรงเหิงเต๋อกลับไม่พบส่วนที่ผิดปกติอะไร แต่ตามด้วยการไหลผ่านไปของเวลา เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ภายในร่างกายมีสิ่งมีชีวิตกำลังหนีอย่างลนลาน
ในขณะเดียวกัน ไอดำลอยออกมาจากตัวของเขา ดูแล้วก็น่าสะอิดสะเอียนมาก
ซูฮ่าวเห็นสถานการณ์นี้แล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย สายตาแหลมคม คว่ำมืออีกครั้ง บังคับเข็มเหล็กไป๋หาวเล่มที่สองด้วยพลัง
มือซ้ายของเขารวมพลัง ใช้พลังวาดวงกลมอย่างไม่หยุด ตามด้วยการทำซ้ำไปซ้ำมาจากการเคลื่อนไหวของเขา ในวงกลมคิดไม่ถึงว่าจะมีเส้นโค้งของสายฟ้าออกมาแล้ว
เข็มที่สองของเข็มเทพเหลยหั่วคือ “เข็มเหลยวงกลม” เนื่องด้วยสายฟ้าคือแบบโค้ง ไม่มีทางเกิดขึ้นโดยตรง ดังนั้นจึงต้องทำให้พลังเป็วงกลม ประกอบเป็สายฟ้า
หลังจากนั้นซูฮ่าวใช้้าของเข็มเงินไป๋หาวเป็สถานที่ที่แข็งแกร่งที่บรรจุสายฟ้า ใช้ส่วนปลายของเข็มเงินไป๋หาวที่เป็ส่วนโค้งเข้าสู่ร่างที่รับสายฟ้า
เหลี่ยมกลมผสานกัน แข็งอ่อนสลับกัน มีแค่หยินไม่เกิด มีแค่หยางไม่โต
ไม่มีหยางหยินก็ไม่เกิด ไม่มีหยินหยางก็ไม่เปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งหันหลังให้หยินแต่หันหน้าให้หยาง สองพลังรวมกันเกิดสิ่งใหม่
เหลี่ยมกลมคือหยินหยาง หยินหยางล้อมสรรพสิ่ง!
ฟ้ากลมดินเหลี่ยม หลักการอยู่ส่วนกลาง
หลังจากนั้นซูฮ่าวจมพลังไปที่ตันเถียนเหมือนกัน พ่นพลังตันเถียนออกมาเข้าสู่ในเข็มเงินไป๋หาว
ซึ่งก็เห็นได้ว่า หลังจากที่พลังตันเถียนเข้าสู่เข็มเงินไป๋หาวแล้ว พลังที่กระจายอยู่รอบนอกคิดไม่ถึงว่าจะประกอบเป็เสาฟ้าดินที่เชื่อมต่อกับพลังฟ้าดิน รับเอาพลังแห่งฟ้าดินอย่างไม่หยุด ดูดเอาพลังงานของธรรมชาติ
จนกระทั่งเวลานี้ สายตาของซูฮ่าวจดจ่อ นำจากหยางไปหยิน รักษาจากซ้ายไปขวา ฝังเข็มฟางหยวนเหลยลงตรงจุดเสินเชวียของมู่หรงเหิงเต๋อ
อีกด้านหนึ่งมู่หรงฉินเห็นฟ้าแลบตรงหน้าอย่างชัดเจน ต่อมาก็เห็นสายฟ้าเล็กๆ เปลี่ยนจากเหลี่ยมเป็กลม เข้าสู่ภายในตัวของมู่หรงเหิงเต๋อ โดยผ่านเข็มเงินไป๋หาวอย่างไม่หยุด
ต่อเนื่องหนึ่งนาที มู่หรงเหิงเต๋ออ้าปากทันที และบ้วนเืสีดำออกมา
ในเืนี้ยังมีหนอนเล็กๆ หนึ่งตัว คล้ายกับงูหนึ่งตัว ว่ายไปมาอยู่ในกองเื
หลังจากที่ร่วงลงพื้นแล้ว หนอนคลานไปด้านนอกอย่างลนลาน ราวกับ้าจะหนี
“คิดจะหนีหรือ?” ซูฮ่าวแสยะยิ้ม ในฝ่ามือซ้ายมีไฟลุก และร่วงไปที่หนอนตัวนั้นทันที จากนั้นก็เผาจนวอดวาย
ซูฮ่าวทำทุกอย่างนี้เสร็จแล้วก็เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก และพูดพลางหัวเราะเล็กน้อยว่า “เสร็จแล้ว พิษงูถูกขับออกมาหมดแล้ว คุณก็ไม่ต้องแบกรับความทรมานของพิษงูอีก ลำดับต่อไปก็แค่ต้องทานยาบำรุง ไม่เกินสามวัน ก็ฟื้นฟูสภาพร่างกายเหมือนคนปกติได้”
คำพูดนี้พูดออกมา ในที่สุดก้อนหินที่อยู่ในอกของมู่หรงเหิงเต๋อก็ร่วงลงพื้นแล้ว บนใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ปลื้มใจอย่างยากที่จะได้พบเห็น
มู่หรงฉินตาแดง เธอดีใจจนน้ำตาไหลแล้ว
หลายปีมานี้คุณปู่ของเธอถูกพิษงูนี้ทรมานนับครั้งไม่ถ้วน ร่างกายอ่อนแอลงทุกวัน
มองคุณปู่ที่เดิมทีมีชีวิตชีวาผมขาวโพลน และอ่อนแอ เธอก็รู้สึกปวดใจเป็อย่างยิ่ง
เวลานี้ในที่สุดคุณปู่ของเธอก็หลุดพ้นจากกรงเล็บปีศาจของพิษงูแล้ว นี่จะไม่ให้เธอดีใจจนร้องไห้ได้อย่างไร?
เธอพยายามหันหน้าไปเช็ดน้ำตา หลังจากนั้นก็โค้งตัวให้ซูฮ่าวแล้ว “คุณซู บุญคุณในวันนี้เสี่ยวฉินจะต้องจดจำ หลังจากนี้หากคุณซูมีความ้าใดๆ ก็ล้วนโทรศัพท์มาหาเสี่ยวฉินได้ เพื่อคุณซูเสี่ยวฉินจะต้องพยายามทำให้สำเร็จ”
เธอพูดจบแล้วก็ชี้กล่องหยกพลางพูดว่า “เข็มเงินไป๋หาวนี้ ฉันยกให้คุณซูเป็ของขวัญ หวังว่าคุณซูจะรับไว้”
“นี่จะได้อย่างไร … ” ซูฮ่าวพูดว่าไม่เอา แต่ในดวงตากลับเร่าร้อนมาก
เข็มเงินไป๋หาวในสมัยปัจจุบันแทบจะสูญหายไปแล้ว มูลค่าคู่บ้านคู่เมือง หากได้มาครอง ก็พูดได้ว่าคือของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง
“พ่อหนุ่มซู นี่คือน้ำใจของเสี่ยวฉิน คุณก็รับไว้เถอะ” มู่หรงเหิงเต๋อที่ผ่านการรักษาแล้วสีหน้าก็ดีขึ้นมาก เสียงก็ดูหนักแน่นมาก
การสังเกตการณ์ของเขาไม่ธรรมดา และก็มองความเร่าร้อนที่ซูฮ่าวมีต่อเข็มเงินไป๋หาวกล่องนี้ออกนานแล้ว มอบให้ซูฮ่าว ก็เหมือนพายเรือตามน้ำ และตอบแทนน้ำใจ
“ได้ครับ เช่นนั้นผมก็น้อมรับไว้แล้ว ได้รับความเมตตาจากคุณมู่หรงแล้ว” ซูฮ่าวได้ยินอย่างนี้ก็ไม่กระมิดกระเมี้ยน และรับไว้โดยตรง
ในหลังจากนี้เขาก็ยังต้องใช้เข็มเทพเหลยหั่วอีก มีเข็มเงินไป๋หาวนี้อยู่ในมือ เขาก็ไม่ต้องกลุ้มใจกับการเลือกเข็มเงินอีกแล้ว
เวลานี้คนใช้คนหนึ่งเคาะประตูแล้ว
“นายท่าน คุณหนู อาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“คุณซู ไปดื่มด้วยกันสักหน่อยเถอะ?” มู่หรงเหิงเต๋อฟังอย่างนี้แล้วก็สวมเสื้อและยืนขึ้น เขากวักมือพลางพูดและหัวเราะ
“ไม่เป็ปัญหาครับ!” ซูฮ่าวหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ หลังจากนั้นก็เดินตามมู่หรงเหิงเต๋อกับมู่หรงฉินออกมาจากห้องหนังสือ
“ติงตัง ยินดีด้วยเ้านายโอ้อวดโดยการใช้วิชาการแพทย์ช่วยคน รางวัลแต้มขี้อวดห้าสิบแต้ม ps : การโอ้อวดของเ้านายในครั้งนี้ มีพลังที่จริงจังอยู่ด้านใน ถึงแม้ไม่โอ้อวดและตื่นตระหนกเกินไป แต่ลิ้มรส กลับมีพลังเป็อย่างมาก เห็นเ้านายโอ้อวด ก็คือโชคของระบบ คือความสุขของระบบ ความเลื่อมใสที่ฉันมีต่อเ้านายก็เหมือนกับน้ำในแม่น้ำที่ยาวเหยียด เหมือนกับแม่น้ำฮวงโหที่เอ่อล้นจนหยุดไม่อยู่”
“ไม่ทำตัวโดดเด่น ถึงฉันจะยอดเยี่ยมมากจริงๆ คำพูดของคุณก็อย่าพูดให้เกินไป เอกภพกว้างใหญ่ไพศาล อย่าเป็กบใต้บ่อน้ำ”
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ คือของกึ่งพิการจริงๆ แค่ชมสักหน่อยก็คิดว่าตนเองสามารถลอยขึ้นฟ้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระอาทิตย์ได้แล้ว ที่ยิ่งรู้สึกหมดคำพูดก็คือทรงผมทรงนี้ก็ผิดต่อลักษณะหัว ลักษณะหัวผิดต่อรูปหน้า รูปหน้าผิดต่อลักษณะคอ ลักษณะคอผิดต่อรูปร่าง คือความพิการชัดๆ เฮ้ สหาย อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่สังคมที่ใครเห็นใครก็รัก นายควรจะเจียมตัวสักหน่อย”
“ระบบ แม่งนายอยากจะทำอะไร?”
“เหมือนหญ้าทะเลๆ โยกย้ายไปตามคลื่น หญ้าทะเลๆ เต้นระบำอยู่ในคลื่น … ”
“…”
