หลงเหยียนคร้านจะคุยกับเขาให้เสียเวลา จึงหันไปมองหลงหลิงกับเ้าสิงโตน้อยแทน
“เสี่ยวหลิง หลายวันมานี้เ้าไปที่ใดมา ไม่รู้หรือว่าข้าเป็ห่วง” เมื่อเห็นว่านางยืนอยู่ข้างเ้าสิงโตน้อย ทั้งสองล้วนเป็หนุ่มสาวหน้าตาดี ดูเหมาะสมกันเหลือเกิน ซึ่งนั่นก็ทำให้หลงเหยียนอดหึงหวงไม่ได้
เขาเดินเข้าไปหา หลังจากดันเ้าสิงโตน้อยออกไป ก็ยื่นมือเข้าไปโอบไหล่ของหลงหลิงเอาไว้แทน
“ไปกันเถอะ”
เทียนหลางโกรธเกรี้ยวเหลือเกินที่หลงเหยียนทำเหมือนมองไม่เห็นตน เขาเตรียมจะะเิโทสะออกมา ทว่ากลับถูกหานเชียนมู่ที่อยู่ข้างๆ ห้ามเอาไว้เสียก่อน
“พี่เทียนหลาง อย่าไปโมโหคนแบบนี้เลย เขาก็เป็แค่คนขลาดที่ไร้ศักดิ์ศรีคนหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับเขาด้วย ไม่แน่ นางอาจจะเป็สตรีบ้านนอกที่เขาไปรู้จักมาก็ได้ ทว่าดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะสวมเขาให้เขาเสียแล้วสิ คิกๆ!”
หลงเหยียนหยุดนิ่งพร้อมมองไปที่เว่ยเชียนมู่ “อะแฮ่ม... เ้าพูดเช่นนี้ คิดว่าข้าโมโหไม่เป็หรือ เ้าพวกหญิงร่านชายโฉด ฮ่าฮ่าฮ่า เมื่อสองวันก่อนเ้าอาบน้ำโดยไม่ปิดประตูนี่ ใต้บั้นท้ายงอนงามนั่นมันช่าง...” พูดจบ หลงเหยียนก็ะเิเสียงหัวเราะดังออกมา ก่อนจะเดินออกไปจากรัศมีสายตาของคนทั้งสองอย่างได้ใจ
เว่ยเชียนมู่สะดุ้งเฮือก นางรู้สึกโมโหจนแทบจะะเิอยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าคนที่เข้ามาเมื่อสองวันก่อนก็คือเ้าหมอนี่ อยู่ๆ เขาก็แอบเข้ามา ทั้งยังรู้ความลับของตนอีก
“หลง... หลงเหยียน เ้ามันสารเลวสิ้นดี ข้าจะฆ่าเ้า” ขณะที่นางเตรียมจะลงมือ เทียนหลางก็ดึงแขนของนางเอาไว้เสียก่อน
“มู่เอ๋อ อย่าเพิ่งวู่วาม ความแค้นระหว่างเรากับมันมีมากจนไม่อาจแก้แล้ว วางใจเถิด ข้าจะฆ่าเ้าหมอนี่อย่างแน่นอน”
เทียนหลางรับรู้ได้ว่าสตรีที่ยืนอยู่ข้างกายหลงเหยียนต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะกลิ่นอายแห่งความสูงศักดิ์และอำนาจที่นางกระจายออกมา ล้วนเด่นชัดจนยากจะมองข้าม คิดได้ดังนั้นจึงฝืนข่มไฟแห่งโทสะในหัวใจเอาไว้
หลงเหยียนกับพวกหายลับตาไปแล้ว
“พี่เหยียน พวกเรากำลังจะไปที่ใด?”
หลงเหยียนมองไปยังหลงหลิง “ครั้งก่อนตอนที่อยู่ในห้องโทษรางวัล เ้าสิงโตน้อยรับรู้ได้ว่าที่ชั้นสองมีสมุนไพรระดับสูงยิ่งกว่าอยู่ ในเมื่อตอนนี้ข้ากับตงจวินเผยฐานะต่อกันแล้ว ย่อมต้องพาเ้าสิงโตน้อยไปเอาสมุนไพรระดับสูงนั้นเป็ธรรมดา”
เ้าสิงโตน้อยได้ยินดังนั้นก็ซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก ที่แท้ หลงเหยียนยังจำทั้งหมดได้
ทั้งสามมุ่งหน้าไปตามถนนในสำนัก เพราะมีหลงหลิงกับเ้าสิงโตน้อยเดินด้วย ทั้งสามจึงตกเป็เป้าสายตาของคนทั้งหลายอย่างรวดเร็ว ทางด้านของหลงเหยียนเองก็ดึงดูดสายตาได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะในตอนนี้ เขาเป็คนดังที่ศิษย์ในสำนักตงฟางรู้จักกันเกือบทุกคนเลยก็ว่าได้ คนทั้งหลายต่างก็ได้ยินประวัติที่หาญกล้าของเขามามาก รู้ว่าเขาเป็ผู้กำจัดผู้นำแห่งสำนักมาร และยังทำความดีมาอีกมากมาย
หลงเหยียนรู้สึกดีที่ได้เห็นสายตายกย่องจากคนทั้งหลาย มีเพียงยอดฝีมือที่แท้จริง จึงจะได้รับความเคารพและยำเกรงจากบุคคลรอบกาย หลงเหยียนรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก ทั้งยังมีเป้าหมายที่เด่นชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย
เมื่อก่อน เป้าหมายของเขาคือการตามหาเสี่ยวหลิงให้เจอ ทว่าตอนนี้เขาก็หานางจนเจอแล้ว จึงเหลือเป้าหมายเดียวคือการพัฒนาพลังแล้วเข้าไปเป็ศิษย์ของตระกูลชั้นในให้ได้ มีเพียงทางนี้ หลงเหยียนถึงจะได้รับทรัพยากรซึ่งช่วยเื่การพัฒนาพลังมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเื่ของพลังโลหิตที่เขาฝึกฝนอีก หลังจากที่หลงเหยียนก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง เขาก็สามารถรับรู้ถึงพลังโลหิตมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนพลังโลหิตในร่างกายจะเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างด้วย
บัดนี้ พลังโลหิตเ่าั้ก่อตัวอยู่รอบกายเขาจนกลายเป็อาณาเขตไปแล้ว ซึ่งอาณาเขตที่ว่านี้ มีนามว่า ‘แดนโลหิต’ นั่นเอง นั่นทำให้หลงเหยียนสามารถใช้พลังโลหิตกับผู้ที่อยู่ในอาณาเขตนี้ได้
“แดนโลหิตอย่างนั้นหรือ เอาเถิด ต่อไปก็เรียกมันด้วยชื่อนี้แล้วกัน ดูเหมือนว่าต่อไปต้องเร่งฝึกฝนเื่การใช้แดนอำนาจด้วยสินะ”
แดนโลหิตมีพลังที่บ้าคลั่งและรุนแรงกว่าพลังโลหิตเป็ไหนๆ ทั้งยังอำมหิตและมีพลังทำลายล้างมากกว่าพลังโลหิตเป็สิบเท่า ทุกคนที่อยู่ในแดนโลหิตของหลงเหยียนล้วนได้รับผลกระทบจากพลังนี้ทั้งสิ้น มีเพียงหลงเหยียนที่สามารถควบคุมพลังโลหิตในแดนอำนาจของตนได้อย่างตามใจ
ขนาดตอนนี้เขามีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ยังขนาดนี้ หากใช้เวลาอีกสักสองสามปี หากหลงเหยียนเลื่อนพลังขึ้นไปในระดับที่สูงยิ่งขึ้น เขาไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าแดนอำนาจนี้จะน่าหวาดผวาแค่ไหนกันแน่
และนี่ก็คือพลังที่ิญญาัทิ้งเอาไว้ให้ หากหลงเหยียนรวบรวมลูกแก้วัครบทั้งหกลูก และดึงพลังที่ซ่อนอยู่ในนั้นออกมาใช้ละก็ เกรงว่าในโลกใบนี้คงไม่มีใครทำอะไรหลงเหยียนได้อีกแล้ว
ไม่นานหลงเหยียนกับพวกก็ไปหยุดอยู่ที่โถงตงฟาง ตงจวินเป็ตาของเขาก็จริง แต่เื่นี้ยังไม่ถูกประกาศให้คนภายนอกรู้ หลงเหยียนเดินเข้าไปบอกความประสงค์กับองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตู จากนั้นองครักษ์จึงนำความ้าของเขาเข้าไปรายงานต่อ
หลงเหยียนได้พบกับตงจวิน กลับคิดไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธคำขอของหลงเหยียน
“เหยียนเอ๋อ เ้ามีพร์ที่ไม่เลวเลย อย่างไรก็ตาม ตาจะผิดระเบียบของสำนักเพราะความสัมพันธ์ตาหลานของเราไม่ได้ ดังนั้น หาก้าสมุนไพรวิเศษระดับสูงในห้องโทษรางวัลละก็ เ้าก็ต้องนำของที่มีมูลค่าเท่ากันไปแลกเท่านั้น”
“ตอนนี้เ้ายังไม่อาจก้าวขึ้นไปแตะระดับชีพธรณีก็จริง แต่ตาจะบอกวิธีแก่เ้าเอง”
“จงไปที่โลกเฉียนคุน หากเ้าสังหารปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ได้ ตาจะมอบสมุนไพรวิเศษนั้นแก่เ้าก็ได้”
สมุนไพรวิเศษสำคัญต่อเ้าสิงโตน้อยเป็อย่างมาก หากเ้าสิงโตน้อยหลอมสมุนไพรนั้นเข้ากับร่างกาย พลังของมันจะเพิ่มขึ้นถึงสองระดับ กลายเป็สัตว์เทพระดับมายาขั้นที่สามได้เลยทีเดียว
แบบนั้นก็หมายความว่า ั้แ่นั้นไป เขาไม่จำเป็ต้องคอยหาสมุนไพรมาหล่อเลี้ยงเ้าสิงโตน้อยอีกแล้ว เพราะมันมีพลังมากพอที่จะคงอยู่ในร่างของมนุษย์ได้แล้วนั่นเอง
หลงเหยียนคิดถึงปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่พยัคฆ์สายฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนนั้น คนทั้งหลายต้องเสียแรงไปมากจึงจะสังหารมันได้
ถึงกระนั้นหลงเหยียนก็ยังตอบตกลงโดยไม่ลังเล
“ได้ ข้าจะไปที่โลกเฉียนคุนเอง ก็แค่ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ตัวเดียว” ด้วยพลังของตน หลงหลิงและเ้าสิงโตน้อย เขาไม่เชื่อว่าจะสู้กับปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่แค่ตัวเดียวไม่ได้
มักจะมีศิษย์ของสำนักเข้าไปฝึกพลังด้วยตนเองในโลกเฉียนคุนอยู่เป็ประจำ พวกเขาจะสังหารปีศาจอสูรในนั้นเพื่อนำออกมาแลกเป็แต้มผลงาน และนำแต้มผลงานไปแลกกับของที่ตน้าต่อไป ยกตัวอย่างเช่นวิชายุทธ์และสมุนไพรวิเศษต่างๆ
ซึ่งศิษย์ที่พูดถึงก็รวมไปถึงศิษย์ที่เป็ยอดอัจฉริยะผู้เปี่ยมไปด้วยพร์ของตระกูลชั้นในด้วย โดยศิษย์บางกลุ่มยังอายุน้อยนัก คนเหล่านี้ก็มักจะถูกส่งเข้าไปฝึกฝนในโลกเฉียนคุนอยู่บ่อยๆ
โลกเฉียนคุน ณ ประตูธรณี ขณะที่หลงเหยียนกับพวกเตรียมจะะโเข้าไปในหุบเหวซึ่งเป็ทางเข้าของโลกเฉียนคุน เขาก็พบกับบุคคลที่ไม่อยากเจอเข้าโดยบังเอิญ
“ทำไมถึงเป็พวกเขาอีกแล้ว เจอได้ทุกที่เลยจริงๆ ไม่ว่าพวกเราจะไปที่ไหนก็ต้องเจอกับพวกเขาทุกครั้งเลย?”
เดิมที หลงเหยียนไม่คิดจะสนใจคนทั้งสอง ทว่าเว่ยเชียนมู่กลับะโเสียงดังขึ้น “เ้าโจรถ้ำมอง”
หลงเหยียนแสร้งทำเหมือนไม่ได้ยิน เตรียมจะลากเสี่ยวหลิงกับเ้าสิงโตน้อยออกไป ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ ชายวัยกลางคนหนึ่งกลับเดินเข้ามาขวางทางหลงเหยียนเอาไว้
หลงเหยียนััได้ว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าเป็ยอดฝีมือระดับชีพธรณี ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมาย เพราะอีกฝ่ายมีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำเท่านั้น
“เ้าหนุ่ม คุณหนูมู่กำลังคุยกับเ้าอยู่ กล้าไม่สนใจอย่างนั้นหรือ?”
หลงเหยียนจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ เมื่อคิดได้ว่าที่นี่เป็เขตของสำนักตงฟางซึ่งไม่สามารถลงไม้ลงมือกันได้ จึงแค่ดันมือของอีกฝ่ายออกไปให้ห่างเท่านั้น
บรรยากาศที่ตึงเครียดของคนทั้งสองดึงดูดความสนใจจากศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่รอบด้านได้อย่างรวดเร็ว
“เป็หลงเหยียนคนนั้นอีกแล้วหรือ ่นี้เขาโด่งดังมากเลยนี่ ว่าแต่ทำไมคุณหนูมู่คนนี้ถึงได้คอยหาเื่เขาอยู่เรื่อยเลย”
“ไม่รู้สิ หรือสองคนนั้นจะมีความสัมพันธ์อะไรต่อกัน? คอยดูเถิด เื่นี้ต้องสนุกแน่”
หลงเหยียนพูดกับชายวัยกลางคน “พวกเราล้วนเป็ผู้ที่อยู่ในการปกครองของท่านตงจวินเหมือนกันทั้งคู่ ข้าหวังว่าเ้าจะไม่หาเื่ข้าอีก เพราะแบบนั้นจะไม่ดีกับเราทุกฝ่าย”
“เ้าคนถ้ำมอง ไร้ยางอายสิ้นดี คิดจะหนีไปทั้งแบบนี้โดยไม่พูดให้กระจ่างก่อนหรือ?” เว่ยเชียนมู่ยังตามระรานไม่เลิก
เสี่ยวหลิงปรายตามองอีกฝ่าย นางเตรียมจะเข้าไปสั่งสอนเว่ยเชียนมู่สักหน่อย กลับถูกหลงเหยียนดึงมือเอาไว้แน่น
“เสี่ยวหลิง เ้ามีฐานะสูงส่ง อย่าไปถือสาเด็กกะโหลกกะลาแบบนี้เลย! ให้เป็หน้าที่ข้าเอง...”
--------------------
