วันต่อมาซินเยว่กับมารดาก็ไปพบหลัวฮูหยินที่จวนเ้าเมือง เพื่อพูดคุยเื่ร้านค้าที่นางบอกว่าจะขายให้กับมารดา เมื่อพูดคุยถึงเื่นี้ซินเยว่จึงทำข้อตกลงตามที่หลัวฮูหยินเสนอมา
นั่นก็คือหลัวฮูหยินจะยกร้านค้าให้ โดยที่ซินเยว่ต้องแบ่งกำไรให้นางหนึ่งส่วน รวมถึงส่งสินค้าของร้านที่ต้องส่งให้นางใช้และไม่ต้องจ่ายเงิน ซินเยว่ตอบรับทันทีเพราะไม่เสียหายอะไร อีกทั้งร้านนี้แต่เดิมผู้คนต่างรับรู้ว่าเป็ของหลัวฮูหยิน เมื่อเปิดกิจการซินเยว่ยังสามารถอ้างได้ว่าร้านนี้เป็ของฮูหยินท่านเ้าเมืองได้อีกด้วย
เมื่อเลือกร้านค้าที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียตำลึงเงิน ที่เหลือก็เป็หน้าที่ของนายช่างชางิที่จะมาปรับปรับตกแต่งเพิ่มอีกเล็กน้อย ลำดับถัดไปก็ไปรับผลิตภัณฑ์จากเหอซือเฉิง เพียงเท่านี้ซินเยว่ก็สามารถเปิดกิจการได้แล้ว แค่คิดก็มีความสุขเงินกำลังจะมาเพิ่มอีกแล้ว
ซินเยว่หันไปมองมารดาก็ดูเหมือนจะมีบางอย่าง คล้ายกับว่า้าพูดคุยเป็การส่วนตัวกับหลัวฮูหยิน นางจึงขอตัวไปเดินเล่นในสวนอย่างรู้มารยาท
“พี่เมิ่งหลานท่านจะเริ่มลงมือเมื่อไหร่หรือเ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยถามกับหลัวฮูหยินทันทีที่บุตรสาวเดินออกไป
“น่าจะเป็คืนนี้ ข้าคิดว่าข้าพร้อมแล้วล่ะ” หลัวฮูหยินตอบลี่หลินอย่างมั่นใจ
“เ้าค่ะ นี่คือของที่ข้าเตรียมมาให้ท่าน” ลี่หลินยกกล่องที่ซินเยว่เตรียมไว้ขึ้นมาวางตรงหน้าหลัวฮูหยิน
“นี่? สิ่งที่อยู่ในกล่องมันคืออะไรหรือลี่หลิน” หลัวฮูหยินเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องก็เบิกตากว้าง เพราะไม่เคยเห็นชุดเช่นนี้มาก่อน
“ของสิ่งนี้มันมีชื่อว่าชุดนอนไม่ได้นอนเ้าค่ะ” ลี่หลินอธิบายถึงวิธีการใส่ชุดที่นางเตรียมมาให้หลัวฮูหยิน เพราะมันเป็ผ้าเนื้อบางเบายามสวมใส่ก็แทบปิดอันใดไม่ได้ บุตรสาวของนางบอกมาแบบนั้น
“ถ้าใส่ชุดนี้ของเ้าแล้วไม่ได้นอนจะใส่มันไปทำไมเล่า?” หลัวฮูหยินได้ฟังเช่นนั้นนางก็ยิ่งสงสัยไป
“เอ่อ คือ...มันเป็เช่นนี้เ้าค่ะ พี่เมิ่งหลานเอียงหูมาใกล้ ๆ ข้าจะบอกเื่นี้ให้ท่านเข้าใจเ้าค่ะ” ลี่หลินกระซิบบอกถึงความหมายของชุดที่อยู่ในกล่อง หลัวฮูหยินพอได้ฟังแล้วก็หน้าแดงลามไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่ได้
“พี่เมิ่งหลานท่านทำได้แน่นอนเ้าค่ะ ข้าจะเอาใจช่วยนะเ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยให้กำลังใจเมิ่งหลานถึงเื่ที่นางคิดจะทำกับสามีในคืนนี้
หลัวฮูหยินพิจารณาชุดที่ได้มาจากลี่หลิน เมื่อลองจับดูเนื้อผ้าก็รู้สึกถึงความบางเบาแต่กลับลื่นมือยิ่งนัก อีกชุดที่นางต้องใส่ไว้ข้างในแม้จะดูเหมือนเศษผ้า มองทะลุไปถึงไหนต่อไหนมันก็เงางามไม่ต่างกันเลย
ขณะที่ซินเยว่เดินเล่นในสวนรอมารดา นางรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองอยู่ที่ไหนสักแห่ง จึงเพ่งมองไปทางต้นไม้ที่จับความรู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ตรงนั้น
“คุณชายนางจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราอยู่ตรงนี้ขอรับ หรือจะเป็เื่บังเอิญ” เจิ้งเทียนฉีเอ่ยถามผู้เป็นายที่กำลังมองไปทางเด็กสาว
“ไม่มีความบังเอิญหรอกนางตั้งใจมองมาจุดนี้โดยตรง” ผู้เป็นายกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ซินเยว่มองไปที่ต้นไม้สูงที่มีชายชุดดำอยู่บนนั้นสองคน แต่ไม่รู้สึกว่ามีอันตรายนางจึงปล่อยผ่านไป แต่ปากก็แอบพูดประชดออกไปเบา ๆ เพราะคิดว่าพวกเขาคงไม่ได้ยิน “เป็คนอยู่ดี ๆ ไม่ชอบกลับชอบทำตัวเป็ลิงเป็ค่างปีนป่ายไปมาบนต้นไม้” ที่นางพูดเช่นนี้เพราะถูกมารดาบ่นอยู่ประจำ
“เ้าตัวแสบคิดว่าข้ากับคุณชายไม่ได้ยินที่เ้าพูดรึ ทุกคำของเ้าล้วนได้ยินอย่างชัดเจน ว่าแต่คุณชายจะไม่เข้าไปพบนายท่านกับฮูหยินเสียหน่อยหรือขอรับ” เทียนฉีเอ่ยถามเ้านายเมื่อได้กลับมาที่จวนในรอบหลายเดือน
“รอให้ข้าเสร็จงานที่ทำร่วมกับท่านอาจารย์เสียก่อน ค่อยเข้ามาพบท่านพ่อกับท่านแม่ทีเดียว รีบไปเถอะอย่าปล่อยให้ท่านอาจารย์รอนาน” เสียงเ็าของผู้เป็นายเอ่ยขึ้น
“ขอรับ” สิ้นเสียงรับคำของเทียนฉี ทั้งสองคนที่ดูมีวรยุทธ์ขั้นสูงก็ดีดตัวหายไปในพริบตา
จวนเ้าเมืองเหลียงซาน
เซี่ยตงเจียงคือชื่อของเ้าเมืองที่ดูแลเมืองเหลียงซานแห่งนี้ เขารู้สึกว่าพักนี้ทำงานมากเกินไป จนละเลยฮูหยินผู้เพียงคนเดียวของตน วันนี้จึงอยากทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จจะได้รีบกลับไปหาภรรยาสุดที่รัก
เมื่อกลับมาถึงจวนเขาก็รีบเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะไปหาภรรยาที่เรือนของนาง เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาท่านเ้าเมืองถึงกับใจเต้นแรง
สานตาคมจ้องมองภรรยาที่รูปร่างผอมลง นางใส่ชุดที่เนื้อผ้าบางเบาสีดำเงางาม ่ขาที่ขาวเนียนโผล่พ้นออกมาจากผ้าคลุม ทำเขากลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
ถึงกับคิดในใจว่าเหตุใดภรรยารัก ถึงได้ดูงดงามอ่อนเยาว์คล้ายสตรีที่อายุยี่สิบแปด เส้นผมที่เรียบลื่นดุจแพรไหม ไหนจะผิวพรรณที่เปล่งปลั่งดูน่าัั ขณะที่เขากำลังอยู่ในจินตนาการ ก็ได้ยินเสียงของภรรยารักเรียกขึ้นเสียก่อน
“ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเ้าคะ ท่านคงจะเหนื่อยไม่น้อยใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามพร้อมกับจูงมือสามีมานั่งที่เก้าอี้ และเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าต้องจัดการหลายเื่จึงทำให้ยุ่งอยู่เล็กน้อย” เขาตอบนางและคิดถึงตอนที่นางจับมือของตน มือของนางนุ่มมากรวมถึงกลิ่นกายที่หอมเย้ายวน เส้นผมที่เหมือนแพรไหมก็มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เช่นกัน
“ท่านพี่เพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ ข้าจะช่วยนวดให้นะเ้าคะ” หลัวฮูหยินก้มลงกระซิบเสียงหวาน ที่ข้างหูสามีจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขา
เมิ่งหลานเริ่มนวดให้สามีนางอุตส่าห์ตั้งใจเรียนมาจากลี่หลิน เริ่มจากบ่าไล่ไปที่ต้นคอและขมับ เมื่อเห็นว่าสามีเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ก็หยุดมือเพราะนางกลัวว่าสามีจะหลับไปเสียก่อน
“ทำไมวันนี้ท่านถึงกลับเร็วและมาหาข้าแต่หัวค่ำได้ล่ะเ้าคะ ทุกทีเห็นท่านพี่กลับมาก็เลยยามห้ายทุกครั้ง” นางพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายน้อยใจนิด ๆ
“พี่ต้องขอโทษเ้าด้วยที่ทำแต่งานจนละเลยเ้า แต่วันนี้พี่รีบสะสางงานที่ค้างอยู่จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงรีบมาหาเ้าอย่างไรเล่า” ตงเจียงไม่พูดเปล่า ๆ เขารีบโอบกอดภรรยาเพื่อเอาใจนางทันที พอได้กอดภรรยาเขารู้สึกได้ว่ารูปร่างภรรยาเปลี่ยนไปมาก ยิ่งใกล้ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมจากตัวภรรยามากขึ้นทุกที จนเขาไม่อาจจะสะกดกลั้นอารมณ์ของตนได้อีกต่อไป
“พี่ว่าเราเข้านอนเถิด พี่จะได้นอนกอดน้องหญิงเป็การชดเชยให้เ้า” ตงเจียงรีบชวนภรรยาเข้านอน เนื่องจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมันมีมากขึ้นทุกที
“ข้าตามใจท่านพี่เ้าค่ะ” หลัวฮูหยินรับคำด้วยท่าทางเขินอาย แม้ในใจจะคิดว่านี่มันเพิ่งจะยามซวี แต่สามีกลับรีบเข้านอน นางไม่อยากขัดใจสามีจึงเดินตามสามีขึ้นเตียงไป ทันทีที่ขึ้นเตียงนางก็ถอดชุดคลุมสีดำออก เผยให้เห็นชุดข้างในจนสามีแทบหยุดหายใจเสียเดี๋ยวนั้น
“นะ นะ นี่ คะ คะ คือ...เ้าใส่ชุดอันใดของเ้าหรือน้องหญิง” เขาพูดออกมาแบบตะกุกตะกัก เมื่อเห็นชุดด้านในที่ภรรยารักใส่อยู่ทำให้เขาได้เห็นรูปร่างที่กระชับ หน้าอกที่ดูเต่งตึงคู่นั้นอีกทั้งผิวของนาง ที่นวลเนียนดั่งหยกชั้นดีมันช่างกระตุ้นอารมณ์เขาในตอนนี้ยิ่งนัก
“ท่านพี่ชอบเสื้อผ้าเช่นนี้หรือไม่เ้าคะ” หลัวฮูหยินขยับตัวโดยใช้แขนเรียวโอบรอบคอของสามี และกระซิบถามด้วยเสียงอันแ่เบาที่ข้างหู หน้าอกอวบอั๋นก็ยังบดเบียดกับหน้าอกของสามี จนรู้สึกได้ว่าเขาใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว
“พี่ ชะ ชะ ชอบที่เ้าใส่เสื้อผ้าเช่นนี้ยิ่งนัก” ตงเจียงที่ถูกภรรยาปลุกเร้าอารมณ์เช่นนี้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาประคองภรรยานอนลงพร้อมกับเริ่มบดจูบลงริมฝีปากอวบอิ่ม ส่วนมือก็ไม่อยู่เฉยลูบไล้เรือนกายจากบนลงล่าง หลัวฮูหยินจูบตอบกลับสามีด้วยความร้อนแรงไม่ต่างกัน ไหนจะสายตาที่ยั่วยวนนั่นอีก วันนี้ภรรยารักของเขาช่างเป็สตรีที่น่าหลงไหลยิ่งนัก
แต่เขากลับชอบที่นางทำกับเช่นนี้ แม้แสงเทียนในห้องจะดับลงไปแล้ว แต่เสียงครวญครางของทั้งสองยังคงดังต่อเนื่อง สองคนต่างบรรเลงเพลงรักที่เร่าร้อนให้แก่กัน กว่าบทเพลงรักนี้จะหยุดลงก็ล่วงเลยเข้ายามโฉ่วแล้ว
รุ่งเช้าอีกวันตงเจียงเดินออกจากเรือนของภรรยา ด้วยใบหน้าสดชื่นอย่างที่บ่าวไพร่ในจวนไม่เคยเห็นมาก่อน พอถึงเวลาเลิกงานก็รีบตรงไปที่เรือนภรรยา หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็คนติดภรรยาไม่ยอมทำงานจนดึกดื่นอีกเลย
หลัวฮูหยินยิ่งมีความสุขเมื่อนางทำได้สำเร็จ เพราะที่ผ่านมานางฝึกออกกำลังกายตามที่ลี่หลินสอน รวมถึงกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำให้นางรู้สึกว่าสุขภาพของนางแข็งแรงขึ้นไม่น้อย
และยังมีการดูแลบำรุงผิวพรรณทั่วร่างกาย ซึ่งลี่หลินยังสอนวิธีนวดผ่อนคลายเพื่อเอาใจสามีให้นางอีก ที่สำคัญลี่หลินยังย้ำกับนางว่าตอนกลางคืนให้นางมอบความสุขแก่สามีให้นานที่สุด ซึ่งมันได้ผลดีมากทีเดียวเพราะตอนนี้ไม่ว่านางจะขยับตัวไปทางไหน สามีก็ตามติดไปด้วยหากนางพบลี่หลินอีกครั้งคงต้องตกรางวัลให้อย่างงามสักหน่อยแล้ว
