“ศิษย์พี่ข้าซื้อจะขายเท่าไหร่ข้าก็ซื้อ ถ้าตำลึงของข้าไม่พอก็จะไปขอท่านปู่มาเพิ่ม เ้าอย่าลืมว่าข้าซื้อของที่ศิษย์พี่จะขายก็แล้วกัน”
“อู๋ห่าวเ้ายังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ แต่ราคามากถึงห้าพันบาทตำลึงทองเชียวนะ เ้ายังไม่เห็นของก็ตัดสินใจซื้อแล้วอย่างนั้นหรือ”เฉิงหย่งถามด้วยความแปลกใจ
“ศิษย์พี่ข้าซื้อถ้าท่านมีเยอะก็เอามาให้ข้าสองใบก็ได้ ข้าจะเอาไปให้ท่านปู่หนึ่งใบ”เขาเอาเื่ของจู๋จื่อพี่มีความสามารถเกินเด็กอายุแปดขวบ ไปเล่าให้ท่านปู่ฟัง ท่านปู่ให้ความสนใจเป็อย่างมากและอยากเจอตัวสักครั้ง
“ได้ข้าจะสร้างให้เ้าก่อนสองใบ อีกหกวันมารับของได้ ถ้าตำลึงทองของเ้าไม่พอ สามารถเอาสายแร่ต่างๆที่ประเมินราคาได้เท่าไหร่ ก็สามารถจ่ายแทนตำลึงทองได้”
บ่ายวันนั้นหลังจากเลิกเรียนแล้ว จู๋จื่อเดินทางมาที่ร้านขายยาจงย่าวทันที
“เด็กน้อยเ้ามาอีกแล้ว วันนี้มาขายยาหรือสมุนไพรกันล่ะ”พนักงานต้อนรับพูดขึ้นเมื่อเห็นจู๋จื่อเดินเข้าร้านมา
“พี่ชายข้า้าพบเถ้าแก่ มีสิ่งของสำคัญมาเสนอขายรบกวนพี่ชายไปแจ้งเถ้าแก่ด้วย”
“เด็กน้อยเ้าเอาอะไรมาเสนอขายให้ข้าอย่างนั้นหรือ เชิญตามข้ามาในห้องรับรองได้เลย”เถ้าแก่เ้าของร้านเดินผ่านมาได้ยินทั้งสองพูดคุยกันพอดี จู๋จื่อเดินตามเข้าไปในห้องรับรอง
“เ้าว่าอะไรนะ! เวทเก็บสิ่งของในรูปแบบหีบมันมีด้วยหรือ ข้าไม่เคยได้ยินไหนมาก่อน เ้าเอามาให้ข้าดูสิ เจอแค่เตาหลอมยาข้าก็ว่าแปลกใจแล้ว ยังมีหีบเก็บสิ่งของอีก”
“ท่านดูถุงย่ามใบนี้ของข้าเห็นไหมว่ามันเล็กขนาดนี้ แต่มันใส่ของข้างในได้เยอะเลยอย่างเช่นหีบใบนี้”จู๋จื่อเอาหีบเก็บสิ่งของออกมาจากถุงย่าม ความจริงออกมาจากสร้อยเก็บสิ่งของ
“ปะ…เป็! ไปได้ยังไงกันถุงใบแค่นี้ สามารถเก็บหีบใบใหญ่ได้ช่างแปลกประหลาดเสียจริง”
“สิ่งที่ข้าจะให้ท่านดูคือหีบใบนี้ มันสามารถใส่ของเข้าไปได้เป็จำนวนเยอะ ไม่เชื่อท่านลองเอาสิ่งของวางใส่เข้าไป อย่างเช่นพวกสมุนไพรก็ได้ ดูว่ามันใส่ได้เยอะขนาดไหน”
เถ้าแก่เ้าของร้านเก็บสมุนไพรรวมทั้งขวดยา ที่วางอยู่ไว้ใส่เข้าไปในหีบ ซึ่งใส่เข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม สร้างความแปลกใจให้กับเขาเป็อย่างมาก “เป็ไปได้ยังไง ข้าเก็บของใส่เข้าไปในนี้เกือบครึ่งห้องแล้วนะ มันยังดูไม่เต็มอีก”
“เถ้าแก่คิดว่าถ้าหีบไปนี้ สามารถขนย้ายสิ่งของ อย่างเช่นพวกสมุนไพรยาเป็จำนวนมาก หรือว่าเก็บเสบียงหน้าหนาวที่จะถึงไว้ในนี้ จะปลอดภัยประหยัดพื้นที่ขนาดไหน โยกย้ายไปไหนก็สะดวก ท่านคิดว่าจริงไหมเ้าค่ะ”
“มันสะดวกอย่างเ้าว่าจริง เวลาขนพวกสมุนไพรมาจากต่างเมือง ต้องใช้รถม้าถึงสองคันในการขน แต่ถ้ามีหีบไปนี้รถม้าคันเดียวก็สามารถขนได้แล้ว”
“มันขนได้เยอะกว่านั้นอีกเ้าค่ะ และไม่ต้องใช้รถม้าก็ได้ ตรงนี้มีสายสะพายอยู่ สามารถให้คนขี่ม้าขนส่งสินค้าได้เลยสะดวกสบายเ้าค่ะ ท่านลองยกดูน้ำหนักมันไม่ได้เยอะเลย”
“โอ๊ะ!น้ำหนักมันเบามาก อย่างนี้สะพายไปไหนก็ไม่มีใครรู้ว่าของข้างในนี้ มีเยอะขนาดไหนนะสิ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะก็เหมือนกับถุงย่ามใบเก่าของข้า ที่ดูใบเล็กขนาดนี้แต่ข้างในสามารถเก็บสิ่งของได้เยอะ แต่ไม่เท่ากับหีบใบนี้เ้าค่ะ”
“เ้าจะขายให้ข้าใบละเท่าไหร่หีบใบนี้ ถ้าสามารถเอาเข้าไปขายในโรงประมูลได้ ราคาน่าจะดีมากแน่ๆ หรือเ้าจะลองเอาไปขายที่โรงประมูลดู ข้ารู้จักเ้าของจะได้ช่วยคุยให้”
“ก็น่าลองนะเ้าคะ แต่ใบนี้ข้าขายให้ท่านก่อนใบละแปดพันตำลึงทอง ส่วนที่จะเอาไปขายโรงประมูล ข้าจะให้ ตำลึงแก่ท่านสองในสิบส่วน ท่านเห็นว่ายังไง เพราะโรงประมูลก็ต้องหักไปอีก ไม่รู้กี่ส่วน”
“คนรู้จักหักไปแค่หนึ่งส่วน ตกลงเด็กน้อยเรามาทำการค้ากันเถอะ ถ้าเ้ามีสิ่งของอย่างอื่นก็สามารถเอามาให้ข้า ไปให้โรงประมูลได้ ส่วนใบนี้ข้าก็จะรับซื้อเ้าไว้ในราคาที่เ้าขายให้ ข้าแน่ใจว่าถ้าไปถึงโรงประมูลแล้ว ราคาไม่น่าต่ำกว่า สองหมื่นตำลึงทองเป็แน่”
“เด็กน้อยข้าขอถามเ้าหน่อย ของพวกนี้เ้าเอามาจากที่ไหนหรือ ใครเป็คนสร้างแล้วเ้าเอามาได้ยังไง ดูเหมือนเ้าจะเป็ลูกศิษย์ของสำนักตงเต๋อสิน่ะ”
“เถ้าแก่สิ่งของอุปกรณ์เวทย์พวกนี้ ผู้สร้างคืออาจารย์ของข้าท่านหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ที่หุบเขาบรรพต ท่านไม่อยากติดต่อกับใคร เลยฝากให้ข้าเอามาขายอีกทีหนึ่งเ้าค่ะ”
“ข้าว่าตัวตนของท่าน ต้องเป็ผู้ที่มากด้วยความรู้และวิชาเป็แน่ ถึงสามารถสร้างอุปกรณ์เวทย์พวกนี้ออกมาได้ เดี๋ยวเรามาทำสัญญาซื้อขายกัน ข้าเชื่อว่าอาจารย์ของเ้า ต้องสร้างสิ่งของมาอีกหลายอย่างเป็แน่”
“ต่อไปเมืองของเราจะต้องเป็ที่รู้จักของทุกแคว้น เพราะโรงประมูลมีอยู่ทุกแคว้น ต่อไปเ้าต้องเป็เศรษฐีตัวน้อยแน่ ตอนนี้เ้าอาศัยอยู่กับใครหรือ”
“ตอนนี้ข้าอาศัยอยู่กับท่านปู่ แต่ท่านไม่ต้องเป็ห่วงเื่ความปลอดภัย เพราะว่าอาจารย์ของข้า ได้ทำสิ่งของป้องกันไว้เรียบร้อย แล้วใครบุกรุกเข้าไปตายสถานเดียว”ชายหนุ่มทำหน้าไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้ถามต่อ
“เ้ามีของกี่ชิ้นที่จะให้เอาไป ประมูลขาย”
“เถ้าแก่ข้ามีทั้งหมดอยู่ห้าชิ้นให้ท่านไปหนึ่ง เหลือให้ไปประมูลสี่ใบเ้าค่ะ”พูดแล้วจู๋จื่อก็เอาหีบทั้งสี่ใบออกมาให้เถ้าแก่
“ส่วนตำลึงทองค่าหีบใบแรก ข้าขอเป็ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทองเจ็ดใบ ที่เหลือก็เป็ตำลึงทองและตำลึงเงินเ้าค่ะ สัญญาเื่การประมูล ท่านก็เอามาให้ข้าประทับรอยนิ้วมือได้เลยเ้าค่ะ”ชายหนุ่มก็งงกับตัวเองเหมือนกัน ที่เขาเชื่อใจเด็กน้อยผู้นี้
จู๋จื่อรับตั๋วเงินและทำสัญญาเสร็จ ออกจากร้านตรงไปที่ร้านขายข้าวสารอาหารแห้งต่อ “ทีแรกตั้งใจจะเอาหีบใส่ของมาขายให้เ้าของร้าน ไม่มีเหลือแล้ว ถ้าอยากได้คงต้องไปประมูลแข่งเอา”
“เถ้าแก่ข้าวสารอาหารแห้งปรับราคาขึ้นหรือยัง ถ้าราคายังไม่ปรับข้าขอซื้อจำนวนเยอะ เอาไปให้คนงานด้วย”
“ราคาตอนนี้ยังไม่ปรับ เ้าจะรับเท่าไหร่ล่ะให้ไปส่งที่เดิมใช่หรือไม่”
“เอาข้าวขาวสักสามร้อยจิน แป้งสองร้อยจิน ธัญพืชสองร้อยจินแค่นี้ก่อน มีเครื่องปรุงด้วยเกลือมีไหม”
“มีเดี๋ยวข้าจัดไปให้เ้าก็แล้วกัน เครื่องปรุงดูเหมือนเ้าจะรู้จักเครื่องปรุงบ้างยังไม่หมด เ้าซื้อของข้าเยอะและมาซื้อบ่อย ข้าจะลดราคาและแถมให้ด้วย”จู๋จื่อจ่ายไปหกร้อยตำลึงทอง เดินออกจากร้านขายของแห้ง ไปต่อด้วยร้านขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
“ข้าขอชุดผู้ชายอย่างหนา สำหรับหน้าหนาวยี่สิบชุดผู้หญิงยี่สิบชุดเด็กชายห้าชุด และของคนชราผู้ชายอีกห้าชุด เอาสีไม่ฉูดฉาดนะ และผ้าห่มอย่างหนาอีกห้าสิบผืน”
“ข้าซื้อเยอะไปส่งบ้านเนินเขา ตรงพี่มีคนเข้ามาอยู่ใหม่ได้ไหม”
“อ๋อบ้านหลังนั้นเป็ครอบครัวเ้าเองหรือที่ซื้อ เดี๋ยวข้าจะให้คนงานเอาไปส่ง”จู๋จื่อจ่ายไปสามร้อยตำลึงทองก่อนเดินทางกลับบ้าน
“คงไม่ขาดเหลืออะไรแล้วมั้ง ถ้าจะขาดน่าจะเป็พวกอาหาร ต้องทิ้งตำลึงไว้ให้พวกเขาเผื่อ้าอย่างอื่น”
“ท่านปู่ข้าสั่งของมาเยอะเลย มากกว่ารอบที่แล้วจะให้พวกเขาเอาวางไว้ที่ไหนก่อนดี วางไว้ตรงหน้าบ้านก่อนได้ไหมเ้าค่ะ หลังจากพวกเขากลับไปแล้วข้าค่อยเก็บเข้าสร้อยเก็บสิ่งของ”
“เ้าซื้อมาทำไมตั้งเยอะแยะขนาดนั้น ชาวบ้านที่เ้าให้ขุดสายแร่มีกันกี่คน เ้าถึงได้ซื้อมาเยอะ”
“ทั้งเด็กผู้ใหญ่รวมกันก็ประมาณห้าสิบคนเ้าค่ะ ไหนจะของเราเก็บไว้กินอีก เดี๋ยวสินค้าก็ปรับขึ้นราคาหมดแล้ว ข้าก็ต้องเตรียมตัวเดินทางอีก กลัว่นั้นจะไม่มีเวลาไปดูแลชาวบ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาเอาวางไว้ตรงลานหน้าบ้านนั่นแหละ แล้วเ้าไม่อยู่ตั้งหลายเดือน อย่าลืมแจ้งพวกเขาล่วงหน้าด้วยล่ะ ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขารอเ้า ส่งข้าวสารอาหารแห้งไปให้”
“เ้าค่ะท่านปู่พรุ่งนี้หลังจากเลิกเรียนแล้ว ข้าถึงจะเข้าไปในป่า แล้วเอาตำลึงทิ้งไว้ให้เป็บางส่วน เพราะข้าต้องเข้าไปขนสายแร่ด้วย ต้องเตรียมสร้างอุปกรณ์เวทย์อีกหลายชิ้น”
มีรถม้าวิ่งเข้ามาส่งของที่บ้านถึงสี่คันด้วยกัน ร้านข้าวสารอาหารแห้งสามคัน ร้านขายเครื่องนุ่งห่มอีกหนึ่งคัน พอคนส่งของกลับไปแล้วจู๋จื่อรีบเก็บเข้าสร้อยเก็บสิ่งของทันที
“ศิษย์พี่ ข้าคือหย่งเล่อ คนที่ศิษย์พี่ถามหา ข้าจะมาปรึกษาเื่สายแร่ ที่จะเอามาแลกกับที่หีบเก็บของ”
“อ้อ! ข้ารับทุกสายแร่ ไม่ว่าจะเป็ทองคำหรือเป็สายแร่ดำสายแร่ สีเงินสีขาวข้ารับหมด ถ้ามีเอามาให้ข้าประเมินราคาได้ ถ้าได้ครบตามจำนวน เ้าก็ได้สินค้าชิ้นนั้นไป รับรองว่าในเมืองนี้ไม่มีขายราคาเท่านี้อย่างแน่นอน เพราะถ้าเ้าไปซื้อที่อื่น ราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ข้ารับประกัน”เพราะข้าขายอยู่เ้าเดียว
“กลับไปข้าจะไปปรึกษากับท่านพ่อท่านแม่ดู ว่าสามารถหาสายแล่ได้จากที่ไหนบ้าง ถ้าต้องไปขุดตามเขาก็คงต้องรีบไปไม่งั้นจะไม่ทันเดินทาง”หย่งเล่อพูดด้วยเสียงอันเบา
“ถ้าเราขอหยุดไปเตรียมตัวก่อนการเดินทาง อาจารย์จะให้ไหม ข้าจะไปสำรวจดููเาที่ใกล้บ้านของเ้า แล้วครอบครัวมีที่ขุดหาสายแร่ไหม”
“เื่ขอหยุดเตรียมตัวน่าจะได้อยู่นะ ถ้าเราไปขออาจารย์ เดี๋ยวหลังเลิกเรียนแล้วข้าจะลองไปถามท่านอาจารย์ดู ศิษย์พี่ก็อย่าเพิ่งกลับมารอถามท่านอาจารย์ก่อน แล้วที่ขุดแร่ยังไม่มีพวกเราไม่เคยขุด”
“เ้าก็ถามตอนอาจารย์เรียนเลย จะไปรอถามอาจารย์ตอนเลิกเรียนทำไม คนอื่นจะได้รู้ด้วย หลังเลิกเรียนแล้วข้ามีธุระต้องไปทำ”
“ท่านอาจารย์ขอรับคือว่า ข้าขอหยุดเรียนเพื่อไปเตรียมตัวเดินทาง สักเจ็ดวันได้หรือไม่ ข้าต้องหาเสบียงและเครื่องนุ่งห่มไว้ล่วงหน้า”
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านอาจารย์ ข้าเองก็ต้องเตรียมเหมือนกัน ถ้าได้หยุดเรียนสักเจ็ดวันน่าจะดี”
“ศิษย์พี่เตรียมตอนที่พวกเราใกล้จะเดินทางก็ได้ ทำไมถึงลาตอนนี้ล่ะ ไม่ไปลาก่อนจะเดินทางสักเจ็ดวันรึ”เฉิงหย่งพูดขึ้น
“ถ้าไปเตรียมตัวก่อนเดินทางเจ็ดวัน แล้วถ้าไม่ทันจะเอาเวลาที่ไหนไปเตรียมสิ่งของที่หาไม่ครบกันล่ะ ถ้าเตรียมไว้ั้แ่ตอนนี้ ของสิ่งไหนที่หาไม่ครบ เรายังเรียนไปด้วยและวันหยุดไปหาเพิ่มได้”
“ข้าเห็นด้วยกับศิษย์พี่ขอรับท่านอาจารย์ เราเตรียมพร้อมไว้ก่อนสิ่งไหนไม่ครบหาเพิ่มเอาทีหลังได้ แต่ถ้าไปหาเอาเจ็ดวันสุดท้ายแล้วไม่ครบก็จะฉุกละหุกเป็แน่ขอรับ”อู๋ห่าวแสดงความคิดเห็น
“พวกเ้าเดินทางตั้งหลายเดือนก็ไม่มีเวลาเรียนอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นทั้งหกคนจะต้องเรียนหนักเยอะกว่าเพื่อน หลังจากที่หยุดไปแล้วเจ็ดวันว่ายังไง”
“อาจารย์เ้าคะข้าว่ามันจะหนักไป ถ้าเรียนแบบอาจารย์ว่า พวกเราเรียนสายเกี่ยวกับการต่อสู้ทำภารกิจ การเดินทางสี่เดือนนี้ก็เท่ากับพวกเราเรียนไปด้วย ไม่ได้หยุดเรียนเลยสักวัน ทำไมต้องเรียนให้หนักขึ้นกว่าเดิมอีกเ้าคะ”
