หลังจากเดินทางไปได้หนึ่งพันลี้ เรือล่าสัตว์ของพวกเขาถูกสัตว์อสูรนับสิบโจมตี คันศรั์สิบคันยิงลูกศรออกไปอย่างต่อเนื่อง กระทั่งจินหยางที่เป็ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้ายังขับไล่สัตว์อสูรเ่าั้แทบไม่ได้
ทันใดนั้นแผ่นเหล็กดำก็ได้รับความเสียหายแม้ว่าจะสลักอักขระิญญาแกร่งกล้าสามร้อยอักขระกับอักขระิญญาทองหนาเป็สิบอักขระก็ตาม!
ถ้าเป็เรือล่าสัตว์ของคนอื่นในหมู่เกาะนักล่าคงจมลงไปอยู่ก้นทะเลแล้ว
การล่องเรือในมหาสมุทรนั้นอันตรายมากอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับทะเลลึก พวกจูชิงรู้สึกว่าบริเวณมหาสมุทรก่อนหน้านี้ปลอดภัยเหมือนกับสระว่ายน้ำของตัวเอง ระดับนั้นต่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิง
อีกครั้งหนึ่งแล้วที่จินหยางขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าััได้ถึงพลังบางอย่างทำให้เขากลัวจนตัวสั่น มันทรงพลังยิ่งกว่าสัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้า เมื่อใดที่สัตว์อสูรนั่นลงมือ เรือล่าสัตว์ลำนี้จักต้องล่มสลายในพริบตา
โชคดีที่สัตว์อสูรตัวนั้นเหมือนจะไม่สังเกตเห็นเรือลำนี้ รัศมีพลังประจักษ์เพียงครู่เดียวก็สลายหายไป
“อาจารย์เวิงโชคดีมาก ออกเดินทางตั้งหลายครั้งแต่ก็กลับมาได้อย่างปลอดภัยทุกครั้ง” จินหยางอดชื่นชมในความโชคดีของอาจารย์เวิงไม่ได้
เรือล่าสัตว์ของอาจารย์เวิงเทียบมิได้กับเรือลำนี้ ส่วนพลังของอาจารย์เวิงก็เทียบมิได้กับจินหยาง กระนั้นแล้วเขากลับเดินทางกลับมากลับไปท่ามกลางมหาสมุทรได้หลายสิบครั้ง
ทว่าสิ่งที่จินหยางไม่รู้ก็คือ ครั้งแรกที่อาจารย์เวิงออกเดินทางนั้นคือโชค ทว่าหลังจากที่เขาส่งลูกชายไปที่วังิญญาสมุทร เขาที่เดินทางไปมาบนเส้นทางนี้ได้นั้นไม่ใช่เพราะโชคแล้ว
วังิญญาสมุทรมีสมุนไพรลึกลับอยู่ชนิดหนึ่ง เพียงแค่ทามันลงบนตัวเรือ สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าขั้นหลอมลมปราณจะไม่มีทางโจมตีเรือเด็ดขาด
สมุนไพรลึกลับนั้นเป็สมุนไพรเฉพาะของวังิญญาสมุทร มีแค่ศิษย์วังิญญาสมุทรเท่านั้นที่นำมันออกมาใช้ได้
แต่มันได้ผลกับแค่กับสัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าขั้นหลอมลมปราณเท่านั้น ถ้าบังเอิญเจอกับสัตว์อสูรที่มีขั้นพลังสูงกว่าขั้นหลอมลมปราณ นั่นแสดงว่าเ้าอับโชคแล้ว
พวกจูชิงไม่มีสมุนไพรลับ ระหว่างทางพวกเขาเจอกับการโจมตีของสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน ไม่ว่าเรือของจูชิงจักแข็งแกร่งเพียงใดก็มิอาจต้านทานการโจมตีของสัตว์ิญญาจำนวนขนาดนี้ไหว
มหาสมุทรกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด ไม่รู้ว่ามีสัตว์อสูรเท่าไหร่อาศัยอยู่ใต้ทะเล
อีกทั้งเมื่อมีการฆ่าเกิดขึ้น กลิ่นเืจะดึงดูดสัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่ในระยะสิบลี้เข้ามา เมื่อถูกสัตว์อสูรทะเลหลายพันตัวห้อมล้อม แม้เป็เรือล่าสัตว์ลำนี้เองก็ต้องพังทลายไม่เป็ชิ้นดี
จูชิงขับเคลื่อนอักขระิญญาลมโชยไม่ขาดสาย ความเร็วของเรือเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุด แม้ว่าจะมีสัตว์อสูรขวางทางอยู่บ้าง หากแต่ก็ถูกเรือล่าสัตว์บดขยี้เป็จุณ
“น่ากลัวมาก!” เมื่อทอดสายตามองเงาดำหนาทึบใต้ทะเลที่อยู่ไกลออกไป จูชิงพลันตัวสั่นเทิ้มอย่างอดมิได้ ไม่ว่าใครเห็นสัตว์อสูรมากขนาดนี้ก็ต้องกลัวทั้งสิ้น
จินหยางเองก็หน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ แม้ว่าเขาจะเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้า ทว่าเบื้องหน้าสัตว์อสูรมากมายขนาดนี้ก็ยากที่จักพลิกสถานการณ์
“กำจัดสัตว์อสูรที่อยู่ข้างหน้าก่อน!” จินหยางคำราม ถือหอกยาวะโลงไปจากเรือล่าสัตว์!
“ย้ายคันศรั์ไปที่หัวเรือ!” ซินต้าลี่ออกคำสั่ง
ต้องบุกทะลวงเปิดเส้นทางให้ได้ ถ้าถูกสัตว์อสูริญญาขัดขวางไว้ เรือก็จะไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ เมื่อเป็แบบนั้นพวกเขาก็จะกลายเป็เป้านิ่งให้พวกสัตว์อสูรโจมตีโดยไร้ทางสู้
จินหยางลอยตัวกลางอากาศ ขว้างหอกยาวแทงทะลวงปลาั์ที่กระโจนเข้ามามาดหมายเขมือบเขา
เขาพริ้วกาย ฝ่าเท้าแตะบนตัวปลาั์ ดึงหอกของตัวเองกลับมา!
“กระบวนท่าหอกตาลปัตร!” จินหยางคำราม ตัวหอกโค้งงอ ลมปราณบริสุทธิ์ผสานรวมกันที่ปลายหอก!
“ครืนน!” เสียงอึกทึกเอ็ดอึงเหนือน่านฟ้า แสงหอกเป็สีฟ้าครามสง่าประหนึ่งเม็ดฝน!
จินหยางเปรียบเสมือนเทพ์ แสงหอกฟาดฟันสังหารสัตว์อสูรนับสิบตัว ซากศพของสัตว์อสูรลอยกลาดเกลื่อนบนผิวน้ำ!
“เปลี่ยนลูกศร!” ซินต้าลี่ะโ คันศรั์สิบคันศรยิงลูกศรออกไปในเวลาเดียวกัน
“ตู้มม!”
“ตู้มม!”
เปลวเพลิงผลาญเผาทั่วทั้งมหาสมุทร เสียงะเิยังคงดังไม่หยุด สัตว์อสูรที่อยู่เหนือน้ำถูกพลังมหาศาละเิเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
มันคือลูกศรที่ถูกจูชิงดัดแปลง เขาทับซ้อนอักขระิญญาปราณกระบี่สิบอักขระ พลานุภาพน่าพรั่นพรึงพอที่จักประมือกับสัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณกับขั้นหลอมลมปราณ
อย่างไรก็ตามลูกศรนั้นใช่ว่าจะสร้างง่ายๆ จูชิงสร้างไว้แค่สามสิบกว่าลูกสำหรับกรณีฉุกเฉิน คิดไม่ถึงว่าเพิ่งออกเรือไปได้ไม่ถึงพันลี้ก็เสียลูกศรไปครึ่งหนึ่งแล้ว
จินหยางะโเหยียบซากศพสัตว์อสูรข้ามระยะทางร้อยจั้งกลับมาอยู่บนหัวเรือล่าสัตว์
จินหยางหมดแรง ถึงการเคลื่อนไหวเมื่อครู่จะดูน่าอัศจรรย์ทว่าก็ต้องใช้ลมปราณจำนวนมหาศาล เขาเป็แค่ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้า ยากที่จะทำเช่นนั้นติดต่อกันหลายๆ ครั้ง
ทางข้างหน้าเปิดแล้ว จูชิงไม่รอช้าขับเคลื่อนอักขระิญญาลมโชยสุดกำลัง ใบเรือกางออกจนสุด รีบออกไปจากเขตมหาสมุทรแห่งนี้
หลังจากหนีนานกว่าสิบชั่วยาม ในที่สุดพวกเขาก็สลัดจากการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของพวกสัตว์อสูร
ตลอดเวลาสิบชั่วยามนี้ทุกคนบนเรือไม่มีใครกล้าที่จะประมาทเพราะกลัวว่าจะเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น
โชคดีที่พวกเขาหนีรอดมาได้ ทว่าความกลัวที่มีต่อทะเลลึกมิอาจสลายหายไปในเวลาอันสั้น
เส้นทางเดินเรือของอาจารย์เวิงปลอดภัยอย่างที่คาด หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เจอสัตว์อสูรฝูงใหญ่อีกเลย!
หนึ่งเดือนต่อมา พวกจูชิงก็พบเมืองสมุทร์!
สำหรับสกุลซินที่ใช้ชีวิตอยู่กับการล่าสัตว์อสูร เวลาหนึ่งเดือนนั้นไม่ได้นาน พวกเขาออกทะเลครึ่งปีแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขากลับรู้สึกว่าหนึ่งเดือนยาวนานกว่าหนึ่งปีเสียอีก
เรือล่าสัตว์ที่จูชิงสร้างเร็วกว่าเรือธรรมดาทั่วไปอย่างน้อยสี่ถึงห้าเท่า ทว่าพวกเขาต้องหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรทะเล ซึ่งนั่นเป็สิ่งที่ไม่ต้องนึกคำนึงถึงเมื่อออกล่า
“วังิญญาสมุทรอยู่ห่างจากเมืองสมุทร์ไม่มากนัก” จินหยางถอนหายใจ
ขณะนั้นพวกจูชิงเห็นเรือล่าสัตว์จำนวนมากกำลังออกล่าสัตว์อสูร
เรือล่าสัตว์เ่าั้ใหญ่มาก ใหญ่กว่าของพวกเขาหลายเท่า!
เรือของสกุลซินเป็เรือล่าสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะนักล่าแล้ว ทว่าเมื่อเทียบกับเมืองสมุทร์ เรือลำนี้กลับดูสุดแสนจะธรรมดา
“พระเ้า!” ซินต้าลี่อุทาน ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างชี้ไปที่เรือขนาดใหญ่
เรือล่าสัตว์ของสกุลซินมีขนาดเกือบสองร้อยเมตร ทว่าเบื้องหน้าเรือลำนั้น เรือของพวกเขากลับไม่ต่างอะไรกับใบไม้ที่คลื่นลูกเดียวก็สามารถพัดพาให้ปลิดปลิว
แม้ว่าจูชิงจะเคยเห็นเรือรบของขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาก่อนยังต้องตะลึงงันกับเรือลำใหญ่ ดูแล้วขนาดน่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งถึงสองพันเมตร ทั้งยังมีหอตั้งอยู่บนเรือด้วย!
“ฮว๋าง!” มีคนะโจับจ้องมองอักษร (黄) โดดเด่นสะดุดตา
รอบเรือลำใหญ่มีเรือยี่สิบลำที่ใหญ่กว่าสกุลซินหนึ่งเท่าคุ้มกันอยู่
“นั่นน่าจะเป็เรืออันดับต้นๆ ของมหาสมุทรแห่งนี้แล้วกระมัง” จินหยางใจหายวาบ
“ตราบใดที่ไม่เจอสัตว์อสูรที่สามารถกินเหล็กดำอย่างเต่าฉกได้คงไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนสามารถคุกคามเรือลำนั้นได้อีกแล้ว” จูชิงพยักหน้า มันเป็เรือล่าสัตว์ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง จูชิงไม่คิดว่าจะมีสัตว์อสูรทะเลตัวใดใหญ่เท่ากับเรือลำนั้น
แน่นอนว่าถ้าเป็เกาะหลัวโหว เรือลำนี้ยังห่างชั้นอีกมาก อย่าได้กล่าวถึงัสมุทรอัษฎาเนตร ลำพังแค่สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ก็สามารถทำลายเรือย่อยยับได้ในพริบตาแล้ว
พวกจูชิงเทียบท่าที่ท่าเรือนอกเมืองสมุทร์ หลังจากที่นำสัตว์อสูรทั้งหมดที่จับมาได้ไปขาย พวกเขาได้หินปราณมาทั้งหมด 50,000 ก้อน นั่นมากกว่ารายได้ทั้งปีของพวกเขาเสียอีก
เมื่อนึกถึงสัตว์ิญญาที่พวกเขาทิ้งซากไว้กลางมหาสมุทร ซินต้าลี่กับซินิจูเ็ปใจสุดแสน ถ้าพวกเขาเก็บมันมาทั้งหมดน่าจะได้ประมาณ 100,000 หินปราณหรือไม่ก็มากกว่านั้น สำหรับสกุลซินแล้วมันเป็ตัวเลขที่สูงเกินจินตนาการ
“พวกบ้านนอก” ครั้นจอมยุทธ์เมืองสมุทร์เห็นพวกซินต้าลี่ที่ทำตัวเหมือนบ้านนอกเข้าเมือง เขาก็แค่นเสียงมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
“เ้าว่ายังไงนะ?” ซินต้าลี่โกรธมากคว้าคอเสื้อจอมยุทธ์ผู้นั้นแน่น
“อย่าก่อเื่สิ!” จูชิงขมวดคิ้ว
ซินต้าลี่ไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือ
“ระวังคำพูดหน่อย ครั้งหน้าเ้าไม่โชคดีแบบนี้แน่” จินหยางแสยะยิ้ม รัศมีพลังขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าแผ่ซ่านถั่งโถมใส่จอมยุทธ์ผู้นั้น
“ติ๋งๆ!” จอมยุทธ์ผู้นั้นรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆ ที่ไหลตามขาตัวเองหยดจากกางเกงลงบนพื้น
จอมยุทธ์ผู้นั้นกลัวจินหยางมากจนฉี่ราด แม้ว่าอีกฝ่ายจักฆ่าเขาให้ตายตรงนี้ เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าเหตุใดพวกบ้านนอกถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่ใช่แค่มีขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้า หากยังมีจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ
ในเมืองสมุทร์ จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณนับว่าเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ มิใช่ผู้ที่คนต่ำต้อยอย่างเขาสามารถล่วงเกินได้
“เข้าเมืองกันเถอะ!” จูชิงกล่าว หลังจากจ่ายค่าเข้าเมือง 100 หินปราณ พวกเขาก็เดินเข้าไปในเมืองสมุทร์
ซินต้าลี่ ซินต้าซานและซินิจูตื่นเต้นเป็อย่างมาก นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เข้ามาในเมืองใหญ่เฉกเช่นนี้
“หลบไป อย่าขวางทาง!” ทันใดนั้น ร่างเงาใหญ่ั์เบียดเข้ามาผลักพวกเขาออกไป พวกจูชิงต่างหน้ามืดทะมื่น
“สัตว์ประหลาด!” จูชิงผงะ เขามองผู้ชายคนหนึ่งสูงกว่าคนธรรมดาถึงสองเท่า มีจมูกเป็งวงเหมือนกับช้าง คนก็ไม่ใช่สัตว์ก็ไม่เชิง
