นางมองมายังเขา ท่าทีดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่แตะต้องปลาพวกนี้อีก
บรรยากาศบนโต๊ะอึดอัดเล็กน้อย เจียงเฉิงหันไปมองหลี่อันหลินที่นั่งด้านข้างและใช้นิ้วแตะปลายจมูกเขาเบาๆ “พรุ่งนี้พวกเราไปจับปลาที่แม่น้ำกันอีก ฤดูกาลนี้มีปลาเยอะที่สุด เ้าจะได้กินปลาทุกวัน”
แน่นอนว่าหลี่อันหลินต้องดีใจอยู่แล้ว เขากำลังจะตอบแต่ถูกหลี่อันอันแย่งพูดก่อน “ข้าก็จะไปด้วย ข้าก็จะไปด้วย!”
“ได้ พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเ้าไปกันทั้งสองคน” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงเบนสายตาไปยังหลี่อันหราน เห็นว่านางกำลังก้มหน้ากินข้าวจึงไม่ได้พูดอะไรมาก
เจียงเฉิงกินมื้อเที่ยงเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาวางตะเกียบแล้วกล่าว “ข้าจะไปทำอุปกรณ์จับปลา พรุ่งนี้จะได้จับปลาเยอะขึ้น”
เขาพูดจบแล้วลุกออกไป
หลี่อันหลินเห็นดังนี้ก็ลุกขึ้นตาม “ข้าจะไปด้วย”
หลี่อันหลินพูดจบแล้วไม่สนใจว่าเสิ่นอิ๋นหวนจะอนุญาตหรือไม่ เขาไล่ตามเจียงเฉิงไปค้นหาของในลานบ้านมาทำอุปกรณ์จับปลาทันที
ครั้นพวกเขาออกไปแล้ว เสิ่นอิ๋นหวนจึงหันไปมองหลี่อันหราน “ดูเหมือนว่าเขาจะใส่ใจเ้าไม่น้อย”
“ท่านแม่ ข้าพูดไปแล้วมิใช่หรือว่าให้ท่านเลิกคิดเื่นี้? เขาทำเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตก็เท่านั้น ตอบแทนเสร็จแล้วต้องจากไป”
แม้ปากจะพูดแบบนี้ แต่หลี่อันหรานก็หันไปมองเจียงเฉิงตรงลานบ้านอยู่ดี จากนั้นก้มลงมองเนื้อปลาที่ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งในถ้วยตัวเอง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าก่อนจะก้มหน้ากินต่อ หลังจากที่นางกินข้าวเสร็จ เสิ่นอิ๋นหวนจึงบอกให้นางออกไปช่วยพวกเขาทำอุปกรณ์จับปลา
หลี่อันหรานไม่ค่อยพอใจ “ท่านแม่ อุปกรณ์จับปลาเป็ความคิดของพวกเขา ข้าทำไม่เป็สักหน่อย ปล่อยให้พวกเขาทำกันเองเถิด ข้าช่วยท่านล้างถ้วยชามดีกว่า”
แต่เสิ่นอิ๋นหวนไม่ยอม “เ้ารีบไปดู หากพวกเขา้าสิ่งใดจะได้ช่วยหยิบจับ แม่ล้างเองคนเดียวได้ รีบไปเถอะ”
หลี่อันหรานที่เถียงสู้ไม่ไหวได้แต่วางถ้วยตะเกียบแล้วออกไป นางเห็นพวกเจียงเฉิงกำลังทำอะไรกันบางอย่างก็ขมวดคิ้วและเดินเข้าไปดู อุปกรณ์จับปลาที่พวกเขาทำออกมาเรียบง่ายมาก “นี่เรียกว่าอุปกรณ์จับปลาได้หรือ? มันจะจับปลาได้จริงหรือ?”
นางรู้ว่าใกล้หมู่บ้านมีหุบเขาอยู่หนึ่งแห่ง ที่นั่นมีทะเลสาบเล็กๆ ปกติแล้วน้ำฝนบนูเาจะไหลลงมาที่นั่นในฤดูฝน
ส่วนในฤดูร้อน หรือก็คือ่นี้ ในทะเลสาบจะมีปลาจำนวนไม่น้อย น้ำที่นั่นลึกมาก คนในหมู่บ้านต่างไปจับปลาที่นั่นกันหากมีโอกาส
แต่ในขณะเดียวกัน สาเหตุจากการที่มีอุปกรณ์ไม่พร้อมและระดับน้ำที่ค่อนข้างลึก จึงทำให้มีคนมาจับปลาไม่มากเท่าที่ควร มักจับกันแค่ตัวสองตัวมาบำรุงมื้ออาหารการกินเป็ครั้งคราวเท่านั้น
เจียงเฉิงดูจะไม่ค่อยมั่นใจในอุปกรณ์จับปลาของตัวเองเช่นกัน เขามองหลี่อันหรานแล้วยิ้ม “ลองดูก่อนเถิด ข้าตอบไม่ได้เช่นกันว่าจะจับปลาได้หรือไม่ หากจับได้ก็คงไม่เลว หรือหากจับได้เยอะก็สามารถนำไปขายได้”
หลี่อันหรานชะงักเล็กน้อย จะว่าไปการขายปลาเป็ช่องทางการหาเลี้ยงชีพที่ไม่เลวเหมือนกัน
หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ไกลจากทะเลมาก มีเพียงครอบครัวผู้มีอำนาจที่จะได้กินปลา นอกจากนี้คนในท้องที่ก็เคยชินกับการทำนา แทบไม่มีผู้ใดเลี้ยงปลา
ภาคการเกษตรและปศุสัตว์ยังไม่ได้พัฒนาขนาดนั้น ส่วนสัตว์ปีกที่เลี้ยงกันภายในบ้านก็จำกัดอยู่แค่พวกไก่ เป็ด และห่าน หากจะนำออกไปขายก็มีจำนวนจำกัดมากอยู่ดี
หลี่อันหรานจึงค่อยมีรอยยิ้ม นางยื่นมือไปตบบ่าเจียงเฉิงพลางว่า “ความคิดของท่านไม่เลว แต่ไม่รู้จะมีตลาดหรือไม่”
เขามองนางด้วยความสงสัย “ตลาดหรือ?”
เจียงเฉิงดูจะไม่เข้าใจความหมายของศัพท์คำนี้? หลี่อันหรานรีบปัดมือ “ข้าหมายถึงว่า ไม่รู้ว่าหากนำปลาพวกนี้ไปขายในตัวเมืองจะมีคนซื้อหรือไม่ หากไม่มีคนซื้อขึ้นมาจะไม่เสียเปล่าหรือ?”
เจียงเฉิงยิ้ม “ไม่เสียเปล่า หากขายไม่ได้ พวกเราก็เก็บไว้กินเอง”
หลี่อันหลินพลันพูดแทรก “ถูกต้องขอรับ แค่ลำพังให้พวกเรากินยังมีไม่พอ จะเอาปลาที่ใดไปขายกัน”
ระหว่างที่กำลังคุยกัน อุปกรณ์จับปลาของเจียงเฉิงก็ใกล้เสร็จแล้ว “บ่ายนี้ยังพอมีเวลา เ้าไปทดสอบที่ทะเลสาบดีหรือไม่ ดูว่าจะจับปลาได้หรือเปล่า”
หลี่อันหลินะโโลดเต้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยิน “เอาสิขอรับ ข้าจะไปๆ”
หลี่อันหรานเห็นพวกเขาตื่นเต้นและมั่นใจขนาดนี้ก็เกิดความสงสัย “ข้าจะคอยดูว่าพวกเ้าจะจับปลาได้หรือไม่ แต่ข้าว่าคงจับด้วยเ้าของสิ่งนี้ไม่ได้หรอก”
เจียงเฉิงเห็นนางไม่เชื่อมั่นในอุปกรณ์จับปลาของตัวเองก็เอ่ยยิ้มๆ “ลองดูก็รู้ ข้าจะจับปลาให้พวกเ้าได้กินมื้อเย็นจนอิ่ม คอยดูสิ”
หลี่อันหรานยิ้มแต่ไม่พูดอะไร นางตามพวกเขาไปยังทะเลสาบกลางหุบเขาแถวนี้ด้วยกัน
หลี่อันหรานอดถอนหายใจไม่ได้เมื่อทอดสายตาออกไปจากริมทะเลสาบ “ที่นี่ไม่ใช่เล็กๆ เลย ตอนแรกข้านึกว่าเป็ทะเลสาบขนาดเท่าสระน้ำเล็กๆ เสียอีก”
จากนั้นนางเห็นว่ารอบด้านมีชาวบ้านมาจับปลาเช่นกัน แต่ละคนดูมีฐานะยากจน พวกเขาไม่มีอุปกรณ์จับปลาที่ดูเข้าท่า น้อยมากที่จะจับปลาได้จากแถวริมทะเลสาบ
บนทะเลสาบมีเรือหาปลาอยู่หนึ่งลำ เรือนี้เป็ของครอบครัวมีเงินครอบครัวหนึ่งภายในหมู่บ้าน ทว่าถึงแม้จะมีเรือแต่ก็ยังจับปลาได้ไม่มากนักเพราะอุปกรณ์ไม่พร้อม
แน่นอนว่าปลาที่ถูกจับได้จะนำไปขาย
เจียงเฉิงเห็นหลี่อันหรานยืนเหม่อจึงเดินเข้ามาคุยด้วย “หากมีเรือสักลำกับแหจับปลาก็น่าจะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้”
นางหันมามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆ “ใช่ น่าเสียดายที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีปัจจัยแบบนั้น”
“ไม่ต้องกังวลเื่พวกนั้น อุปกรณ์ของข้าจะช่วยเ้าจับปลาได้แน่นอน เย็นนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปลาให้กินไม่พอ รับรองว่าพวกเ้าจะได้กินจนอิ่มหมีพีมัน”
หลี่อันหรานเผยยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นเขาเชื่อมั่นในตัวเองขนาดนี้ ทว่ารอยยิ้มรอบนี้ดูฝืนเล็กน้อย เพราะตอนนี้ในหัวนางกำลังคิดถึงเื่อื่น
เจียงเฉิงพาน้องชายกับน้องสาวของนางเดินไปอีกทาง พวกเขาเดินไปด้วย คุยกันไปด้วยว่าจะจับปลาอย่างไร หลี่อันหรานละสายตาจากพวกเขาแล้วมองไปยังทะเลสาบเบื้องหน้าต่อ
ทะเลสาบแห่งนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มองไป้าจะเห็นูเาที่มีน้ำฝนหรือไม่ก็หิมะที่ละลายจากฤดูหนาวไหลลงมา
น้ำที่ใช้กันในหมู่บ้านมาจากที่นี่เป็ส่วนใหญ่ น้ำในทะเลสาบค่อนข้างลึกเพราะเกิดขึ้นจากภูมิประเทศที่เป็หุบเขา มีคนจมน้ำตายที่นี่แทบทุกปี ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยนิยมมาที่นี่นัก
ต่อให้มีคนมาจับปลาก็ยังมีไม่มากอยู่ดี
หลี่อันหรานครุ่นคิดในใจว่าหากสามารถทำบ่อเลี้ยงปลาที่นี่ได้ก็คงจะดี นอกจากนี้นางยังครุ่นคิดถึงผลิตภัณฑ์และอาหารอีกมากมายที่ใช้ปลาเป็วัตถุดิบ หากวางแผนทำมันออกมาได้ก็นับว่าเป็อุตสาหกรรมที่ไม่เลว
นางก้มหน้าคิดคำนวณ ไม่ว่าจะอุปกรณ์เครื่องมือหรือเงินทุนก็ยังขาดแคลนอีกมาก หากจะทำเป็ขนาดใหญ่ก็ยิ่งยากเข้าไปอีก
