เชียนมู่เซวี่ยถือชุดเดรสยาวไว้ในมือ จากนั้นก็เคลื่อนที่ออกไปหยุดอยู่ตรงหน้าจางไฉ่ย่วนอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า บัดนี้หญิงสาวมีเพียงแค่ชุดชั้นในตัวจิ๋วปกปิดร่างกายเท่านั้น จางไฉ่ย่วนเอ่ยขอบคุณเสียงแ่เบา ก่อนจะรับชุดเดรสมาสวมอย่างรวดเร็ว
ทางด้านถังฮ่าวเอื้อมมือไปหยิบปืนที่ถูกเถาวัลย์พันมากระบอกหนึ่ง ก่อนจะวางไว้บนหลังคารถฮัมเมอร์เสริมเหล็กอย่างไม่ใส่ใจ เขาเหลือบมองจางไฉ่ย่วนที่สวมชุดเรียบร้อยแล้วก็ยกยิ้มเ็า
“ฐานที่มั่นมหานครที่พวกนายพูดถึงเป็หนึ่งในสามสุดยอดฐานที่มั่นงั้นเหรอ?”
“ใช่ ใช่แล้ว! เร็วๆ นี้พวกเรากำลังจะได้เป็ฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน! พวกนายคงจะมาเข้าร่วมฐานที่มั่นของพวกเราสินะ วางใจได้เลย เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของฉันเอง!” ฉินเซียวกล่าวอย่างมั่นใจ
“เข้าร่วมอย่างนั้นเหรอ?” สีหน้าของถังฮ่าวยิ่งเย็นเยียบมากขึ้น
“อย่าบอกนะว่า ผู้หญิงคนนี้ก็เป็สมาชิกของฐานที่มั่นมหานครด้วย?”
“ใช่แล้ว! ไฉ่ย่วนเป็สมาชิกของฐานที่มั่นพวกเรา! ไม่เพียงเท่านั้น แต่เธอยังเป็ว่าที่ภรรยาของฉันด้วย!”
“ไอ้ฉิน นายมันเลวจริงๆ! ฉันไม่เคยตกลงแต่งกับนายสักหน่อย!” จางไฉ่ย่วนตวาดด้วยความโกรธ
“พี่ชาย พี่สาว อย่าไปฟังที่ฉินเซียวพูดเพ้อเจ้อ เขา...”
“จางไฉ่ย่วน!” ฉินเซียวเอ่ยเสียงเย็น พร้อมกับจับจ้องมองมาอย่างคุกคาม
ร่างกายของจางไฉ่ย่วนสั่นเทิ้ม บัดนี้ก็กำลังหันไปมองฉินเซียวด้วยความหวาดกลัว
หากคนกลุ่มนี้ตั้งใจจะมาเข้าร่วมกับฐานที่มั่นมหานครจริงๆ สุดท้ายก็ต้องตกอยู่ใต้อาณัติของตระกูลฉินอยู่ดี แม้ว่าถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยจะดูแข็งแกร่งมากก็ตาม แต่เธอก็คิดว่าต่อให้พวกเขาเก่งกาจแค่ไหน ก็คงเป็แค่ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 เท่านั้น ถึงแม้ว่าผู้วิวัฒนาการระดับนี้จะค่อนข้างได้รับความสำคัญในฐานที่มั่นก็ตาม แต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับอิทธิพลของตระกูลฉินได้!
จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทำให้จางไฉ่ย่วนรู้ดีว่าฉินเซียวคนนี้ ถ้าคลั่งขึ้นมา ไม่ว่าเื่อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น เมื่อครู่ที่เธอพูดออกไปเพราะความโมโหชั่ววูบ แต่พอตั้งสติได้เธอก็เสียวสันหลังวาบ และมีเหงื่อเย็นผุดพรายเต็มแผ่นหลัง จึงไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีก
“ไฉ่ย่วนหรือ? คุณคือคุณหนูไฉ่ย่วนที่เป็ลูกสาวคนเดียวของท่านประธานจางเทียนเหว่ยแห่งบริษัทเทียนจุ้นใช่หรือไม่?” ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
จางอวิ๋นจือมองจางไฉ่ย่วนด้วยความใ!
หากว่ากันตามตรงแล้ว พวกเธอก็ถือว่าเป็ญาติกัน แถมยังห่างกันไม่เกินห้ารุ่นด้วย!
ทวดของจางอวิ๋นจือเป็พี่น้องกับทวดของจางไฉ่ย่วน พวกเธอต่างก็มีบรรพบุรุษคนเดียวกัน
แต่เพราะฐานะความเป็อยู่ของทั้งสองฝ่ายต่างกันราวฟ้ากับเหว จึงทำให้สองตระกูลห่างเหินกัน แต่จางอวิ๋นจือก็เคยได้ยินพ่อของเธอพูดด้วยความภาคภูมิใจอยู่บ่อยครั้งว่าประธานบริษัทเทียนจุ้นเป็ญาติห่างๆ ของเขา
จางอวิ๋นจือเคยเห็นรูปถ่ายของจางไฉ่ย่วนจากโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง
“คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ?”
“เอ่อ... พ่อของฉันกับพ่อของคุณน่าจะเป็ญาติห่างๆ กันค่ะ! ฉันชื่อจางอวิ๋นจือค่ะ!”
“ไฉ่ย่วน ใช่เธอจริงๆ เหรอ?” จู่ๆ ก็มีเสียงอุทานดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็จ้าวกั๋วเทาที่เดินลงมา บัดนี้ก็กำลังมองไปที่จางไฉ่ย่วนด้วยสีหน้าตกตะลึง!
เมื่อครู่จ้าวกั๋วเทาทำตัวไม่ถูก เพราะเขาไม่อยากจ้องมองหญิงสาวที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า จนกระทั่งได้ยินชื่อของจางไฉ่ย่วนและได้ยินจางอวิ๋นจือพูดถึงบริษัทเทียนจุ้น เขาถึงสังเกตหญิงสาวที่มีใบหน้าบวมช้ำครึ่งซีกอย่างละเอียด ก่อนจะจำได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือลูกสาวของจางเทียนเหว่ยที่เป็สหายเก่า
“ลุงจ้าว!” จางไฉ่ย่วนมองจ้าวกั๋วเทาตาโต ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะรื้นแดงก่ำขึ้นมาทันที!
นี่คือจ้าวกั๋วเทา เขาเป็ข้าราชการระดับสูงของตระกูลจ้าวที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลซูโจว
อิทธิพลที่แท้จริงของตระกูลจ้าวอยู่ในมหานคร ก่อนวันสิ้นโลกมาถึง ไม่ว่าจะเป็ตระกูลจ้าวของจ้าวกั๋วเทาหรือตระกูลจางของจางไฉ่ย่วนก็ล้วนเหนือกว่าตระกูลฉิน และหนึ่งในสี่อิทธิพลใหญ่ที่เป็ผู้ก่อตั้งฐานที่มั่นมหานครก็คือตระกูลจ้าว!
จ้าวกั๋วเทาพาลูกน้องกลับมาแล้วหรือ? หรือว่าตระกูลจ้าวในฐานที่มั่นมหานครจะรับรู้ถึงวิกฤต จึงได้เรียกนายพลคนสำคัญผู้นี้กลับมา?
บัดนี้ฉินเซียวรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย เพราะแต่เดิม จางไฉ่ย่วนและผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ของตระกูลจาง ต่างก็อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลจ้าว
พอเห็นจ้าวกั๋วเทาแล้ว จางไฉ่ย่วนก็ไม่อาจเก็บความคับข้องใจไว้ได้อีก และได้เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เขาฟัง
ยิ่งฟังสีหน้าของจ้าวกั๋วเทาก็ยิ่งเคร่งขรึม!
ฉินเซียวเดินเข้ามาหาพร้อมกับยิ้มแห้งออกมา
“เอ่อ... สวัสดีครับลุงจ้าว ผมชื่อฉินเซียว เป็ลูกชายของฉินเหยาิ ลุงใหญ่ของผมคือ...”
“ฉินเหยาจงสินะ!” จ้าวกั๋วเทาพูดขัดก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ
“ถูกต้อง ถูกต้องครับ! ลุงจ้าวน่าจะรู้จักกับลุงใหญ่ของผมดี สิ่งที่ไฉ่ย่วนพูดมันเกินจริงไปหน่อย ผมชอบไฉ่ย่วนจริงๆ เดิมทีผม...”
“พอได้แล้ว!” จ้าวกั๋วเทาตะคอกขัดคำพูดของฉินเซียว ก่อนจะดึงมือของจางไฉ่ย่วนเพื่อเดินเข้าไปหาถังฮ่าว ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงของถังฮ่าวดังขึ้นมาก่อน
“ลุงจ้าว เื่นี้ลุงตัดสินใจเลย”
จ้าวกั๋วเทาซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง แต่ด้วยความที่เขาเป็คนสุขุมรอบคอบจึงไม่ได้ตัดสินใจในทันที แต่หันไปมองเชียนมู่เซวี่ย และกล่าวขึ้นด้วยความเคารพ
“คุณมู่เซวี่ย เื่นี้ผม...”
ทว่าจ้าวกั๋วเทายังไม่ทันเอ่ยจบ ก็มีเสียงใสของเชียนมู่เซวี่ยดังขึ้นก่อน
“เสี่ยวฮ่าวพูดแล้วว่าให้ลุงตัดสินใจเลย ตราบใดที่เธอเต็มใจ พวกเราต้องยินดีต้อนรับอยู่แล้ว!” ต่อให้ไม่รู้จักกัน เชียนมู่เซวี่ยก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หญิงสาวตรงหน้าไม่เพียงแต่เป็ญาติกับจางอวิ๋นจือเท่านั้น แต่ยังรู้จักกับจ้าวกั๋วเทาอีก แบบนี้ก็ยิ่งต้องช่วยอยู่แล้ว
“ขอบคุณหัวหน้า ขอบคุณคุณมู่เซวี่ย!” หลังจากที่จ้าวกั๋วเทาขอบคุณแล้วก็หันไปเอ่ยกับจางไฉ่ย่วน
“ไม่ต้องกลัวนะ ตราบใดที่ยังมีลุงอยู่ ก็จะไม่มีใครรังแกเธอได้!”
พอได้รับการสนับสนุนจากถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยแล้ว จ้าวกั๋วเทาก็รู้สึกมั่นใจ!
ไม่ต้องพูดถึงฐานที่มั่นมหานครที่มีตระกูลจ้าวของเขาเป็หนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้ง ต่อให้ไม่ใช่ จ้าวกั๋วเทาก็มั่นใจว่าเขาสามารถช่วยจางไฉ่ย่วนได้ แน่นอนว่านั่นเป็เพราะเขามั่นใจในตัวถังฮ่าว
ในใจของจ้าวกั๋วเทาแล้ว กลุ่มคนจำนวนน้อยของถังฮ่าว ไม่สิ! เวลานี้ไม่สามารถเรียกว่าจำนวนน้อยได้อีก เพราะเพียงแค่ฐานที่มั่นย่อยเถาหยวนเขตซูโจวก็มีประชากรมากกว่าหมื่นคนแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ถังฮ่าวยังมีฐานที่มั่นอยู่ในหยุนจิงและเมืองทงอีก!
ลูกน้องของเขาก็ล้วนแข็งแกร่งมาก!
เป็เพราะถังฮ่าวและคนอื่นๆ ค่อนข้างเก็บตัว และไม่ได้เปิดเผยระดับวิวัฒนาการของสมาชิกคนสำคัญออกมา จึงไม่เป็ที่รู้จักเท่าไร มิฉะนั้นคงไม่มีที่ยืนให้ฐานที่มั่นทหารเมืองหลวง ฐานที่มั่นมหานครแห่งเวท และฐานที่มั่นกวางตุ้งแล้ว
เพราะกลุ่มของถังฮ่าวน่าจะเป็กลุ่มที่มีกำลังรบแข็งแกร่งที่สุดในประเทศจีน!
ต่อให้ฉู่เจี๋ยและฉินิที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ร่วมมือกัน ก็ยังไม่น่าจะสู้ถังฮ่าวได้ ยิ่งไปกว่านั้นรอบตัวถังฮ่าวยังมีเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง และจางเสี่ยวเหา ที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 5 อีก
“ลุงจ้าว แต่ตระกูลฉินยังมีฉินิ...” จางไฉ่ย่วนนึกถึงฉินิที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ของตระกูลฉินขึ้นมา จึงอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้
“ผู้วิวัฒนาการระดับ 5 เองหรือ ไม่เป็ไร!” จ้าวกั๋วเทาพูดพร้อมกับแย้มยิ้มออกมา
เมื่อเห็นรอยยิ้มของจ้าวกั๋วเทาแล้ว จางไฉ่ย่วนก็รู้สึกโล่งใจ
“เอ่อ... หัวหน้า คุณมู่เซวี่ย ตระกูลจ้าวของผมยังพอมีอิทธิพลอยู่ในมหานคร เพราะฐานที่มั่นแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยตระกูลจ้าวของผมและอีกสามตระกูล เช่นนั้นแล้วพวกเรา...”
“โอ้! ลุงจ้าว ไม่เลวเลย ในเมื่อตระกูลจ้าวฐานที่มั่นมหานครถึงหนึ่งในสี่ เช่นนั้นพวกเราก็ต้องไปเยี่ยมเยียนกันสักหน่อย!” ถังฮ่าวตาเป็ประกาย
พอมีตระกูลจ้าวที่ทรงอิทธิพลคอยสนับสนุนแล้ว จะต้องสืบหาข่าวสานจากพวกเขาได้ง่ายและรวดเร็วแน่!
