บทที่ 9
ปลาเล็กจี่กระทะ
ทันทีที่ซ่งหยวนกลับมา เขาก็จัดการควักไส้ปลาตัวเล็กๆ ออกจนหมด แล้วนำมาวางเรียงรายตากไว้ที่มุมกำแพงอย่างเป็ระเบียบ
ยามนี้เขากำลังยืนเท้าสะเอว ชื่นชมผลงานจากการลงแรงมาตลอดทั้งบ่าย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงะโอันคุ้นหูที่คุ้นเคยเสียจนจำได้แม่นของป้าหนิว
ซ่งหยวนหน้ามืดไปแถวหนึ่ง ไม่ใช่สิ ข่าวลือนี่มันแพร่ออกไปได้อย่างไรกัน ช่างเหลวไหลสิ้นดี
“นั่นมันข่าวโคมลอยขอรับ ข่าวโคมลอย!” ซ่งหยวนโวยวายด้วยความขัดใจ
เอ้อหลินก็เดินออกมาช่วยอธิบายด้วย “เื่นี้เป็เพียงเื่แต่งขึ้น ท่านป้าโปรดวางใจ ในบ้านยังพอมีของกินอยู่ขอรับ”
ป้าหนิวถลึงตาใส่เขาแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเ้าจะลงน้ำไปจับปลาจับกุ้งตัวจ้อยพวกนี้มาทำไมกัน กินก็ไม่อิ่มท้อง เสียแรงเปล่าแท้ๆ”
“เื่นี้ท่านป้าอย่าได้กังวลเลยขอรับ” ซ่งหยวนพูดพลางนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาถูมือไปมาแล้วยิ้มกริ่ม “ท่านป้าขอรับ ข้าจำได้ว่าบ้านท่านมีกระทะเหล็กอยู่ใบหนึ่งใช่ไหมขอรับ”
พอป้าหนิวเห็นสีหน้าเหมือนสุนัขจิ้งจอกเ้าเล่ห์กำลังวางแผนร้ายของเขา นางก็ระแวดระวังขึ้นมาทันที “เ้าคิดจะทำอะไร”
ซ่งหยวนทั้งขำทั้งเครียด ภาพลักษณ์ของเขาในใจป้าหนิวนี่มันย่ำแย่ขนาดไหนกันเนี่ย เขาเลยเอ่ยอย่างจนใจ “ท่านอย่าเข้าใจผิดสิขอรับ ข้าก็แค่อยากขอยืมกระทะมาจี่ปลาพวกนี้กินสักหน่อย”
ป้าหนิวบ่นอุบ “ของพรรค์นั้นยังจะต้องใช้จี่อีกรึ เปลืองน้ำมันจะตายไป”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่นางก็สาวเท้าเดินกลับบ้าน “รอประเดี๋ยว ข้าจะไปหยิบมาให้”
เดิมทีเอ้อหยาไม่ได้สนใจเ้าปลาเล็กปลาน้อยพวกนี้เลย แต่พอได้ยินว่าจะมีการใช้น้ำมันจี่ นางก็รีบอุ้มหยาหยาออกจากห้องมาทันที
ไม่นานนักป้าหนิวก็แบกกระทะเหล็กใบใหญ่ของบ้านนางมาให้
พอเห็นหยาหยา ป้าหนิวก็ยิ้มร่าทันที
“อีย้า~” หยาหยาส่งยิ้มหวานหยดให้ป้าหนิว
ใจของป้าหนิวแทบจะละลาย นางรับหยาหยาไปอุ้มพลางหยอกล้ออย่างเอ็นดู “โอ๊ย แม่ทูนหัวของป้า คิดถึงป้าบ้างไหมลูก”
ซ่งหยวนยกกระทะเหล็กขึ้นมาแล้วก็ต้องใ
โฮ่!
สมกับที่เป็กระทะเหล็กแท้ๆ หนักเอาเื่ทีเดียว
เขาโบกมือสั่งการ “เอ้อหลิน ก่อไฟ!”
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน จี่ปลาเล็กกันเถอะ
ปลาเล็กจี่กระทะเป็เมนูที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ต้องใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆ จี่จนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ถึงจะได้รสััที่กรอบนอกนุ่มในและรสชาติเข้าเนื้อ
หลังจากซ่งหยวนวางกระทะลงบนเตา เขาก็ไปรื้อกองฟืนเพื่อหาน้ำมันหมู ปรากฏว่ารื้อจนฟืนกระจายไปทั้งกองก็ยังหาไม่เจอ เขาเลยคิดได้ว่า เอ้อหลินต้องย้ายที่ซ่อนน้ำมันหมูแน่ๆ
ไม่ใช่สิ นี่มันจงใจกันท่าเขากันชัดๆ!
ซ่งหยวนทั้งขำทั้งฉุน เขาโอบไหล่เอ้อหลินแล้วเจรจาด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน “น้องชายตัวน้อย รีบเอาน้ำมันออกมาเถอะ อีกไม่กี่วันพี่จะคืนน้ำมันให้เ้าทั้งไหเลย ตกลงไหม”
เอ้อหลินมองเขาเงียบๆ ไม่พูดไม่จา
ทำเอาซ่งหยวนงงเป็ไก่ตาแตก นี่หมายความว่าอย่างไร จะให้หรือไม่ให้กันแน่
สายตาของเอ้อหลินเหลือบไปทางหม้อดินข้างเตา ซ่งหยวนเข้าใจทันที เขาเปิดฝาออกแล้วหยิบไหดินเผาขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากข้างใน
น้ำมันหมูในไหเหลือเพียงครึ่งเดียว เกลือก็แทบไม่เหลือ ในบ้านยังมีของต้องซื้อหาอีกมาก ดูท่าอีกไม่กี่วันเขาต้องเข้าเมืองจริงๆ เสียแล้ว
คิดพลาง ซ่งหยวนก็ตักน้ำมันหมูคำโตขึ้นมา ทำเอาเอ้อหลินใจกระตุกวูบ
มิน่าเล่าก่อนท่านพ่อจะจากไปถึงสั่งกำชับว่า ให้เฝ้าของมีค่าในบ้านไว้ให้ดี อย่าให้พี่ใหญ่เห็นเด็ดขาด ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจความหมาย แต่ตอนนี้เขาซึ้งถึงคำพูดท่านพ่อแล้วจริงๆ
พี่ใหญ่ช่างเป็พวกล้างผลาญเหลือเกิน
น้ำมันหมูพอเจอความร้อนก็ละลายทันที ส่งกลิ่นหอมหวลยวนใจ ซ่งหยวนรีบใส่ขิง กระเทียม และต้นหอมสับลงไปผัดเบาๆ เพื่อดึงกลิ่นหอมออกมา แล้วจึงเริ่มใส่ปลาเล็กลงไป
ซ่งหยวนสั่ง “เบาไฟลงอีกนิด”
เอ้อหลินดึงฟืนออกท่อนหนึ่ง แล้วจิ้มลงในขี้เถ้าเพื่อดับไฟ
ปลาเล็กพอลงกระทะ ไม่นานก็เริ่มสุกเหลืองหอมกรุ่น ซ่งหยวนถือตะหลิวพลิกตัวปลาอย่างรวดเร็วแล้วโรยเกลือลงไปหยิบมือหนึ่ง
กลิ่นหอมกรอบอบอวลออกมาจากห้องครัว ป้าหนิวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “หอมจริงๆ เชียว”
นางอดใจไม่ไหวเดินเข้ามาดูในครัว พอเห็นน้ำมันในกระทะ ป้าหนิวก็กุมหน้าอก ใจสั่นด้วยความเสียดายแทน
ไอ้เด็กล้างผลาญเอ๊ย!
ซ่งหยวนเอ่ยอย่างร่าเริง “ท่านป้า มาลองชิมฝีมือข้าดูสิขอรับ”
ป้าหนิวสูดปากพูดว่า “ใส่น้ำมันเยอะขนาดนี้ มีหรือจะไม่อร่อย”
พูดจบ ปลาเล็กจี่กระทะตัวหนึ่งก็ถูกส่งเข้าปากนาง
ความรู้สึกแรกคือร้อน ต่อมากลิ่นหอมของกระเทียมก็พุ่งพล่านไปทั่วลิ้น เมื่อลิ้นเริ่มชินกับรสกระเทียม ความกรอบหอมของปลาจี่ก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งช่องปาก
คิ้วของป้าหนิวกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเคี้ยวช้าๆ หนังปลาด้านนอกกรอบหอม เนื้อข้างในกลับนุ่มละมุน แถมยังมีความสดของเนื้อปลาทิ้งท้ายไว้อย่างไม่รู้จบ
เห็นป้าหนิวเงียบไป ซ่งหยวนก็ถามอย่างกระตือรือร้น “เป็อย่างไรบ้างขอรับท่านป้า อร่อยใช่ไหม”
ป้าหนิวพยักหน้าช้าๆ นางแทบไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าซ่งหยวนถามอะไร
เคี้ยวเนื้อปลาจนละเอียด แม้แต่ก้างปลาก็ไม่คาย ทว่ากลืนลงคอไปเลย
ผ่านไปครู่ใหญ่ รสชาติความสดอร่อยยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น ป้าหนิวจ๊อบแจ๊บปากพลางรำลึกถึงรสชาติซ้ำไปซ้ำมา
ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้กันนะ
เอ้อหยากลอกตาไปมา ก่อนจะเงยหน้าเล็กๆ ขึ้น ทำท่าทางน่าสงสาร “พี่ใหญ่ ข้าก็อยากกินเ้าค่ะ”
ซ่งหยวนรีบคีบปลาให้หนึ่งตัว “มา รับไปสิ”
เอ้อหยาอ้าปากงับทันที เพียงพริบตาเดียว ใบหน้าหมดจดนั้นก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ มันอร่อยจริงๆ ด้วย
อร่อยกว่าแกงจืดไข่เมื่อเช้าเสียอีก
ซ่งหยวนคีบปลาให้เอ้อหลินอีกตัว “เอ้อหลิน อ้าปากสิ”
เอ้อหลินอ้าปากตามสัญชาตญาณ ครู่ต่อมา ใบหน้าของเขาก็ปรากฏแววประหลาดใจเช่นกัน
เมื่อเห็นทุกคนกินกันอย่างเคลิบเคลิ้ม ซ่งหยวนก็อดไม่ได้ที่จะยืดอกภูมิใจ ตัวตนเล็กๆ ในใจเขากำลังเท้าสะเอวอย่างพองขน
ซ่งหยวนตักปลาใส่ชามแล้วสั่งว่า “เอ้อหลิน เ้าไปหุงข้าว ใส่ข้าวเยอะหน่อยนะ คืนนี้พวกเราต้องกินให้อิ่ม”
ซ่งหยวนหันไปบอกป้าหนิว “ท่านป้า ท่านก็อยู่กินด้วยกันสิขอรับ”
ป้าหนิวรีบโบกมือ “ไม่ต้องๆ ข้ากลับไปกินที่บ้านดีกว่า”
เดิมทีป้าหนิวกะจะเตือนให้เขาประหยัดเสบียงไว้บ้าง แต่คำพูดนั้นก็ถูกกลืนกลับลงคอไป
ช่างเถอะ เ้าเด็กตระกูลซ่งคนนี้ดูเหมือนจะมีฝีมืออยู่บ้าง มีเขาอยู่พวกเด็กๆ คงไม่ถึงกับอดตายหรอก
“แม่! แม่!” เสียงเด็กหนุ่มะโเรียกมาจากบ้านตระกูลหนิวฝั่งตรงข้าม
“จ้าๆ แม่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ป้าหนิวหิ้วกระทะเหล็กเตรียมจะไปทันที
“กระทะยังไม่ได้ล้างเลยขอรับ” ซ่งหยวนรีบบอก
“ล้างอะไรกัน” ป้าหนิวถลึงตาใส่เขาเล็กน้อย แล้วมองน้ำมันก้นกระทะที่เหลืออยู่เพียงชั้นบางๆ ด้วยความเสียดายราวกับถูกเฉือนเนื้อ “น้ำมันเหลือตั้งเยอะขนาดนี้ ข้าจะเอากลับไปผัดผักกินที่บ้าน”
ซ่งหยวนถึงกับสะอึก เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีการ "รีไซเคิล" แบบนี้ด้วย
ป้าหนิวเห็นเขาท่าทางอึ้งไปก็นึกขำจนหุบยิ้มไม่ได้ ไอ้หนูเอ๊ย คิดจะเอาเปรียบแม่น่ะมันไม่ง่ายหรอกนะ
นางเดินหิ้วกระทะกลับบ้านไปอย่างร่าเริงราวกับได้โชคลาภก้อนโต
ซ่งหยวนผู้รักศักดิ์ศรีและไม่ยอมแพ้ใคร ะโไล่หลังป้าหนิวไปว่า “ท่านป้า ขอยืมผักกาดขาวอีกสองหัวด้วยนะขอรับ!”
เสียงของป้าหนิวลอยแว่วมาจากไกลๆ “ไปไกลๆ เลยไอ้เด็กบ้า!”
เฮ้อ ป้าหนิวเริ่มหลอกยากขึ้นทุกวันเสียแล้ว
“อีย้า~”
ซ่งหยวนหันกลับมา สบสายตากับรอยยิ้มแสนซื่อของเ้าตัวเล็ก เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
เมื่อเห็นใบหน้าขาวๆ นุ่มๆ ของเ้าตัวน้อย ในที่สุดเขาก็อดใจไม่ไหว ยื่นมือไปบีบแก้มเบาๆ “เ้าตัวแสบ”
หยาหยาตื่นเต้นโบกไม้โบกมือพัลวัน “อื้มๆ”
เอ้อหยาแอบกรอกตาเบาๆ เขาว่าเ้าเป็ตัวแสบ เ้ายังจะขานรับอีกนะ
ซ่งหยวนหัวเราะพรืดออกมา พลางเกี่ยวมือนุ่มๆ ของหยาหยาไว้ “มา เรียกพี่ชายสิ”
หยาหยาเบิกตากว้าง “อื้มๆ”
ซ่งหยวนอดทนสอนต่อ “เรียกพี่ชาย”
หยาหยา “อื้มๆ!”
ซ่งหยวนยอมแพ้ในที่สุด ช่างเถอะ ไม่ถือสาเ้าเด็กไม่มีฟันอย่างเ้าหรอก
เขาะโเข้าไปในครัว “เอ้อหลิน ข้าวสุกหรือยัง”
ครู่ต่อมา เอ้อหลินก็เดินหน้ามอมแมมออกมา “สุกแล้วขอรับ”
ซ่งหยวนรีบหยิบชามทันที “กินข้าวได้ กินข้าวได้!”
