เช้าวันนี้ เริ่มต้นวันด้วยการกินขนมปังกับนมอัลมอนด์เรียบร้อย เด็กชายก็ฉวยเอาบัตรกิลด์กับกระต่าย 4 ตัว แล้วออกตัวทันที มุ่งหน้าสู่ แกรน... เอ้ย กิลด์การค้าในเมืองสไคโอ
มีคนเข้าเมืองมากมาย ตัวเขาเคยสงสัยอยู่ว่าทำไมไม่ค่อยมีคนเข้าป่าเลยหรือไง ที่ไหนได้ มุ่งหน้าเข้าเมืองมาหาทำกินกันที่นี่เอง
" ป่าก็ออกจะอุดมสมบูรณ์ แต่กลับไม่อยากอยู่ติดบ้านกัน สงสัยจะชอบความซิวิไลซ์ " เด็กชายพึมพำในขณะที่เดินตามคนอื่นๆไปเรื่อยๆ บางคนนั่งเกวียนวัว ดูแล้วสะดวกสบายกว่าเค้ามาก เขาอิจฉานิด ๆ ครั้งที่แล้วมากับแบรดสบายมากจริง ๆ ถ้าเทียบกับครั้งนี้
" ถ้ามีเงินจะทำเกวียนรับจ้างแม่มเลย " เด็กชายบ่นอุบอิบ วางแพลนธุรกิจล่วงหน้า ในอนาคตมันต้องมี
ดวงตะวันเริ่มทอแสงเรืองรองขึ้นมาแล้ว ขบวนมนุษย์จากหมู่บ้านอาซิสเดินตามกันไปเรื่อย ๆ วิวทิวทัศน์ข้างทางสลับกันไปตามทางระหว่างทุ่งหญ้าและต้นไม้ อากาศกำลังดี ลมพัดโชยเอื่อย แต่ตัวเขากลับเหงื่อท่วม !!
" ถ้าไม่มีเวทย์รีเฟรชนี่คงท้อตายไป 7 รอบ 8 รอบละ " คิดในใจแบบนั้น แต่สายตาเหลือบมองชาวบ้านคนอื่น ๆ เขาสงสารจริง ๆ ชายหนุ่มฉกรรจ์พอว่า แต่นี่มีทั้งผู้ใหญ่วัยกลางคน่ก่อนเกษียณทั้งหญิงชาย และเด็ก ๆ แบบเขา
เห็นดังนั้นตัวเขาก็คิดถึงเพื่อนๆ ที่ต้องเข้าเมืองมาทำงาน มาั้แ่เช้า กลับถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ยามเย็นเข้าไปแล้ว แต่กับได้มาแค่ขนมปังแข็ง ๆ 2 ถึง 3 ชิ้น
แดดเริ่มแรงขึ้นแล้ว ภาพของเมืองสไคโอก็เริ่มปรากฏในสายตาของเด็กชาย เขาร่ายเวทย์รีเฟรชใส่ตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง " ไม่อยากจะคิดเลย ถ้ามานาหมดจะทำยังไงนะ " แม้จะทำใจไว้แล้วว่ามันไกลแน่นอน แต่ก็อดที่จะบ่นโอดครวญในใจไม่ได้
" เฮ้อ ในที่สุดก็ถึง " แดดเริ่มร้อนแรงขึ้นมาแล้ว แนชตัดสินใจวิ่งตรงไปยังกิลด์การค้าทันที ไม่อยากจะเสียเวลา
" รีเฟรช "
ทันทีที่เดินมาถึง ก็สอดส่องสายตามองหาเคาน์เตอร์ที่ว่าง ๆ เมื่อเห็นแล้วจึงเดินเข้าไปทันที
" สวัสดี เ้าหนูมีอะไรจ๊ะ ? " เสียงของพนักงานสาวสวยตรงหน้าเขาทักขึ้น
" สวัสดีครับ ผมเอากระต่ายมาขายครับ " แล้วยกกระต่าย 4 ตัวพร้อมกับบัตรกิลด์วางตรงเคาน์เตอร์ พร้อมยิ้มให้พนักงานสาว
" รอซักครู่นะ " เธอหยิบบัตรกิลด์และยกกระต่ายยื่นให้พนักงานชาย แล้วหันมาถามเด็กตรงหน้า " ้าอะไรอีกไหมเอ่ย "
" ผมอยากรู้ราคาของไขมันครับ " แนชถามพนักงานสาว " มันขายยังไงครับ ? "
" เดี๋ยวข้าเอามาให้เ้าดูนะ " พนักงานสาวหายไปไม่นานก็โผล่มากับของในมือมีหลายขนาด " เริ่มจากขนาดเล็กทางซ้าย "
" เดี๋ยวครับพี่ ที่ผมอยากได้คือไขมันสัตว์สด ๆ ครับ " แต่ที่พี่สาวคนนั้นเอามาคือเทียนไขในยุคกลาง ซึ่งกลิ่นมันเหม็นมากเมื่อจุดใช้ ไม่เหมือนเทียนไขในยุคสมัยที่เค้าจากมา
" อ๋อ ขอโทษเ้านะ " เธอยกยิ้ม " เ้าจะเอาไปทำเทียนไขใช้เองหรือ "
" ไม่ใช่หรอกครับ ข้าแแค่จะเอาไปกิน " แนชบอกความ้าออกไป
" ข้าเข้าใจแล้ว " เธอคิดว่า บ้านของเด็กชายคงจะยากจนมากจริงๆ เพราะที่นี่แม้แต่ชาวบ้านปกติยังเลี่ยงที่จะกินไขมันเลย " ไขมันสัตว์กิโลกรัมละ 2 เหรียญทองแดงใหญ่จ้ะ "
" ไขมันของสัตว์อะไรบ้างหรอครับ " แนชถามต่อ
" ก็มีไขมันของหมู วัว แกะ แพะ รวม ๆ กัน " พนักงานสาวสงสัยทำไมเด็กชายตรงหน้าเธอถึงถามออกมา ยังไงไขมันก็เหมือนกันหมด
" ถ้าผมอยากจะได้แบบแยกกันเป็คนละชนิดได้ไหมครับ "
" ต้องลองถามดูก่อนแต่ข้าไม่มั่นใจนะ เพราะไม่เคยมีคนสั่งแบบแยกชนิดเลย " เด็กคนนี้จะเอาไปทำอะไรนะถึงต้องแยกชนิดแบบนี้ สงสัยจริง ๆ อยากถามแต่ก็ถามไม่ได้
พนักงานสาวเรียกพนักงานยกของชายมาบอกกล่าว หลังจากนั้นเขาก็วิ่งออกไป เธอก็หันกลับมา" รอซักครู่นะ มีอะไรอีกไหมจ๊ะ "
" แก้วไม้ละครับ เท่าไหร่ " เด็กน้อยตรงหน้าเธอถามอีกครั้ง
" 1 เหรียญทองแดงใหญ่จ้ะ " เธอตอบ ในขณะเดียวกันนั้น ค่ากระต่ายของแนชก็มาแล้ว " นี่ค่ากระต่ายของเ้านะ "
แนชยื่นมือไปรับแล้วกำเหรียญเงินเล็ก 4 เหรียญกับเหรียญทองแดงใหญ่ 7 เหรียญเอาไว้ในมือ
" ผมเอา 10 ใบครับแต่พี่แถมให้ผม 1 ใบได้ไหม ถ้าไม่ได้งั้นผมเอา 11 ใบแต่ลดให้ผม 1 ทองแดงใหญ่ได้ไหมครับ " พร้อมทำหน้าตาน่ารักที่สุดเท่าที่จะทำได้
พนักงานสาวหัวเราะขึ้นเบา ๆ " เ้าเด็กคนนี้รู้จักต่อราคาด้วย ตัวเท่านี้เอง แต่มันต่างกันตรงไหน ยังไงเ้าก็จะซื้อ แก้วไม้ 11 ใบในราคา 1 เหรียญเงินเล็กอยู่ดี เ้าเล่ห์นักนะ "
" ได้ซิ ข้าลดให้ " เธอยิ้มชอบใจ
" แล้วถ้าผมอยากสั่งทำหม้อชนิดใหม่ ต้องสั่งตรงไหนหรอครับ ลุงแบรดที่เป็ทหารที่หมู่บ้านอาซิส สั่งให้ผมมาทำน่ะครับ "
" อืมม ถ้าท่านแบรด้าก็สั่งที่ข้าเลยก็ได้ " พนักงานสาวสวยบอก ในขณะเดียวกันก็มีพนักงานคนอื่นเดินมากระซิบกับเธอ
" ไขมันสัตว์มันรวมกันมาหมดเลยนะหนูน้อย เขาไม่ได้แยก " เธอหันมาบอกเด็กชาย " เ้ายังจะ้าอยู่ไหม "
" งั้นเอา 4 กิโลนะครับ ส่วนเื่รูปร่างหม้อแบบใหม่ พี่พอจะมีอะไรให้ผมเขียนไหม " แนชอยากจะวาดให้เธอดู
เมื่อได้ยินดังนั้น พนักงานสาวจึงหยิบกระดาษ กับ เอ่ออ ดินสอหรือถ่านแท่งมั้ง เมื่อเขาได้รับอุปกรณ์มา ก็จัดการวาดรูปกระทะ พร้อมอธิบายให้พนักงานสาวฟัง
" ตรงที่ยื่นออกมา เป็ด้ามจับนะครับ อยากให้ใช้เป็ไม้ครับ "
เขาเพิ่มโซ่ตรงกลาง เพื่อใช้แขวนด้วย อาจจะลำบากนิดหน่อย แต่ไวกว่าสร้างเตาขึ้นใหม่ล่ะนะ
เมื่อเห็นรูปร่าง และคำอธิบาย หม้อแบบใหม่ของเด็กตรงหน้า เธอจึงบอกว่า เดี๋ยวชำระค่าสิ่งของแล้ว เธอจะพาไปกิลด์ช่างตีเหล็กของเมืองนี้
" ค่าไขมันสัตว์ 4 กิโลกรัม 8 เหรียญทองแดงใหญ่ ค่าแก้วไม้ 1 เหรียญเงินเล็ก ทั้งหมดก็ 1 เหรียญเงินเล็กกับ 8 ทองแดงใหญ่จ๊ะ " เด็กชายยื่นเหรียญเงินเล็กให้พนักงาน 2 เหรียญ เธอก็ยื่นเหรียญทองแดงใหญ่ 2 เหรียญให้แนชมา
" เอ่อพี่สาวครับ แล้วเนื้อส่วนที่ติดมันของหมูละครับ " จะพลาดหมูสามชั้นได้ไง
" เนื้อชั้นเลวพวกนั้นก็จะขายถูกที่สุดล่ะนะ กิโลกรัมละ 1 เหรียญเงินเล็ก " เธอตอบ
ของอร่อยชัด ๆ ดันราคาถูกกว่าเนื้อกระต่ายอีกนะ " แล้วเนื้อส่วนอื่นละครับ "
" ส่วนเนื้อแดง ก็กิโลกรัมละ 5 เหรียญเงินเล็กจ้ะ ส่วนตรงซี่โครงกับขา เราขายกิโลกรัมละ 8 ทองแดงใหญ่ "
ขาหมูพะโล้ลอยมาทันที
" มีส่วนอื่นอีกไหมครับ เช่นพวกเครื่องใน " เท่าที่รู้ ดูแล้วเครื่องในคงไม่มีใครกิน
" พวกเครื่องในต่าง ๆ เราจะขายไปเป็อาหารสัตว์หรือมอนสเตอร์ที่เทมมาอีกที ในราคากิโลกรัมละ 1 เหรียญทองแดงใหญ่ " เธอตอบ
" แล้วหมู 1 ตัวขายตัวเท่าไหร่ครับ ? "
" หมูชำแหละเป็ตัวน้ำหนัก 100 กิโลกรัมเราขายที่ราคา 1 เหรียญทอง 9 เหรียญเงินใหญ่ หมูเป็ ๆ 1 เหรียญทอง 6 เหรียญเงินใหญ่ แต่เราก็ขายตามน้ำหนักโดยใช้ราคานี้ยืนพื้น " พนักงานสาวอธิบาย
เขาเงียบไปซักพัก ในหัวคิดคำนวนราคาในหัว จึงทำให้รู้ว่าสำหรับเขานั้นซื้อเป็ตัวกำไรงามกว่ามาก $$$ ร้านอาหารในอนาคตจะได้กำไรอื้อซ่าแน่นอน แต่ตอนนี้ต้องหาเงินก่อน
" ถ้างั้นผมขอ เนื้อหมูติดมัน 2 โลครับ " พูดจบก็ควักเหรียญเงินเล็ก 2 เหรียญให้พนักงานสาวคนงาม ซักพักพนักงานก็เอาของทั้งหมดมาให้ แนชจึงเอาเข้ากระเป๋ามิติทั้งหมด
" ้าอะไรเพิ่มเติมอีกไหมจ๊ะ ลูกค้าตัวน้อย " เธอถามพร้อมกับยื่นบัตรกิลด์คืนให้เด็กชาย
" อืมมมมม..."