จื่อรั่วเยี่ยมหน้าเข้าไปในห้องโถงใหญ่ภายในจวนอันกว้างขวางของแม่ทัพ หลีเหว่ย เห็นว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นนางจึงรีบกวักมือหญิงสาวร่างเล็กบอบบางในชุดสาวชาวบ้านเข้ามา
“หยู่เยียน...เ้ามัวยืนรออันใดอยู่เล่า รีบเข้ามานี่เถิด วันนี้ทางสะดวก มิเห็นมีผู้ใดในจวนของแม่ทัพใหญ่เลยสักคน แบบนี้ข้าจะได้คุยกับท่านแม่ทัพได้สะดวกหน่อย”
“ท่านป้า...นี่หรือคือจวนของท่าแม่ทัพ ทำไมมันใหญ่เหมือนวังอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”
“ข้าจะบอกอะไรให้นะว่าจวนแห่งนี้เป็หนึ่งในจวนที่ใหญ่มาก สร้างไว้สำหรับแม่ทัพผู้เก่งกาจอย่างหลีเหว่ย ชื่อเสียงของแม่ทัพผู้นี้เป็ที่รู้จักกันดีว่าเขาน่ะมีความสามารถและน่าเกรงขามขนาดไหน แถมยังหนุ่มแน่นและหน้าตาดีอีกด้วย”
จื่อรั่วบอกแก่หลานสาวคนเดียวที่นางตั้งใจพามาฝากฝังไว้กับแม่ทัพใหญ่ของฮ่องเต้ในยุคราชวงศ์ซ่งที่เจริญทั้งการค้าขายและการขยายบ้านเมือง หญิงวัยกลางคนรู้จักแม่ทัพหนุ่มผู้นี้เป็อย่างดีเพราะเขาเคยให้ความช่วยเหลือสามีของนางที่เคยมาทำงานเป็คนรับใช้นับแต่สมัยบิดาของหลีเหว่ย หลังจากนั้นนางและสามีก็กลับไปอยู่บ้านนอก ทำไร่ทำนา กระทั่งต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งในวันนี้พร้อม หยู่เยียน หลานสาวเพียงคนเดียวที่พ่อแม่ของนางเพิ่งเสียชีวิตอย่างกระทัน นางหันไปบอกหลานสาวที่กำลังทำสีหน้าตื่นตะลึงต่อภาพความอลังการของจวนนายทหารอันใหญ่โต
“เ้ามิต้องกลัวหรอกนะหยู่เยียน เ้าจะอยู่ที่นี่อย่างสบายหากรู้จักทำตัวดีให้ท่านแม่ทัพเอ็นดู”
“ท่านป้า...แล้วเดี๋ยวเราต้องเจอกับฮูหยินของท่านแม่ทัพด้วยหรือเปล่า”
“เอ...ข้าได้ยินว่าท่านแม่ทัพยังไม่มีฮูหยิน ออกแต่ศึก กรำดาบกรำทวนอยู่แต่ในสนามรบ ช่างเถิดน่า...เ้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะคนรับใช้ อย่าใส่ใจเรื่อส่วนตัวของเ้านายจะดีกว่า”
“นั่นใครมาน่ะ?”
เสียงห้าวและทรงพลังที่ดังขึ้นทำให้สองป้าหลานหันกลับไปมองพร้อมกันเมื่อบุรุษร่างสูงใหญ๋กำยำในบชุดยาวกรอมเท้าก้าวออกมาจากประตูห้องอีกด้าน เมื่อเห็นว่าเป็ใครจื่อรั่วรีบเข้าไปค้อมตัวคำนับ
“ท่านแม่ทัพ...ท่านจำข้าได้หรือไม่...ข้าจื่อรั่วอย่างไรเล่า”
“จำได้ซี ความจำของข้ายังดีอยู่ เมื่อครู่คนของข้ารายงานให้ข้ารู้แล้ว แล้วนี่เ้ามาหาข้ามีธุระอันใด”
“ท่านแม่ทัพเคยมีบุญคุณกับข้าและสามีของข้าเป็อย่างมาก ส่วนธุระที่ข้ามาหาท่านในวันนี้นั้นข้าอยากรบกวนท่านช่วยรับหลานสาวของข้าไว้ช่วยงานที่จวนของท่านสักคนจะได้หรือไม่เ้าคะท่านแม่ทัพ”
พูดจบก็กวักมือเรียกหลานสาวคนเดียว หยู่เยียนรีบเดินเข้ามาหา
“ทำความเคารพท่านแม่ทัพหลีเหว่ยซะสิ...ท่านแม่ทัพเ้าคะ นี่คือหยู่เยียน หลานสาวของข้า นางอายุแค่สิบเจ็ด แต่ทำงานบ้านการเรือนได้สารพัด ขอความกรุณาท่านแม่ทัพช่วยรับนางไว้คอยช่วยงานด้วยนะเ้าคะ”
หลีเหว่ยจ้องมองหลานสาวของจื่อรั่วพลางหรี่ั์ตาคมดุจพญาเหยี่ยวลง หยู่เยียนก้มหน้าโดยไม่กล้าสบั์ตาเข้มคู่นั้น เด็กสาววัยสิบเจ็ดแม้อยู่ในชุดสาวชาวบ้านหากผิวกายอันผุดผ่องนวลงามราวหยกนั้นขับความสวยสะพรั่งของเด็กสาวจนทำให้หลีเหว่ยอดนึกในใจมิได้เลยว่าหากนำแม่หญิงผู้นี้ไปขัดสีฉวีวรรณก้๕งงดงามไม่ต่างจากสนมนางใน
“ข้าก็อยากจะรับหลานของเ้าไว้นะจื่อรั่ว”
หลีเหว่ยเอ่ยเสียงเนิบขณะเดินไปนั่งบนตั่งภายในห้องโถง สายตาคมยังจับจ้องที่ร่างระหงของเด็กสาววันสิบเจ็ดไม่วาง
“แต่ว่า...นางจะอยู่ที่นี่ได้หรือ นี่คือจวนของแม่ทัพ มิใช่ไร่นาที่นางเคยอยู่ มีกฎข้อบังคับมากมายที่นี่แล้วเด็ก...เอ้อ...เด็กสาวอย่างนางจะใช้ชีวิตได้หรือ”
“ได้เ้าค่ะท่านแม่ทัพ”
ครานี้หยู่เยียนเป็ผู้ตอบ นางยอบกายลงแสดงความยำเกรงต่อนายทหารผู้เก่งกล้าและที่สำคัญเมื่อเงยหน้ามองชัด ๆ ก็ยิ่งเห็นว่าหลีเหว่ยนั้นหล่อเหลาไม่เบา รูปร่างของเขากำยำสูงใหญ่ อกผายไหล่ผึ่งและดวงตาคมกริบนั้นแอบซ่อนเสน่ห์ที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวหวั่นไหว
“ข้าอยู่ที่นี่ได้ค่ะท่านแม่ทัพ ถึงแม้ข้าจะเคยอยู่ในหมู่บ้าน ทำไร่ทำนาแต่ข้าคิดว่าจะปรับตัวและช่วยงานท่านแม่ทัพได้เ้าค่ะ”
“เ้าทำอะไรเป็บ้างนะ”
