ในห้องของหวังอันหยาง
ชิวหลันเอาศิลาทิยพ์ถุงหนึ่งออกมาส่งให้หวังอันหยาง “อันหยาง นี่เป็ศิลาทิพย์ที่ได้จากยันต์วิเศษขั้นหนึ่งที่เ้าให้ข้าก่อนหน้านี้ ทั้งหมดอยู่ในนี้นะ!”
“อืม เ้าเก็บไว้เถอะ! ชอบอะไรก็ซื้อสิ่งนั้น หลังจากนี้หากข้าหาศิลาทิพย์มาได้ ข้าย่อมให้เ้า!” หวังอันหยางมองอีกฝ่ายทีหนึ่ง เอ่ยเหมือนเป็เื่สมควร
ในเมื่อรับปากจะแต่งงานกับอีกฝ่าย เช่นนั้นในฐานะบุรุษ หวังอันหยางคิดว่าไม่จำเป็ต้องจู้จี้กับภรรยามากนัก
ได้ยินเขาบอกเช่นนี้ ชิวหลันก็หน้าแดงเล็กน้อย “อันหยาง เ้า เ้าเป็สามีที่ดีจริงเชียว”
“กลับไปเตรียมตัวสักหน่อยเถอะ วันพรุ่งนี้พวกเราจะแต่งงานกันแล้ว!” หวังอันหยางมองอีกฝ่ายนิ่งๆ พูดเื่แต่งงานเสียงแ่ แต่บนใบหน้ากลับไม่ปรากฏความรู้สึกใด
“อืม!” ชิวหลันพยักหน้า เดินหน้าแดงจากไป
หวังอันหยางส่งนางออกจากห้องเรียบร้อยถึงกลับเข้ามาในห้องตนอีกครั้ง เขานั่งลงบนเก้าอี้ มองผ้านวมสีแดงสดบนเตียงกับม่านมุ้งสีแดงพลางกระตุกมุมปากนิดๆ หยิบกรรไกรด้านข้างกับกระดาษแดงขึ้นมา ก้มหน้าตัดตัวอักษรคำว่ามงคล
หลิ่วเหอยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างเงียบๆ มองคนที่กำลังตัดอักษรอยู่ เขาเม้มปาก แม้ในใจมีถ้อยคำพันหมื่น ทั้งหมดกลับกลายเป็เพียงเสียงถอนหายใจหนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อรู้สึกว่าคลื่นพลังทิพย์บางเบานอกหน้าต่างจางหาย หวังอันหยางหยุดการเคลื่อนไหวมือโดยพลัน ใบหน้าเขาเขียวคล้ำ สะบัดแขนเสื้อทีหนึ่ง กวาดกรรไกรกับกระดาษแดงบนโต๊ะร่วงลงพื้นทันที
“หลิ่วเหอ ท่านมันคนขี้ขลาด!” ถึงกับยอมยืนอยู่นอกหน้าต่างเพื่อลอบมอง แต่กลับไม่กล้ายืนตรงหน้าตน เอ่ยความในใจเพียงประโยคเดียวอย่างงั้นหรือ? หลิ่วเหอ ท่านช่าง ช่างไร้เยื่อใยได้ปานนี้เชียวหรือ?
.........
วันต่อมา หวังอันหยางแต่งงานกับชิวหลัน
เพราะเป็แค่การแต่งงานของคนรับใช้ในจวน ในบ้านของชิวหลันไม่มีครอบครัวฝั่งมารดาอะไร ฉะนั้นงานแต่งงานจึงจัดค่อนข้างเรียบง่าย หวังอันหยางขี่สัตว์อสูรพาข้ารับใช้คนอื่นในจวนรับคนมาจากบ้านมารดา
ในห้องโถงใหญ่ ทั้งคู่ยกน้ำชาให้หลิ่วเหอ หลิ่วเทียนฉีและเฉียวรุ่ย เ้านายทั้งสามคน เป็อันว่างานแต่งงานเสร็จสิ้น
หลิ่วเทียนฉีเห็นบิดานั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึงั้แ่ต้นจนจบก็ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา เมื่อวานเขาพูดกับบิดาชัดเจนแล้วนะ ทำไมบิดาถึงไม่ตามหวังอันหยางกลับมาอีกเล่า? หรือบิดาไม่ได้ชอบหวังอันหยางจริง? หรือมีปัญหาทุกข์ใจอะไรอย่างอื่นอีก?
แม้หลิ่วเทียนฉีครุ่นคิดมากมาย แต่เื่ของความรู้สึก อย่างไรก็เป็เื่ของคนสองคน แม้เขาคิดขจัดความทุกข์ใจให้บิดาแต่ก็อับจนหนทางนัก!
ตกค่ำ หวังอันหยางกับภรรยาหมาดๆ ของตนรับประทานอาหารฉลองงานมงคลด้วยกัน
“อาหารอร่อยปานนี้เชียว?” ชิวหลันเห็นอาหารจัดอยู่เต็มโต๊ะใหญ่ มีไก่มีปลา ล้วนเป็ของอร่อยที่เวลาปกติไม่ได้กิน นางกะพริบตาปริบๆ
“ในเมื่อเป็งานแต่ง ย่อมต้องเตรียมอาหารฉลองงานมงคลบริบูรณ์สิ!” หวังอันหยางเอ่ยเหมือนเป็เื่ถูกต้อง
“อืม สามี เ้าคิดได้ถี่ถ้วนเสียจริง”
“มา แลกแก้วสุราดื่มกัน!” หวันอันหยางพูดพลางยกไหสุราขึ้นมารินสุราให้
“อืม!” ชิวหลันพยักหน้ารับ
ทันใดนั้น หวังอันหยางััได้ถึงคลื่นพลังทิพย์วูบหนึ่งจากเื้ั มือที่ถือไหสุรากำแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาเงยหน้าอย่างเชื่องช้า เห็นชิวหลันในชุดแต่งงานหมดสติและถูกลูกบอลวารีลูกหนึ่งแบกไปวางราบบนเตียง
หวังอันหยางมองภรรยาที่หมดสติ บนหน้าผากแปะยันต์แผ่นหนึ่งอยู่บนเตียงก็ยิ้มขมขื่น วางจอกสุราในมือลงเงียบๆ หันกลับไปเผชิญกับสายตากระวนกระวายของบุรุษ
“นายท่านมีสิ่งใดรับสั่งหรือขอรับ?” หวังอันหยางลุกขึ้นก้มต่ำ คำนับอย่างนอบน้อม
“อันหยาง!” หลิ่วเหอเผชิญหน้ากับเขาที่มีท่าทีห่างเหินปานนี้ ในใจรู้สึกทรมานยิ่งนัก
หวังอันหยางเงยหน้าขึ้น เหลือบมองสีหน้าไม่น่าดูของบุรุษ เขาก็ยกมุมปากเ็า “หากนายท่านชอบชิวหลัน ไม่ต้องทำให้นางหมดดสติไปหรอกขอรับ ข้าคิดว่าเพียงท่านเอ่ยกับนางสักคำ นางต้องยินดีเป็สตรีของท่านแน่”
“เ้า พูดเหลวไหลอะไร? เ้าก็รู้ ข้ามาเพราะเ้า” หลิ่วเหอจ้องอีกฝ่ายเขม็ง พูดขัดอย่างทนไม่ไหว
“อ้อ?” หวังอันหยางเลิกคิ้ว ทำหน้างุนงงกลับ
“ไปกับข้า!” หลิ่วเหอดึงแขนอีกฝ่าย ทำท่าให้เดินออกไปกับตน
หวังอันหยางมองแขนที่ถูกดึงไว้ทีหนึ่ง ไม่ดิ้นรนเท่าไรนัก ตามบุรุษไปยังห้องของเขาด้วยกัน
หวังอันหยางเหลือบมองบุรุษแปะยันต์ไว้บนประตูห้องอีกครั้ง แค่นเสียงเย้ยหยันอย่างดูแคลน ท่าทางไม่ยี่หระ
“อันหยาง พวกเรามาคุยดีๆ กันเถอะ?” สายตาของหลิ่วเหอจับจ้องใบหน้าของอีกฝ่าย บอกอย่างจริงจัง
“นายท่านล้อเล่นอยู่หรือ หากมีสิ่งใด ท่านแค่สั่งมาก็พอ!” หวังอันหยางพูดชัดถ้อยชัดคำ
“อันหยาง!” ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยเช่นนี้ ในใจหลิ่วเหอยิ่งทรมานนัก
“นายท่าน หากท่านไม่มีวาจาอื่นใดรับสั่ง ข้าขอกลับไปเข้าหอกับภรรยาของข้านะขอรับ!” รออยู่เนิ่นนานกลับไม่ได้รับคำพูดสักคำจากเขา หวังอันหยางถึงหมุนตัวเตรียมจากไป
“ไม่ ข้าไม่อนุญาตให้เ้าแตะนาง!” ร่างของหลิ่วเหอไหววูบทีหนึ่งมาปรากฏตรงหน้า ขวางทางไปของอีกฝ่ายในทันที
หวังอันหยางเหลือบมองสีหน้าคล้ำเขียวของเขาก่อนยกมุมปาก “คำพูดของนายท่านช่างแปลกนัก เื่ที่ข้า้าแต่งงานกับชิวหลัน เป็นายท่านพยักหน้าตกลงนะขอรับ ตอนนี้ข้าใช้ศิลาทิพย์กองโตแต่งนางเข้าบ้านแล้ว ท่านกลับไม่ให้ข้าแตะนาง ถ้าเช่นนั้น ศิลาทิพย์ที่ข้าเสียไปเท่ากับลอยน้ำทิ้งมิใช่หรือ?”
“เ้าชอบนางปานนั้นเชียว?” ดวงตาของหลิ่วเหอหรี่ลงอย่างอันตราย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ชิวหลันก็ดีนะขอรับ อย่างน้อยนางก็กล้าหาญ เป็คนธรรมดาแท้ๆ กลับเป็ฝ่ายปักถุงเงินมอบให้ข้า สารภาพรักกับข้า ข้าคิดว่าพวกเราสองคนเหมาะสมกันดี ล้วนเป็คนรับใช้ไร้ค่าไร้ราคา ล้วนเป็คนโง่ที่ชอบเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ พรรค์นั้น” พูดถึงตรงนี้ มุมปากหวังอันหยางเผยรอยยิ้มขมขื่นราวกับเยาะเย้ยตนเอง
“ไม่ เ้ากับนางไม่เหมือนกัน ข้าไม่เคยเห็นเ้าเป็คนรับใช้ ไม่เคยเลยสักครั้ง”
“ไม่เคยงั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้น ท่านเห็นข้าเป็อะไร? ในใจท่าน ข้านับเป็ตัวตนแบบไหน? บุตรบุญธรรม? ลูกศิษย์? นายบำเรอที่อยากจูบก็จูบ อยากทิ้งก็ทิ้งอย่างงั้นหรือ?” หวังอันหยางมองบุรุษตรงหน้าอย่างเ็า ถามทีละคำอย่างไม่เกรงใจ
หลิ่วเหอ ข้าเป็อะไร? ข้านับเป็ตัวอะไรของท่านหรือ?
“คนที่ชอบ!” หลิ่วเหอมองมองอีกฝ่ายอย่างสงบ คำตอบของเขาช่างเรียบง่าย
หวังอันหยางได้รับคำตอบที่ผิดคาดจึงตะลึงไปเล็กน้อย ค่อยๆ ส่งเสียงหัวเราะเยาะ “คนที่ชอบ? ฮะๆ? ข้าเป็เด็กไม่รู้ประสีประสา เป็เพียงคนโง่ไร้เดียงสาคนหนึ่ง ข้าจะคู่ควรให้ท่านชอบได้อย่างไรเล่า?”
“อันหยาง อย่าดูแคลนตนเอง ข้า ตอนนั้นข้าโกรธจัดถึงพลั้งปาก เ้าจากไปคราหนึ่งตั้งสองเดือน กระทั่งบอกข้าสักคำก็ไม่มี เ้ารู้ไหม สองเดือนที่เ้าไม่อยู่ ข้าเป็ห่วงเ้ามากเพียงไร? เ้ารู้หรือไม่ ข้าเหมือนคนบ้าคนหนึ่งตามหาเ้าไปทั่วท้องถนน แต่ไม่ว่าหาอย่างไร ข้ากลับหาไม่พบ หัวใจข้ามันร้อนรน กลางวันค้นหา กลางคืนก็เช่นกัน แต่กลับไม่พบ ข้ากลัวนัก กลัวว่าเ้าไปครานี้จะไม่กลับมาอีก ข้ากลัวจริงๆ!” หลิ่วเหอจับแขนหวังอันหยางพลางบอกด้วยสีหน้าปวดใจ
“ท่าน...” หวังอันหยางได้ยินอย่างนั้น เขากัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
“ขออภัยขอรับ ตอนนั้นที่ข้าไม่ได้บอกท่านเพราะกลัวท่านไม่ให้ไป ตอนนั้นข้า ข้าแค่อยากพิสูจน์กับท่าน พิสูจน์ว่าข้าเป็บุรุษที่โตแล้วคนหนึ่ง พิสูจน์ว่าความรู้สึกที่ข้ามีต่อท่านไม่ใช่การพูดส่งเดช พิสูจน์ว่าข้ารักท่านได้ มอบความสุขให้ท่านได้ ข้า ข้าไม่ทันคิดว่าท่าน ท่านจะเป็ห่วงข้าปานนั้น และข้าไม่เคยคิดว่าท่านจะใส่ใจข้าปานนั้น ไม่หลับไม่พัก ลืมกินลืมนอนตามหาข้า! ข้า ข้า...” พูดถึงท้ายสุด หวังอันหยางก็สะอื้นน้อยๆ
“อันหยาง ตอนนี้ข้าเสียใจนัก ข้าไม่อยากยกเ้าให้ผู้อื่น เ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าได้หรือไม่?” หลิ่วเหอมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เอ่ยถามเสียงเบา
“ท่านไม่ควรเสียใจนะ วันนั้นท่านพูดเองว่าท่านไม่ได้รักข้าอย่างสามีภรรยา นอกจากนี้ การแต่งงานของข้ากับชิวหลันก็เป็ท่านยินยอม ตอนนี้ทุกสิ่งที่ข้าทำ ทุกย่างก้าวที่ข้าเดิน ล้วนทำตามสิ่งที่ท่านวางไว้ ค่อยเดินไปทีละก้าว ข้าเชื่อฟังท่านปานนี้ ท่านควรดีใจสิถึงจะถูก ทำไมท่านยังเสียใจอีกเล่า?”
“ไม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรเอ่ยวาจาตัดรอนเช่นนั้น ไม่ควรตกลงให้เ้ากับชิวหลันแต่งงานกัน!” หลิ่วเหอส่ายศีรษะพลางบอก
หวังอันหยางกัดริมฝีปากอย่างรุนแรง มองบุรุษยอมรับผิดที่อยู่ตรงหน้า
“หลิ่วเหอ หากครึ่งปีก่อนท่านบอกข้า บอกว่าท่านชอบข้า ข้าคงซาบซึ้งน้ำตาหลั่งริน คงแต่งให้ท่านอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้คงไม่มีทาง!” หวังอันหยางดึงมือใหญ่ของบุรุษที่จับแขนตนอยู่ออก สลัดหลุดจากการยึดจับของอีกฝ่าย ก้าวเท้าเดินไปทางประตู
“อันหยาง!” เงาร่างของหลิ่วเหอขยับไหววูบมาขวางประตู แปะยันต์ตรึงร่างแผ่นหนึ่งไว้บนหน้าผากของหวังอันหยางทันที เขาก้มตัวอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมา พาเข้าไปห้องด้านในก่อนวางลงบนเตียงของตน
“ทำไมถึงทำเช่นนี้เล่า?” หวังอันหยางมองบุรุษนั่งอยู่ข้างเตียง อยากส่ายศีรษะ แต่น่าเสียดาย เขาขยับไม่ได้
“อันหยาง ข้าชินกับการมีเ้าอยู่ข้างกาย ข้าชอบเ้ามานานแล้ว เ้าเลิกกับชิวหลันเสีย พวกเราแต่งงานกันไม่ดีหรือ?” หลิ่วเหอมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เอ่ยถามอย่างร้อนใจ
เมื่อได้ยินเข้า หวังอันหยางพลันยิ้มขื่น หยดน้ำตากลิ้งจากขอบตา “ไม่ ไม่ดีหรอก การรักท่านช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ข้ารักท่านจนเหนื่อยแล้ว ข้าอยากหาผู้หญิงธรรมดาสักคน ใช้ชีวิตสงบสุขเรียบง่าย เช่นนั้นคงสบายใจกว่า”
“อันหยาง!” หลิ่วเหอมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้
“หลิ่วเหอ ปล่อยข้าไปเถอะ! จริงอย่างที่ท่านว่า พวกเราไม่เหมาะสมกัน!” หวังอันหยางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความเฉยชา บอกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หลิ่วเหอมองหวังอันหยางตัดขาดตนอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ พลันส่ายศีรษะอย่างแปลกใจ “ไม่ ไม่มีทาง!”
หวังอันหยางมองหลิ่วเหอที่มีใบหน้าผิดหวังหนัก คล้ายชราลงไปหลายปีในพริบตา หัวใจเขาเจ็บหน่วงไปวูบหนึ่ง
หลิ่วเหอ ขอโทษด้วย ข้าหวาดกลัวความรักเสียแล้ว!
“อันหยาง เ้าเป็ของข้า เ้าคืออันหยางของข้า เ้าบอกข้าเองกับปากว่าเ้าจะเป็อันหยางของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”
“ล้วนผ่านไปแล้ว นั่นเป็เื่ก่อนหน้านี้อยู่เนิ่นนานนัก!” ผ่านมาหนึ่งปีแล้วมิใช่หรือไง?
“ไม่ สำหรับข้ายังไม่ผ่าน ข้าปลอยผ่านไปไม่ได้ ข้ารู้ว่าในหัวใจเ้ายังมีข้า ส่วนข้า ข้าชอบเ้าเหมือนกัน ดังนั้น เ้าอย่าแต่งงานกับผู้อื่นเลยนะ เป็คนของข้าได้ไหม?”
ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ หัวใจหวังอันหยางบีบรัดแน่นอย่างเ็ป! “หลิ่วเหอ หากท่าน้า คืนนี้ข้าจะมอบกายให้ท่าน วันพรุ่งนี้ท่านช่วยปล่อยข้ากับชิวหลันออกจากตระกูลหลิ่ว พวกเราไม่ต้องพบหน้ากันอีก ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป ดีไหมขอรับ?”
“เ้า เ้า...” หลิ่วเหอได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าพลันเขียวคล้ำ เขากัดฟันกรอด สะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง โต๊ะแปดเซียน1 ในห้อง กาน้ำชาและถ้วยชาทั้งหมดแตกกระจายเป็ชิ้นๆ ร่วงเกลื่อนเต็มพื้นในทันที
--------------------------------------------------------------
1 โต๊ะแปดเซียน (八仙桌) โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัส นั่งได้ด้านละสองคน เมื่อนั่งครบทุกที่นั่งจะพอดีแปดคน
