“ศิษย์พี่ไป๋ เข้าไปได้หรือไม่?” ได้ยินเสียงแว่วเข้ามา ที่แท้ก็เป็ซือคงเสียนเพื่อนบ้านที่พักอยู่ติดกัน
แม้ไป๋หยุนเฟยจะประหลาดใจ แต่ก็ตอบกลับไปว่า “เข้ามาเถอะ”
เสียงประตูห้องถูกผลักเปิดดัง‘แอ๊ด’ เมื่อไป๋หยุนเฟยเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกตะลึง --- ผู้คนมากมายนัก!!
ศิษย์พี่ใหญ่ซ่งหลิน ศิษย์พี่รองเซียวหนานเหริน ศิษย์พี่สามหลิงเอียน และยังมีศิษย์น้องเถียนอวี่หาง... หลี่เถี่ยชุย เหลียนหลิงิ่ ซือคงเสียน จางซานเสียน ยังมีเย่จือชิว ม่อเสี่ยวเซียน ซีเหยียน จงซูหาว หลิวหมาง... แม้กระทั่งถังซินหยุนกับหวงฝู่รุ่ยก็มาด้วย
กลุ่มคนเดินหลั่งไหลเข้ามาภายในห้องก่อนจะห้อมล้อมไป๋หยุนเฟยไว้ตรงกลาง
“ศิษย์น้องไป๋ เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
“ศิษย์พี่ไป๋ ได้ยินมาว่าท่านะเิหน้าผาหลอมประดิษฐ์หายไปครึ่งแถบ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก...”
“พี่ไป๋ เมื่อครู่เ้าสำนักกับบรรดาผู้าุโกล่าวอะไรกับท่านบ้าง? คงไม่ได้คิดจะลงโทษท่านกระมัง?”
“หยุนเฟย วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“พี่หมวกฟาง ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว! ท่านยังเกียจคร้านกว่าเสี่ยวโหรวโหรวอีก ถึงกับนอนอยู่สองวัน! ต้องลำบากพี่สาวหยุนมาคอยดูแลตลอดทั้งวันจนไม่มีเวลาเล่นกับข้า...”
“เสี่ยวรุ่ย เ้าพูดอะไร ข้า...”
“……”
……
คนนั้นพูดคำคนนี้พูดคำ ไป๋หยุนเฟยสมองพองโตรับฟังจนคล้ายจะวิงเวียนศีรษะ
นับว่ายากที่จะแยกแยะจัดแจงสถานการณ์อันวุ่นวายนี้จริงๆ ไป๋หยุนเฟยเพิ่งทราบว่าที่จริงแล้วคนเหล่านี้มาถึงั้แ่เช้า แต่เนื่องเพราะบรรดาผู้าุโอยู่ในห้องย่อมไม่กล้าที่จะบุกเข้ามา ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงอยู่ในห้องของซือคงเสียนที่อยู่ติดกัน รอจนผู้าุโทั้งหมดจากไปพวกมันจึงได้เข้ามา
ไป๋หยุนเฟยทยอยตอบทีละคำถามทีละคน ยามนี้ภายในห้องช่างครึกครื้นสนุกสนาน
กระทั่งผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม เป็ศิษย์พี่ใหญ่ซ่งหลินที่เอ่ยปากขึ้น มันบอกว่าไป๋หยุนเฟยต้องพักผ่อน จึงกล่าวอำลาและพาทุกคนออกไป
ขณะมองดูสหายกลุ่มใหญ่ ไป๋หยุนเฟยก็ยิ้มแย้มไม่ยอมหุบ --- มีสหายที่ห่วงใยมากมายเช่นนี้ สร้างความตื้นตันแก่มันนัก
หลังจากปิดประตูห้องลง ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็เดินลงไปในห้องปิดทึบที่อยู่ใต้ดินเบื้องล่าง
……
ไป๋หยุนเฟยกระตุ้นผลึกศิลาให้ส่องสว่าง จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิอยู่ที่กลางห้อง หลังจากสูดลมหายในลึกหลายครั้งก็เริ่มแยกแยะเื่ราวในหัวทีละอย่าง
ก่อนอื่น เริ่มจากสิ่งสำคัญที่สุด แน่นอนว่าต้องเป็พลังฝีมือ
มันรวบรวมสมาธิเพื่อสำรวจภายในร่าง ก็ััได้ถึงพลังิญญาและพลังธาตุไฟที่เอ่อล้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือคราหนึ่ง แสงสีแดงก็ลุกพรึ่บ เพียงพริบตาเดียวห้องปิดทึบที่กว้างขวางก็จมอยู่ในทะเลเพลิง
แขนขวาสะบัดอีกครั้ง เปลวไปที่ร้อนแรงก็บิดม้วนกลายเป็ลมหมุนขนาดใหญ่ จากนั้นก็หดรั้งเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็กลายเป็ลูกไฟที่ส่งแสงเจิดจ้าขนาดเท่ากำปั้นลอยอยู่เหนือฝ่ามือของไป๋หยุนเฟย
ยามมองดูลูกไฟที่มีพลังแรงกล้า ไป๋หยุนเฟยก็เหยียดยกมุมปากขึ้น จากนั้นจึงกำมือขวาโดยแรง ลูกไฟก็แตกกระจายจนคลื่นความร้อนทะลักออก สุดท้ายเปลวไฟที่กระจายออกก็ถูดดูดหายเข้าในมือของไป๋หยุนเฟย
“นี่คือพลังของบรรพิญญาหรือ? เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยก็หลายเท่าตัว... มิหนำซ้ำการควบคุมพลังธาตุไฟก็ราวกับทำได้ดังใจ --- หากเมื่อครั้งเป็ภูติญญาอาศัยการ‘หยิบยืม’พลังธาตุไฟจากฟ้าดิน ยามนี้ก็เป็‘การใช้’ซึ่งเป็ขอบเขตอีกระดับ”
“อีกอย่างความแข็งแกร่งของร่างกายก็พัฒนาขึ้นอีกหลายเท่าตัว... ด้วยร่างกายของข้าในยามนี้คาดว่าจะสามารถใช้ออกด้วยกระบวนท่าสุดท้ายของวิชาระลอกคลื่น --- พลังหมัดแปดสิบเอ็ดทบได้แล้ว...” ยามนี้ไป๋หยุนเฟยเข้าใจถึงความร้ายกาจของวิชาระลอกคลื่นที่เกออี้หยุนมอบให้แล้ว นี่เป็เคล็ดิญญาหมัดมวยที่ต้องเป็บรรพิญญาก่อนจึงจะสามารถใช้กระบวนท่าสุดท้ายออกมาได้ --- ความรุนแรงของมันคงไม่ยากที่จะคาดเดา
แต่ว่า เื่เหล่านี้ละไว้ก่อนแล้วค่อยทดลองในภายหลัง ไป๋หยุนเฟยส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ต่อไปก็เป็กระบวนการอัพเกรด...”
หลังจากพลิกมือขวา ก้อนอิฐที่ยามนี้กลายเป็วัตถุเชื่อมโยงชีวิตของมันก็ปรากฏขึ้นในมือ ไป๋หยุนเฟยเพ่งตามองด้วยแววตาซับซ้อน ทั้งสงสัย ทั้งตกตะลึง แต่ที่มากมายที่สุด --- ความปีติยินดี
“กระบวนการอัพเกรด... ถูก‘ยกระดับ’ขึ้นแล้ว!!”
ขณะจับจ้องดูก้อนอิฐบนฝ่ามือ ไป่หยุนเฟยก็เพ่งความคิด
“ไอเทมพิเศษ”
“ระดับไอเทม: ธรรมดา(สถานะปกติ)”
“คุณสมบัติธาตุ: ดิน”
“ระดับการอัพเกรด: +13”
“พลังการโจมตี: 9”
“พลังการโจมตีเพิ่มเติม: 132”
“ความสอดคล้องิญญา: 100%”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 5% ที่จะทำให้เป้าหมายสับสนระยะเวลาสูงสุด 3 วินาที(เมื่อโจมตีศีรษะโอกาสทำให้สับสนเพิ่มเป็ 10%) ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป 10 วินาที ”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +12: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 10% ที่จะทำให้เป้าหมายมึนงงระยะเวลาสูงสุด 5 วินาที(เมื่อโจมตีศีรษะโอกาสทำให้มึนงงเพิ่มเป็ 20%) ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป 15 วินาที ”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +13: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 50% ที่จะเหวี่ยงขว้างเป้าหมายขึ้นไปในอากาศ ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป 3 วินาที”
“ระดับไอเทม: ปฐีระดับกลาง (สถานะพิเศษ)”
“คุณสมบัติธาตุ: ไฟ และ ดิน”
“ระดับการอัพเกรด: +13”
“พลังโจมตี: 988”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 4330”
“ความสอดคล้องิญญา: 100%”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10 : เมื่อจู่โจมมีโอกาส 10% ที่จะกระตุ้นให้เกิด‘เพลิงพัวพัน’ ทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวช้าลง 10% ระยะเวลาสูงสุด 10 วินาที ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป 1 วินาที ”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +12 : สามารถถ่ายทอดพลังิญญาอย่างต่อเนื่องเพื่ออัญเชิญโล่ธาตุดินออกมา ขอบเขตของการป้องกันและพลังป้องกันจะขึ้นอยู่กับปริมาณพลังิญญาที่ใช้ พลังป้องกันสูงสุดไม่เกินพลังโจมตีของวัตถุนี้(ไม่สามารถป้องกันการโจมตีที่ส่งผลต่อจิตใจได้) ”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +13 : สามารถถ่ายทอดพลังิญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้วัตถุนี้ขยายใหญ่ขึ้นได้สูงสุดหนึ่งหมื่นเท่า แต่พลังการโจมตียังคงเท่าเดิม สามารถควบคุมได้ดั่งใจภายในระยะแปดพันเมตร ”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 105 หน่วย”
……
แถบข้อมูลยาวเหยียดไหลผ่านความคิดอีกครั้ง ไป๋หยุนเฟยใช้เวลาหลายอึดใจจึงค่อยแยกแยะเรียบเรียงเสร็จ
ก่อนหน้านี้ยามที่ััก้อนอิฐครั้งแรกเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าผู้าุโ ไป๋หยุนเฟยก็รับรู้ถึงคุณสมบัติที่น่าเหลือเชื่อเหล่านี้แล้ว แต่โค่วฉางคงและคนอื่นๆย่อมคาดไม่ถึงว่า ความประหลาดใจที่แสดงออกของมันนั้นจะหมายถึงสิ่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าไป๋หยุนเฟยย่อมต้องไม่บอกออกไปแน่
ไป๋หยุนเฟยไม่รีบร้อนที่จะศึกษาข้อมูลของก้อนอิฐอย่างละเอียด ตรงกันข้ามกลับใช้มือซ้ายััอย่างแ่เบาบนปลอกแขนมีดเพลิงจากนั้นก็เพ่งความคิด
“ระดับไอเทม: ปฐีระดับต่ำ”
“คุณสมบัติธาตุ: ไฟ”
“ระดับการอัพเกรด: +12”
“พลังป้องกัน: 753”
“พลังป้องกันเพิ่มเติม: 706”
“ความสอดคล้องิญญา: 60%”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อรับการโจมตี มีโอกาส 9% ที่จะดูดซับพลังโจมตีบางส่วนและเปลี่ยนเป็พลังโจมตีให้แก่ผู้สวมใส่ในการโจมตีครั้งต่อไป สามารถรักษาพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไว้ได้ 3 วินาที เมื่อเปลี่ยนเป็พลังโจมตีจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป 30 วินาที”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +12: สามารถถ่ายทอดพลังิญญาเพื่ออัญเชิญมีดปีกเพลิงออกมาได้ ขณะใช้งานจะสูญเสียพลังิญญาอย่างต่อเนื่อง พลังโจมตีของมีดปีกเพลิงขึ้นอยู่กับพลังิญญาที่ใช้”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 97 หน่วย”
ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะสะบัดมืออีกครั้งเพื่อเรียกทวนเปลวอัคคีออกมา
“ระดับไอเทม: ปฐีระดับสูง”
“คุณสมบัติธาตุ: ไฟ”
“ระดับการอัพเกรด: +12”
“พลังโจมตี: 1380”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 1300”
“ความสอดคล้องิญญา: 66%”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อแทงถูกเป้าหมายมีโอกาส 20% ที่จะะเิเปลวเพลิงออก พลังของะเิเปลวเพลิงเท่ากับ 150% ของพลังโจมตี ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป 20 วินาที”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +12: สร้างร่างลวงขึ้นได้สองร่างโดยที่มีพลังเท่ากับ 50% ของพลังผู้สร้างเป็เวลา 3 วินาที ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งถัดไป 1 ชั่วโมง”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 110 หน่วย”
ไป๋ฟยุนเฟยนิ่งเงียบครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงนำหนามธารน้ำแข็งออกมา
“ระดับไอเทม: มนุษย์ระดับต่ำ”
“คุณสมบัติธาตุ: น้ำแข็ง”
“พลังโจมตี: 237”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 128”
“ความสอดคล้องิญญา: 13%”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อซัดจู่โจม ความเร็วและพลังจะเพิ่มขึ้น โดยจะเพิ่มเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับพลังิญญาที่ใช้ แต่สูงสุดไม่เกิน 3 เท่า”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: พลังิญญา 63 หน่วย”
……
ไป๋หยุนเฟยมองดูอาวุธในมือ จากนั้นก็เข้าสู่ภวังค์ครุ่นคิด
“ข้อมูลรายละเอียดบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ชื่อเรียกระดับสิ่งของก็เปลี่ยนแปลงไปเป็แบ่งชั้นต่างๆเช่นเดียวกับโลกของผู้ฝึกปรือิญญาแล้ว รายละเอียดของผลกระทบเพิ่มเติมต่างๆก็ระบุโดยละเอียดขึ้น อีกทั้งยังมี‘ระยะเวลาก่อนใช้งานครั้งต่อไป’...” ไป๋หยุนเฟยพึมพำขึ้น “คุณสมบัติธาตุ ข้อนี้เข้าใจได้ไม่ยาก สำหรับความสอดคล้องิญญา ทวนเปลวอัคคีกับปลอกแขนมีดเพลิงซึ่งเป็วัตถุิญญาเฉพาะตัวทั้งคู่ก็มีเกินกว่าห้าส่วน ก้อนอิฐที่เพิ่งหลอมเป็วัตถุเชื่อมโยงชีวิตก็เป็สิบส่วน เช่นนี้ก็สอดคล้องกับที่ท่านอาจารย์อธิบาย แสดงว่า‘ความสอดคล้องิญญา’ทั้งสองอย่างนั้นคือสิ่งเดียวกัน ช่างน่าประหลาด... ไฉนข้าจึงรู้สึกว่าข้อมูลเหล่านี้ ราวกับว่า... จะโน้มเอียงเข้าหาโลกแห่งนี้มากขึ้น?”
ก่อนหน้านี้กระบวนการอัพเกรดมีระบบข้อมูลอันแปลกแยก ซึ่งเมื่อเทียบกับของโลกนี้ก็ราวกับว่าไม่ได้เป็หนึ่งเดียวกัน แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็ราวกับว่าจะ‘ผสานรวม’เข้ากับโลกใบนี้แล้ว??
ที่จริงแล้ว ระหว่างที่เกิดเหตุการณ์อันเหนือคาดหมายที่ผ่านมานั้น กระบวนการอัพเกรดก็เข้าสู่สภาวะยุ่งเหยิงสับสนเช่นเดียวกัน จากนั้นเมื่อกฎเกณฑ์ของโลกปรากฏขึ้นอีกครั้ง --- มันจึงถูกผสานปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโลกนี้เป็ครั้งที่สอง!
กระบวนการอัพเกรดที่ข้ามมิติมานี้ มีกฎเกณฑ์ของตนเอง หลังจากถูกผสานเข้ากับโลกนี้ครั้งแรกก็ยังมีบางส่วนที่แปลกแยกออกไป แต่การผสานรวมในครั้งนี้กลับทำให้กระบวนการอัพเกรดซึ่ง‘รวบรวม’ข้อมูลมาครึ่งปี สามารถรวมเป็หนึ่งเดียวกับโลกนี้ได้มากขึ้น มิหนำซ้ำยังแปรเปลี่ยนจนส่งผลสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของโลกแห่งนี้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“อีกอย่าง คิดไม่ถึงว่าหนามธารน้ำแข็งจะมีความสอดคล้องิญญาถึงร้อยละสิบสาม หรือว่า... เป็เพราะถูกข้าอัพเกรดขึ้น?”
“แล้วไฉนคุณสมบัติของก้อนอิฐนี้จึงพิเศษกว่าสิ่งอื่น? ถึงกับมีสองสถานะ หรือว่าเพราะว่ามันเป็วัตถุเชื่อมโยงชีวิต? หรือว่าในยามนั้นเกิดสถานการณ์อันสับสนวุ่นวายจึงทำให้มันเกิดความเปลี่ยนแปลงอันน่าประหลาดเช่นนี้?”
ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เก็บวัตถุิญญาทั้งหลายเข้าไว้ แม้มัน้าที่จะทดสอบคุณสมบัติพิเศษของก้อนอิฐ แต่ยามนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะทำเช่นนั้น
“ไม่ว่าจะอย่างไร การยกระดับของกระบวนการอัพเกรดครั้งนี้ก็ไม่มีผลเสียอันใด แต่ว่า... มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเท่านี้หรือ? ถ้าเช่นนั้น‘การยกระดับ’ครั้งนี้จะไม่เล็กน้อยไปหน่อยหรือ...” ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แต่แล้วจู่ๆดวงตาทั้งคู่ของมันก็กระจ่างวูบ
“ใช่แล้ว! หรือว่า……”
