เฉินถั่วถงได้ประมาณค่าละติจูดและลองจิจูดของดาวเคราะห์ที่คล้ายกับโลกเดิม และพยายามที่จะรวมดาวเคราะห์ทั้งสองเข้าด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้ นางจึงได้รู้ว่านางยังคงอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ทรงกลมที่มีแรงโน้มถ่วง
จากข้อมูลที่เอามารวมกับการสังเกตทางภูมิศาสตร์โดยรอบ จึงสามารถอนุมานได้ว่าอาจมีแม่น้ำไหลผ่านบริเวณใด
ด้วยประสบการณ์า จึงสามารถคาดเดาเส้นทางการเดินทัพและเป้าหมายของกองทัพผ้าธงแดงออก ว่าเส้นทางอื่นคงเต็มไปด้วยกองทัพฏแล้วเรียบร้อย และสรุปได้ว่าพวกฏก็กำลังมุ่งหน้ามีเป้าหมายไปที่เหลียงตงเช่นกัน หากอยากรอดในสถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขาต้องไปที่เมืองเสี่ยวผางเซียก่อนที่ทัพหลักของพวกฏจะบุกไปถึง
“เช่นนั้นก็เอาตามที่เ้ากล่าว” เฉินอ่าวใและพูดไม่ออก ไม่คิดว่าด้วยเื่ทั่วๆ ไปที่รู้มา จะสามารถคาดเดาผลลัพธ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเช่นนั้นได้
ส่วนเฉินอวี๋ก็รู้สึกทึ่งกับความรู้ที่มากมายของแม่เช่นกัน เขามาจากโลกที่เต็มไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์และดวงดาวอยู่แล้ว จึงไม่ได้แปลกใจอะไรกับสิ่งที่แม่บอก จนเขาจ้องมองด้วยความชื่นชม สมแล้วที่ท่านแม่เป็ผู้นำกลุ่ม ซึ่งต่างจากพ่อที่พึ่งพาอะไรในเื่นี้ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
สำหรับเฉินเหนียนอู่ นางเองก็อึ้งเช่นกัน
นางรู้สึกมาตลอดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี ถูกยกย่องจนก้าวไปถึงจุดสูงสุดของการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโลกแห่งเวทมนตร์ แต่การกระทำและความรู้ของแม่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางมีความรู้ด้อยกว่าเื่โลกและดวงดาว
ส่วนเฉินต้ากับท่านปู่ที่มองไปรอบๆ ไม่ได้เข้าร่วมวงฟังการอภิปราย พวกเขาคิดเพียงว่าตอนนี้มันมืดแล้ว และเมื่อไหร่ทุกคนจะก่อกองไฟเพื่อเข้านอนสักที
ส่วนหยู่เจ๋อและภรรยา ต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน ไม่เข้าใจเกี่ยวกับคนของตระกูลนี้พูดคุยสักประโยค เหมือนภาษาไร้สาระที่เงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่ทราบอะไรเลย
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็เข้าใจเพียงหนึ่งสิ่ง คือคิดว่าครอบครัวแซ่เฉินยังเป็ตระกูลที่มีอำนาจและพลัง
ในเมื่อทุกคนอยากไปที่เหลียงตงกันหมด มติจึงไม่มีใครค้านในสิ่งนี้ เลือกต้นไม้เก่าแก่ที่คดงอต้นหนึ่ง นอนพักค้างคืนเก็บแรง
ตอนเช้า ทุกคนกินมันเห็บแล้วออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่ทิศตะวันตก ในที่สุดทุกคนก็เห็นผู้คนเดินอยู่บนถนน แต่คนเ่าั้ดูน่าเวทนามากกว่าพวกเขามาก ร่างกายผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก ต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัวและเดิน ดูเหมือนจะล้มลงได้ตลอดหากมีใครไปสะกิด
การเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เป็เพียงสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของร่างกาย จนไม่ต่างอะไรจากการเดินของพวกซอมบี้
แต่ว่า เมื่อคนเ่าั้เห็นกลุ่มของเฉินอวี๋เดินผ่าน พวกเขาก็หันไปมองกันอย่างพร้อมเพรียง
ตอนแรก ดวงตาของพวกเขาดูว่างเปล่าไร้ชีวิต แต่เมื่อเห็นตะกร้าบนหลังของเฉินอ่าวและฉินถั่วถง สายตานั้นทำให้เฉินอวี๋หวนนึกถึงตอนที่เขาเจอกับกลุ่มของชายตาโปน ไม่ได้มองแค่คนแปลกหน้า แต่มีความโลภฉายผ่านดวงตาให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะดี
เฉินอ่าวและเฉินถั่วถงดึงลูกๆ ให้อยู่ตรงกลาง เหลือบมองพวกเขาด้วยสายตาเ็า และแทนที่จะถอยหนี คนเ่าั้กลับดูเหมือนกระตือรือร้นที่จะลองเสี่ยงโชค
หยู่เจ๋อเดินคุมหลัง มือถือเคียวด้วยสายตาเอาจริง การสังหารและฆ่าคนเริ่มจะชิน และจะไม่ลังเลเลยที่จะฟันให้ตายหากมีคนกระโจนใส่
ทั้งกลุ่มและคนรอบๆ ตัวยืนเผชิญหน้ากันอย่างเงียบๆ จนกระทั่งจำนวนผู้คนที่ปรากฏตัวบนถนนเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เฉินอวี๋ก็ตระหนักได้ทันทีว่าการได้พบผู้คนในเวลานี้ไม่ใช่เื่ที่ดีสักเท่าไหร่
ผู้ลี้ภัยที่แต่งกายมอซอเริ่มรวมตัวกันบนถนนหลัก และเมื่อพิจารณาจากทิศทางแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดจะเป็ผู้ลี้ภัยที่หนีมาจากอำเภอรอบๆ ของจ้อเจียง
เมื่อพวกเขาแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนที่รายล้อมไปด้วยภาษาถิ่นหลากหลาย เฉินถั่วถงและสมาชิกในบ้านไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดคุยได้เลย แม้แต่ครอบครัวแซ่หยู่ก็ส่ายหัวหมดปัญหาที่จะแอบฟัง
จนพบว่าสำเนียงการพูดของแคว้นชวีแตกต่างกันมาก แทบจะไม่มีภาษาหลักให้ติดต่อกันอย่างเป็ทางการ
แต่ภายใต้ความสิ้นหวังที่รับรู้หรือเข้าใจอะไรไม่ได้ เพียงเฉินเหนียนอู่ก้มไปถามน้องสาวผู้น่ารักที่จูงมืออยู่ อิงเอ๋อกลับชี้ไปยังใครบางคนแล้วพูดออกมาว่าคนๆ นั้นกำลังพูดถึงเื่อะไร
โดยรวมคือ ตอนนี้ผู้ว่าการมณฑลเหลียงตง ส่งคำสั่งให้ทุกหัวเมืองร่วมมือกับกองทัพของเขาออกไปขับไล่พวกฏ
และทุกอำเภอต้องเตรียมเสบียงเพื่อเอาไว้รอรับการสนับสนุนจากตระกูลทหารเหลียงตง
ซึ่งเหมือนทางเ้าเมืองเสี่ยวผางเซี่ยก็ส่งคำร้องและกำลังรอกองทัพจากเหลียงตงเช่นกัน ทำให้ตอนนี้เส้นทางที่เข้าสู่เมืองเสี่ยวผางเซี่ยกำลังเปิดให้ทุกคนเข้าไป
“เป็ยังไงบ้าง?” เฉินถั่วถงเดินมาถามเฉินอวี๋ที่กำลังนั่งฟังอยู่
ถึงเฉินอิงเอ๋อจะฟังออกคนเดียว แต่ด้วยข้อจำกัดอายุและพูดยังไม่คล่องมากนัก สุดท้ายก็ต้องมาถามกับเฉินอวี๋ที่นั่งฟังรอสรุปผล
“ไม่ค่อยจะดีเลยท่านแม่ ผู้คนรอบข้างพูดว่าราชสำนักไม่สามารถควบคุมมณฑลและส่วนปกครองท้องถิ่นได้ เหมือนว่าตอนนี้แคว้นชวีกำลังแตกเป็ก๊กเป็เหล่า”
“ถึงมณฑลเหลียงตงจะสามารถกำราบพวกฏในพื้นที่ได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ส่งกองทัพไปปราบพวกฏนอกเหนือเขตปกครองตัวเองเลย แถมยังไล่พวกฏให้หนีไปที่มณฑลชิงโจว”
“ข้าเกรงว่า….” เฉินอวี๋ลังเลที่จะพูด แต่เหมือนเฉินถั่วถงจะรู้และคาดเดาคำตอบล่วงหน้าได้อยู่แล้ว นางจึงพูดตัดบทลูกชายก่อนว่า
“เกรงว่าฏผ้าธงแดงไม่ได้อยู่ในสายตา แต่กำลังเตรียมตัวเพื่อรอรับศึกใหญ่ระหว่างมณฑลและแคว้นสินะ”
“...”
เื่ฏที่เจอจะเป็แค่ส่วนเล็กๆ เฉินอวี๋ที่สบตากับแม่ก็ได้แค่พยักหน้าและถอนหายใจ
อย่าถามถึงการแก้ภัยแล้งที่เจอเลย ขนาดเื่ฏที่ฆ่าชาวบ้านเป็ผักเป็ปลายังไม่หันมาแลเหลียว ผู้มีอำนาจล้วนแต่เตรียมพร้อมกับบางสิ่งที่โหดร้ายอย่างามากกว่า ด้วยสถานการณ์แบบนี้ เฉินอวี๋ก็ไม่รู้เลย ว่าครอบครัวเล็กๆ ของพวกเขาจะเป็อย่างไรในอนาคต?
“หืม..อย่าคิดมาก าก็ปกติเช่นนี้”
“ด้วยที่อำนาจของราชสำนักแคว้นชวีลดลงน้อย ทุกมณฑลจึงเริ่มสะสมอำนาจและกำลัง ที่เหลียงตงไล่พวกฏผ้าธงแดงไปที่ชิงโจว ก็เพื่อรอให้ชิงโจวมาขอความช่วยเหลือจากพวกเขา จากนั้นเหลียงตงก็จะสามารถเรียกร้องสิ่งต่างๆ ได้ตามที่้า”
“นี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้เหลียงตงสั่งให้ทุกหัวเมืองเปิดถนน เพื่อ้าหาผู้มีฝีมือในการนำทัพเพื่อแลกกับรางวัล”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เฉินถั่วถงพูด เฉินอ่าวที่ได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเขาอยากจะแสดงฝีมือและเล่นเกมาของโลกปุถุชน
หากทำผลงานได้ดี สิ่งที่ตามมาก็คือบ้าน เงินทองและความร่ำรวย จนทำให้เฉินเหนียนอู่มองดูเฉินอ่าวด้วยสายตาแปลกๆ
“ท่านพ่อ มันมีอะไรให้มีความสุข ทำไมท่านถึงยิ้มน่าเกลียดเช่นนั้น?”
เฉินอ่าวถูกทักก็ยกมือแตะมุมปากตัวเอง
“ข้ายิ้มอยู่อย่างนั้นรึ?”
“เอ๋ ไม่นะ บิดาเ้าไม่ได้ยิ้มสักหน่อย”
“เจอเื่แย่ๆ เช่นนี้ผู้ใดจะยิ้มได้ เ้าเมาแดดแล้วธิดาข้า”
เฉินอ่าวโบกมือปัดๆ ปฏิเสธ ทั้งๆ ที่มุมปากของเขาก็ยังคงเผยอยิ้มให้เห็นอยู่
เฉินเหนียนอู่เห็นท่าทางของพ่อก็เบะปากใส่
ในสถานการณ์แย่ๆ แบบนี้ พ่อที่ไม่รู้เื่ของนาง ก็ยังคงรักษามาตรฐานที่ไม่น่าให้ความไว้วางใจเช่นเคย
คิดแล้วท้อแท้…
ว่าทำไมพ่อใหม่ของนางในชีวิตนี้
ถึงดูเป็คนที่ฝากผีฝากไข้อะไรไม่ได้
จนแอบคิดในใจอย่างลับๆ ไม่บอกใคร
ว่านางควรแนะนำให้ท่านแม่หาสามีใหม่ ที่อย่างน้อยก็พึ่งพาได้มากกว่าพ่อคนนี้ดีหรือเปล่า?
“...”
“...”
เฉินอ่าวที่นั่งอยู่ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง :
“หือ!!?”
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกแปลกๆ อีกแล้ว?”
“เป็ไปได้หรือไม่ว่าััเซียนของข้ากำลังเสื่อมลง?”
“ให้ตายสิ โลกเบื้องล่างดวงนี้ทำให้เซียนที่ยิ่งใหญ่เช่นข้าใช้ชีวิตลำบากจริงๆ”
“ต้องรีบหาเวลาขัดเกลาหินเพื่อดูดซับพลังปราณแล้วแฮะ”
“...”
