แม้แต่ในแดนสุสานอัมพรก็มีจอมยุทธ์เพียงไม่กี่คนที่ไปถึงขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้า ก่อนหน้านี้ที่พวกเขามายังไม่เจอจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้าผู้นี้เลย ดูเหมือนคราวนี้จะโชคดีไม่เลว ถ้านำผีดิบตนนี้ไปขัดเกลาเป็ทหารศพจะต้องขายได้ราคาดีเป็แน่
ทันใดนั้นวงแหวนทมิฬประจักษ์ในมือชายชรา เขาผสานลมปราณลงไปเล็กน้อย จากนั้นวงแหวนเดิมที่ขนาดเท่ากำปั้นก็ขยายใหญ่อย่างรวดเร็วลอยขึ้นไปในอากาศ
“ฟึ่บ!” วงแหวนทมิฬลอยอยู่เหนือศีรษะของผีดิบ ก่อนที่จะพุ่งลงไปรัดคอของผีดิบ
ผีดิบไม่มีท่าทีจะต่อต้านใดๆ ยอมจำนนภายใต้พลานุภาพของวงแหวนทมิฬ
“วงแหวนพันธนาการศพ” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี มันเป็ของล้ำค่าของโลกเก้าิญญามีเอาไว้ใช้พันธนาการทหารศพ โดยเมื่อใดที่ทหารศพถูกวงแหวนพันธนาการควบคุม มันจะเชื่อฟังทำตามคำสั่งทุกอย่างของเ้านาย
วงแหวนพันธนาการศพเป็มือปราบของผีดิบ เว้นแต่ว่าจะเป็ผีดิบที่มีขั้นบำเพ็ญเพียรสูงมาก สามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ไม่เช่นนั้นถึงเป็ผีดิบขั้นมหันตก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของวงแหวนพันธนาการศพซึ่งเป็ศัสตราวุธที่โลกเก้าิญญาใช้ควบคุมทหารศพได้
“มีวงแหวนพันธนาการศพก็ง่ายน่ะสิ ไม่เหมือนกับข้า ผีดิบขั้น์ปฐีตนเดียวต้องใช้เวลาพักใหญ่” จูชิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
แดนสุสานอัมพรแห่งนี้นับว่าเป็แดนสุสานอัมพรที่เล็กที่สุดในบรรดาสุสานทั้งหมด ทว่ากลับครอบคลุมพื้นที่เล็กๆ ส่วนหนึ่งของมหาทวีปชางอู๋หลิงแล้ว
เพราะมีสัตว์อสูรั์ที่บินอยู่บนฟ้า ในการลาดตระเวนแดนสุสานอัมพรจึงไม่ใช่เื่ยาก
จูชิงกับพวกจินหลิงเอ๋อร์ยืนอยู่บนหลังของสัตว์อสูรั์ สายตากวาดมองลงไปเบื้องล่าง ไม่ว่าจะสิ่งใดก็ไม่อาจรอดจากสายตาของพวกเขาไปได้
บนหลังสัตว์อสูรั์มีศิษย์ประตูิญญาน้อยอยู่หลายคน ทว่าขั้นพลังของพวกเขาต่างก็สูงกว่าจูชิง กระทั่งขั้นพลังต่ำสุดยังอยู่ที่ขั้นสั่งสมสูงสุด
จากที่พวกศิษย์เล่าให้ฟัง ชายชรามีชื่อว่าเหยียนเป่ยโต้ว เป็เ้าสำนักคนที่ 163 ส่วนหญิงชราที่เป็ภรรยาของเขาชื่อว่าเฟิงสุ่ย
ประตูิญญาน้อยไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักในโลกเก้าิญญา ทว่าพวกเขาสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อาจยาวนานกว่าขุมพลังอำนาจบางแห่งเสียอีก
“เ้าเพิ่งสิบเจ็ดเองงั้นรึ?” ศิษย์ประตูิญญาน้อยหนึ่งคนในนั้นมองจูชิงด้วยความประหลาดใจ
“สิบเจ็ดกว่า คิดว่าน่าจะยังไม่ถึงสิบแปด!” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ เขาเพียงคำนวณอายุจากป้ายบนหลุมศพ
อายุสิบแปดเป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าแล้ว กระทั่งในโลกเก้าิญญาก็นับว่าเป็อัจฉริยะ
วิชายุทธ์ในโลกเก้าิญญาพิเศษเป็อย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะใช้ลมปราณเช่นเดียวกัน ทว่ากลับสามารถหลอมปราณมรณะมาใช้ได้ด้วย บ้างก็ใช้ปราณมรณะในการฝึกฝน นี่สร้างความแปลกใจให้กับจูชิงเป็อย่างมาก
ปราณมรณะที่ไหลเวียนอยู่ในกายาจูชิงมหาศาลแสนพรรณนา แม้ว่าหินโลหิตกับตันเถียนมหาสมุทรโลหิตจะช่วยกันสยบแล้ว แต่ลมปราณน่าพรั่นพรึงก็ยังทำให้จูชิงรู้สึกเป็กังวลอยู่
การที่จะกำจัดปราณมรณะได้ต้องใช้เวลานานพอสมควร ระหว่างนี้ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอได้ยินว่าโลกเก้าิญญามีวิชาที่สามารถหลอมปราณมรณะ จูชิงจึงอยากฝึกฝนวิชาของโลกเก้าิญญา
ทว่าเหยียนเป่ยโต้วไม่คิดจะรับศิษย์ ถึงแม้ประตูิญญาน้อยจะเป็สำนักเล็กๆ ในโลกเก้าิญญา แต่ก็ให้ความสำคัญยวดยิ่งต่อการสืบทอดสำนัก นอกจากศิษย์ในสำนักแล้ว เขาไม่คิดที่จะถ่ายทอดวิชาใดๆ ของประตูิญญาให้กับคนอื่น
พอเหยียนเป่ยโต้วปฏิเสธ จูชิงทำได้แค่ปิดปากเงียบ เกิดไปทำให้เหยียนเป่ยโต้วรำคาญ ใครเล่าจะรู้ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น
เขาอยากไปจากแดนสุสานอัมพรให้เร็วที่สุด อย่างไรเสียร่างกายของเขาก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยปราณมรณะ ถึงจะสวมเสื้อคลุมหงส์แดงอยู่ แต่ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อยราวกับมีบางสิ่งกำลังจะะเิออกมาจากร่างกาย
ครั้งนี้เหยียนเป่ยโต้วรู้สึกว่าโชคดีมาก เขาพบผีดิบคุณภาพดีจำนวนมากในแดนสุสานอัมพร ถึงจะไม่เจอผีดิบขั้น์ปฐีเก้าชั้นฟ้าอีกตน ทว่าก็มีผีดิบขั้น์ปฐีห้าหกชั้นฟ้าหลายสิบตน ทั้งยังมีผีดิบที่มีขั้นพลังต่ำกว่านั้นอีกหลายร้อย
“ครืนนน!” ทันใดนั้น ปราณมรณะก่อตัวกลางท้องฟ้าแดนสุสานอัมพร รอยแตกขนาดใหญ่ประจักษ์ตรงกลางคล้ายกับตอนที่พวกเหยียนเป่ยโต้วเข้ามาในแดนสุสานอัมพร
“เป็ไปได้ยังไง? แดนสุสานอัมพรเป็ของประตูิญญาน้อย นอกจากพวกเราแล้วใครจะเข้ามาได้?” เฟิงสุ่ยหน้าเปลี่ยนสี
แดนสุสานอัมพรเป็ความลับสูงสุดของสำนัก ทั้งยังเป็ที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา ถ้าสูญเสียแดนสุสานอัมพรไปก็ยากที่จะตั้งหลักปักฐานอยู่ในโลกเก้าิญญา
“ฮ่าๆๆ คิดไม่ถึงเลยว่าแดนสุสานอัมพรของประตูิญญาน้อยจะอยู่ที่นี่!” เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดั่งลั่นออกมาจากก้อนเมฆ
เหยียนเป่ยโต้วตกตะลึง “มู่หรงกุ่ยซาน เขาศพเหล็ก เ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เขาศพเหล็กก็มีแดนสุสานอัมพรเช่นกัน แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ ปราณมรณะในแดนสุสานอัมพรแห้งเหือดลง เป็เวลากว่าหนึ่งศตวรรษแล้วที่ไม่มีผีดิบขั้นพลังสูงกว่าขั้น์ปฐี
เหยียนเป่ยโต้วเองก็รู้สถานการณ์นั้นดี แต่คิดไม่ถึงว่ามู่หรงกุ่ยซานจะพุ่งความสนใจมาที่ประตูิญญาน้อย อีกทั้งยังหาแดนสุสานอัมพรของพวกเขาพบ
“ใคร? ใครเป็คนบอก?” เหยียนเป่ยโต้วหน้าเขียวคล้ำ จับจ้องเขม็งมองศิษย์ประตูิญญาน้อยที่อยู่บนหลังอสูรั์
การมีอยู่ของแดนสุสานอัมพรนั้นเป็ความลับสูงสุด ถ้าไม่มีคนทรยศ เขาศพเหล็กย่อมไม่มีทางหาเจอ อย่าว่าแต่บุกเข้ามาเลย
เฟิงสุ่ยหันขวับมองจูชิงในทันที คนที่อยู่ที่นี่ล้วนแล้วเป็ศิษย์ของประตูิญญาน้อย มีแค่จูชิงเท่านั้นที่ไม่ใช่
“ข้านึกอยู่แล้วเชียว เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ในแดนสุสานอัมพรได้ ที่แท้เ้าก็เป็คนของเขาศพเหล็ก!” เฟิงสุ่ยแค่นเสียง ทหารศพนับสิบเคลื่อนไหวทันใด ขั้นพลังต่ำสุดอยู่ที่ขั้นเหินนภา จูชิงหรือจะต้านทานได้
“ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดเื่อะไร!” จูชิงขมวดคิ้ว กายาเข้าสู่สภาวะไร้เงาพาจินหลิงเอ๋อร์ลงมาจากหลังสัตว์อสูรั์
“เ้าคิดว่าเ้าจะหนีพ้นรึ?” เฟิงสุ่ยแสยะยิ้ม เป็แค่ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้ายังกล้าเล่นตลกต่อหน้านางอีกงั้นรึ?
“นั่นสินะ...” เหยียนเป่ยโต้วตาเป็ประกายราวกับคิดอะไรบางอย่างออก
ทว่าเหยียนเป่ยโต้วไม่มีเวลาที่จะมาสนใจจูชิง การปรากฏตัวของมู่หรงกุ่ยซานสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับเขา ถ้าเขาจัดการมู่หรงกุ่ยซานไม่ได้ สถานที่ตั้งแดนสุสานอัมพรของประตูิญญาน้อยจะต้องถูกเปิดเผยเป็แน่
“เหยียนเป่ยโต้ว ส่งแดนสุสานอัมพรมาซะ แล้วเขาศพเหล็กจะไว้ชีวิตพวกเ้าอยู่!” มู่หรงกุ่ยซานพูด
“ไว้ชีวิตบรรพบุรุษเ้าเถอะ อาจหาญ่ชิงแดนสุสานอัมพรของประตูิญญาน้อย สำเหนียกตัวเองซะบ้าง!” เหยียนเป่ยโต้วแค่นเสียงหึ
ทหารศพหลายสิบตนกัดจูชิงไม่ปล่อย ถึงจูชิงจะเข้าสู่สภาวะไร้เงา ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเผชิญกับทหารศพมากมายที่แข็งแกร่งทำให้ระยะทางมิได้ต่างกันมากนัก
“ให้ตายสิ ดันมาเจอสองสำนัก่ชิงแดนสุสานอัมพรกันเสียได้!” จูชิงเจ็บใจเป็อย่างมาก จะได้ออกไปจากแดนสุสานอัมพรแล้วแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าเขาศพเหล็กจะโผล่ออกมา ถ้าจะแย่งแดนสุสานอัมพรกัน รอเขาออกไปก่อนไม่ได้หรือไง?
คนเขาศพเหล็กกล้า่ชิงแดนสุสานอัมพร บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาเตรียมการมาแล้วเป็อย่างดี มู่หรงกุ่ยซานจะต้องเป็ขั้นมหันตโดยไม่ต้องสงสัย การต่อสู้ระหว่างขั้นมหันตแค่คิดก็สยองแล้ว จูชิงคิดว่าอย่าเข้าไปยุ่งเลยจะดีกว่า
“เฒ่าปีศาจ ข้าขอยืมพลังอีกสักหน่อยได้หรือไม่?” จูชิงเอ่ยถาม
“ทำไม เ้าคงไม่ได้จะ...” เฒ่าปีศาจตะลึง
จูชิงมองรอยร้าวที่อยู่บนท้องฟ้าแล้วพยักหน้า เขาจะฉวยโอกาสนี้หนีไปจากแดนสุสานอัมพร
“เ้าบ้าไปแล้วรึ?” เฒ่าปีศาจเบิกตาทั้งสองกว้าง
นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น ทั้งสองฝ่ายน่าจะมีขั้นมหันตรวมกันอย่างน้อยๆ ก็สี่คน การที่จะหนีไปจากที่นี่ภายใต้สายตาของขั้นมหันตไม่ต่างอะไรกับฆ่าตัวตาย
“มีแค่ต้องเสี่ยงแล้ว ถ้าอยู่ที่นี่ต่อยังไงก็ตายเหมือนกัน!” จูชิงกล่าว
“จัดการทหารศพพวกนั้นก่อนเถอะ” เฒ่าปีศาจถอนหายใจ ทหารศพยังไล่ตามไม่หยุด ถึงจะอยากทำอย่างอื่นก็ยังทำไม่ได้
“สร้างความวุ่นวายในแดนสุสานอัมพรก็พอ!” จูชิงยิ้มเ้าเล่ห์
“เ้าจะทำอะไร?” เฒ่าปีศาจฉงนสงสัย เดิมทีเขาเป็ผู้อยู่เหนือฟ้าไม่กลัวใครหน้าไหน หลังจากที่คาดเดาได้ว่าจูชิงกำลังจะทำอะไร เขาก็เกิดตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้
“มีผู้เยี่ยมยุทธ์มากมายถูกฝังอยู่ที่นี่ ใช้พลังของพวกเขาเสียก็สิ้นเื่!” แก่นปราณหยดหนึ่งปรากฏในมือจูชิง
“ครืนน!” แก่นปราณะเิในมือของจูชิง พลังฟ้าดินอันน่าพรั่งพรึงแผ่ซ่านทั่วทุกหนแห่ง
“หวืดดด!”
“โฮกกกก!”
ทันใดนั้นแดนสุสานอัมพรพลันคลุ้มคลั่ง พลังฟ้าดินที่อยู่ในแก่นปราณแข็งแกร่งยิ่งกว่าปราณบริสุทธิ์หลายพันเท่า สำหรับจอมยุทธ์ในแดนสุสานอัมพรแล้วนั้น มันคือยาบำรุงกำลังที่ยอดเยี่ยมที่สุด!
“ฟืดด!” จอมยุทธ์คนหนึ่งโผล่ออกมาจากพื้นดิน อ้าปากกลืนกินพลังปราณฟ้าดินจำนวนมหาศาลเข้าไปในร่างกาย
“ตู้มมม!” แสงดาบทะลวงผ่าน จากนั้นจอมยุทธ์ผู้นั้นก็ถูกฟันตัวขาดเป็สองท่อน ปราณพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ที่เพิ่งกลืนลงไปหลั่งไหลออกมาอีกครั้งก่อนที่จอมยุทธ์ถือดาบยาวจะ่ชิงมันไป
“ดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิง!” จูชิงตะลึง
“ดาบจักรพรรดิ ได้โปรดช่วยข้าด้วย แล้วข้าจะให้แก่นปราณอีกหยดกับท่าน!” จูชิงะโ
ดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิงตาเป็ประกาย “ตกลง!”
เนี่ยฉางเฟิงกวัดแกว่งดาบ ปราณดาบพุ่งปราดรวดเร็วดั่งอัสนี แทบผ่าแดนสุสานอัมพรขาดครึ่ง!
“สมกับที่เป็ดาบจักรพรรดิ!” ครั้นเห็นทหารศพนับสิบที่ไล่ตามหลังมากลายเป็ผุยผง จูชิงถึงถึงกับอุทานอย่างอดไม่ได้
ยุคดึกดำบรรพ์เป็ยุครุ่งเรืองของการบำเพ็ญเพียร ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็ดาบจักรพรรดิมีเพียงเนี่ยฉางเฟิงเท่านั้น แม้ว่าจะหลับใหลอยู่ในแดนสุสานอัมพรมานาน หากแต่พลังกลับไม่ได้ลดด้อยถอยลงแต่อย่างใด ในทางกลับกันกลับแข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำ บางทีเขาอาจเป็หนึ่งในแสนที่อาจกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง
“ปราณดาบแข็งแกร่งมาก คิดไม่ถึงเลยว่าแดนสุสานอัมพรนี้จะมีคนเช่นนี้อยู่ด้วย ถ้าได้ขัดเกลาเป็ทหารศพ มูลค่าย่อมสูงล้ำเกินกว่าจะประเมิน!” มู่หรงกุ่ยซานหัวเราะ เขารู้แล้วว่าครั้งนี้มาไม่เสียเที่ยว
