แต่สำหรับหลี่เหว่ยภาพที่เห็นมันช่างอีโรติกอย่างเหลือเชื่อ เขาจ้องมองริมฝีปากของนางที่ตอนนี้เคลือบไปด้วยน้ำมันจากไก่จนวาววับราวกับทาลิปกลอสราคาแพง จ้องมองลิ้นเล็กๆ สีชมพูที่แลบออกมาเลียริมฝีปากยามที่น้ำซอสเปรอะเปื้อน จ้องมองลำคอระหงที่ขยับขึ้นลงยามนางกลืนกินอาหารลงสู่กระเพาะ
เสียงเคี้ยวเสียงกลืนเสียงสูดปากเพราะความร้อนของอาหาร ทุกเสียงมันกระตุ้นจินตนาการด้านมืดของเขาให้เตลิดเปิดเปิง
นางกำลังกินไก่หรือกำลังกินข้ากันแน่?
หลี่เหว่ยรู้สึกว่าคอแห้งผาก เขาเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้นางโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องไปที่นิ้วมือของนางที่เปื้อนคราบซอสสีน้ำตาลทอง มันดูสกปรกแต่ในขณะเดียวกันก็น่าดูดกลืนให้สะอาด
แอนรู้ตัวว่าถูกจ้อง สัญชาตญาณนักแสดงของเธอบอกว่าผู้ชมกำลังอินจัด เธอจึงตัดสินใจเพิ่มดีกรีความร้อนแรงลงไปอีกนิด
เธอหยิบชิ้นส่วนปีกไก่ขึ้นมา แทนที่จะฉีกกินง่ายๆ เธอค่อยๆ ใช้ฟันหน้าแทะเล็มหนังไก่อย่างเชื่องช้า สายตาช้อนมองขึ้นสบตากับหลี่เหว่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ แสร้งทำเป็เขินอายแต่ปากยังคงดูดดึงกระดูกไก่ชิ้นนั้น
เสียงจ๊วบเบาๆ จากการดูดน้ำซอสที่กระดูก ดังสะท้อนก้องในความเงียบของห้อง
หลี่เหว่ยกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อตัวเอง ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผา เขาอยากจะเป็กระดูกไก่ชิ้นนั้น อยากจะถูกนางกัดกิน อยากจะถูกลิ้นเล็กๆ นั่นไล้เลีย
แอนกินไก่จนอิ่มแปล้ แต่การแสดงยังไม่จบฉากฟินาเล่ต้องมา เธอมองดูนิ้วมือตัวเองที่เลอะเทอะไปด้วยซอสไก่อบ แทนที่จะเช็ดกับผ้าเช็ดมือ แอนแกล้งทำเป็เผลอ
เธอค่อยๆ ยกนิ้วชี้ข้างขวาที่มีน้ำซอสหยดเยิ้มขึ้นมาที่ระดับสายตา แล้วแลบลิ้นสีชมพูสดออกมาแตะที่ปลายนิ้ว ไล่เลียเอาน้ำซอสเข้าปากช้าๆ ช้าๆ และเย้ายวน
ดวงตากลมโตปรือปรอยมองดูนิ้วตัวเองราวกับกำลังลิ้มรสสิ่งที่วิเศษที่สุด
ยามนั้นเองเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของท่านอ๋องพยัคฆ์เหมันต์ขาดผึง
หลี่เหว่ยพุ่งตัวเข้ามาประชิดตัวนางด้วยความรวดเร็วดุจลมพายุ เขาคว้าข้อมือเล็กของแอนไว้แน่น กระชากมือนางออกจากปาก ก่อนที่นางจะทันได้ดูดนิ้วตัวเองต่อ
“ว้าย ท่านอ๋อง!” แอนร้องเสียงหลง ใที่จู่ๆ เขาก็พุ่งเข้ามา
“พอได้แล้ว!”
หลี่เหว่ยคำรามเสียงต่ำที่สั่นพร่ายิ่งกว่าเดิม เขาจ้องหน้านางในระยะประชิด ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดแก้มใส กลิ่นกายบุรุษเพศที่หอมกรุ่นผสมกับกลิ่นไก่อบทำให้แอนมึนงง
“เ้าจงใจยั่วข้ารึ?” เขาถามเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีนิลลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ปิดไม่มิด
“การกินของเ้ามันช่างไร้ยางอายสิ้นดี!”
ปากพูดว่าไร้ยางอาย แต่มือหนากลับหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดของตัวเองขึ้นมา แล้วบรรจงเช็ดนิ้วมือให้นาง
การกระทำของเขารุนแรง เขาถูนิ้วนางแรงๆ ราวกับจะขัดคราบสกปรกออก แต่ในความรุนแรงนั้นกลับแฝงความทะนุถนอมอย่างประหลาด นิ้วหยาบกร้านของนักรบสอดประสานเข้ากับนิ้วเรียวนุ่มนิ่ม เช็ดไปตามซอกนิ้ว ปลายนิ้วและฝ่ามือ
แอนนั่งตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอไม่เคยเห็นผู้ชายที่ดูน่ากลัวขนาดนี้ แต่กลับทำเื่เล็กน้อยอย่างเช็ดมือให้ผู้หญิง
“ทะท่านอ๋องเจ็บ” แอนประท้วงเสียงเบา
หลี่เหว่ยหยุดมือ เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง หน้าผากกว้างของเขาเกือบจะชนกับหน้าผากมนของนาง ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมาจากดวงตามาหยุดที่ริมฝีปากอิ่มของแอน ที่ยังมีคราบมันวาวของน้ำมันไก่เคลือบอยู่ และมีเศษซอสเล็กๆ ติดอยู่ที่มุมปาก
สมองส่วนเหตุผลสั่งให้เขาถอย แต่สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขาชิม
นิ้วหัวแม่มือแกร่งของหลี่เหว่ยยกขึ้นมาปาดเช็ดคราบซอสที่มุมปากของแอนออกอย่างแ่เบา ััหยาบของนิ้วโป้งเสียดสีกับริมฝีปากนุ่มนิ่ม ทำให้แอนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“สกปรก” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า แต่นิ้วโป้งนั้นกลับไม่ยอดผละออก มันคลึงที่กลีบปากล่างของนาง บดคลึงราวกับจะบังคับให้เผยอออก
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดทางเพศ แอนตัวอ่อนระทวย เธอมองเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา มันไม่ใช่แววตาของเพชฌฆาตอีกแล้ว แต่มันคือแววตาของผู้ชายที่กำลังจะจูบผู้หญิง
หน้าของหลี่เหว่ยค่อยๆ โน้มต่ำลงมาต่ำลงมา
แอนหลับตาพริ้ม รอรับััที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
เอิ๊ก!
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดและโรแมนติก ไม่ใช่เสียงจูบไม่ใช่เสียงลม แต่มันคือเสียงสะอึกอันดังสนั่นลั่นทุ่งที่ออกมาจากปากของนางเอกสาว
หลี่เหว่ยชะงักกึก หน้าของเขาหยุดห่างจากปากนางแค่ครึ่งเิเ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความงุนงง
แอนลืมตาโพลง รีบเอามือปิดปาก หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าลูกตำลึงสุก
“อุ๊ยขอเอิ๊กโทษ”
ความอิ่มจัดบวกกับความใ ทำให้ลมในกระเพาะดันตัวออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอึกดังต่อเนื่อง เอิ๊กเอิ๊ก ทำลายบรรยากาศอีโรติกเมื่อครู่จนพังพินาศยับเยิน
หลี่เหว่ยผละตัวออกห่างนาง มองดูหญิงสาวที่นั่งปิดปากตาโต สะอึกตัวโยนจนไหล่สั่นไหว
ความเงียบเข้าครอบงำอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากหยักลึกของท่านอ๋องหนุ่มจะค่อยๆ ยกขึ้นยกขึ้น
“หึ”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังออกมาจากลำคอแกร่ง เป็เสียงหัวเราะที่แท้จริง ไม่ใช่เสียงเย้ยหยัน มันเป็เสียงหัวเราะของความขบขันและเอ็นดู
“เ้ามันสตรีวิปลาส”
หลี่เหว่ยส่ายหน้า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มักจะบึ้งตึงอยู่เสมอ รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์และหล่อเหลาขึ้นอีกเป็กอง จนแอนเผลอมองตาค้าง
เขาเอื้อมมือไปหยิบถ้วยน้ำชา ส่งให้นาง
“ดื่มซะเดี๋ยวจะขาดใจตายไปเสียก่อน”
แอนรับถ้วยชามาดื่มแก้อาย มือไม้สั่นจนน้ำชาหก
หลี่เหว่ยยืนมองนางดื่มน้ำ แววตาที่เคยก้าวร้าวหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้และความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ
สตรีผู้นี้นอกจากจะงดงาม ยั่วยวนและเ้าเล่ห์แล้ว นางยังมีความโก๊ะที่เป็ธรรมชาติจนน่าประหลาด และนั่นอาจจะเป็อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของนาง ที่จะใช้ทลายกำแพงน้ำแข็งในหัวใจของเขาโดยไม่รู้ตัว
“กินเสร็จแล้วก็พักผ่อนซะ” หลี่เหว่ยพูดเสียงนุ่มลงกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป แต่ก่อนจะพ้นประตู เขาหันกลับมามองนางอีกครั้ง
“แล้วก็อย่ากินมูมมามเช่นนั้นอีก ข้าี้เีเช็ดปากให้”
ประตูห้องปิดลง พร้อมกับเสียงล็อกแม่กุญแจ แอนนั่งมองประตูบานนั้น เอามือทาบอกที่หัวใจเต้นแรงไม่หยุด
“เมื่อกี้เขายิ้ม ยัยแอนเอ๊ยเกือบจะสวยแล้วเชียว ดันมาสะอึกตอนไคลแมกซ์”
แอนบอกกับตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าว เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียง กลิ้งไปมาด้วยความอายปนขำ แต่สิ่งหนึ่งที่แอนมั่นใจได้ในตอนนี้คือท่านอ๋องไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเกมรักเกมนี้ดูเหมือนเธอจะเริ่มทำคะแนนนำไปแล้วหนึ่งแต้ม
