ชีพมนุษย์ที่อ่อนแอดวงนั้นถูกหล่อเลี้ยงด้วยโลหิต ในเวลาเดียวกัน หลงเหยียนส่งพลังปราณอันน้อยนิดไปถึงชีพมนุษย์ นี่เป็ครั้งแรกที่ััได้ถึงการผสานกันของพลังปราณจึงแข็งแรงมากขึ้น
ิญญายุทธ์ที่แข็งแกร่ง เวลานี้คล้ายเข้าสู่ชีพมนุษย์แล้ว เมื่อชีพมนุษย์มีชีวิต นี่ก็คือสัญลักษณ์ของชีวิตที่สองของหลงเหยียน
การก่อตัวเข้าสู่ระดับชีพมนุษย์คือ่เวลาที่หลงเหยียนผ่านพ้นยากที่สุด อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็เพียงพื้นฐานการหลอมกายเท่านั้น คนที่มีพลังระดับสูง หรือแม้กระทั่งเวลาที่ร่างกายเขาดับสูญ ก็สามารถนำต้นกำเนิดชีพมนุษย์นี้ไปดำรงต่อกับร่างกายที่อยู่ใกล้เคียงได้ เมื่อเวลาผ่านไปนาน ผู้แข็งแกร่งส่วนมากย่อมฟื้นคืนชีพได้โดยอาศัยเพียงชีพมนุษย์เท่านั้น
จึงเป็เหตุผลว่าทำไมชีพมนุษย์ถึง้าิญญายุทธ์มาสร้างสมดุล การจะผนึกชีพมนุษย์ สามสิ่งที่้าก็คือ ิญญายุทธ์ พลังปราณ และโลหิต ทั้งสามอย่างนี้จะขาดไปไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว
ชีพมนุษย์ของหลงเหยียนต่างจากคนอื่น เพราะเริ่มแรกชีพมนุษย์ที่พวกเขาผนึกได้จะเป็สีขาวแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดง
เพราะพลังจิตหลงเหยียนแข็งแกร่งมาก เขาสามารถััได้ถึงการมีตัวตนของชีพมนุษย์ และกำลังตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ได้ เมื่อหลงเหยียนมีพลังระดับชีพมนุษย์ เขาก็สังเกตเห็นว่าเหมือนมีัตัวหนึ่งกำลังแหวกว่ายอยู่บนชีพมนุษย์ของหลงเหยียน
ความยิ่งใหญ่ของิญญาัเหนือชั้นอย่างที่คิดจริงๆ ผู้อื่นไม่สามารถเทียบได้ นี่คือชีพมนุษย์ของหลงเหยียน นับแต่นี้เป็ต้นไป ในที่สุดหลงเหยียนก็ผนึกชีพมนุษย์สำเร็จแล้ว
เมื่อชีพมนุษย์ผนึกอย่างรวดเร็ว กลายเป็ความยิ่งใหญ่ที่เพิ่มขึ้น หลงเหยียนเริ่มถ่ายพลังปราณมหาศาลเข้าไปเติมเต็มมันอย่างรวดเร็ว จากลักษณะที่ดูหิวกระหาย เวลานี้กลับเต็มเปี่ยมและพอใจ
จนถึงตอนนี้ ในที่สุดหลงเหยียนก็ตระหนักได้แล้วว่าตอนนี้เขากลายเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์เป็ที่เรียบร้อย
เมื่อมีพลังถึงระดับชีพมนุษย์ อวัยวะภายในร่างกายที่แตกสลายเริ่มฟื้นฟูอีกครั้ง เมื่อชีพมนุษย์ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว หลงเหยียนก็เริ่มรู้สึกสบายตัว จากเดิมที่ทุกข์ทรมาน ในที่สุดตอนนี้เขาก็พรูลมหายใจเฮือกใหญ่
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม หลงเหยียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง รังสีอันเร่าร้อนที่กระจายออกจากตัว พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง รังสีที่ยิ่งใหญ่ทำให้สิงโตน้อยที่อยู่ข้างๆ ยอมศิโรราบ
หลงเหยียนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พละกำลังเพิ่มขึ้นจากวันก่อนยี่สิบเท่า วันนี้เขาเลื่อนพลังขึ้นไปถึงระดับชีพัขั้นที่เก้าสำเร็จ และยังผนึกจิตกลายเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์สำเร็จอีกด้วย
นาทีนี้ รังสีบนตัวเขา ลำแสงสีทองที่เต็มเปี่ยมแววตาเขา เมื่อมองไปแล้วทำให้เขาเปลี่ยนไปจากเดิมราวกับหน้ามือเป็หลังมือ ความฮึกเหิมเพิ่มมากขึ้น รังสีสังหารเต็มเปี่ยม
ในที่สุด ใบหน้าหลงเหยียนเปลี่ยนไป ดูน่าเกรงขาม ไม่ใช่คนหน้าอ่อนเหมือนตอนแรกแล้ว คล้ายภายในเสี้ยววินาที หลงเหยียนก็โตเต็มที่แล้วอย่างไรอย่างนั้น กลิ่นอายของความเป็ชายหนุ่มรุนแรงมากขึ้น
เกรงว่าหลงเหยียนในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็ด้านรังสี รูปลักษณ์ภายนอก หรือส่วนอื่นๆ เขาล้วนไม่แพ้ให้กับราชสีห์หิรัณย์เลย เชื่อว่าเมื่อหญิงสาวพบต้องอ่อนระทวย
หลงเหยียนลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่น สายตาเฉียบคม
“ก้าวเข้าสู่ระดับชีพมนุษย์ รวมกับกายธาตุพลัง พลังโลหิตของข้า และยังมีิญญายุทธ์กับพลังิญญาที่แข็งแกร่งเป็ต้นกำเนิด ทำให้พละกำลังของข้าเพิ่มขึ้นไม่น้อย ชีพมนุษย์เริ่มแรก เกรงว่าเมื่อรวมกับความสามารถด้านอื่น การจะล้มลั่วซาง…”
เมื่อนึกถึงลั่วซาง เขาก็อยากสังหารเ้าหมอนั่นทันที หลงเหยียนยิ้มที่มุมปาก แววตาแลดูเร่าร้อน
“ข้าเชื่อว่าครั้งนี้ข้าจะสร้างความประหลาดใจให้พวกเขาไม่น้อย ตัวข้าอยากฆ่ามันให้ตายเสียั้แ่ตอนนี้ ออกเดินทางสู่หุบเขาชูหยุน หึหึ!”
หลงเหยียนแค่นเสียง รังสีสังหารในแววตาถูกเขาซ่อนเอาไว้ มีตัวช่วยที่หลากหลาย หลงเหยียนเชื่อว่าการเข้าสู่ระดับชีพมนุษย์จะทำให้เขาสามารถสังหารลั่วซางได้สำเร็จ
สิงโตน้อยขยับร่างกายด้วยความระมัดระวัง เหมือนว่ามันผ่านบรรยากาศอันตื่นเต้นมาแล้ว เมื่อเห็นหลงเหยียนมีพลังระดับชีพมนุษย์ เขาก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง ที่ผ่านมาเขานึกว่าตัวเองคือผู้มีพร์ในตระกูล จนกระทั่งได้เจอหลงเหยียน เขาถึงรู้สึกนับถือหลงเหยียนจากใจ
โชคยังดี ดูเหมือนชายหนุ่มตรงหน้ากับสหายที่เขาต้องร่วมชะตาในตอนนี้ จะตั้งตัวเป็ศัตรูไม่ได้ แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
“พี่เหยียน ท่านล้ำเลิศจริงๆ กระทั่งข้าที่เกิดมาเป็สัตว์เทพยังต้องนับถือเลยด้วยซ้ำ”
หลงเหยียนมองสิงโตน้อยแล้วกำหมัดแน่น “สิงโตน้อย ไม่รู้ว่าพละกำลังของชีพมนุษย์แกร่งมากแค่ไหน ถ้าอย่างนั้น เ้ามาลองดูหน่อยไหม”
หลงเหยียนมองเขา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพิศวงอีกครั้ง
“อะไรนะ? อยากเอาตัวข้าไปเป็คู่ซ้อมอย่างนั้นหรือ?” สิงโตน้อยไม่ได้โง่ เดิมทีเขาก็เป็ราชสีห์หิรัณย์อยู่แล้ว เขาต่างหากที่เป็าาอสูรแห่งการต่อสู้ ก่อนชกตรงไปที่หลงเหยียน
หลงเหยียนร่างกะพริบอย่างรวดเร็ว
“เ้าสิงโตน้อย ไม่เพียงแค่ไม่กลัว กลับกัน เ้ายังออกไปไหนโดยพลการ!” จากนั้นหนึ่งคนหนึ่งสิงโตก็เริ่มสู้กันอีกครั้ง พวกเขาไม่ใช้พลังปราณ อาศัยความว่องไวและพลังในการรับมือเท่านั้น
หลังสู้กันได้ครู่หนึ่ง ในที่สุดหลงเหยียนก็นั่งพักด้วยความเหนื่อย หันไปมองสิงโตน้อยข้างๆ ั์ตาสีดำคู่นั้นทำให้เขาเห็นแล้วรู้สึกผิดเล็กน้อย
ขณะที่กำลังจะพูดปลอบใจสิงโตน้อย เขาเห็นแววตาที่เกลียดชังจากมัน เห็นเช่นนั้นหลงเหยียนก็หัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็สีหน้าเปลี่ยน พลันเก็บรอยยิ้มทันใด
“สิงโตน้อย เข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุน มีคนมา”
ิญญายุทธ์ที่มาจากร่างกายเขานั้นสามารถััได้ถึงการมาของเ้าเมืองหยุน ลั่วซาง และซือถูหม่าแล้ว
ลั่วซางไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินมาเตะประตูห้องหลงเหยียนเปิดออกทันที…
เมื่อเห็นหน้าหลงเหยียน เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้ ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเขา ถึงอย่างไรก็ยังไม่รู้ว่าอะไรที่ต่างไปจากเดิม
“ไอ้หนุ่ม นี่เ้าอยู่ห้องนี้มาโดยตลอดหรือ?”
หลงเหยียนมีพลังระดับชีพมนุษย์แล้ว ทว่าเพราะซือถูหม่าอยู่ด้วย เขาจึงต้องถ่อมตัวเสียหน่อย เดินเข้าไปหาลั่วซางอย่างผ่อนคลาย
“ตัวแทนลั่ว ท่านบุกรุกเข้ามาในห้องข้ากะทันหัน ดูไร้มารยาทไปหน่อยหรือไม่ ท่านดูสิ ถีบประตูบ้านเขาเสียแล้ว หรือพวกเ้ามาเพราะอยากทำลายข้าวของ”
เมื่อหลงเหยียนพูดเช่นนั้น ลั่วซางก็ะเิโทสะออกมาทันที
“ไอ้หนุ่ม เ้าว่าอะไรนะ? กล้าพูดแบบนี้กับข้าหรือ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าครั้งก่อนตายในมือข้าอย่างไร!”
เมื่อพูดถึงเื่ครั้งก่อน หลงเหยียนก็กำหมัดแน่น
เวลานี้เอง เ้าเมืองหยุนเดินมาถามด้วยเสียงเคร่มขรึม “ชายหนุ่ม เมื่อครู่เ้าเป็คนทำลายหินสีเขียวที่บ่อน้ำของข้าหรือ”
“หินสีเขียวอะไรกัน? ข้าไม่รู้!” หลงเหยียนตอบกลับสั้นๆ แล้วมองพวกเขา “ที่แท้พวกท่านก็มาเพื่อตำหนิข้าเื่นี้นี่เอง ข้าก็นึกว่าจะเรียกไปกินข้าวเสียอีก เสียใจจริงๆ น่าปวดใจ”
หลงเหยียนแทบร้องไห้ออกมา ทว่ากลับนึกในใจ ‘หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ที่เ้ามอบศพระดับมายาให้ จึงไม่อยากใส่ใจ’
เ้าเมืองหยุนพูดกับเขา “เฮ้อ ในเมื่อไม่ใช่เ้า เช่นนั้นข้าคิดว่าตระกูลหยุนของข้าคงต้องล้มแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าปากบ่อซ่อนพลังความลับอะไรอยู่ มันกลืนยอดฝีมือไปนักต่อนักแล้ว จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อน ยอดฝีมือท่านหนึ่งจึงมาผนึกพลังนั้นเอาไว้ที่นี่”
“เกรงว่าพลังที่ลึกลับนั่นต้องดูดกลืนอีกครั้งแน่…”
หลงเหยียนเดินไปข้างกายเ้าเมืองหยุน ไม่แม้แต่จะมองลั่วซางเลยด้วยซ้ำ “เ้าเมืองหยุน หรือว่าเสียงที่ดังลั่นเมื่อครู่กับแรงสั่นะเืจะเกี่ยวข้องกับบ่อน้ำ?”
หลงเหยียนแสร้งทำท่าทีเหมือนไม่รู้เื่ แล้วเ้าเมืองหยุนก็พยักหน้า
เวลานี้ซือถูหม่าจับลั่วซางไว้แล้วเดินขึ้นหน้ามามองหลงเหยีนน
“ทุกคนไม่ต้องเถียงกันแล้ว ในเมื่อพวกเราสืบร่องรอยอะไรไม่ได้ ตอนนี้ก็ยามเว่ย[1]แล้ว พวกเราควรออกเดินทาง”
เห็นท่าทีที่ไม่กลัวตายของหลงเหยียน หมัดของลั่วซางค่อยๆ คลายออกพลางหัวเราะในใจ
--------------------
[1] ยามเว่ย (未:wèi) คือ 13:00 - 14:59 น.
