เธอนึกขึ้นมาได้อย่างฉับพลันว่าสามารถนำผักกาดขาวพวกนี้ไปทำเป็ผักดองได้ ผักดองมีอายุการเก็บรักษานาน น่าจะขายง่ายกว่าเต้าหู้ที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น
ฮั่วเสี่ยวเหวินจำได้ว่าชาติก่อนตัวเองเคยทำผักดองอยู่บ่อยๆ ตอนมัธยมปลายมี่ที่ต้องกินข้าวเปล่า เป็สาเหตุให้ผักดองได้รับความนิยมเป็พิเศษ
ยังไม่ทันได้เริ่มทำฮั่วเสี่ยวเหวินก็จินตนาการถึงภาพที่ตัวเองขายผักดองแล้ว จากนั้นก็มีเงินทองไหลมาเทมา จางเจียิไม่ต้องไปทำงานที่โรงงานอิฐอีก
อื้ม ไว้หาเงินได้แล้วเธอจะสอนให้คุณป้าอู๋ทำด้วย สอนพี่รองแล้วก็…
ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกถึงทุกคนที่เคยดีต่อตัวเอง อยากให้ทุกคนร่ำรวยไปด้วยกัน
“เสี่ยวเหวิน?” เสียงร้องเรียกด้วยความดีใจดังขึ้นจากไกลๆ ช่วยดึงให้ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับสู่โลกความเป็จริง
“พี่รอง” ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบวิ่งไปหา ฮั่วเสี่ยวเจียดูจะผอมลงกว่าเมื่อก่อน เนื้อตัวมีแต่ดินโคลน
ชายคนหนึ่งตามมาด้านหลังฮั่วเสี่ยวเจีย เขามีรูปร่างผอมสูง ดูต่างกับฮั่วเสี่ยวเจียที่เหมือนขาดสารอาหารโดยสิ้นเชิง
ฮั่วเสี่ยวเหวินทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท “พี่เขยรอง”
ใบหน้าผอมซูบของฮั่วเสี่ยวเจียมีรอยยิ้มอันหาได้ยาก “เสี่ยวเหวิน ยากนักที่เธอจะมาเยี่ยมพี่รอง”
ฮั่วเสี่ยวเหวินชี้ไปที่ฮั่วเสี่ยวอี๋ที่อยู่ในสวนผัก “พี่ใหญ่ก็มาด้วยค่ะ”
มองไปตามทิศที่ฮั่วเสี่ยวเหวินชี้ไป หลิวหยางผู้เป็สามีของฮั่วเสี่ยวเจียพลันมีสีหน้าไม่พอใจทันที เขาใช้จอบกระแทกไหล่ของฮั่วเสี่ยวเจีย “สมแล้วที่เป็พวกบ้านฮั่ว”
ฮั่วเสี่ยวเจียเกือบล้ม แต่เธอไม่ได้พูดอะไร เธอเคยชินแล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองภาพนี้ด้วยความใ นี่คือผลจากการที่บ้านฮั่วขายลูกสาว ทั้งที่พี่รองแสนดีขนาดนี้แต่กลับไม่ได้รับการให้เกียรติจากสามี
แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินพูดอะไรไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรก็เป็เื่ภายในครอบครัวคนอื่น อีกทั้งเธอยังได้ยินพี่เขยรองพูดชัดเจนว่า ‘พวกบ้านฮั่ว’ บ่งบอกว่าเขาไม่ชอบคนบ้านฮั่วทั้งหมด
ฮั่วเสี่ยวเจียพูดว่า “กลับบ้านกันก่อน”
ตอนที่ทั้งสามคนเดินไปถึงหน้าบ้าน ฮั่วเสี่ยวอี๋ออกจากสวนผักแล้ว เธอจำฮั่วเสี่ยวเจียได้ทันที ะโด้วยความดีใจว่า “น้องรอง เธอยังจำพี่ได้หรือไม่?”
ฮั่วเสี่ยวเจียฝืนยิ้มให้ “พี่ใหญ่”
“นี่คงเป็น้องเขยรองสินะ” ฮั่วเสี่ยวอี๋ทักทายหลิวหยางอย่างเป็มิตรเหมือนไม่รู้จักอ่านบรรยากาศอย่างไรอย่างนั้น ซ้ำยังยกเื่สวนผักมาพูดเหมือนจะเอาผลงานเข้าตัว “หญ้าในสวนผักจะขึ้นถึงผักกาดขาวอยู่แล้ว พี่จึงช่วยถอนให้”
หลิวหยางคิดว่าฮั่วเสี่ยวอี๋จงใจยั่วโมโห เขาเดินหน้าบึ้งจากไป พูดทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องมายุ่งเื่ของบ้านผม”
“ความหวังดีไม่ถูกเห็นค่าโดยแท้” ฮั่วเสี่ยวอี๋พูดด้วยความเกรี้ยวกราด เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินกับฮั่วเสี่ยวเจียมองหน้ากันเลิ่กลั่กก็ยิ่งโมโห โวยวายว่าจะกลับเดี๋ยวนี้
ฮั่วเสี่ยวเจียต้องร้องขออยู่นานกว่าจะรั้งให้เธออยู่ต่อได้ พระอาทิตย์ใกล้ตกดินอยู่แล้วจะกลับไปได้อย่างไร?
ฮั่วเสี่ยวอี๋จึงเข้านอนด้วยความโมโห โวยวายว่าจะกลับทันทีที่ฟ้าสว่าง ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงต้องบอกลาเช่นกัน
“พี่รอง ไปเที่ยวเล่นที่บ้านฉันสักสองวันเถอะ”
คำเชิญของฮั่วเสี่ยวเหวินดูเปล่าประโยชน์ ฮั่วเสี่ยวเจียได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ตอบแบบขอไปทีว่าถ้ามีเวลาจะไปหา
จังหวะนี้เองฮั่วเสี่ยวอี๋เพิ่งนึกถึงเื่บ้านฮั่วขึ้นมาได้ “น้องรอง เธอมาด้วยกันดีกว่า เธอได้ส่วนแบ่งสมบัติบ้านฮั่วเช่นกัน จะปล่อยให้ใครบางคนคว้าไปครองแต่เพียงผู้เดียวไม่ได้เด็ดขาด”
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ว่าพี่ใหญ่หมายถึงอะไร บ้านที่ถูกไฟไหม้หลังนั้นมีอะไรให้น่าแบ่งกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังถากถางเธอว่าจะยึดสมบัติบ้านฮั่วมาครองแต่เพียงผู้เดียวด้วย
หรือหล่อนจะหมายถึงที่ดินรกร้างไม่กี่ไร่นั่น? อ้อ แล้วก็มีต้นไม้ไม่กี่ต้นบนูเาด้วย
เมื่อได้ยินว่ามีการแบ่งสมบัติหลิวหยางจึงเดินเข้ามาเหมือนเป็คนละคน เขายิ้มพลางว่าต้องไปบ้านน้องสาวให้ได้
ทุกคนจึงเดินทางกลับสู่บ้านของฮั่วเสี่ยวเหวินอย่างคึกคัก แต่ในฐานะเ้าบ้านฮั่วเสี่ยวเหวินกลับดีใจไม่ออก เธอถามตัวเองซ้ำไปมา ‘คิดถูกแล้วหรือที่ไปหาพี่รอง?’
ลูกของพี่รองทั้งกลุ่มหายกลัวเมื่อมาถึงบ้านฮั่วเสี่ยวเหวิน พวกเขาหยิบของกินตามใจชอบประหนึ่งโจร
ฮั่วเสี่ยวอี๋เกือบลืมเื่ที่จะไปเยี่ยมฮั่วต้าซานกับยายแก่ฮั่วแล้วแต่กลับจำเื่แบ่งสมบัติได้ขึ้นใจ เธอจึงพาเ้าหน้าที่ไปทำเื่แบ่งที่ดินภายในวันนี้
เห็นท่าทีตื่นเต้นดีใจของพวกเธอ ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้ตามไปด้วยถือว่ายกให้พวกเธอไปเลย
เธอไปขอผักกาดขาวสองสามหัวจากภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วไปลงมือทำผักดองด้วยความตั้งใจ
เวลาทำผักดองต้องเลือกวันที่สภาพอากาศเหมาะสม ตากแดดให้ครบหนึ่งวันเพื่อไล่น้ำให้แห้งได้ยิ่งดี
จากนั้นทำความสะอาดผักกาดขาว หั่นเป็ชิ้นๆ และนำไปขยี้กับเกลือ สุดท้ายคือใส่ลงในโถที่ปิดมิดชิด
ฮั่วเสี่ยวเหวินค่อยๆ ทำออกมาทีละชุด ไม่รู้สึกว่าฝีมือตกเลยแม้แต่น้อย เมื่อก่อนเธอคงจะสั่งสมประสบการณ์มามากพอ
ขณะที่จะไปหาซื้อโถกระเบื้องจำนวนหนึ่งจากในอำเภอ ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดความคิดที่จะทำเต้าหู้ราด้วย แต่แน่นอนว่าต้องให้ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านช่วยสอนก่อน
ในเมื่อมีเต้าหู้ราก็สามารถนำไปทำเป็เต้าหู้ทอดได้ซึ่งขายได้ราคาดีกว่าเต้าหู้ธรรมดา
เงินทองช่างเป็ของที่มีประโยชน์ยิ่งนัก ฮั่วเสี่ยวเหวินไปซื้อผักกาดขาวจากชาวบ้านคนอื่นหลายครั้ง ส่งผลให้เสียงตำหนิถึง ‘ความรักที่ไม่เหมาะสม’ ของเธอกับจางเจียิน้อยลงไปด้วย
เพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้นฮั่วเสี่ยวเหวินเลยส่งเต้าหู้ของตัวเองไปฝากขายที่ร้านของอู๋ซิ่ว ให้อู๋ซิ่วช่วยขายในหมู่บ้านให้
ส่วนตัวเธอเองขนเต้าหู้ไปขายในตำบล ขายมาหลายวันได้เงินมาไม่น้อยเลย
สรรพสิ่งยากที่การเริ่มต้นเสมอ แต่การทำผักดองของฮั่วเสี่ยวเหวินกลับราบรื่นเป็พิเศษ หลังจากขายได้เงินมาแล้วก็นำไปซื้อผักกาดขาวมาทำต่อ
เมื่อมองไปที่โถทรงกลมหลายใบภายในบ้าน ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งเคยมีความรู้สึกของเ้าแม่เป็ครั้งแรก
การขายเต้าหู้เป็ที่รู้จักไม่มากนัก แต่การขายผักดองกลับเป็ที่รู้จัก มีคนมาถามทุกวันว่า “เสี่ยวเหวิน วันนี้เอาผักกาดขาวอีกไหม?” ทำเอาฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดการตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข เพียงแค่มีคนในหมู่บ้านเดินผ่านหน้าบ้าน เธอก็จะคิดว่าคนคนนั้นมาขายผักกาดขาวหมดทุกคน
เมื่อกลับมาถึงบ้านในเย็นวันนั้น ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นอู๋ซิ่วมานั่งยองรออยู่หน้าบ้าน ฮั่วเสี่ยวเหวินคิดทันทีว่าเธอจะรับซื้อผักกาดขาวของอีกฝ่ายอยู่แล้ว เพราะอู๋ซิ่วเคยช่วยเธอไว้ไม่น้อย
“เสี่ยวเหวิน เธอกลับมาแล้ว” อู๋ซิ่วเดินเข้ามาช่วย ทั้งสองช่วยกันย้ายโถผักดองกลับเข้าไปในบ้าน
ฮั่วเสี่ยวเหวินหลุดปากว่า “คุณป้าอู๋ ฉันยินดีรับซื้อผักกาดขาวของคุณป้าค่ะ”
“หา ผักกาดขาวอะไร? ป้าไม่ได้ปลูกผักกาดขาวนะ” อู๋ซิ่วไม่เข้าใจ แต่ในเมื่อเปิดประเด็นเื่นี้ เธอเลยไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อมอีก บอกจุดประสงค์ของการมาในวันนี้ “วันนี้ป้ามาเพราะมีเื่อยากปรึกษา ป้าอยากทำเต้าหู้รากับเต้าหู้ทอดไปขายที่ร้านขายของชำเช่นกัน”
ที่แท้ก็เื่นี้ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้าอย่างใจกว้าง “นี่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของฉันเพียงคนเดียวสักหน่อยค่ะ คุณป้าอู๋ไม่ต้องสนใจฉัน ลงมือทำได้เลยค่ะ”
แต่อู๋ซิ่วรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยอยู่ดี ถึงอย่างไรก็เป็การแย่งลูกค้ากัน ข้าวต้มน้อยแต่มีพระมาก[1] ต่อไปเต้าหู้ของฮั่วเสี่ยวเหวินคงขายในหมู่บ้านได้ยากขึ้น
หล่อนไม่รู้เลยว่าฮั่วเสี่ยวเหวินคาดการณ์ถึงวันนี้ไว้ก่อนแล้ว เห็นเธอหาเงินได้จากการขายเต้าหู้ คนในหมู่บ้านย่อมอยากทำตามแน่นอน ด้วยเหตุนี้เธอจึงหาตลาดแห่งอื่นไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่หลังจากนี้คงต้องเดินทางไปขายในตำบลทุกวัน ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกแบกรับไม่ไหวเล็กน้อย
เื่ราวเป็อันตกลงตามนี้ รอให้อู๋ซิ่วทำเต้าหู้ราออกมาขาย ฮั่วเสี่ยวเหวินค่อยไปขนโถกลับคืนมาจากร้านเธอ ข้อดีอย่างเดียวคืออู๋ซิ่วตอบตกลงว่าจะช่วยเธอขายผักดอง
เชิงอรรถ
[1] ข้าวต้มน้อยแต่มีพระมาก(粥多僧少) เปรียบเทียบถึงการมีคนมาก สิ่งของน้อยไม่พอแบ่ง
