ณ โรงพยาบาล M พรีเมียม
แสงที่ส่องเข้ามายังดวงตาที่เพิ่งเปิดลืม อาการพร่ามัวของดวงตาและความเ็ปแปล๊บตรงบริเวณหัวที่พลันเกิดขึ้นทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหลุดร้องออกมา
“อ่ะ...ซี๊ดดดดด ~~”
เสียงร้องหลุดปากออกมาหลังจากรู้สึกเจ็บบริเวณหัวที่ถูกพันผ้าเอาไว้ ก่อนที่เสียงของแม่บ้านหรือพี่นิดจะเอ่ยเรียกฉันด้วยน้ำเสียงดีใจหลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมา
“คุณลูกจัน...ดีจังเลยค่ะที่คุณลูกจันตื่นมาได้สักทีพี่เป็ห่วงจะแย่อยู่แล้ว”
“พะ...พี่นิด เกิดอะไรขึ้นกับลูกจันหรอคะ”
“คุณลูกจันสลบไปค่ะ หลังจาก...เอ่อ...หลังจากที่คุณลูกจันไปบ้านของคุณอาทิตย์ ส่วนที่คุณลูกจันมานอนที่นี่ได้ก็เพราะทางบ้านคุณอาทิตย์ให้คนมาส่งคุณลูกจันมาที่โรงพยาบาลนี้เองค่ะ”
พี่นิดอธิบายถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันสลบไป และก่อนที่เื่ราวทั้งหลายจะฉายเข้ามาในโสตประสาทฉันอีกครั้ง จนสิ่งสำคัญที่ฉันพอจะนึกออกก็คือเื่พ่อกับแม่ของตัวเอง
“พี่นิด คุณพ่อกับคุณแม่ล่ะคะ”
ฉันกุลีกุจอลุกขึ้นนั่งเอ่ยถามแม่บ้านหลังจากที่นึกถึงเื่ของพ่อกับแม่ตัวเองออก
“ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะคุณลูกจัน คุณท่านก็อยู่โรงพยาบาลนี้เหมือนกันค่ะ อยู่ห้องข้าง ๆ นี่เองค่ะ ส่วนคุณผู้หญิง...เอ่อ...ทางโรงพยาบาลให้มาแจ้งกับคุณลูกจันว่าทางโรงพยาบาลมีส่วนงานที่รับทำพิธีทางศาสนาให้และสามารถจัดการในห้องพิธีการของทางโรงพยาบาลได้เลย เพียงแต่รอให้คุณลูกจันไปเซ็นอนุญาตเท่านั้นค่ะ”
พี่นิดอธิบายเพิ่มเติมพร้อมกับบอกขอเสนอจากทางโรงพยาบาลเพื่อให้ฉันได้ตัดสินใจ และด้วยความสะดวกสบายที่ฉันคิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไรถ้าจะจัดการเื่แม่ของฉันในยามนี้ฉันจึงได้ตกลงตามที่ทางโรงพยาบาลเสนอ
“บอกทางโรงพยาบาลให้จัดการได้เลยค่ะ”
ฉันบอกพี่นิด ก่อนที่พี่นิดจะขอตัวไปดำเนินเื่ต่อไป…
จากนั้นฉันก็ลากเสาน้ำเกลือเดินไปยังห้องด้านข้างที่มีร่างของผู้เป็บิดานอนอยู่
แกร๊ก ~~
และทันทีที่ฉันเห็นภาพคนตรงหน้า น้ำตาใสก็พลันเอ่อคลอดวงตากลมสวยทันที
“คะ...คุณพ่อค่ะ”
เสียงเรียกแ่เบาเพื่อเรียกคนบนเตียงเอ่ยขึ้นก่อนจะลงไปนั่งยังด้านข้างของคนที่ยังนอนไม่ได้สติ
“คุณพ่อค่ะได้ยินลูกจันไหมคะ...ฮึก...ฮึก...”
ฉันเอ่ยปากเรียกคนที่นอนนิ่งอีกครั้ง พร้อมกับจับมือหนาขึ้นมาแนบแก้มเนียน
“ลูกจันจะทำยังไงดีค่ะพ่อ ต่อไปนี้ลูกจันจะทำยังไงดี...ฮึก...ฮึก...”
ฉันเอ่ยตัดพ้อกับร่างที่ยังคงนิ่งเฉยเหมือนไม่รับรู้การมาถึงของฉันเลยสักนิด จนฉันเริ่มรู้สึกว่าพ่อฉันอาจจะไม่ได้แค่สลบเท่านั้น
และในขณะที่ฉันกำลังนึกสงสัยเกี่ยวกับอาการป่วยของพ่อตัวเองอยู่นั้น เสียงเปิดประตูพร้อมกับหนุ่มหล่อในชุดกาวน์ก็เดินเข้ามาพอดี
“สวัสดีครับ...คุณเอ่อ...”
เสียงทุ้มดูน่าเชื่อถือเอ่ยถามหลังจากเห็นฉันนั่งจับมือคนไข้ของเขาอยู่
“อะ...สะ...สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันเป็ลูกสาวของคนไข้ค่ะ”
ฉันแอบปาดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปเอ่ยตอบ
“อ๋อ...แต่เอ๊ะ...!! นี่คุณจันทร์เ้าที่นอนห้องด้านข้างใช่ไหมครับ”
คุณหมอที่พอจะคุ้นตาคนสวยที่อยู่ในชุดผู้ป่วยตรงหน้าเอ่ยถามกลับไป
“ชะ...ใช่ค่ะ คุณหมอก็เป็เ้าของไข้ของลูกจันหรอคะ” (^-^)
ฉันระบายยิ้มบางส่งไปให้เพื่อแสดงไมตรี
“ใช่ครับ” (^-^)
(ชื่อจันทร์เ้าว่าน่ารักแล้ว ชื่อเล่นว่าลูกจันยิ่งน่ารักเข้าไปอีก) เสียงในหัวของคุณหมอที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้ายามที่ได้เห็นหน้าเธอชัด ๆ ทำให้ชายหนุ่มที่มักจะหมกมุ่นอยู่แต่กับงานเริ่มจะหวั่นไหว
หลังจากที่คุณหมอแสดงไมตรีตอบกลับฉันที่พอจะนึกออกถึงอาการป่วยของผู้เป็บิดาก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามคุณหมอกลับไป
“จริงด้วยค่ะคุณหมอ ทำไมคุณพ่อของลูกจันถึงยังไม่ฟื้นสักทีเลยล่ะค่ะ”
“พอดีเลยครับหมอเองก็อยากจะเจอญาติคนไข้เพื่อที่จะบอกอาการของคนไข้พอดีเลย”
และด้วยน้ำเสียงที่ส่งมาของคุณหมอหน้าตาดีก็ทำให้ฉันที่เหมือนจะโล่งใจก่อนหน้านี้หัวใจพลันบีบรัดแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
“บะ...บอกมาตามตรงได้เลยค่ะคุณหมอ ลูกจันพร้อมที่จะรับฟังแล้วค่ะ”
ฉันกลั้นหายใจรวบรวมสติก่อนจะเอ่ยปากยืนยันที่จะรับฟังความจริงออกไป ส่วนคุณหมอหนุ่มตรงหน้าที่เห็นว่าฉันพอที่จะรับฟังอาการป่วยของผู้เป็บิดาได้แล้วก็ค่อย ๆ พูดออกมาอย่างระมัดระวัง
“คืออย่างนี้นะครับ ก่อนอื่นผมอยากให้คุณลูกจันทำใจให้ดี ๆ เอาไว้ เื่นี้มันผ่านไปแล้วและเราก็แค่ต้องรักษากันต่อไป”
คุณหมอเอ่ยปากปลอบอย่าง้าให้ฉันใจเย็นก่อนที่จะรับฟังความจริง
“เนื่องจากตอนที่คุณเ้าภพถูกส่งตัวมาท่านหมดสติแม้จะยังมีชีพจรและลมหายใจตอนที่มาถึงโรงพยาบาลก็ตาม แต่ว่าพอทางเราได้ตรวจร่างกายของคุณเ้าภพโดยละเอียดแล้วกลับพบกว่าก่อนหน้านี้มี่ขณะหนึ่งที่คนไข้หยุดหายใจไปและถึงแม้จะเป็เพียงเวลาสั้น ๆ ไม่นานมากนักก็ตามแต่ด้วยสมองที่ขาดออกซิเจนไปชั่วขณะ นั่นจึงทำให้...เอ่อ...”
คุณหมอหยุดพูดเพื่อรวบรวมสติก่อนบอกในสิ่งสำคัญ
“ทำให้อะไรคะ...” หัวใจที่เต้นระรัวดั่งลุ้นระทึกกับคำตอบที่จะได้ฟัง
“ทำให้ตอนนี้คนไข้มีอาการเป็อัมพาตครับ”
สิ้นคำตอบของคุณหมอฉันถึงกับทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างเตียงผู้ป่วยตามเดิม ก่อนจะปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาทันที
“ฮึก...ฮือออออ ~~ ไม่จริง...ไม่จริง...ทำไมต้องเกิดอะไรแบบนี้กับคุณพ่อด้วย ทำไมต้องเกิดเื่บ้า ๆ แบบนี้กับครอบครัวเราด้วย ฮือออออ ~~”
“คุณลูกจันครับ ใจเย็น ๆ นะครับ”
คุณหมอหนุ่มที่รู้สึกเห็นใจหญิงสาวตรงหน้ารุดเข้าไปนั่งย่อง ๆ ตรงหน้าหญิงสาวก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ส่วนหญิงสาวเองที่ตอนนี้หัวใจได้แหลกสลายไปหมดแล้ว ความเ็ปที่เข้ากัดกินลึกเข้าไปในหัวใจจนบัดนี้รับรู้ได้เพียงแค่ความว่างเปล่าในชีวิต
“ฮึก...ฮึก...ขอบคุณนะคะ แต่ว่าลูกจันขออยู่คนเดียวได้ไหมคะคุณหมอ”
ฉันที่ยังคงปิดหน้าร้องไห้บอกคุณหมอหนุ่มกลับไป ก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะเข้าใจถึงสถานการณ์ความรู้สึกของฉันในตอนนี้ดีและในฐานะหมอเ้าของไข้เขาเองก็ยินดีที่จะถอยออกไป
“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย คุณลูกจันสามารถบอกผมได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ” (^-^)
ไมตรีที่คุณหมอหนุ่มมีให้ก่อนที่เขาจะเดินออกไปทำให้หัวใจที่เย็นเยียบพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาชั่วขณะ เพียงแต่ว่าด้วยคำพูดของคุณหมอก็พลันทำให้ฉันนึกถึงคนสำคัญอีกคนในชีวิตที่จนบัดนี้ฉันเองก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากเขาเลย...
“...เฮียทิศ...”
