ไป๋เสียสังหารพญาอสรพิษได้แล้ว แต่ความแค้นยังคงติดอยู่ในผนึกมิอาจสลายไปได้ เพียงไม่นานก็รวมตัวกันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ลมพัดปะทะใบหน้าจนลู่เต้าลืมตาไม่ขึ้น
“เ้านั่นจะกลับมาอีกแล้วหรือ!?” เขาเดินฝ่าลมพลางกัดฟันแน่น
เมื่อพายุหมุนไปถึงจุดสูงสุด พญาอสรพิษกลับไม่ปรากฏตัวขึ้นมาตามที่ลู่เต้าคาดการณ์ไว้ แต่กลับแตกออก ลมปราณสีดำหลายสิบสายตกลงรอบตัวลู่เต้า
กระดูกพญาอสรพิษที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น รวมถึงชิ้นส่วนที่ถูกพญาอสรพิษทำลายก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เบ้าตาลุกโชนไปด้วยแสงสีแดงเฉกเช่นพญาอสรพิษ ทั่วร่างยังปกคลุมไปด้วยพลังิญญาสีดำ
กระดูกพญาอสรพิษที่เคยถูกใช้งาน บัดนี้กลับแปรพักตร์ หันมาล้อมลู่เต้าไว้ด้วยเจตนาร้าย
“แย่แล้ว…”
กระดูกพญาอสรพิษตนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังจู่โจมอย่างรุนแรง เขี้ยวขนาดใหญ่และปากอันน่ากลัวพุ่งเข้ากัดลู่เต้าโดยไม่ให้ตั้งตัว กระบี่อสูรปกป้องผู้เป็นายด้วยการเข้าขวางไว้จนช่วยชีวิตลู่เต้าไว้ได้
ภายใต้พลังแห่งความแค้น กระดูกพญาอสรพิษที่แข็งแกร่งถึงขั้นทำให้กระบี่อสูรเบี้ยว! ลู่เต้าได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวด้านหลัง เมื่อหันกลับไปจึงรู้ว่าฉิวหมัวช่วยชีวิตเขาไว้ ทว่ายังไม่ทันได้กล่าวขอบคุณ กระดูกพญาอสรพิษอีกชิ้นหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากความมืด กระบี่อสูรเข้าขวางไว้โดยไม่ลังเล ครั้งนี้ตัวกระบี่ถูกชนจนบิ่น
เมื่อเห็นว่ากระบี่อสูรเสียหายยับเยินเพราะตน ลู่เต้าก็โกรธจนเืขึ้นหน้า เขานำกระบี่อสูรที่เว้าแหว่งเหน็บไว้ด้านหลังเบาๆ ในขณะเดียวกันก็ตั้งสติให้มั่น มองไปรอบๆ หูผึ่งฟังเสียงทุกทิศทาง เขามิอาจปล่อยให้กระดูกพญาอสรพิษมีโอกาสได้อีก
หลังจากใช้พลังิญญาเสริมความคล่องตัวให้กับขาทั้งสองข้างแล้ว ลู่เต้าก็แบกกระบี่อสูร วิ่งฝ่าวงล้อมของกระดูกพญาอสรพิษไปได้สำเร็จ กระดูกพญาอสรพิษทั้งหลายก็ไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละทันใด
ลู่เต้าที่กำลังวิ่งอยู่ก็พบว่าตัวเองกำลังมุ่งหน้าไปทางถ้ำที่ทุกคนหลบซ่อนอยู่ เขาจึงกัดฟันเปลี่ยนทิศทางฉับพลันเพื่อไม่ให้คนอื่นๆ ต้องเดือดร้อน
ใครจะรู้ว่ากระดูกพญาอสรพิษกลับไม่สนใจเขา แล้วพุ่งตรงไปทางถ้ำเป็ฝูงราวกับถูกบางสิ่งดึงดูด!
“ไม่ดีแล้ว!” ลู่เต้าไม่คิดว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้น หากทางเข้าถูกปิดตาย ทุกคนรวมถึงหงฮวาก็ไม่ต่างอะไรกับเต่าในไห รอวันถูกกระดูกพญาอสรพิษสังหาร
“ทุกคน!!!” เขาะโไปทางถ้ำด้วยความร้อนใจ “รีบหนีไปเร็วเข้า!!!”
ตู้เจิ้งฉุนที่ยืนถือหอกอสนีคอยคุ้มกันอยู่หน้าทางเข้าพลันตัวสั่นเทิ้ม เขาไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงได้แต่ยืนแข็งทื่อมองดูเหล่ากระดูกพญาอสรพิษที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งเข้ามา
“จบกัน...จบกันแล้ว…” ตู้เจิ้งฉุนพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ
ภายในถ้ำมีแต่เสียงกรีดร้อง ทุกคนต่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
เมื่อเห็นว่าอย่างไรก็คงไม่รอด ตู้เจิ้งฉุนที่ถือหอกอสนีจึงะโลั่นแล้วพุ่งออกจากถ้ำ พอดีกับที่กระดูกพญาอสรพิษตนหนึ่งพุ่งเข้ามา!
เขาใช้เคล็ดวิชาฝีเท้าอสนี ปลายหอกมีแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ตู้เจิ้งฉุนรวมเป็หนึ่งเดียวกับหอกกลายเป็แสงวาบ พุ่งเข้าแทงหัวกระดูกพญาอสรพิษ
วิชานี้ต้องใช้พลังิญญามากมายนัก แถมยังมีโอกาสที่หอกจะเสียหายด้วย หากไม่ถึงคราวจำเป็ ตู้เจิ้งฉุนไม่คิดอยากจะใช้ แต่บัดนี้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย จึงได้แต่ฮึดสู้เท่านั้น
ใครจะรู้ว่าก่อนที่หอกอสนีของเขาจะโจมตี กำแพงน้ำแข็งก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ขวางกั้นระหว่างเขากับกระดูกพญาอสรพิษไว้ กระดูกนั่นพุ่งชนกำแพงน้ำแข็งจนแตกกระจาย
“นี่…” ตู้เจิ้งฉุนตกตะลึง
ลมหนาวพัดปะทะใบหน้า เกล็ดหิมะตกลงบนใบหน้าแล้วละลายกลายเป็หยดน้ำไหลลงมา เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก็พบชายชุดขาวยืนอยู่บนกำแพงน้ำแข็ง
ตู้เจิ้งฉุนยิ้มร่าแล้วะโบอกข่าวดีไปยังคนในถ้ำ “รอดแล้ว! ท่านผู้ตัดสินมาช่วยพวกเราแล้ว!”
เมื่อผู้คนที่อยู่ในถ้ำรู้สึกราวความตายอยู่เบื้องหน้ารู้ว่ากำลังจะรอด ก็มีกำลังใจขึ้นมา เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วถ้ำ
ไม่ต้องฉงนสงสัย เพราะคนที่มาก็คือเฉายวนิ เขาเพียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ บนพื้นดินก็มีเสาน้ำแข็งแหลมคมพุ่งขึ้นมาแทงกระดูกพญาอสรพิษจนแตกกระจายพ่ายแพ้ยับเยิน
กระดูกพญาอสรพิษที่ถูกความแค้นครอบงำนั้น ถึงแม้จะแตกกระจายออกไป ผ่านไปไม่นานก็กลับมารวมตัวกันใหม่ได้อีกครั้ง แถมยังมีกระดูกพญาอสรพิษมากมายค่อยๆ คลานออกมาจากใต้ดินราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
เสียงของโจวเทียนหยวนดังก้องมาจากบนฟ้า เสียงอันก้องกังวานของเขาดังไปทั่วโลกผนึก “จัดการเถอะ ยวนิ”
เฉายวนิพยักหน้า ก่อนจะสะบัดมือ กระบี่หยาดน้ำฟ้าเหมันต์ลอยออกจากฝักที่เอวแล้วบินมาอยู่ในมือเขา
เขาเพียงแค่ชี้กระบี่ขึ้นฟ้า แสงกระบี่วาบหนึ่งครั้ง กระบี่ก็กลับเข้าฝักไปแล้ว ตอนแรกดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่นานนัก บนท้องฟ้าก็มีรอยแผลปรากฏขึ้นช้าๆ
ลู่เต้าและตู้เจิ้งฉุนต่างตกตะลึง เพราะเฉายวนิกำลังใช้กระบี่ผ่าเวหา!
รอยแผลบนท้องฟ้าค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็รอยแยกขนาดมหึมา โลกผนึกกำลังจะพังทลายลง
ทุกคนรู้สึกเหมือนฟ้าดินหมุนคว้าง พอได้สติอีกทีก็พบว่าตนเองหลุดพ้นจากผนึก และกลับมายังริมฝั่งทะเลสาบัทมิฬอย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนลู่เต้าที่ยืนอยู่ห่างจากกลุ่มคนพอสมควร จุดที่เขากลับมาจึงแตกต่างจากคนอื่นเล็กน้อย
หลังจากรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความยินดี บ้างก็ร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปีติ
ส่วนหงฮวากำลังตามหาลู่เต้าอย่างร้อนใจ มองไปซ้ายทีขวาทีก็ไม่เห็นวี่แววของเขา จึงคิดในแง่ร้ายขึ้นมาทันที “หรือว่าเขาจะถูกทิ้งไว้ที่นั่น”
“โอ้? เ้าพวกตัวเล็กๆ ไม่เป็อะไรกันใช่หรือไม่ มากันครบหรือยัง”
โจวเทียนหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าจุดที่ทุกคนกลับมา ตรงหน้าเขามีพิณห้าสายวางอยู่ ตัวพิณทำจากไม้จิติญญา บนพิณมีสายยาวสั้นไม่เท่ากันขึงอยู่ ปลายพิณถูกฟ้าผ่าจนเป็สีดำ ดังนั้นจึงเรียกว่าพิณอสนีบาต
หงฮวาหาได้สนใจความเขินอาย วิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากโจวเทียนหยวนต่อหน้าธารกำนัล “ท่าน...ท่านอาจารย์โจว!”
“โอ้? เ้าเองหรือ” เื่ที่โจวเทียนหยวนก่อความวุ่นวายที่จวนสกุลหงในคืนนั้น เขาจำไม่ได้แล้ว แต่เขายังจำบุตรสาวของสหายร่วมดื่มที่เมืองัทมิฬได้ จึงยิ้มอย่างใจดี “มีอะไรหรือ”
ใบหน้าแดงก่ำของนางเอ่ยอย่างกังวล “ขะ...ข้ายังไม่เห็นคู่หูของข้ากลับมาเลย”
โจวเทียนหยวนลูบคางที่เต็มไปด้วยหนวดเคราครุ่นคิด ก่อนกล่าวว่า “ผนึกทะเลสาบัทมิฬถูกเฉายวนิศิษย์ของข้าทำลายไปแล้ว ตามหลักการแล้วทุกคนน่าจะกลับมาครบแล้ว”
“บางทีจุดที่เขากลับมาอาจจะต่างกัน รออีกสักครู่ก็แล้วกัน” โจวเทียนหยวนปลอบ
แต่หลังจากผนึกถูกทำลายโดยสิ้นเชิงแล้ว ไม่เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันจะกลับมาเท่านั้น แม้แต่กระดูกพญาอสรพิษที่ถูกผนึกมานับพันปีก็ได้รับการปลดปล่อยเช่นกัน มันกลับมาเยือนโลกมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับความแค้นที่เต็มอก
ราวกับสัญชาตญาณ กองทัพกระดูกพญาอสรพิษหลายร้อยตัวในทะเลสาบว่ายตรงไปยังเมืองัทมิฬ หากปล่อยให้พวกมันขึ้นฝั่งได้สำเร็จ เมืองย่อมถูกทำลายล้าง ผู้คนย่อมล้มตายเป็เบือ
ลู่เต้าที่อยู่เพียงลำพังได้แต่มองดูกองทัพกระดูกพญาอสรพิษบุกเข้ามาอย่างจนปัญญา
“อืม...” ในที่สุดไป๋เสียที่หลับใหลไปนานก็ตื่นขึ้น เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ข้าหลับไปนานเท่าใดแล้ว”
“ไม่นานหรอก”
ลู่เต้าเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากพลังแค้นของพญาอสรพิษสลายไปให้ไป๋เสียฟัง แล้วถามอย่างร้อนใจ “ตอนนี้ควรทำเช่นไรดี พวกกระดูกพญาอสรพิษกำลังจะมาแล้ว!”
ไป๋เสียหัวเราะเยาะ แล้วออกคำสั่งลู่เต้าที่กำลังตื่นตระหนก “เ้าหนู...เงยหน้าขึ้นมองให้ดีๆ...”
ลู่เต้าเงยหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้า เมฆดำปกคลุมจนบดบังซึ่งแสงจันทร์ ท่ามกลางเมฆหมอกที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว มีฟ้าแลบฟ้าร้องเป็ระยะๆ สายลมพัดพาละอองฝนโปรยปรายลงมา เมื่อกระทบถูกิักลับรู้สึกเจ็บแปลบๆ
กระดูกพญาอสรพิษบนผิวน้ำยังคงว่ายน้ำไม่หยุด
“ราชันอสนี...กำลังจะพิโรธแล้ว”
