จนกระทั่งเขาได้สอบถามโดยละเอียด จึงพลันตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้ว เจียงเฉิงก็คือแม่ทัพคนสนิทของฮ่องเต้ มีทหารใต้อาณัติถึงหนึ่งแสนนาย นอกจากนี้ ยังคว้าชัยในศึกาครั้งแล้วครั้งเล่า สามารถพูดได้ว่าเป็ขุนพลที่มีชื่อเสียงของราชสำนัก
ยิ่งใหญ่ไม่เป็สองรองใคร
แม้แต่อัครเสนาบดียังต้องยอมให้เขาถึงสามส่วน
คนระดับนี้มาปรากฏตัวในเมืองเล็กๆ นายอำเภอต่ำต้อยอย่างเขาจะกล้าล่วงเกินได้อย่างไร หากไปล่วงเกินเข้า เจียงเฉิงเอ่ยมาแค่ประโยคเดียว เช่นนั้นก็อย่าว่าแต่ตำแหน่งของเขาที่จะรักษาไว้ไม่ได้เลย เกรงว่าแม้แต่คนในครอบครัวก็อาจมีอันตราย ในเมื่อเป็แบบนี้ เขายังจะสนใจอีกหรือว่าผู้ใดถูกผู้ใดผิด?
ครอบครัวของมือปราบคนหนึ่งทำตัวกำเริบเสิบสานจนเคยชิน นายอำเภอมีหรือจะยังสนใจอีก?
นายอำเภอรีบลงจากบัลลังก์พิพากษา “เร็วเข้า รีบยกเก้าอี้มาให้คุณชายท่านนี้ รินน้ำชาๆ”
“ไม่จำเป็! เ้ารีบจัดการงานก่อนเถอะ” เจียงเฉิงชำเลืองมองเขาด้วยสายตาเย็นวาบ
นายอำเภอไม่กล้าคุกเข่าให้เขาต่อหน้าธารกำนัลเพราะจำได้ว่าเจียงเฉิงเคยสั่งว่าห้ามเปิดเผยตัวตน ด้วยเหตุนี้จึงจำต้องเลือกเดินไปถามเสียงเบาด้านข้างแทน “เ้าโง่พวกนี้มีตาหามีแววไม่ ท่านแม่ทัพจะให้ข้าจัดการเยี่ยงไรดีขอรับ?”
เจียงเฉิงแค่นเสียงเย็นเยียบ “เ้าคิดว่าควรจัดการอย่างไรก็จัดการตามนั้น”
นายอำเภอกลัวจนเม็ดเหงื่อซึมตามหน้าผาก แม้แต่มือที่ยกขึ้นเช็ดเหงื่อยังสั่นเทา ก่อนกลับไปนั่งบนบัลลังก์อีกครั้งอย่างยากลำบาก
จากนั้นเคาะไม้เอ่ยถามมือปราบด้านข้าง “เกิดเื่อะไรขึ้น?”
มือปราบผู้นี้ไม่รู้ตัวตนของเจียงเฉิง ทว่าดูจากท่าทีตื่นตระหนกของท่านนายอำเภอแล้วก็พอจะรู้ว่าเื้ัต้องมีลับลมคมในแน่นอน เขาติดตามท่านนายอำเภอมานานจนอ่านสีหน้าได้ว่าบุรุษผู้นี้หาใช่คนธรรมดาไม่
มือปราบเอ่ยรายงานเหตุการณ์ที่ตลาดให้นายอำเภอฟังอย่างสวยหรู
นายอำเภอฟังจบแล้วตำหนิพวกเขาด้วยความโมโหทันที “เ้าพวกชั่ว ประชาชนแค่ขายของนิดหน่อยจะมีความผิดอะไรได้กัน พวกเ้าใช้บทลงโทษที่ไม่เหมาะสม ข้าขอสั่งลงโทษพวกเ้า แต่ก่อนอื่น พวกเ้ารีบจ่ายค่าเสียหายคืนกลับไปเสีย พร้อมกันนั้นอย่าลืมมอบค่าโอสถให้ด้วย”
นายอำเภอตัดสินเฉียบขาด พร้อมชำเลืองตามองเจียงเฉิงที่อยู่ด้านข้างเป็ระยะๆ ด้วยกลัวว่าจะเผลอพูดอะไรจนล่วงเกินเข้า ครั้นเห็นว่าสีหน้าเขาดูใจเย็นลงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลี่อันหรานกะพริบตาปริบๆ นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เดิมทีคิดว่าอีกเดี๋ยวคงต้องขึ้นศาลหรือไม่ก็ถูกทัณฑ์ทรมาน แต่แล้วกลับกลายเป็ว่านางยังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ ท่านนายอำเภอก็ปล่อยตัวนางแล้ว มิหนำซ้ำยังจ่ายค่าเสียหายให้นาง นี่เป็เื่ที่แปลกพิลึกยิ่งนัก
อึดใจต่อมา นายอำเภอเห็นว่าสีหน้าเจียงเฉิงยังคงเคร่งเครียดก็ขมวดคิ้วคิดว่าควรทำอย่างไรต่อ ครู่หนึ่งพลันตะเบ็งเสียงอย่างเดือดดาล “พวกเ้าใช้กฎหมายอย่างไม่เป็ธรรม รับโทษโบยคนละสิบไม้”
มือปราบผู้นั้นหน้าซีดเผือดฉับพลัน สิบไม้เชียวนะ เขาคงลงจากเตียงไม่ได้หลายวัน “นี่…”
“นี่อะไรของเ้า สั่งสอนแล้วจะได้หลาบจำเสียบ้าง”
ก่อนที่นายอำเภอจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเจียงเฉิงมีร่องรอยพึงพอใจ
เื่ราวเป็อันจบลงเช่นนี้ เจียงเฉิงพาหลี่อันหรานสาวเท้ายาวๆ ออกจากที่นี่ ทว่าคุณชายที่แสนสง่างามผู้นั้นกลับมองแผ่นหลังของเจียงเฉิงจากด้านข้าง มุมปากหยักยิ้มบาง
องครักษ์ข้างกายเขาเห็นดังนั้นจึงเดินมาถาม “คุณชาย เหตุใดคนที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้จึงมาอยู่ที่เมืองเล็กๆ แบบนี้ได้ขอรับ?”
คุณชายผู้สง่างามตอบเสียงเบา “เื่ไม่เกี่ยวข้องกับเราก็อย่าไปถาม ไปกันเถอะ พวกเรายังมีงานต้องจัดการอีกมาก”
เดิมทีเขาคิดว่าจะมีเหตุการณ์ใหญ่โตเกิดขึ้นที่นี่ นึกไม่ถึงว่าเื่ราวจะคลี่คลายภายในคำพูดไม่กี่ประโยค
ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านต่างจับกลุ่มคุยกันด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน
แต่ในเมื่อตัวเอกของเื่นี้จากไปแล้ว ฝูงชนแสนสอดรู้สอดเห็นอยู่ที่นี่ต่อไปก็เปล่าประโยชน์ สุดท้ายจึงแยกย้ายจากไป
มือปราบมอบเงินค่าชดเชยสำหรับปลา น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดให้หลี่อันหราน นอกจากนี้ยังเพิ่มให้อีกจำนวนหนึ่ง
ถึงแม้จะถลึงตาใส่นางด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
ท่านลุงจางาเ็เล็กน้อย หลี่อันหรานจึงยกเงินชดเชยทั้งหมดที่ได้จากมือปราบให้แก่เขา ให้เขานำกลับไปซื้อโอสถทาน
ตอนแรกท่านลุงจางปฏิเสธไม่ยอมรับไว้ แต่หลี่อันหรานยืนกรานจะมอบให้เขาให้ได้ สุดท้ายจึงต้องยอมรับไป
ระหว่างเดินทางกลับหมู่บ้าน หลี่อันหรานอดถามเจียงเฉิงไม่ได้ว่า “ท่านได้พูดอะไรกับท่านนายอำเภอหรือไม่?”
ทว่าเจียงเฉิงกลับส่ายหน้า “ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
“เช่นนั้นเหตุใดเขาจึงปล่อยพวกข้าง่ายเช่นนี้?”
เจียงเฉิงรู้ดีว่าเพราะเหตุใด แต่เขาไม่อยากเปิดเผย หลี่อันหรานถามเื่อื่นต่อ ทว่าเขาตอบอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
สุดท้ายนางก็ไม่ถามอะไรอีก ความจริงหลี่อันหรานก็รู้เช่นกันว่าคงเป็เพราะตัวตนของเขา
นางหวนนึกถึงคุณชายผู้สง่างามที่ช่วยตัวเองเอาไว้ผู้นั้นขึ้นมา เขาหน้าตาหล่อเหลา ดูเป็ผู้มีความสามารถ อยู่ในจำพวกบุรุษหยก โดดเด่นเป็เอกลักษณ์ในโลกหล้า พานพบเพียงคราเดียวก็ยากจะลืมเลือน
เทียบกับเจียงเฉิงแล้วมีเสน่ห์แบบบัณฑิต
เจียงเฉิงหน้าตาหล่อเหลามีสง่าเช่นกัน ทว่ารัศมีของเขาเป็แบบเ็าสูงศักดิ์มากกว่า
หลี่อันหรานทบทวนความทรงจำไปด้วย เปรียบเทียบพวกเขาสองคนไปด้วย ต่างคนต่างมีจุดเด่นเป็ของตัวเอง แต่หากให้เทียบเื่บุคลิกและเสน่ห์แล้ว เจียงเฉิงก็เหนือกว่าคุณชายท่านนี้อยู่มาก
ท่าทีของเจียงเฉิงที่อยู่ในห้องตัดสินเมื่อครู่ทำให้แม้แต่ชาวบ้านที่อยู่รอบข้างยังไม่กล้าวิจารณ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลี่อันหรานที่ยืนอยู่หลังเขา นางรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจอย่างมิมีอะไรเทียบได้
นางค้นพบว่า นับวันตัวเองก็ยิ่งพึ่งพิงเจียงเฉิงมากขึ้นเรื่อยๆ เื่นี้ทำให้นางเริ่มกังวลใจ หากเขาจากไปแล้วจะทำอย่างไร?
หากวันหน้าเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นอีก จะทำอย่างไร?
ต่อให้นางจะมีหัวด้านการค้าอันชาญฉลาด รู้จักหาเงิน สามารถคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งที่ยังไม่มีในยุคนี้ได้
ทว่าหากต้องรับมือกับพวกข้าราชการฉ้อฉลที่ใช้อำนาจในทางมิชอบขึ้นมา นางก็จนปัญญาจะรับมือจริงๆ
แววตาของหลี่อันหรานหม่นลงเมื่อคิดถึงตรงนี้ นางหลุบสายตาเหม่อมองมือสองข้างของตัวเอง ในใจคิดเพียงว่าไม่อยากให้เจียงเฉิงจากไป โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์วันนี้ที่ทำให้ความรู้สึกแสนแปลกประหลาดรุนแรงมากขึ้นไปอีก
เจียงเฉิงรับรู้ได้ว่าอารมณ์ของนางผิดแผกไปจากปกติ เขาหันมามองนาง “เป็อะไรไปหรือ?”
หลี่อันหรานเงยหน้ามองเขาพลันส่ายหน้า “ไม่มีอะไร” จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
เจียงเฉิงคิดว่านางไม่พอใจที่เขาไม่ตอบคำถามพวกนั้นของนาง เขาขมวดคิ้วเตรียมเอ่ยปากอธิบาย
บางครั้ง เขาก็เคยคิดว่าจะบอกตัวตนของตัวเองให้นางรู้ดีหรือไม่ แต่หากบอกไป นางต้องรู้แน่ว่าระหว่างเขากับนางมีการหมั้นหมาย
ทว่าเขาตั้งใจไว้แล้วว่ากลับเมืองหลวงไปจะยกเลิกการหมั้นหมายนี้
สุดท้ายก็ไม่ได้บอก
