ฮูหยินเหมยอิงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้ประดับแกะสลักประณีต ร่างกายของนางยังคงหอบระทวยเล็กน้อย ผิวขาวนวลที่เคยเรียบเนียนยังเปล่งประกายด้วยเหงื่อเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ แต่ในดวงตาคู่งามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความผิดหวังที่ไม่อาจปิดบังได้ ความรู้สึกที่เคยตื่นเต้น หัวใจที่เต้นแรงจากการกระทำอันดิบเถื่อนของแม่ทัพซูเหวิน บัดนี้มันกลับค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว
แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็ไปอย่างที่นางหวังไว้ในเบื้องต้นการที่แม่ทัพซูเหวินมีอะไรกับนางอย่างเปิดเผย โดยไม่สนใจสายตาของบ่าวรับใช้ที่อยู่รอบข้าง ซึ่งทำให้เหมยอิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อทุกอย่างจบลงเร็วเกินไป มันกลับกลายเป็ความไม่พึงพอใจอย่างมาก ความปรารถนาที่นางคาดหวังให้ได้รับการเติมเต็มนั้นยังคงค้างคาอยู่ นางรู้สึกราวกับถูกปลุกเร้าไปถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ แต่ทันทีที่ถึงจุดนั้น เพลิงปรารถนาที่เคยลุกโชนกลับมอดดับลงอย่างกะทันหัน
นางมองดูแม่ทัพซูเหวินที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแสดงความว่างเปล่าไม่ต่างจากคนที่ขาดสติ นับั้แ่เขาได้รับาเ็ในสนามรบและกลายเป็คนปัญญาอ่อน เขาก็เปลี่ยนไปจากคนที่เคยเป็ นางจำได้ดีว่าในอดีต
ซูเหวินเคยเป็ชายที่แข็งแรง เฉียบคม ทั้งร่างกายและจิตใจ ทุกการััของเขาเคยทำให้นางรู้สึกท่วมท้นไปด้วยความพึงพอใจ แต่ตอนนี้ เขาเป็เพียงเงาของตัวตนในอดีต ร่างกายของเขายังเหมือนเดิม แต่จิติญญาของเขากลับหายไป ความเร่าร้อนที่เคยปรากฏในดวงตาของเขาก็จางหายไปจนหมดสิ้น
ฮูหยินเหมยอิงถอนหายใจยาว ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าผากของตัวเองเบาๆ นางรู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังอย่างสุดซึ้ง เครื่องของนางที่ถูกจุดขึ้นด้วยไฟแห่งตัณหานั้นถูกดับลงก่อนที่มันจะลุกโชนจนถึงที่สุด เขาหลั่งเร็วเกินไป ซึ่งเป็สิ่งที่นางต้องพบเจอครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากที่เขากลายเป็คนปัญญาอ่อน แม้นางจะพยายามยอมรับความเปลี่ยนแปลงนั้น แต่ในใจก็ไม่อาจปฏิเสธความหงุดหงิดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
นางหันไปมองบ่าวรับใช้ที่คอยปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ เหล่าบ่าวรับใช้เ่าั้ไม่กล้าสบตานาง พวกเขาก้มหน้านิ่งทำตามหน้าที่ ราวกับไม่้าให้ใครรู้ว่าพวกเขาได้เห็นอะไรบ้าง แต่ฮูหยินเหมยอิงรู้ดีว่า พวกเขาย่อมสังเกตเห็นถึงความผิดหวังในดวงตาของนาง นางรู้สึกอับอายและขัดใจอย่างลึกซึ้งที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ในขณะที่ความปรารถนายังคงค้างคา ฮูหยินเหมยอิงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเอง นาง้าสิ่งที่มากกว่านี้ นาง้าความรู้สึกเติมเต็มที่เคยได้รับจากแม่ทัพซูเหวินในอดีต แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว ความจริงที่ซูเหวินไม่สามารถตอบสนองต่อความ้าของนางได้เช่นเดิมนั้นเป็สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกสิ้นหวัง นางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับความ้าที่ไม่ถูกเติมเต็มนี้
ความคิดค้างคาเหล่านี้ทิ้งร่องรอยแห่งความขมขื่นไว้ในใจของนางอย่างลึกซึ้ง แม้ภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจของฮูหยินเหมยอิงกลับเต็มไปด้วยความสับสนและกระวนกระวาย นางยังไม่อาจพบคำตอบได้ว่า จะสามารถหาทางเติมเต็มความปรารถนาของตัวเองได้อย่างไร หรือว่านางจะต้องทนอยู่ในความว่างเปล่านี้ไปอีกนานแค่ไหน
ฮูหยินเหมยอิงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน บรรดาบ่าวรับใช้ยืนเรียงรายอยู่ข้างโต๊ะ แต่ละคนก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าเงยหน้ามองนางโดยตรง บรรยากาศอึดอัดเข้าปกคลุมทุกมุมห้อง ขณะที่เหมยอิงตักอาหารเข้าปากอย่างช้าๆ ดวงตาของนางจับจ้องไปยังบ่าวรับใช้ทีละคน ใบหน้าที่ดูเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยอำนาจและความดุดันทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัว
ทันใดนั้น นางวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง เสียงตะเกียบกระทบกับจานทำให้บ่าวรับใช้สะดุ้งเฮือก เหมยอิงเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาด้วยสายตาเ็า นางไม่เอ่ยคำพูดใดในทันที แต่เพียงแค่การจ้องมองนั้นก็มากพอที่จะทำให้บ่าวทุกคนรู้สึกถึงความกดดันที่หนักหน่วง
“ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่…” ฮูหยินเหมยอิงเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบ “…ข้าห้ามพวกเ้านำไปบอกต่อบุคคลภายนอกอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น…”
นางหยุดชั่วขณะ เพื่อให้คำขู่นั้นซึมซับเข้าไปในจิตใจของบ่าวรับใช้ ดวงตาของนางจ้องเขม็งไปที่บ่าวคนหนึ่ง ทำให้เขาถึงกับตัวสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าจะส่งทหารรับใช้ของท่านแม่ทัพไปจัดการกับครอบครัวของพวกเ้าเสีย” นางพูดต่อ น้ำเสียงของนางหนักแน่นและเข้มงวดยิ่งขึ้น ราวกับเป็คำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
บ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนต่างรู้ดีว่าฮูหยินเหมยอิงไม่ได้พูดลอยๆ คำขู่ของนางเป็จริงเสมอ หากใครก็ตามที่ละเมิดคำสั่งของนาง โทษที่จะได้รับนั้นไม่เพียงแต่จะตกอยู่ที่ตัวพวกเขาเอง แต่ยังรวมถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย
“เข้าใจชัดเจนหรือไม่?” ฮูหยินเหมยอิงถามย้ำ
เสียงตอบรับที่แ่เบาแต่สั่นเทาจากบ่าวรับใช้ดังขึ้นพร้อมกัน “พวกข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ/ขอรับ ฮูหยิน”
นางพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันกลับมาตักอาหารเข้าปากอีกครั้ง บรรยากาศอึดอัดยังคงอยู่ในห้อง แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากหรือแม้แต่ขยับตัว นางมั่นใจว่าคำเตือนของนางจะถูกจดจำและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หลังจากที่ฮูหยินเหมยอิงออกคำสั่งเตือนบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นางหันกลับไปสนใจกับเรือนร่างของท่านพี่ของนางแม่ทัพซูเหวิน ที่ตอนนี้เป็เพียงชายปัญญาอ่อน ไร้ความสามารถในการรับรู้หรือโต้ตอบใดๆ อย่างเต็มที่ แต่สำหรับเหมยอิงแล้ว ความไร้สติของเขากลับไม่ได้เป็อุปสรรค ตรงกันข้าม นางมองว่ามันคือโอกาสที่นางจะได้ทำตามใจปรารถนาอย่างเต็มที่
นางเริ่มต้นด้วยการลูบไล้เรือนร่างของเขา ช้าๆ แต่หนักแน่น ทุกการััของนางแฝงไปด้วยความเร่าร้อนและแรงปรารถนาที่ไม่อาจระงับได้ นางเคลื่อนไหวร่างกายอย่างชำนาญ กดดันและกระตุ้นทุกส่วนของร่างกายท่านพี่ให้ตอบสนองตามใจนาง แม้ว่าแม่ทัพซูเหวินจะนั่งนิ่ง ไม่รู้ตัวหรือเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ร่างกายของเขาก็ยังคงตอบสนองตามสัญชาตญาณพื้นฐาน
ฮูหยินเหมยอิงเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและเด็ดขาด ทุกท่วงท่าที่นางปฏิบัติต่อท่านพี่ของนางนั้นเต็มไปด้วยความร้อนแรง เสียงครวญครางของนางดังขึ้นเป็จังหวะ ดังก้องไปทั่วห้อง เสียงของนางแฝงไว้ด้วยเสน่ห์และความเย้ายวนที่ไม่อาจต้านทานได้ ความรู้สึกที่ถูกกักเก็บไว้มานาน ถูกระบายออกมาผ่านทุกการเคลื่อนไหว ความอัดอั้นในใจของนางที่เกิดจากความไม่สมหวังและความ้าที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม บัดนี้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่
ทุกจังหวะที่นางเร่งเร้า ร่างกายของแม่ทัพซูเหวินก็สั่นสะท้านตามแรงกดดันที่นางมอบให้ นางใช้ทุกความสามารถในการรีดเร้นเขาจนถึงที่สุด จนในที่สุด เมื่ออารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในนางถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ ดุ้นของท่านแม่ทัพที่เคยแข็งแกร่งกลับอ่อนยวบลงในทันที ราวกับว่าถูกรีดน้ำออกจนหมดสิ้น ไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออีกต่อไป
ฮูหยินเหมยอิงมองดูเขาด้วยแววตาพึงพอใจ ร่างกายของนางที่เคยร้อนเร่าด้วยแรงปรารถนาบัดนี้กลับสงบลง ท่ามกลางความเงียบงันในห้อง นางถอนหายใจยาว รู้สึกได้ถึงความโล่งสบายที่เข้ามาแทนที่ความตึงเครียดในจิตใจ แม้ว่าท่านพี่ของนางจะเป็เพียงคนปัญญาอ่อน แต่สำหรับนางแล้ว เขาก็ยังคงเป็เครื่องมือในการระบายความ้าที่แท้จริงของนางได้
