ในวันที่ฉันมีเงิน... มีพร้อมทุกอย่างในชีวิต แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองขาดความสุขในชีวิต ด้วยสิ่งที่ใจของฉันแอบโหยหาก็คือความสุขทางเพศที่ดูเหมือนว่านับวันจะยิ่งห่างหายออกไปจากชีวิตของฉันทุกที และดูเหมือนว่าการที่สามีแก่สนองให้ไม่ได้... กำลังทำให้ฉันกลายเป็อีกคนที่เริ่มมีอาการเก็บกดทางเพศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“วิลเลี่ยมคะ... โรสอยากได้คนสวนเพิ่มอีกสักคนจะได้ไหมคะ”
แต่ก่อนฉันชื่อกุหลาบ แต่ภายหลังจากแต่งงานกับ
วิลเลี่ยมฉันก็เปลี่ยนชื่อใหม่เป็ ‘โรส’ ซึ่งดูเก๋ไก๋กว่า
“อ้าว... ทำไมรึ? ตอนนี้เราก็มีคนสวนอยู่แล้วนี่นา ก็ไอ้ทอมมี่ไงล่ะ”
เขาพูดพลางพ่นควันสีขาวจากไปป์ยาที่คาบอยู่ในปาก
‘ไอ้ทอมมี่’ ที่สามีของฉันเอ่ยถึงก็คือคนที่ฉันเรียกแกจนติดปากว่า ‘ลุงทอม’ เป็สามีของป้ามาธาร์ซึ่งเป็แม่ครัวประจำคฤหาสน์ของวิลเลี่ยมมานาน และที่วิลเลี่ยมเรียกคนสวนว่า ‘ไอ้ทอม’ ก็เพราะว่าแกมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ด้วยไม่กี่วันก็จะแซยิดด้วยกันทั้งคู่
“เมื่ออาทิตย์ก่อนโรสเพิ่งให้คนปลูกกุหลาบเพิ่มอีกตั้งสองแปลงกว้างๆ... อย่าลืมว่าทอมมี่แกแก่แล้วนะคะ โรสเลยอยากได้คนสวนที่หนุ่มแน่นกว่ามาช่วยงาน เพราะยังตั้งใจว่าจะปลูกกุหลาบเพิ่มอีกสักแปลง”
ฉันบอกความในใจ ซึ่งมีนัยสำคัญว่า้าคนมาช่วยแบ่งเบางานทอมมี่
“เอาไงก็เอา... ตามใจจ้ะที่รัก”
มีหรือที่เศรษฐีแก่ผู้หลงใหลเมียสาวสุดเซ็กซี่อย่างฉันจะกล้าขัดใจ วิลเลี่ยมมักจะเรียกฉันว่า ‘หนู’ บางครั้งก็ ‘เธอ’ จนติดปากเหมือนผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก เพราะแกอายุมากกว่าฉันหลายรอบ
“งั้นโรสจะประกาศรับสมัครเลยนะคะ”
“ตามใจจ้ะที่รัก”
เขาตอบพลางหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ จากนั้นก็หยัดร่างขึ้นจากโซฟาหลุยส์ราคาแพง หลังจากนั่งทอดอารมณ์สูบไปป์ยาอยู่ครู่ใหญ่ๆ ด้วยเหนื่อยอ่อนจากการร่วมรักซึ่งฉันยังไม่ได้เหงื่อเลยด้วยซ้ำ
ตอนใกล้ค่ำของวันเดียวกันนั้น
หลังกลับมาจากเดินทางไปส่งวิลเลี่ยมที่สนามบิน เพราะเขาต้องเดินทางไปดูงานที่ยุโรปนานถึงสองสัปดาห์ ฉันตัดสินใจลงมาเดินเล่นที่สวนกุหลาบหลังเรือนเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนกว้าง
ฉับพลันทันใดสายตาก็เหลือบแลไปเห็นทอมมี่ คนสวนเก่าแก่ที่กำลังลากสายยางออกมารดน้ำต้นไม้อย่างขะมักเขม้น เสียงหวานของฉันที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาทอมมี่สะดุ้งโหยง
“ขยันจังเลยทอมมี่”
ฉันร้องทักเสียงใส
“เอ่อ... ”
ทอมมี่หันมาทำหน้าอายๆ ระคนแปลกใจ ซึ่งฉันพอจะรู้ว่าเพระเหตุใดเขาจึงอาย ก็เพราะตอนนั้นเนื้อตัวท่อนบนของทอมมี่เปล่าเปลือยเปียกปอนไปด้วยน้ำ ส่วน่ล่างของเขานั้นนุ่งกางเกงขาสั้นบางๆ เพียงตัวเดียว... และแน่นอนว่าเขาไม่ได้นุ่งกางเกงใน
ฉันรู้ได้ยังไงน่ะหรือ? ว่าทอมมี่ไม่ได้สวมกางเกงใน ก็เพราะแลเห็นท่อนเนื้อยาวใหญ่ของเขาห้อยเป็รูปเป็ลำอยู่ตรงง่ามขา ที่มันนูนเด่นขึ้นมาก็เพราะผ้าเปียกช่วยแนบเน้นให้ลำเนื้อเด่นตระหง่านขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ... ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ฉันผ่านมาเห็นเข้าพอดี
“คุณนายไปทางอื่นก่อนได้ไหมครับ... คือว่า... เอ่อ สภาพของผมในตอนนี้ไม่ค่อยเรียบร้อย... มันไม่น่าดู”
ฉันนึกเถียงในใจว่า ‘ไม่จริง’ เพราะภาพตรงหน้านั้นน่าดูมากจนฉันแทบไม่ละสายตาจากง่ามขาของเขา
ทอมมี่ออกอาการเคอะเขิน แต่แทนที่ฉันจะรีบเดินผ่านเลยไป กลับทำไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังสืบเท้าเข้าไปใกล้ร่างท้วมหนา เอื้อมมือไปแตะไต่ที่ต้นแขนเลื่อมลื่นของเขาราวกับ้าพิสูจความกำยำของทอมมี่
“อุ๊ย! แข็งอ่ะ... ”
