“... อ๋อ เื่มันเป็อย่างนี้นี่เอง”
ไคม์รู้ถึงความตั้งใจของพ่อแล้วทำหน้าม่อย หนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้ วันที่คุณแม่จากไปก็เวียนมา เลยให้เรากลับบ้านมาล่วงหน้าหนึ่งวัน เพื่ออธิษฐานถึงคุณแม่ให้เสร็จก่อนสินะ
ทำไมถึงต้องทำก่อนวันจริงน่ะเหรอ…ก็เพราะคงไม่อยากเห็นหน้าลูกชาย “เด็กต้องสาป” ไม่เอาไหน ในวันตายของภรรยาคนสำคัญกระมัง
มันคือการทำหน้าที่พ่อเล็กๆ น้อยๆ ให้กับไคม์ที่เป็ลูกชาย คือความรักที่มอบให้ภรรยา อีกทั้งคือคำขอเห็นแก่ตัวตามความสะดวกของคุณพ่อไร้หัวใจ
“...ก็ได้ ผมจะกลับไปคฤหาสน์นั่น”
“ผู้ส่งสารอย่างดิฉันไม่ควรจะพูดเื่ต่อไปนี้ แต่ที่นั่นมีแต่คนที่ดูิ่ท่านไคม์ค่ะ ไม่ต้องฝืนกลับไปก็ได้นะคะ…”
“ไม่เป็ไร ผมอยากไว้อาลัยให้คุณแม่ผู้มีพระคุณน่ะ ถึงผมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน แต่ก็จะไปอธิษฐานหน้าประตูคฤหาสน์อยู่ดีนั่นแหละ… เื่ค่อยง่ายขึ้นมาหน่อย”
ไคม์ยิ้มเศร้าๆ ตัดสินใจที่จะกลับไปคฤหาสน์ที่ตนเองเคยอาศัยอยู่เมื่อ 1 ปีก่อน คฤหาสน์เคานต์ฮัลส์เบิร์ก— บ้านที่คุณพ่อซึ่งได้รับฉายาว่า ‘ปรมาจารย์หมัด’ และน้องสาวฝาแฝดอาศัยอยู่
〇 〇 〇
เ้าของคฤหาสน์เคานต์ฮัลส์เบิร์กคนปัจจุบัน เควิน ฮัลส์เบิร์ก เดิมทีเป็นักผจญภัยเลื่องชื่อคนหนึ่งที่คอยปราบเหล่าสัตว์อสูรและโจรเถื่อน
เควินสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองผ่านการผจญภัยนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อสิบสามปีก่อน เควินสามารถปราบสัตว์ประหลาดนามว่า ‘ราชินีแห่งพิษ’ ได้ จึงได้รับบรรดาศักดิ์ ‘เคานต์’ และที่ดินเป็รางวัลตอบแทน
แม้เควินจะถูกต่อต้านจากเหล่าขุนนางาุโที่ไม่พอใจเพียงเพราะเควินเป็เพียงนักผจญภัย แต่สามารถไต่เต้าจนเป็ขุนนางได้…ทว่าไม่มีใครกล้าประจันหน้ากับเควิน ผู้ถูกขนานนามว่าเป็ ‘ปรมาจารย์หมัด’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในราชอาณาจักร
เคานต์ เควิน ฮัลส์เบิร์ก ได้รับการสนับสนุนจากข้ารับใช้ที่เขาได้มาจากสายสัมพันธ์ที่เขาสร้างเมื่อครั้งออกผจญภัย และปกครองที่ดินอย่างสงบสุข เขาได้รับความเคารพรักจากผู้อาศัยในที่ดินว่าเป็ผู้ปกครองที่ดินที่มีเมตตา
“...ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ได้กลับมาที่นี่แบบนี้ ั้แ่ตอนที่ถูกไล่ออกจากบ้านมา เราก็ไม่เคยคิดเลย”
ไคม์ผู้เป็บุตรของเ้าของที่ดินแหงนมองบ้านเกิดของตัวเองที่จากไปหนึ่งปี แล้วทำหน้าบูด
คฤหาสน์แห่งนี้เป็เต็มไปด้วยความทรงจำที่มีกับคุณแม่ ในขณะเดียวกันก็เป็ที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากกลับมาหรอก
“ท่านไคม์ ไหวไหมคะ”
“อือ ไม่มีปัญหา”
ไคม์ยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นทีชะโงกมามองด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะเดินลอดประตูคฤหาสน์
ระหว่างทางไปคฤหาสน์ ไคม์เดินผ่านทหารเฝ้ายามและคนทำสวน พวกเขาไม่หันมามองไคม์ ไม่แม้แต่จะทักทาย แสดงท่าทีราวกับเห็นสิ่งสกปรกอะไรทำนองนั้น
“ไร้มารยาทเสียจริงเ้าพวกนี้…!”
“...ช่างเขาเถอะ ผมไม่สน”
ไคม์ชินกับปฏิกิริยาแบบนี้แล้ว ในคฤหาสน์แห่งนี้มีเพียงคุณแม่และทีเท่านั้นที่เข้าหาไคม์แบบปกติ ขอแค่พวกคนในหมู่บ้านไม่ปาหินใส่ก็ดีแล้ว
พอเข้าใกล้ตัวคฤหาสน์… ไคม์เห็นร่างของคนสองคนกำลังขยับอยู่ภายในสวน นั่นก็คือเ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ เควิน ฮัลส์เบิร์ก และน้องสาวฝาแฝดของไคม์ อาเน็ต ฮัลส์เบิร์ก
“เอาละ ถ้าอย่างนั้นวันนี้พ่อจะสอนเกี่ยวกับวิชาต่อสู้ ‘สายเทพมารยุทธ์’ นะ !”
“ค่ะ ท่านพ่อ !”
ทั้งสองสวมชุดที่เคลื่อนไหวได้คล่องตัว พวกเขาน่าจะกำลังฝึกวิชาต่อสู้อยู่
“ก่อนอื่นพ่อขอทบทวนเนื้อหาครั้งที่แล้ว…สายเทพมารยุทธ์เป็วิชาต่อสู้ที่ใช้พลังเวทคลุมร่างกายเพื่อต่อสู้ ไม่ใช้ดาบหรือหอก แต่จะเปลี่ยนร่างกายให้เป็อาวุธ การเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายโดยใช้พลังเวทนั้นถือเป็พื้นฐานของสายต่อสู้… แต่ว่าสำหรับสายเทพมารยุทธ์นั้นอยู่คนละระดับ!”
พอชายร่างใหญ่ผมสีแดง— เควินพ่นลมหายใจสั้นๆ “ฮึบ!” ทันใดนั้นมีออร่าพลังเวทปกคลุมทั่วร่างกาย
พลังเวทที่เหมือนกับไอน้ำระเหยถูกขับออกจากร่างกาย จากนั้นพลังเวทก็หดตัวจนดูเล็กลงถนัดตา พลังเวทที่ปลดปล่อยจากร่างกายไม่ได้น้อยลง แต่ถูกบีบอัดและมีความหนาแน่นสูงขึ้น
“บีบอัดพลังเวทที่ปกคลุมร่างกายให้ถึงขีดสุด เท่านี้พลังเวทก็จะมีความแข็งแรงทนทานเพิ่มขึ้นพอๆ กับเหล็กไหล ‘พลังเวทบีบอัด’ ที่สมบูรณ์น่ะ แม้แต่เกล็ดัก็สู้ได้ แน่นอนว่า… ถ้าคลุมไปที่หมัดพลังโจมตีก็เพิ่มสูงขึ้น!”
เควินใช้หมัดเคลือบพลังเวทอัดแน่นต่อยหินั์ในสวนของเขา ทันใดนั้น การโจมตีเพียงครั้งเดียวของเขาสามารถทุบหินขนาดเท่าตัวคนให้กลายเป็ผุยผงได้ สมกับเป็หมัดของชายที่ได้ชื่อว่าเป็ ‘ปรมาจารย์หมัด’
“ก็อย่างที่เห็น แน่นอนว่าการไม่ใช้อาวุธนั้นก็มีผลเสียเช่นกัน กว่าจะอัดพลังเวทได้เป็ธรรมชาติ แม้จะเป็คนที่มีพร์ก็ใช้เวลาถึงห้าปีในการฝึกฝน แต่ข้อดีก็คือ เราไม่จำเป็ต้องพกอาวุธไปไหนมาไหน สามารถเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังเบาตัวอีกด้วย แทนที่จะสวมชุดเกราะหนักอึ้ง สู้วิ่งไปตัวเปล่าเร็วกว่าเห็นๆ ใช่ไหมล่ะ ”
“อย่างนี้นี่เอง… สมกับเป็ท่านพ่อค่ะ! สักวันหนึ่งฉันจะอยู่ระดับเดียวกับท่านพ่อได้ไหมคะ”
“อือ ลูกเป็ลูกสาวของพ่อนะ ฝึกอีกสักสิบปีก็เป็จอมยุทธ์ฝีมือฉกาจได้แน่ๆ! เพราะอย่างนั้น วันนี้ก็ตั้งใจฝึกด้วยนะ!”
“ค่ะ! สู้ตายค่ะ!”
พ่อลูกฝึกซ้อมวิชาต่อสู้กันอย่างสนิทสนม ไคม์ทำหน้าม่อยอยู่ห่างจากที่ฝึกเล็กน้อย
“ทั้งสองคนน่าจะกำลังฝึกซ้อมอยู่นะคะ พวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะค่ะ”
“ไม่ละ… ไม่เป็ไร ผมขออยู่ดูตรงนี้แหละ”
ไคม์ส่ายหน้าปฏิเสธความเป็ห่วงเป็ใยของที เลือกที่จะมองน้องสาวฝาแฝดที่กำลังฝึกวิชายุทธ์อยู่
(อาเน็ต… น้องสาวคนเดียวของผม น้องสาวฝาแฝด…)
ทุกครั้งที่ไคม์มองน้องสาว อดรู้สึกอ้างว้างไม่ได้ ทั้งสองเกิดวันเดียวกัน เกิดจากท้องแม่เดียวกัน เป็พี่น้องแท้ๆ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับไม่ราบรื่น ความหวาดหวั่นเหรอ… ไม่ใช่ อาเน็ตเพียงแค่เกลียดไคม์อยู่ฝ่ายเดียว
สาเหตุก็คือ ซาช่า ฮัลส์เบิร์ก ผู้เป็แม่ดูแลและปกป้องไคม์มากเกินไป ซาช่าเป็ห่วงอนาคตของลูกชายที่เกิดมาเป็ ‘เด็กต้องสาป’ ในตอนที่มีชีวิตอยู่ เธอจึงแทบไม่ปล่อยให้ไคม์คลาดสายตาเลย อาเน็ตเห็นไคม์แย่งชิงความรักของคุณแม่ไปอยู่คนเดียว รู้สึกคับแค้นใจ หลังจากคุณแม่จากไป ความคับแค้นนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรง
“ถ้าอย่างนั้น ช้าๆ ก่อนก็ได้ ปล่อยพลังเวทออกไปข้างหน้าแล้วบีบอัดเข้ามา”
“ค่ะ ท่านพ่อ!”
“...”
ในขณะเดียวกัน ไคม์เห็นพ่อลูกคู่นั้นก็อิจฉาริษยา
พอเห็นอาเน็ต น้องสาวฝาแฝดที่เกิดมาไม่โดนคำสาป ยึดเอาความรักของพ่อไปครองคนเดียว และได้เรียนยุทธแบบนั้น ไคม์ก็อดเคลิ้มไม่ได้
(เหมือนโดนกลั่นแกล้งยังไงอย่างนั้น ไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่รู้ว่ามีคนมองอยู่… ถ้าคิดจะเมินกันแบบนี้ก็อย่าเรียกมาที่คฤหาสน์ั้แ่แรกสิ)
“เอาละ! ต่อไปพ่อจะสอนท่าพื้นฐานนะ ก่อนอื่นเลย… ‘กิเลน’ !”
“ค่ะ ท่านพ่อ! แบบนี้เหรอคะ!?”
ไคม์ไม่ละสายตาจากทั้งสอง มองการฝึกซ้อมแม้ต้องแบกความรู้สึกเหมือนเป็คนนอกก็ตาม
ไคม์ดูการฝึกซ้อมของพวกเขาจนจบราวกับว่า ถ้าเขาละสายตา จะเป็ฝ่ายแพ้
หลังจากฝึกซ้อมเสร็จ สองพ่อลูกแยกย้ายกลับไปยังห้องของตนเพื่อทำความสะอาดร่างกาย ในระหว่างนั้นไคม์เลือกที่จะภาวนาส่งความอาลัยให้คุณแม่
“ผมกลับมาแล้วครับ คุณแม่”
ห้องนอนของคุณแม่มีแท่นบูชา และภาพเหมือนของคุณแม่ประดับอยู่
ไคม์คุกเข่าหน้าแท่นบูชาที่มีดอกไม้ประดับประดา แล้วอธิษฐานจิตให้สมาชิกในครอบครัวเพียงคนเดียวที่รักเขา
ไคม์ ‘เด็กต้องสาป’ ถูกพ่อหมางเมิน ถูกน้องสาวรังเกียจ แม้แต่คนใช้ส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติแบบเดียวกัน มีเพียงคุณแม่ที่คอยปลอบโยนไคม์ท่ามกลางผู้คนเ่าั้มาตลอด
‘ไคม์ อย่าเกลียดตัวเองนะ’
‘ลูกไม่ได้ทำผิดอะไรนะ อย่าคิดว่าตัวเองผิดที่เกิดมานะ’
‘คุณพ่อไม่ได้เกลียดไคม์นะ เพียงแต่…เขาไม่รู้ว่าจะเข้าหาลูกยังไงก็เท่านั้น ลูกไม่ได้ผิดนะ การที่ลูกถูกสาปน่ะ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของลูกหรอกนะ เพราะฉะนั้น รักตัวเองเข้าไว้นะ’
“ให้รักตัวเองเหรอครับ… ยากจังเลยครับ คุณแม่”
ต่อให้ไคม์จะคิดกับตัวเองอย่างไร คนรอบข้างก็มักจะปฏิบัติกับไคม์เป็ “เด็กต้องสาป” อยู่ดี
หลังคุณแม่จากไป ผมก็โดนไล่ออกจากคฤหาสน์ ใช้ชีวิตแบบที่มีคนปาหินใส่เรื่อยมา
ในสถานการณ์แบบนั้น ไคม์หาวิธีที่จะทำให้เขารักตัวเอง…ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
(ถ้ามีครอบครัวที่คอยรักผมอยู่ ผมก็อาจจะรักตัวเองเป็ก็ได้… แต่พอคุณแม่ไม่อยู่ ผมก็หัวเดียวกระเทียมลีบ)
