ทันทีที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยจากไป แสงไฟภายในตลาดมืดก็ค่อยๆ สว่างไสวขึ้น แม้ว่าภายในตลาดมืดจะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แต่ด้วยเวลาอันสั้นผู้ฝึกตนที่อยู่ภายในตลาดมืดจึงไม่ค่อยวิตกกังวลมากนัก
หลังจากที่ความสว่างภายในตลาดมืดกลับมาโดยสมบูรณ์ ทันใดนั้นก็มีเสียงของผู้ฝึกตนดังขึ้น
“คุณชายตี้ถูกสังหาร!”
ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งเห็นว่าร่างที่นอนอยู่เบื้องหน้าของเขาคือร่างของตี้เทียนเซิ่ง เพียงแต่ว่าใบหน้าของตี้เทียนเซิ่งในเวลานี้ไร้ความเย่อหยิ่งและแน่นิ่งโดยไม่หายใจ
ผู้ฝึกตนจำนวนมากถอยห่างออกจากร่างตี้เทียนเซิ่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้องครักษ์ทั้งสองออกคำสั่งด้วยซ้ำ
“คุณชายตี้ คุณชายตี้!”
องครักษ์ทั้งสองคุกเข่าลงที่ด้านข้างร่างของตี้เทียนเซิ่งทันที พวกเขา้าประเมินอาการของตี้เทียนเซิ่ง แต่ความจริงนั้นโหดร้าย...ตี้เทียนเซิ่งตายแล้ว!
ทันใดนั้นแววตาขององครักษ์ทั้งสองก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขายอมตายเสียดีกว่าต้องเห็นร่างไร้ิญญาของตี้เทียนเซิ่ง
อย่างไรก็ตามในฐานะที่พวกเขาเป็องครักษ์ของตี้เทียนเซิ่ง พวกเขารู้ดีว่าตี้เลี่ยจะไม่ละเว้นชีวิตของพวกเขาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นครอบครัวของเขาก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับเขาด้วย
“เราควรทำอย่างไรดี? เราควรทำอย่างไรดี!?” องครักษ์ทั้งสองกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาขณะที่คุกเข่าอยู่ด้านข้างตี้เทียนเซิ่ง
“ไม่มีทางที่เราจะรอดไปได้ มีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้นคือหนีไปให้ไกล!”
องครักษ์อีกคนกระซิบกับสหายของเขา แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถกลับไปที่จวนของตี้เลี่ยได้ หากกลับไปพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้รับการอภัยอย่างแน่นอน โอกาสเดียวคือหลบหนีออกจากจักรวรรดิซือฉีให้ได้ไกลที่สุด อย่างไรก็ตามองครักษ์ทั้งสองเป็ถึงผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถทำงานที่ใดก็ได้
จากนั้นองครักษ์ทั้งสองก็ลุกขึ้น และถอดเครื่องแบบจวนของตี้เลี่ยออก และเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ลมหายใจต่อมาพวกเขาก็ได้วิ่งออกจากตลาดมืด มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองจิ่วหั่วโดยไม่ลังเล พวกเขาไม่สนใจแม้แต่ทรัพย์สินที่พวกเขามีอยู่ด้วยซ้ำ
โชคดีที่องครักษ์ทั้งสองลงมือทำในสิ่งที่คิดอย่างรวดเร็ว จึงทำให้พวกเขามีเวลาในการเดินทางอยู่่หนึ่ง และที่สำคัญผู้ฝึกตนจำนวนมากที่อยู่ภายในตลาดมืดต่างพากันหวาดกลัวที่จะนำเอาเื่นี้ไปรายงานตี้เลี่ย!
ทุกคนรู้ดีว่าอารมณ์ของตี้เลี่ยร้ายเพียงใด แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่น่ายินดีทันทีที่พวกเขารายงานจบพวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ได้รับรางวัลเท่านั้น บางทีพวกเขาจะถูกตี้เลี่ยสังหารเพื่อเป็การระบายอารมณ์อีกด้วย
ท้ายที่สุดไม่ช้าก็เร็วตี้เลี่ยก็คงต้องได้รับรายงาน การตายของตี้เทียนเซิ่งจะปกปิดได้อย่างไรกัน?
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยเข้าใกล้จวนของตี้เหยียนแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวออกมาอย่างคับแค้นใจ ถังเหล่ยไม่ได้กล่าวอะไรเลยระหว่างทาง เขาเพียงแค่จับมือของนางวิ่งเท่านั้น
“ข้าสังหารตี้เทียนเซิ่ง”
ถังเหล่ยกล่าวออกมาราวกับว่าไม่ใช่เื่ร้ายแรง ตรงกันข้ามการลงมือสังหารตี้เทียนเซิ่งคือปัญหาร้ายแรง สิ่งนี้จะทำให้เมืองจิ่วหั่วลุกเป็ไฟ
“อะไรนะ เ้า…!”
ตี้เชียนเสวี่ยไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวให้จบประโยคด้วยซ้ำ แม้ว่าเดิมทีนางจะเป็คนที่ทำอะไรตามใจตน แต่นางก็สามารถคาดเดาผลที่ตามมาได้ หลังจากนี้ตี้เลี่ยจะไม่สนใจคำห้ามปรามของผู้าุโอีกต่อไป และท้ายที่สุดตี้เลี่ยจะประกาศากับบิดาของนางโดยไม่ลังเลหากบิดาของนางยืนยันที่จะเคียงข้างถังเหล่ย
“ข้าคงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า ในเวลาเดียวกันใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มปรากฏอยู่
“เ้ายังจะยิ้มอีก รีบไปหาท่านพ่อของข้าจะดีกว่า ท่านพ่อจะต้องช่วยเ้าได้อย่างแน่นอน!”
ตี้เชียนเสวี่ยโกรธถังเหล่ยมาก หลังจากนี้ตี้เลี่ยจะออกไล่ล่าเขาอย่างบ้าคลั่ง แต่เขากลับมีรอยยิ้มบนใบหน้า
“เราไม่สามารถรายงานเื่นี้ต่อท่านพ่อของเ้าได้ ตี้เทียนเซิ่งเป็บุตรของตี้เลี่ย พวกเขาล้วนอยู่ในตระกูลเดียวกัน หากท่านพ่อของเ้าเลือกที่จะยืนอยู่ข้างข้า ในอนาคตเขาจะต้องถูกตำหนิอย่างแน่นอน”
ถังเหล่ยส่ายหัว เขารู้ดีว่าเื่นี้ตี้เหยียนไม่สามารถปกป้องเขาได้ แม้ว่าผู้าุโใหญ่ของตระกูลตี้จะประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าให้ปกป้องเขา แต่ถ้าเื่นี้ทำให้ตี้เลี่ยและตี้เหยียนทำากัน ผู้าุโใหญ่จะต้องเลือกวิธีที่ดีที่สุดก็คือสนับสนุนตี้เลี่ยสังหารถังเหล่ย
“เราควรทำอย่างไรดี?” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวออกมาพร้อมกับความรู้สึกกังวล แม้ว่านางจะไม่ได้ชอบตี้เทียนเซิ่งแต่นางก็โกรธถังเหล่ยเพราะผลที่ตามมานั้นร้ายแรงเกินจะรับมือ
“ข้าจะทำอะไรได้อีกล่ะ? ข้าทำได้เพียงหนีไปเท่านั้น ที่ข้ายังอยู่ที่เมืองของเ้าก็เพราะรอวัตถุดิบจากท่านพ่อของเ้า แต่ข้าไม่สามารถรอได้อีกแล้ว ข้าจึงวางแผนเอาไว้ว่าจะกลับมาเอาภายหลัง!”
ถังเหล่ยกล่าวกับตี้เชียนเสวี่ย เดิมทีวัตถุดิบเ่าั้ใช้เวลาเตรียมเพียงหนึ่งสัปดาห์แต่ในขณะนี้เขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว
“ข้า…” ตี้เชียนเสวี่ยไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี นางยืนตัวแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่งและกล่าวออกมาว่า
“ข้าจะมอบพาหนะของข้าให้กับเ้า”
ตี้เชียนเสวี่ยพยายามช่วยถังเหล่ยเต็มที่ แต่ในขณะนี้นางไม่สามารถพึ่งพาตี้เหยียนบิดาของนางได้ คราวนี้ถังเหล่ยทำผิดต่อตี้เลี่ยโดยตรง แม้แต่ตี้เหยียนก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้
“ข้าจะรอเ้าอยู่ที่นี่ ไปได้แล้ว”
ถังเหล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นตี้เชียนเสวี่ยก็ยื่นกล่องไม้ในมือของนางให้ถังเหล่ย และรีบมุ่งหน้าเข้าไปในวังหลวงของตี้เหยียนทันที
“ลาก่อน!”
ถังเหล่ยกล่าวเบาๆ ขณะที่เขาเฝ้าดูตี้เชียนเสวี่ยจากไป จากนั้นจึงวิ่งตรงไปที่ประตูเมืองจิ่วหั่วโดยไม่ลังเล
ขี่พาหนะของตี้เชียนเสวี่ยอย่างนั้นหรือ?
พาหนะของตี้เชียนเสวี่ยสามารถเพิ่มความเร็วได้จริงแต่สะดุดตาเกินไป ระยะทางจากเมืองจิ่วหั่วไปูเาจู่หุนยังอีกยาวไกล หากถังเหล่ยขี่พาหนะจะถูกค้นพบอย่างแน่นอน และถังเหล่ยก็ไม่มีอะไรให้ห่วงในจวน หม้อปรุงยาและวัตถุดิบทั้งหมดถูกเก็บไว้ในแหวนมิติของเขาแล้ว สิ่งที่เขามีอยู่เขาก็รู้สึกพึงพอใจกับมัน
ถังเหล่ยไปถึงประตูเมืองจิ่วหั่วอย่างราบรื่น เขาแสร้งทำเป็คนธรรมดาและเดินตามผู้คนออกจากเมืองจิ่วหั่ว จากนั้นเขาก็ได้ซื้อม้าตัวหนึ่งที่นอกประตูเมืองและมุ่งหน้าไปในทิศทางของูเาจู่หุนทันที
อีกด้านหนึ่งตี้เชียนเสวี่ยได้มอบสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดให้ถังเหล่ยไปแล้ว ขณะนี้ร่างของถังเหล่ยหายไป สายตาของนางจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า จากนั้นความโศกเศร้าก็ปรากฏขึ้นในดวงตา
ในเวลาเดียวกันเปลวเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือเมืองจิ่วหั่วและเสียงะเิของเปลวเพลิงนั้นดังกึกก้องไปทั่วเมือง
นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าภายในเมืองจิ่วหั่วกำลังเกิดความวุ่นวาย จากนั้นประตูของเมืองจิ่วหั่วได้ถูกปิดทันที ในเวลาเดียวกันทหารได้ออกลาดตระเวนไปทั่วทุกพื้นที่ของเมือง
ถังเหล่ยหันกลับมามองสิ่งที่ปรากฏอยู่เหนือเมืองจิ่วหั่ว เขาตระหนักได้ทันทีว่าข่าวการตายของตี้เทียนเซิ่งได้ไปถึงหูของตี้เลี่ยแล้ว!
……
