“เป็ความผิดข้างั้นรึ?” จูชิงมองเด็กสาวด้วยความตกตะลึง
“ก็ใช่น่ะสิ เ้าทำให้ข้าเสียโอสถลมปราณสองขวด เ้าจะต้องชดใช้!” เด็กสาวทำหน้ามุ่ย
“เ้าเป็บ้างั้นรึ เหตุผลอะไรของเ้า?” จูชิงผงะ
หนังตาของเด็กสาวกระตุก “นี่คือเหตุผลของข้าจินหลิงเอ๋อร์ รีบชดใช้ให้ข้าเร็วเข้าสิ!”
“อายุเพียงเท่านี้กลับฝึกฝนถึงขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า พร์นับว่าไม่เลว ถ้าเข้าร่วมกับสำนักสักแห่งคงดีกว่าร่อนเร่พเนจรเช่นตอนนี้เป็แน่” จูชิงกล่าว
“สำนักงั้นรึ ข้าไม่สนใจหรอก!” จินหลิงเอ๋อร์เบะปาก
“เ้าหนู ข้าััได้ถึงกลิ่นไอพลังของวิชาสำนักสุญญาจากตัวของนาง!” เฒ่าปีศาจพูด
“สำนักสุญญา สำนักโจรเลื่องชื่อสมัยดึกบรรพ์น่ะหรือ?” จูชิงใมาก
เฒ่าปีศาจพยักหน้า “สำนักสุญญาดับสูญก่อนยุคสมัยดึกดำบรรพ์ล่มสลาย ไม่น่ามีผู้สืบทอดหลงเหลืออยู่ เด็กสาวคนนี้น่าจะได้รับมรดกของสำนักสุญญามาโดยบังเอิญ!”
สมัยดึกดำบรรพ์สำนักสุญญาเจริญรุ่งเรืองเป็อย่างมาก แม้ว่าจะมีศิษย์ไม่มากนัก ทว่าล้วนแล้วเป็ผู้แข็งแกร่งทั้งสิ้น พวกเขาชำนาญการเคลื่อนย้าย ไม่มีใครสามารถทัดเทียม
วิชาของสำนักสุญญาเป็วิชาเหนือชั้นเกินพรรณนา พวกเขาสามารถขโมยของล้ำค่าได้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
ถ้าคิดว่าสำนักสุญญาชำนาญแค่การขโมยนั่นเป็ความคิดที่ผิดมหันต์ นอกจากเงินทอง ของล้ำค่าที่พวกเขาขโมยมาแล้วยังมีวิชายุทธ์จากขุมพลังอำนาจอื่นๆ อีกมากมาย นั่นทำให้ศิษย์ในสำนักแข็งแกร่งเหลือล้ำยิ่งหยั่งถึง
อย่างไรเสียเพราะนิสัยขี้ขโมยของสำนักสุญญา จึงถูกขุมพลังอำนาจอื่นๆ กวาดล้าง สมบัติล้ำค่า สิ่งสืบทอดต่างๆ ถูก่ชิงจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ
หลังจากสิ้นยุคสมัยดึกดำบรรพ์ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสำนักสุญญาจึงสลายหายไปตามกาลเวลา ทว่าเด็กสาวคนนี้กลับมีมรดกสืบทอดของสำนักสุญญา
“ถ้าเ้าไม่เชื่อลองก้มดูเอวตัวเองดูสิ!” เฒ่าปีศาจหัวเราะ
“ที่เอว? ถุงเอกภพของข้า!” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจินหลิงเอ๋อร์ขโมยถุงเอกภพไปตอนไหน
“ั้แ่เมื่อไหร่?” จูชิงขมวดคิ้ว
“ั้แ่ตอนที่นางขอความช่วยเหลือจากเ้า สมกับที่เป็มรดกสืบทอดของสำนักสุญญา กระทั่งข้ายังไม่ทันสังเกตเห็น!” เฒ่าปีศาจอดไม่ได้ที่จะชื่นชม
“ถุงเอกภพของข้าถูกขโมย เ้ายังมีหน้ามาพูดอยู่อีก!” จูชิงถลึงตาใส่เฒ่าปีศาจ
จูชิงเข้าสู่สภาวะไร้เงา กายาแปรเปลี่ยนกลายเป็เงาดับ หายวับไปกับตา
จินหลิงเอ๋อร์เป็ปีติสุดแสน คราวนี้ดันโชคดีได้แกะตัวใหญ่เสียอย่างนั้น ในถุงเอกภพไม่ได้มีแค่สมุนไพรแต่ยังมีหินปราณกับขวดหินประกายแสงแวววาวซึ่งไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบรรจุเอาไว้
“เร็วมาก สำหรับขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าแล้วถือว่าเร็วจนน่าทึ่ง!” จูชิงมองจินหลิงเอ๋อร์พลางยิ้ม
“ตามข้าทันได้ยังไง?” จินหลิงเอ๋อร์เบิกตากว้าง
นางฝึกฝน《ร้อยลี้ไร้ร่องรอย》วิชาเคลื่อนย้ายที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักสุญญา ลำพังแค่วิชานี้ นางใช้มันเล่นงานจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่าไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว
“ร้อยลี้ไร้ร่องรอย? แต่สุดท้ายข้าก็ตามทันอยู่ดีไม่ใช่รึ เอาถุงเอกภพคืนมาซะ” จูชิงยื่นมือ
“ฝันไปเถอะ ถ้าอยากได้ถุงเอกภพคืนก็จับข้าให้ได้สิ!” จินหลิงเอ๋อร์กระทืบเท้าขวา กายาผสานรวมเป็หนึ่งเดียวกับดิน
“วิชามุดดิน!” ม่านตาของจูชิงหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม จินหลิงเอ๋อร์เรียนวิชามามากขนาดนี้เชียวรึ
จูชิงไม่เคยเรียนวิชามุดดิน ดังนั้นจึงไม่สามารถมุดดินไล่ตามจินหลิงเอ๋อร์ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรจินหลิงเอ๋อร์ไม่ได้!
“ฟึ่บ!” จูชิงแทงง้าวปีศาจิญญาอำมหิตลงไปในดิน!
“กรี๊ดดด!” จินหลิงเอ๋อร์ร้องลั่นแล้วะโออกมาจากพื้นดิน
ยังดีที่ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตแทงเฉียดหน้าจินหลิงเอ๋อร์ไปเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นนางคงเสียโฉมไปแล้ว!
“เป็ผู้ชายประสาอะไร ทำร้ายผู้หญิงได้ลงคอ จิตใจอำมหิตเหี้ยมยิ่งนัก!” จินหลิงเอ๋อร์ชี้หน้าด่าจูชิง
จูชิงแสยะยิ้ม “จิตใจอำมหิตเหี้ยมงั้นรึ ถ้าข้าจะฆ่าเ้าจริงๆ คิดหรือว่าจะยืนชี้หน้าด่าข้าอยู่ตรงนี้ได้ ข้าไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับเ้า เอาถุงเอกภพคืนมาซะ”
“ฝันไปเถอะ!” จินหลิงเอ๋อร์แลบลิ้นแล้วโยนลูกบอลเหล็กลงพื้น ลูกบอลเหล็กพลันแตกออกควันตลบอบอวลไปทั่วทุกหนแห่ง จากนั้นจินหลิงเอ๋อร์ก็เตรียมจะหายวับไปในควัน
“รู้วิชาสำนักสุญญาเยอะเสียด้วย เป็ปัญหาแล้วสิ!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“รู้เยอะแล้วอย่างไร สุดท้ายก็เป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า!” จูชิงแค่นเสียง
“เ้ามีสิทธิ์ไปว่าคนอื่นด้วยรึ” เฒ่าปีศาจกลอกตา
“อย่างน้อยข้าก็แข็งแกร่งกว่านาง!” จูชิงหัวเราะ กายาเข้าสู่สภาวะไร้เงาข้ามผ่านหมอกควัน จับคว้าร่างของจินหลิงเอ๋อร์เอาไว้
จูชิงจับจินหลิงเอ๋อร์ด้วยมือข้างเดียว “ยังคิดจะหนีอยู่หรือไม่?”
“เ้าไม่ใช่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณงั้นรึ!” จินหลิงเอ๋อร์ตะลึงงัน
จูชิงแปลกใจ “ข้าบอกตอนไหนว่าข้าเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ?”
“สุดยอด ข้าเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าเชียวนะ เหตุใดเ้าถึงแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าอีกล่ะ?” จินหลิงเอ๋อร์พูดอย่างเหลือเชื่อ
“เ้ามั่นใจอะไรในตัวเองนัก ไม่รู้หรือว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า?” จูชิงยิ้ม
วิชามุดดินกับทลายควันที่จินหลิงเอ๋อร์เชี่ยวชาญที่สุดถูกจูชิงมองทะลุจนหมดเปลือก!
“เป็เด็กเป็เล็ก ริอ่านเป็หัวขโมย!” พอจูชิงได้ถุงเอกภพกลับมาก็ปล่อยตัวจินหลิงเอ๋อร์
“บอกว่าข้าเป็เด็ก เ้าอายุเท่าไหร่ แล้วทำไมถึงเก่งยิ่งกว่าข้าอีก?” จินหลิงเอ๋อร์มองจูชิงด้วยความฉงนสงสัย
“สิบเจ็ด มีอะไร?” จูชิงเลิกคิ้ว
“สิบเจ็ดงั้นรึ เป็ไปได้ยังไง ข้าอายุยี่สิบแล้ว ทำไมเ้าถึงอายุแค่สิบเจ็ดล่ะ?” จินหลิงเอ๋อร์เบิกตาทั้งสองกว้าง
“เพราะข้าเป็อัจฉริยะ” จูชิงหัวเราะชอบใจ
“เหอะ ข้าไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายแบบเ้ามาก่อน” จินหลิงเอ๋อร์เม้มปาก
พร์ของจินหลิงเอ๋อร์ถือว่ายอดเยี่ยม ถ้าอยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะต้องได้รับการดูแลอย่างดีเป็แน่แท้ ขอแค่นางยินยอม พวกเขาย่อมทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดที่มีให้กับนาง
“เ้ามีเงินตั้งเยอะ แบ่งให้ข้าบ้างสิ สักนิดก็ยังดี!” จินหลิงเอ๋อร์พนมมือ ดวงตากลมโตจ้องมองถุงเอกภพของจูชิง ทำหน้าตาท่าทางน่าเห็นใจ
จูชิงผงะ “เ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเ้าหรือไง?”
“แค่เ้าให้หินปราณกับข้า ถึงเ้าจะฆ่าข้าก็ไม่เป็ไร!” จินหลิงเอ๋อร์พูด
จูชิงหยิบหินปราณหลายสิบก้อนออกมาจากถุงเอกภพแล้วโยนให้จินหลิงเอ๋อร์ “ทีหลังอย่าลักขโมยของใครอีก คราวหน้าเ้าอาจไม่โชคดีแบบนี้”
“เข้าใจแล้วน่า ขี้บ่นจริง!” จินหลิงเอ๋อร์ทำหน้ามุ่ยแล้วใช้วิชามุดดินหายวับไป
“เ้าหนู ข้ารับรองได้เลย ถ้าเ้ามีโอกาสเจอนางอีกครั้ง นางก็จะทำเช่นเดิม” เฒ่าปีศาจกล่าว
“เ้ารู้ได้ยังไง?” จูชิงเหลือบตามองเฒ่าปีศาจ
“เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าสุนัขไม่เปลี่ยนนิสัยกินอาจม[1]หรือไม่!” เฒ่าปีศาจหัวเราะ
จูชิงถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “อย่างน้อยนางก็เป็ผู้หญิง อย่าพูดจาหยาบคายเช่นนั้นสิ น่าจะเป็สันดอนขุดง่าย สันดานแก้ยากมากกว่า!”
ทว่าสองวันต่อมาจูชิงก็หัวเราะไม่ออก เขาเพิ่งมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งก็เห็นขอทานคนหนึ่งถูกกลุ่มจอมยุทธ์ไล่ล่า หน้าตาของขอทานผู้นั้นช่างคุ้นหน้าคุ้นตาเสียยิ่งกระไร
“ให้ตายเถอะ โลกมันแคบอะไรอย่างนี้” จูชิงยิ้มเจื่อน
จินหลิงเอ๋อร์ที่ถูกจอมยุทธ์ไล่ล่ามา พอเห็นจูชิงเข้า ดวงตาพลันเป็ประกาย!
จูชิงใจสั่นสะท้าน มีลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างจึงรีบหันหลังวิ่งหนี
“ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย!” จินหลิงเอ๋อร์ส่งเสียงดังอึกทึก จอมยุทธ์เ่าั้จึงมุ่งความสนใจทั้งหมดมาที่จูชิง
จูชิงยิ้มแหย “นางโกหก ข้าไม่รู้จักนาง!”
“ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย อย่าทอดทิ้งข้าเลยได้โปรด!” จินหลิงเอ๋อร์สะอึกสะอื้น ทำท่าทางน่าสงสาร...อีกครั้ง
จูชิงส่ายศีรษะ “ก็ได้ ข้ารู้จักนาง ข้าจะชดใช้ของที่นางขโมยให้เอง!”
จูชิงพูดไปพลางหยิบหินปราณมาชดใช้ให้กับพวกเขา!
“เ้าจะไปไหน!” พอจัดการเื่เรียบร้อยจูชิงก็คว้าตัวจินหลิงเอ๋อร์ที่กำลังแอบย่องหนีจากข้างหลัง
“ก่อนหน้านี้ข้าบอกว่าอย่าไปเที่ยวลักขโมยของใคร เ้าจำที่ข้าพูดไม่ได้รึ!” จูชิงแค่นเสียง
จินหลิงเอ๋อร์กลอกตา “ถ้าแค่พูดก็ได้นี่ ถ้าข้าไม่ทำแบบนี้ ข้าจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงล่ะ”
“เ้าเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า มีอย่างอื่นตั้งมากมายให้ทำ เ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ ถ้าวันหนึ่งถูกฆ่าตายขึ้นมาจะทำยังไง?” จูชิงดุ
“คิดว่าพวกขี้เมาหยำเปนั่นจะจับข้าได้รึ อีกสิบปีก็จับข้าไม่ได้หรอก” จินหลิงเอ๋อร์เบะปาก
“ยังจะปากแข็งอีก แล้วแผลที่แขนเ้ามาจากไหน?” จูชิงถกแขนเสื้อของจินหลิงเอ๋อร์ขึ้น ทั่วทั้งแขนเต็มไปด้วยแผลเล็กใหญ่ แม้ว่าเืจะหยุดไหลแล้ว แต่ดูจากสภาพแผลน่าจะได้มาเมื่อสองวันก่อน
“แค่พลาด!” จินหลิงเอ๋อร์แค่นเสียง
“โครกคราก...”
“ฟ้าร้อง?” จูชิงแหงนหน้ามองฟ้าด้วยความงุนงง วันนี้อากาศดีปลอดโปร่ง ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกแต่อย่างใด
“เสียงท้องข้า” จินหลิงเอ๋อร์มองจูชิงอย่างโกรธเคือง เ้านี่แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่จงใจทำให้นางขายหน้าชัดๆ
“เ้าหิวงั้นรึ?” จูชิงตะลึง เวลาผู้หญิงหิวก็ท้องร้องเหมือนกันงั้นรึ เดิมทีนึกว่ามีแต่ผู้ชายเสียอีก
พอเห็นสภาพของจินหลิงเอ๋อร์ จูชิงก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “เอาเถอะ อย่างไรเสียข้าก็จะไปกินข้าวอยู่แล้ว ไปด้วยกันสิ!”
“เฮ้ เ้าก็เป็คนดีเหมือนกันนี่ ไม่เสียแรงที่ข้าเรียกเ้าว่าอาจารย์!” จินหลิงเอ๋อร์ะโโลดเต้น
เมื่อัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวได้ยินว่าจูชิงจะกินข้าวที่นี่ มันทั้งสองทำหน้าน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ พวกมันเคยชินกับการกินสมุนไพรกับเน่ยตัน ถ้าต้องกินอาหารธรรมดา สู้ฆ่ามันให้ตายเสียยังดีกว่า
[1] อุปมาหมายถึง นิสัยแย่ๆ แก้ไม่ได้
