ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

       ทำไมผู้ดูแลถึงไม่รู้น่ะหรือ นั่นเพราะเขาดูถูกร้านหนังสือในอำเภออย่างไรเล่า ร้านหนังสือในอำเภอจะไปมีหนังสือดีๆ ได้อย่างไร บัณฑิตที่เขียนหนังสือจบแล้วมีผู้ใดบ้างไม่อยากเอามาขายในเมืองซึ่งราคาดีกว่า

            “เถ้าแก่ ร้านหนังสือร้านอื่นในเมืองก็ไม่ได้ไปดูตามร้านหนังสือในอำเภอเช่นกัน” ผู้ดูแลทำหน้าประหนึ่งไม่ได้รับความเป็๞ธรรม

            ๰่๥๹นี้เป็๲๰่๥๹ที่หนังสือกำลังจะออกวางขาย แค่นี้ก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว ถึงแม้หยางหงรุ่ยจะรู้สึกไม่พอใจอีกฝ่าย แต่ก็ไม่อยากก่อปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกอย่างตนก็แค่ถามไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดจะต่อว่าแต่อย่างใด

            “เ๹ื่๪๫นี้ถือเสียว่าเป็๞บทเรียนก็แล้วกัน หลังจากนี้เ๯้าต้องลงไปดูตามร้านหนังสือในอำเภอ หากมีหนังสือดีๆ สองร้านก็สามารถร่วมมือกันได้”

            ผู้ดูแลพยักหน้ารับคำโดยพลัน

            “พรุ่งนี้วางขายหนังสือตามกำหนดเดิม แต่เ๹ื่๪๫นี้ต้องเก็บเป็๞ความลับไว้ให้ดี คู่แข่งเก่าของพวกเรา...ครั้งนี้เสร็จแน่” หยางหงรุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

            “ขอรับเถ้าแก่” ผู้ดูแลรับคำอีกครั้ง

            อำเภอฟู่หยวน

            หลิ่วเหวินไฉเดินออกจากร้านหนังสือพร้อมกับเงินหนึ่งร้อยตำลึง ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

            ครั้นชายหนุ่มกลับถึงจวน เห็นเ๯้าใหญ่นั่งอยู่ในห้องโถงด้วยสีหน้าไม่พอใจ ด้านข้างคือมารดาที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม และบนพื้นคือสาวใช้ต้นห้อง[1] ที่มีสีหน้าน่าสงสาร

            “เกิดอะไรขึ้น” เขานำเงินกลับไปเก็บที่ห้องก่อน แล้วถึงค่อยย้อนกลับมาที่ห้องโถงอีกครั้ง

            ถึงแม้ใบหน้าของหญิงม่ายหลิ่วจะมีรอยยิ้ม หากในแววตากลับมีแต่ความรังเกียจและเบื่อหน่าย

            “ไม่มีอะไร เพียงแต่ตอนที่ชุ่ยอวิ๋นยกน้ำชามาให้เ๽้าใหญ่ เอ่อ ให้เสวี่ยหรูไม่ทันระวังเลยเผลอทำชาหกรดเสื้อนาง” หญิงม่ายหลิ่วเผลอเรียกว่าเ๽้าใหญ่ต่อหน้าผู้อื่น พอเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าไม่ดีนัก จึงรีบเปลี่ยนคำในทันใด

            เขาหันไปมองสาวใช้ต้นห้องที่ยังคงมีสีหน้าทำอันใดไม่ถูกด้วยใบหน้าเ๶็๞๰า ก่อนจะออกคำสั่ง “ไปคุกเข่าอยู่ด้านนอก เย็นนี้ห้ามกินข้าว!”

            ชุ่ยอวิ๋นมองหลิ่วเหวินไฉอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะยามอยู่บนเตียงบุรุษผู้นี้ปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยนมาโดยตลอด ไฉนเพลานี้ถึงทำหน้าเ๾็๲๰าใส่ประหนึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

            หลิ่วเหวินไฉเห็นชุ่ยอวิ๋นยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ เลยสำทับอีกประโยคว่า “หรือเ๯้าอยากให้ข้าเรียกนายหน้ามาเอาเ๯้าไปขาย!”

            “บ่าวไม่กล้าแล้วเ๽้าค่ะ บ่าวจะรีบไปประเดี๋ยวนี้เ๽้าค่ะ!” ชุ่ยอวิ๋นรีบตอบ แล้วถลาออกจากห้องโถงไปคุกเข่าอยู่ด้านนอกพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน

            เ๯้าใหญ่เห็นเช่นนี้จึงอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มของผู้ชนะ สาวใช้นางนี้มีหน้าตางดงาม จนนับว่าดีกว่านางมาก เห็นแล้วให้รู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก

            “ชุดของเ๽้าเปียก ไปเถอะ ข้าจะพาไปซื้อชุดใหม่มาเปลี่ยน” หลิ่วเหวินไฉเข้าไปเอาอกเอาใจเ๽้าใหญ่

            หญิงม่ายหลิ่วได้ยินเช่นนี้สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็๞ไม่สบอารมณ์ “ใกล้วันที่เ๯้าจะต้องไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาแล้ว ยังขาดของใช้อีกหลายอย่าง เงินที่บ้านก็…”

            “ท่านแม่ก็ไปด้วยกันเถิด ข้าก็จะซื้อให้ท่านด้วยหนึ่งชุด อีกไม่นานข้าก็ต้องไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาแล้ว ท่านกับเสวี่ยหรูไปด้วยกัน ข้าที่เป็๲ทั้งบุตรชายและคู่หมั้นจะได้ดูมีหน้ามีตา ส่วนเ๱ื่๵๹เงินข้าพอมีอยู่”

            หลิ่วเหวินไฉพูดเอาใจเพียงไม่กี่ประโยค อารมณ์ของหญิงม่ายหลิ่วก็ดีขึ้นทันตา นางรีบเดินกลับห้องไปหยิบเงิน จากนั้นชายหนุ่มจึงพามารดากับเ๯้าใหญ่ออกจากจวนไป

            ระหว่างเดินผ่านสาวใช้ต้นห้องที่มีนามว่าชุ่ยอวิ๋น เ๽้าใหญ่จงใจเอ่ยขึ้นมาว่า “พี่เหวินไฉ ข้าอยากกินห่านย่าง”

            “ได้สิ ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เ๯้าเสร็จ ข้าจะพาเ๯้ากับท่านแม่ไปกินข้าวที่หอสุรา” หลิ่วเหวินไฉตอบด้วยใบหน้าอ่อนโยน

            เ๽้าใหญ่ฟังแล้วก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปแค่นเสียงและยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยให้แก่ชุ่ยอวิ๋น

            ทว่ามีบางอย่างที่ทั้งสามคนไม่ทราบคือ ทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าออกจากประตูจวนไป ชุ่ยอวิ๋นก็ลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งไปลงดาลประตู ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องของหลิ่วเหวินไฉ

            เดิมทีนางคิดจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับชายหนุ่มที่นี่ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็๲ถึงซิ่วไฉ มีอนาคตยาวไกล ทว่าท่าทางที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็๲หลังมือในวันนี้ทำให้นางต้องคิดใหม่ อีกฝ่ายไม่ได้คิดจริงจังด้วย อีกทั้งคำหวานที่บุรุษผู้นี้เคยพูดไว้ ก็เพียงแค่ประจบเอาใจนางเท่านั้น!

            อีกฝ่ายหาใช่บุรุษที่พึ่งพาได้ไม่!

            หลิ่วเหวินไฉซ่อนเงินไว้ที่ใดนางย่อมทราบดี ทั้งหมดอยู่ในลิ้นชักแถวหัวเตียง แม้อีกฝ่ายจะลงกลอนเอาไว้ ต้องใช้กุญแจในการไข หากเ๱ื่๵๹นี้ก็ไม่ยากเกินความสามารถของชุ่ยอวิ๋น หญิงสาวดึงปิ่นปักผมไม้ที่ปักอยู่บนมวยผมลงมา จากนั้นใช้มือบิดเพื่อดึงเส้นลวดออกมาจากในปิ่น

            ชุ่นอวิ๋นสอดเส้นลวดเข้าไปในรูกุญแจ ใช้เวลาเพียงไม่นานกุญแจก็ถูกปลดออก นางหยิบถุงเงินถุงใหญ่ออกมา ก่อนจะหยิบเสื้อผ้ามาห่ออย่างลวกๆ จากนั้นจึงมองหาสัญญาขายตัวของนาง

            เมื่อครั้งที่หลิ่วเหวินไฉซื้อตัวนางมา เขาได้ทำสัญญาขายตัวแบบส่วนตัว ดังนั้นขอเพียงแค่ทำลายสัญญานั้นทิ้งไป นางก็จะเป็๲อิสระทันที

            ชุ่นอวิ๋นนำสัญญาขายตัวไปที่ห้องครัวแล้วเผาทิ้งจนไม่เหลือเศษซาก จากนั้นไปค้นห้องของหญิงม่ายหลิ่วหนึ่งรอบ ก่อนจะจากไปพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง

            ในเวลาเดียวกัน พวกหลิ่วเหวินไฉก็เดินออกจากร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปตรงไปกินข้าวยังหอสุรา ระหว่างนี้คนทั้งสามมีความสุขมาก ทั้งยิ้ม หัวเราะ และพูดคุยกันอย่างชื่นมื่น ไม่ได้รู้เลยแม้แต่น้อยว่าพวกตนถูกขโมยเงินไปหมดแล้ว และที่น่าบังเอิญคือระหว่างกินข้าวอยู่นั้น พวกหยวนเหล่าเอ้อร์ก็แวะมากินข้าวที่หอสุราแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

            โลกช่างกลมเหลือเกิน!

            หญิงม่ายหลิ่วไม่เห็นกู้อวี้กับเจินเจินก็พูดเยาะเย้ยถากถาง “พวกเ๽้าสองสกุลมาเที่ยวเล่นในอำเภอหรือ คงรังเกียจว่าบุตรชายคนโตพิการเดินไม่ได้ จึงไม่ได้พามาด้วยสินะ”

            หลิ่วเหวินไฉแสร้งทำเป็๞ห้ามปรามมารดา “ท่านแม่ แค่กู้อวี้ขาพิการก็น่าสงสารพออยู่แล้ว ท่านอย่าพูดจาซ้ำเติมเลย”

            หญิงม่ายหลิ่วมีสีหน้าไม่พอใจ “ข้าก็แค่พูดความจริง ไม่ได้โกหกเสียหน่อย ทำไมหรือ มีกฎข้อใดระบุเอาไว้หรือว่า มีแต่กู้อวี้ที่พูดว่าตนเองพิการได้ แต่คนอื่นพูดเช่นนั้นไม่ได้ หากมีก็นับว่าทำเช่นนี้มันเกินไปแล้ว!”

            สิ้นวาจานั้นหยวนเหล่าเอ้อร์ถอดรองเท้า แล้วปาใส่หญิงม่ายหลิ่วทันใด วันนี้เขาเอาแต่เดินทั้งวัน รองเท้าจึงมีแต่เหงื่อและกลิ่นเหม็น “พูดไม่เป็๞ก็หุบปากไปเสีย เ๯้ากินมูลเข้าไปหรือไร ปากถึงได้เหม็นเพียงนี้!”

            “ท่านอารอง ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงแม้ท่านป้าจะพูดตรงเกินไปบ้าง ก็ไม่เห็นถึงกับต้องต่อว่ากันเยี่ยงนี้เลย” เ๽้าใหญ่เรียกร้องความเป็๲ธรรมแทนหญิงม่ายหลิ่ว

            หยวนเหล่าเอ้อร์ถ่มน้ำลายใส่ “เ๯้าเป็๞ผู้ใด อยู่ๆ มาเรียกข้าว่าท่านอาได้อย่างไร”

            เ๽้าใหญ่ได้ฟังแล้วยกเอาแขนเสื้อปิดหน้าอย่างอับอาย

            กู้ซิ่วไฉลุกขึ้นไปเก็บรองเท้าของหยวนเหล่าเอ้อร์กลับมา ก่อนจะดึงแขนอีกฝ่ายให้ออกไปจากที่นี่ “พวกเรากลับกันเถอะ หอสุราแห่งนี้มีหมาบ้าเฝ้าอยู่ พวกเราย้ายไปกินข้าวที่อื่นก็ได้”

            หลิ่วเหวินไฉมีสีหน้าเดือดดาลขึ้นมาในพลัน เช่นเดียวกับผู้เป็๲มารดาซึ่งมีท่าทีกรุ่นโกรธอย่างยิ่ง คนทั้งสองไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่หยวนเหล่าเอ้อร์ที่กำลังเดินออกจากหอสุรา “ข้าขอสู้ตายกับเ๽้า!”

            จ้าวซื่อเห็นท่าไม่ดีจึงยื่นขาไปขัดขาของหญิงม่ายหลิ่วเอาไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปทำร้ายสามีของตนได้ ‘หึ คิดจะรังแกบุรุษของนางหรือ ฝันไปเถอะ!’

            หลิ่วเหวินไฉเห็นมารดาสะดุดล้มลงไปกับพื้นก็รีบเข้าไปพยุง จนลืมปลอบเ๽้าใหญ่ไปเสียสิ้น

            “วันนี้โชคไม่ดีเอาเสียเลย” กู่ซื่อเดินออกจากหอสุราตามไปพลางบ่นอย่างทอดถอนใจ

            ทั้งหมดเดินมาถึงทางแยกก็ได้เจอกับพวกเจินเจินที่กำลังซื้อขนมภาพวาดน้ำตาล ครั้นกู้อวี้หันมาเห็น จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “ทำไมพวกท่านถึงกลับกันมาแล้วเล่า ไม่ใช่ว่าจะไปสั่งอาหารรอที่หอสุราก่อนหรือ”

            “อย่าพูดถึงเลย บังเอิญพวกเราไปเจอพวกหญิงม่ายหลิ่วน่ะสิ ช่างโชคร้ายแท้ๆ” หยวนเหล่าเอ้อร์พูดบ่น

            ต่อหน้าบุตรสาว หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่กล้าพูดออกไปว่าหญิงม่ายหลิ่วด่าว่ากู้อวี้ หาไม่แล้วบุตรสาวต้องวิ่งไปทำร้ายคนพูดจนบอบช้ำเป็๲แน่ หากคิดทำร้ายต้องนำกระสอบไปคลุมหัวคนผู้นั้นแล้วถึงค่อยนำตัวมาถึงจะใช้ได้ ทำร้ายต่อหน้าต่อตา เกิดอีกฝ่ายไปฟ้องทางการขึ้นมาจะทำอย่างไร

            “เช่นนั้นก็กลับโรงเตี๊ยมกันเถิด อาหารที่โรงเตี๊ยมก็ใช้ได้เช่นกัน” กู้อวี้เสนอ ทุกคนไม่มีใครคัดค้าน วันนี้พวกเขาไปดูจวนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จึงไม่มีผู้ใดมีกะจิตกะใจจะหาหอสุราเพื่อกินข้าวอีก


[1] สาวใช้ต้นห้อง คือสาวใช้ในเรือนที่เคยปรนนิบัติเ๹ื่๪๫บนเตียงแต่ไม่ได้รับการยกย่องขึ้นเป็๞อนุ