ค่ำคืนในเมืองดาบ์เงียบสงบไม่ต่างจากทุกคืนที่ผ่านมา แสงตะเกียงิญญาเรียงรายตามถนนสายหลัก สะท้อนเงาอาคารหินสูงตระหง่าน ผู้คนหลับใหลโดยไม่ล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ความสงบนี้ กำลังมีบางสิ่งที่เน่าเปื่อยค่อย ๆ กัดกินอยู่ในเงามืด
ภายในคฤหาสน์เ้าเมือง ทุกอย่างยังดูปกติดี ยามรักษาการณ์เดินตรวจตราอย่างเป็ระบบ อาคมป้องกันยังคงทำงานอย่างสมบูรณ์
แต่ลึกเข้าไปในห้องพักส่วนตัวของเ้าเมือง กลับเป็อีกภาพหนึ่งโดยสิ้นเชิง
ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ผมดำ หน้าตาเข้ม นอนอยู่บนเตียงด้วยลมหายใจที่แ่เบา เขาคือ คังห่าว ผู้ปกครองเมืองดาบ์คนปัจจุบัน นักบุญระดับที่ 4
ในยามปกติ เพียงสะบัดมือเดียวก็สามารถสยบผู้ฝึกตนนับร้อยได้ ทว่าในตอนนี้ ใบหน้าของเขาซีดขาว เหงื่อไหลซึมทั่วร่าง เส้นเืสีดำปูดนูนขึ้นตามลำคอและแขน พิษบางอย่างกำลังกัดกินอวัยวะภายในอย่างช้า ๆ แต่โเี้
เบื้องหน้าเขา มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ พร้อมดาบสีดำสนิทในมือที่สั่นเล็กน้อย
เขาคือ คังจิน ลูกชายเพียงคนเดียวของคังห่าว
ชั่วขณะหนึ่ง ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เสียงลมหายใจของทั้งสองประสานกันอย่างอึดอัด
ก่อนที่คังจินจะกำดาบแน่น และแทงลงไปตรงหัวใจของบิดาอย่างไม่ลังเล
ฉึก!!
ปลายดาบแทงทะลุร่างกายของนักบุญ เืสีแดงเข้มพุ่งออกมาพร้อมเสียงกล้ามเนื้อถูกฉีกขาด
คังห่าวไม่กรีดร้อง ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีการดิ้นรน
ดวงตาของเขาเพียงจ้องมองไปยังลูกชายของตนเองอย่างนิ่งเงียบ ราวกับยังไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้า
หยดน้ำตาใสค่อย ๆ ไหลออกมาจากหางตา คำถามนับไม่ถ้วนถาโถมอยู่ในหัวของเขา
ั้แ่วันที่ภรรยาจากไป ลูกชายคนนี้คือทุกอย่างในชีวิตของเขา เหตุผลเดียวที่ทำให้เขายังยืนหยัดอยู่บนตำแหน่งเ้าเมืองต่อไป แม้จะต้องแบกรับแรงกดดันจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูลรอบด้านก็ตาม
เสียงสั่นเครือของคังจินดังขึ้น
“ท่านพ่อ… เพื่อให้ข้าได้รักกับน้องสาวเย่ ท่านจำเป็ต้องเสียสละ”
คังห่าวหลับตาลงช้า ๆ ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งผุดขึ้นในความทรงจำ เย่ซิน
ศิษย์หญิงจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สระหยก ผู้มีพร์โดดเด่น งดงามดุจดอกบัวท่ามกลางสระ์ นางคือผู้ที่ทำให้คังจินหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
ั้แ่แรกพบ ลูกชายของเขาทุ่มเททุกอย่างให้หญิงสาวผู้นั้น ทรัพยากร สมบัติหายาก ยาอายุวัฒนะ วิชาฝึกตน ล้วนมอบให้อย่างไม่หวงแหนราวกับถูกมนต์สะกด
แต่ทางเย่ซินที่รับสมบัติเ่าั้ไปกลับไม่เคยมองมาที่ลูกชายของเขาเลยแม้แต่น้อย
เขารู้… เขาเองก็ผิดที่ไม่ห้ามปรามลูกชายตัวเอง แต่ในฐานะพ่อ เขาเพียงอยากให้ลูกชายมีความสุข
ทันใดนั้น เสียงะเิจากภายนอกก็ดังกึกก้อง
ตูม!
คลื่นดาบอันรุนแรงพุ่งซัดใส่คฤหาสน์เ้าเมืองอย่างไร้คำเตือนใดๆ กำแพงอาคมแตกสลายเป็เสี่ยงๆ เศษหินกระเด็นปลิวว่อน
แรงสั่นะเืทำให้พื้นห้องแตกร้าว
คังจินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะเปิดประตูออกไปนอกห้องทันที
“น้องสาวเย่ซิน… ในที่สุดเ้าก็มา”
ทันใดนั้นร่างหนึ่งลอยลงมาจากท้องฟ้าอย่างงดงาม
หญิงสาวผู้มีรูปร่างอ่อนหวาน ใบหน้าสวยงามที่ไม่อาจปกปิดได้ด้วยผ้าคลุมหน้าของนาง ผมยาวสีชมพูถักเป็เปียยาว ดวงตาเปล่งประกายใส ชุดรัดรูปเผยสัดส่วนอันสมส่วนทุกส่วน ทุกก้าวที่นางเหยียบย่าง ราวกับดึงดูดสายตาของทั้งโลก
ข้างกายนาง มีชายหนุ่มอีกคนยืนอยู่
ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วคม ผมสั้นสีดำ สวมชุดสีขาวสะอาดตา ออร่าพลังแห่งความร้อนแผ่ออกมาโดยไม่ปิดบัง ทั้งคู่ลอยลงมายืนนิ่งอยู่ที่ส่วนหญ้าของคฤหาสน์เ้าเมือง
คังจินจ้องมองชายผู้นั้นด้วยสายตาไม่เป็มิตร
แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไรออกมา เสียงของเย่ซินก็ดังขึ้นก่อน
“ข้าขอบคุณเ้ามาก…”
คังจินที่ได้ยินคำพูดของนางเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกันเพียงแค่ไม่กี่เดียว ชายชุดขาวที่ยืนข้างนางก็ขมวดคิ้วทันที สีหน้าฉายแววความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
วินาทีถัดมา
ร่างของเขาพุ่งออกไปดุจสายฟ้า หวัดขวาตรงแหวกอากาศ พุ่งเข้าใส่คังจินในจังหวะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว
แรงกระแทกจากหมัดเมื่อครู่ยังสะท้อนก้องอยู่ในอกของคังจิน ร่างของเขาปลิวกระแทกเสาหินจนแตกเป็เสี่ยงๆ เืพุ่งออกจากปากทันที ลมหายใจสะดุดรุนแรงจนแทบไม่อาจลุกขึ้นยืนได้
เขากัดฟัน ฝืนเงยหน้าขึ้นมองชายชุดขาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ไอ้ชั้นต่ำ… เย่เฉิน!”
เสียงของคังจินสั่นทั้งโกรธทั้งเจ็บ
“ข้าจะฆ่าเ้า!”
เย่เฉินหัวเราะเบา ๆ สีหน้าสงบนิ่งราวกับทุกอย่างอยู่ในความคาดหมาย เขาก้าวเข้ามาช้า ๆ ออร่าเพลิงลอยวนรอบหมัด
“ตอนนี้เ้าไม่มีประโยชน์อะไรแล้วก็ได้เวลาลงไปอยู่ในถังขยะแล้ว”
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“แต่ก็ต้องขอบคุณเ้ามากนะ ที่ช่วยวางยาพิษท่านคังห่าวให้พวกเรา ทำให้ตระกูลเย่สามารถยึดครองเมืองดาบ์ได้ง่ายขึ้นตั้งมาก”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คังจินกระอักเืออกมาอีกครั้ง มือสั่นเทาไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ได้ยินได้
เขาหันไปมองหญิงสาวผมสีชมพูที่ยืนอยู่อีกด้าน
“น้องสาวเย่ซิน… นี่มันหมายความว่ายังไงกัน”
เสียงของเขาแ่ลง เต็มไปด้วยความสับสน
“เ้าไม่ใช่เหรอที่บอกข้าว่า ขอแค่ข้าทำให้ท่านพ่อข้าเป็อัมพาตชั่วคราว ตระกูลเย่จะใช้จังหวะนั้นเข้ายึดเมือง และจะไม่ทำร้ายคนจากจวนเ้าเมือง… ไม่ใช่หรือไงกัน”
เย่ซินเงียบ นางไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว
ผ้าคลุมยังคงปิดใบหน้าส่วนล่าง ดวงตาที่มองกลับมาเ็าราวกับน้ำแข็ง ไม่มีความลังเล ไม่มีความเห็นใจ และไม่มีแม้แต่เงาของความรู้สึกในอดีต
ก่อนที่คังจินจะทันได้พูดอะไรต่อ
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟก็พุ่งทะลุเข้าที่ลำตัวของเขาอย่างจัง
ตูม
“อ๊าาา!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังลั่น ร่างของคังจินถูกยกขึ้นจากพื้น เืกระเซ็นไปทั่วพื้นหิน
“เย่เฉิน… ไอ้… ไอ้ชั้นต่ำ…”
เขาร้องออกมาด้วยความเ็ปสุดขีด เย่เฉินยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณนะ คังจิน”
ในหูของคังจิน เสียงเ่าั้แทบไม่หลงเหลือความหมายอีกต่อไป
สายตาของเขามองผ่านชายตรงหน้าไปยังหญิงสาวผมสีชมพู ดวงตาแดงฉานสั่นไหว เขายื่นมือออกไปอย่างอ่อนแรง
“น้องสาวเย่ซิน… ทำไมกัน…”
เสียงนั้นสั่นเครือราวกับแตกสลาย
“ทั้งที่ข้าทำให้เ้าได้ทุกอย่างแท้ ๆ …”
เย่ซินมองเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบือนหน้าหนี นางหันหลังให้เขาอย่างเด็ดขาด แล้วเดินกลับไปโดยไม่หันมามองอีกแม้แต่น้อย
ในวินาทีนั้นเอง
หมัดเพลิงของเย่เฉินชกใส่ร่างของคังจินอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี เสียงกระดูกแตกดังชัดเจน
คังจินทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบใบหน้า
“ข้า… รักเ้านะ… เย่ซิน…”
ประโยคนั้นแทบจะเป็เสียงกระซิบสุดท้ายของชีวิต
เปลวเพลิงจากหมัดของเย่เฉินลุกโชนขึ้นในทันที เผาผลาญร่างของคังจินจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
เปลวไฟดับลง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นไหม้คละคลุ้งในอากาศ
คังห่าวที่ยังคงมีสติอยู่บนเตียง ได้เห็นทุกสิ่งั้แ่ต้นจนจบ
ดวงตาของเขาแดงฉาน เต็มไปด้วยความโกรธ ทั้งต่อความหลงผิดของลูกชาย และต่อการกระทำอันโเี้ของตระกูลเย่ หนึ่งในสองตระกูลนักบุญแห่งเมืองดาบ์
แต่เมื่อภาพร่างของคังจินสลายหายไปต่อหน้า หัวใจของเขากลับรู้สึกโล่งว่างอย่างประหลาด ราวกับโซ่ตรวนที่แบกมานานหลายสิบปีได้แตกสลายลงในที่สุด
แต่สุดท้ายน้ำตาของเขาก็ไหลอาบแก้มอีกครั้ง ภาพของภรรยาที่จากไปผุดขึ้นในความคิด
“ข้า… เป็ทั้งพ่อและสามีที่ล้มเหลว…”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงะเิ เสียงอาคมแตกสลาย และเสียงกรีดร้องก็ดังก้องไปทั่วคฤหาสน์เ้าเมือง
“อ๊าาา! ข้ายอมแพ้แล้ว!”
“ได้โปรด… ข้ายอมจำนนต่อตระกูลเย่แล้ว อย่าฆ่าข้าเลย!”
เสียงอ้อนวอนดังสลับกับเสียงะเิของอาคมและแรงปะทะของพลังิญญาไม่ขาดสาย กลิ่นคาวเืลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นไหม้ของหินและไม้ที่พังถล่ม กลางค่ำคืนที่ควรสงบ เมืองดาบ์กลับกลายเป็นรกชั่วข้ามคืน
ร่างของผู้คุ้มกันและข้ารับใช้ล้มตายเกลื่อนพื้น บางคนยังดิ้นรน บางคนถูกเผาจนไม่เหลือเค้าเดิม เสียงโลหะกระทบกัน เสียงกรีดร้องสุดท้าย และเสียงหัวเราะเ็าของผู้ลงมือ ผสานกันเป็ภาพแห่งการเข่นฆ่าอย่างสมบูรณ์
