ผู้ประสบความสำเร็จมักไม่สนเื่เล็กน้อย
นี่อาจจะเป็ความคิดที่ผู้ยิ่งใหญ่ควรมี แต่มิใช่กับวิถีเซียนที่จั๋วอวิ๋นเซียนใฝ่หา
มนุษย์หลายแสนคนบนเกาะสามเซียน มิใช่จำนวนน้อยๆ และมิใช่มดแมลงด้วย แต่เป็สิ่งมีชีวิตหลายแสนชีวิต พวกเขามีเืมีเนื้อ มีชีวิต…แต่เพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของจูหยวนหยวน กลับต้องสูญเสียสิทธิ์การมีชีวิตไป
คนบาปแห่งโม่เหมิน ‘โอวหยาง’ วิถีไร้รักของเขาคือวิถี์ไร้รัก ขอแค่ไม่ไปหาเื่เขา เขาก็ไม่สนใจว่าใครดีใครชั่ว ใครถูกใครผิด และไม่มีทางสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์
แต่ความเ็าของจูหยวนหยวน ในสายตาของจั๋วอวิ๋นเซียนแล้ว นี่คือความไร้เมตตา ไร้ซึ่งมนุษยธรรมอย่างแท้จริง!
์มิเคยลำเอียง มองเห็นทุกสรรพชีวิตราวกับสุนัข
ในสมองของจั๋วอวิ๋นเซียนผุดคำพูดประโยคนี้ขึ้นมา มันคือคำพูดที่เขาเคยอ่านในตำราโบราณ ไม่มีคำอธิบายและไม่มีคำพูดต่อจากนั้น ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว
ตอนนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนเพียงรู้สึกว่าคำพูดประโยคนี้บอกว่า์เ็าไร้เมตตา เห็นสิ่งมีชีวิตเป็เพียงสุนัข…ทว่าเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาค่อยๆ รู้สึกว่า์มิได้เ็าไร้เมตตา แต่รักใคร่เมตตาต่างหาก ถึงได้ยุติธรรมกับทุกชีวิต มองทุกสรรพสิ่งเท่าเทียมกัน มิเคยลำเอียงแก่ผู้ใด
เมื่อนานมาแล้ว อายุขัยของผู้บำเพ็ญเซียนยืนยาวมาก พวกเขาบำเพ็ญเซียนมิใช่เพื่อชีวิตนิรันดร์ แต่เพื่อค้นหาความหมายของชีวิต
่เวลาที่มีชีวิต ควรใช้ให้คุ้มค่าที่สุด ยามตายก็จบสิ้น ความหวังสูญสลาย
นี่คือความเข้าใจคุณค่าชีวิตของจั๋วอวิ๋นเซียนและเป็ความเข้าใจวิถีเซียนของเขาด้วย
……
“เหตุใดหรือ คิดจะถ่วงเวลาอีกข้าหรือ? ไม่มีประโยชน์หรอก!”
จูหยวนหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า นางเริ่มหมดความอดทน “ในเมื่อคุณชายไป๋เฮ่อมิอาจตัดสินใจได้ เช่นนั้นข้าน้อยจะช่วยท่านตัดสินใจให้เอง”
กล่าวจบ จูหยวนหยวนเดินกดดันเข้าไปทีละก้าว นางยื่นมือไปจับอีกฝ่าย…
สายตาของจั๋วอวิ๋นเซียนสั่นไหวเล็กน้อย เขากล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย “เถ้าแก่จูเพิ่งบอกว่าผู้ประสบความสำเร็จมักไม่สนเื่เล็กน้อย ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าสังหารเ้าก็คงไม่เป็ไรสินะ?”
“หืม? ท่านหมายความว่าอย่างไร…”
เสียงพูดของจูหยวนหยวนหยุดชะงัก นางมึนงงอย่างห้ามมิได้
นางเห็นพลังแหลมคมพุ่งออกมาจากแขนเสื้อของจั๋วอวิ๋นเซียน มันพุ่งตรงไปที่ท้องของจูหยวนหยวน
“โง่เขลา!”
หลังจากมึนงงไปครู่หนึ่ง จูหยวนหยวนเม้มปากอย่างดูแคลน กำลังจะยกมือป้องกันพลังแหลมคม…กลับคาดไม่ถึงว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะะเิคลื่นพลังแข็งแกร่งออกมา!
“ตูม…”
พลังสายฟ้าอัสนี ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง!
เพลิงอสูรหยางบริสุทธิ์ แผดเผาฟ้าดิน!
เพลิงอัสนีหลอมผสาน จิติญญาชี้นำ!
“อะไรกัน! นี่ท่าน…เป็ไปได้อย่างไร?”
เพลิงอัสนีพุ่งเข้าร่างกายจูหยวนหยวนอย่างกะทันหันโดยที่มิทันได้ตั้งตัว ทำให้นางตะลึง ร่างกายแข็งทื่อ มือเท้าด้านชา…โดยเฉพาะจิติญญาของนาง ภายใต้พลังกัดกร่อนจากเพลิงอัสนีจิติญญาของนางได้รับาเ็สาหัสทันที เหมือนศีรษะถูกค้อนทุบอย่างรุนแรง สมองอื้ออึงครองสติไว้ไม่อยู่
“เปรี๊ยง!”
ขณะที่พลังแหลมคมกำลังทิ่มแทงร่างกายของจูหยวนหยวน ในร่างกายของนางะเิเกราะคุ้มกายไร้ลักษณ์ออกมา…
พลังชีพจร เกราะเซียนคุ้มกาย! พลังแหลมคมถูกป้องกันเอาไว้ ยากจะรุกหน้าต่อได้
“เป็ยอดฝีมือระดับเปิดชีพจรจริงๆ สินะ!”
จั๋วอวิ๋นเซียนขมวดคิ้ว เผยสายตาเด็ดขาดออกมา!
ถึงแม้คนภายนอกจะไม่มีผู้ใดรู้พลังที่แท้จริงของจูหยวนหยวน แต่ในฐานะที่เป็เถ้าแก่เพียงคนเดียวของหอเจินเป่าจึงไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน
ในเวลานี้จูหยวนหยวนได้สติกลับมาแล้ว ความใในดวงตายังคงไม่จางหาย…อันตรายมาก! ชั่วลมหายใจเมื่อครู่นางคิดว่าตัวเองจะตายด้วยน้ำมือของจั๋วอวิ๋นเซียนแล้ว อีกทั้งยังไม่เคยคิดมาก่อนว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะมิใช่คนพิการ แต่จงใจหลบซ่อนตัวเองจากสายตาของทุกผู้คน!
ช่างเป็แผนการที่ร้ายกาจนัก! และเป็ชายหนุ่มที่น่ากลัวมาก!
คนเช่นนี้หากมิอาจเอามาเป็พวกได้ เช่นนั้นก็ต้อง…สังหารเท่านั้น!
เมื่อคิดได้จูหยวนหยวนกำลังจะลงมือ แต่ใครจะรู้ว่าเพลิงอัสนีกลับตกลงบนร่างของนาง
“ตูมมม…”
“ยังมีอีกหรือ?”
จูหยวนหยวนทั้งร้อนใจทั้งโมโห จิตสังหารพลุ่งพล่าน ทว่าพลังเพลิงอัสนีโจมตีิญญาของนาง ทำให้นางมิอาจเคลื่อนไหวได้ทันที ยังดีที่นางมีปราณเซียนคุ้มกาย นางไม่คิดว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะสังหารตนเองได้ จึงสงบใจและเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
ทว่าในเวลานี้เองจูหยวนหยวนก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้น เหมือนมีอันตรายร้ายแรงกำลังคุกคามชีวิตของตนเอง!
“ตูม! ตูม!”
จิติญญาส่องสว่าง สายฟ้าโหมกระหน่ำ!
ดวงจิตส่องสว่าง แสงเพลิงเปล่งประกาย!
พลังิญญาเดือดพล่าน แผดเผาสายเื!
……
เพียงชั่วลมหายใจจั๋วอวิ๋นเซียนใช้ไผ่ตายออกไปจนหมด ะเิพลังออกมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด เซียนทะยานสู่์!
“พรวด!”
กระบี่แทงทะลุปราณเซียน ทะลวงอกของจูหยวนหยวน
ในเวลาเดียวกันจั๋วอวิ๋นเซียนยังเอาลูกปัดเพลิงอัสนีสามลูกใส่เข้าไปในร่างกายของจูหยวนหยวนผ่านทางาแ…ส่วนอีกฝ่ายยังไม่ทันได้เรียกิญญาเซียนออกมา ไม่ทันได้เรียกสมบัติิญญาด้วยซ้ำ นางทำได้เพียงมองทุกอย่างที่เกิดขึ้น
“เ้า เ้า เ้า…”
จูหยวนหยวนเผยสีหน้าใและสิ้นหวัง นางไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใด
“ตูมมมม!”
ลูกปัดเพลิงอัสนีะเิในร่างกายของจูหยวนหยวน เพลิงอัสนีอันทรงพลังฉีกกระชากร่างจนกลายเป็ชิ้นๆ หลงเหลือทิ้งไว้เพียงซากรุ่งริ่ง
……
ผ่านไปครู่หนึ่ง จั๋วอวิ๋นเซียนเดินออกมาจากหมอกควัน เสื้อผ้าฉีกขาด ทรงผมยุ่งเหยิง ดูน่าอนาถมาก ยังดีที่ตอนะเิเมื่อครู่ เขาเรียกเกราะทมิฬออกมาป้องกัน มิเช่นนั้นด้วยสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ เกรงว่าถึงไม่ตายก็พิการ
เมื่อมองศพเละเทะของจูหยวนหยวน จั๋วอวิ๋นเซียนยืนนิ่งอยู่กับที่ ฟ้าดินกลายเป็เงียบลงทันใด
ตายแล้ว! ยอดฝีมือระดับเปิดชีพจรทั้งคน ตายไปทั้งแบบนี้ ทั้งยังถูกเด็กหนุ่มระดับหลอมิญญาคนหนึ่งสังหาร
หากเื่นี้ถูกเล่าออกไป เกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ เพราะมันน่าเหลือเชื่อเสียยิ่งกว่าตอนที่จั๋วอวิ๋นเซียนสังหารซือคงอวี่เสียอีก
ไร้พ่ายในระดับเดียวกันถือว่าเป็บุตรแห่ง์ สู้ข้ามระดับได้เรียกว่าสัตว์ประหลาด! แต่จั๋วอวิ๋นเซียนสังหารยอดฝีมือระดับเปิดชีพจรข้ามสามระดับ นี่มิอาจใช้คำว่าสัตว์ประหลาดมาอธิบายได้แล้ว
ไม่ว่าเป็เพราะโชคหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้จั๋วอวิ๋นเซียนก็ยังมีชีวิต แต่ผู้ที่ตายไปคือจูหยวนหยวน
……
“ฮืม! นี่มัน?”
จั๋วอวิ๋นเซียนตาเป็ประกาย เขาเห็นของดีในแอ่งเื มันคือกำไลมิติคุณภาพสูง
แต่ตอนนี้ยังมิใช่เวลาผ่อนคลาย เขาเก็บกำไลมิติ จากนั้นรีบเก็บกวาดสถานที่ เผาทำลายศพมิให้เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย
จากนั้นจั๋วอวิ๋นเซียนสำรวจบริเวณรอบๆ อีกครั้ง เขาพบฐานค่ายกลชุดหนึ่งบนแท่นหินจริงๆ เหมือนเป็ค่ายกลที่ซับซ้อนเสียยิ่งกว่าค่ายกลเก้าบุตรในงานประมูลเสียอีก
ใน่หลายปีมานี้ จั๋วอวิ๋นเซียนตั้งใจศึกษามรดกสืบทอดของสำนักเทียนกง และฝึกฝนวิถีการสร้างอาวุธกับเหมาปู้เอ้อมาไม่น้อย กลับกันเขาได้ัักับค่ายกลอักขระมาน้อยมากจึงไม่รู้จักการใช้ฐานค่ายกลเลยแม้แต่น้อย
ยังดีที่สถานที่แห่งนี้ถูกฐานค่ายกลของจูหยวนหยวนผนึกเอาไว้ มิเช่นนั้นเกิดเสียงดังเช่นนี้ต้องทำให้คนอื่นสงสัยแน่
แต่ในใจของจั๋วอวิ๋นเซียนรู้ดี เื่ยุ่งยากยังไม่จบลง!
จูหยวนหยวนมิใช่เพียงคนเดียว เื้ัยังมีขั้วอำนาจอื่นอีก หากนางหายตัวไป ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนเชื่อมโยงมาถึงตัวแล้วไล่ล่าเขาไม่ยอมหยุดก็เป็ได้
และในเวลานี้เองมีเสียงเท้าเร่งรีบกำลังวิ่งเข้ามา
