ในเช้าวันอาทิตย์ที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แผนเดิมที่หยางเฉินวางไว้คือ การออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าและงีบหลับพักผ่อนให้สบายอุราได้ถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เนื่องจากเอกสารกองมหึมาของหลินรั่วซี
“เอ้านี่ อ่านรายละเอียดให้หมด ฉันได้จองตั๋วเครื่องบินไว้ให้นายและโม่เชี่ยนนีแล้วเป็เที่ยวบินในวันพุธ เจรจาให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นั้นแล้วกลับมาล่ะ”
หลินรั่วซีสวมชุดนอนผ้าไหม เธอนำกล่องใส่เอกสารออกมาจากไหนสักที่และโยนมันลงบนโซฟา หลังจากนั้นก็หันมารับประทานอาหารเช้าที่ป้าหวังเตรียมไว้
หยางเฉินได้แต่ขุ่นแค้นใจเขาปิดข่าวเช้าที่เขากำลังดูลงอย่างช่วยไม่ได้ จริงๆ แล้วเหตุผลหลักที่เขาดูเพราะเขาพบว่าผู้ประกาศข่าวของช่องนี้เป็สาวสวย เสียงเธอช่างหวานใสเหลือเกินแต่มันก็จริงที่ว่าเขาได้ตกลงที่จะร่วมโครงการสำคัญของหลินรั่วซีเมื่อวานเขาจึงเริ่มต้นกวาดตาอ่านเอกสารทั้งหมดตรงหน้า
เมื่อเขาตกลงที่จะทำอะไรเขาจะทำมันให้สุดความสามารถ นั่นคือหลักการของหยางเฉินเขาหยิบเอกสารสามกองออกจากกล่องเอกสาร ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือและแผนภาพหลังจากดูภาพรวมคร่าวๆ แล้ว หยางเฉินก็พอจะเข้าใจโครงการนี้ได้เป็อย่างดีมันเป็เื่เกี่ยวกับงานวิจัย และการพัฒนาวัสดุบางอย่างที่เป็มิตรกับสิ่งแวดล้อม
เห็นได้ชัดว่าโครงการวิจัยนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทแฟชั่นอย่างอวี้เหล่ยเลยท้ายที่สุดแล้วความเชี่ยวชาญของอวี้เหล่ยคือ การขายสินค้าแฟชั่น แบรนด์เนมห้างสรรพสินค้า เสื้อผ้า อุปกรณ์เสริมความงาม งานแสดง โฆษณา สื่อบันเทิง และอื่นๆ
ในขณะที่งานวิจัยชุดนี้คล้ายคลึงกับโครงการวิศวกรรมหรือสถาบันวิจัยทางเคมีมากกว่าเนื่องจากการปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็หนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 ผลกระทบของอุปกรณ์แฟชั่นที่มีผลต่อร่างกายผู้สวมใส่ตลอดจนการปกป้องสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญยิ่งขึ้น
หลายประเทศที่พัฒนาแล้วได้เริ่มตั้งกฎระเบียบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็มิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว
สินค้าบางอย่างที่ยากต่อการรีไซเคิล จะต้องเผชิญกับข้อบังคับที่ร้ายแรงในทางกลับกันสินค้าที่รับประกันความปลอดภัยของผู้ใช้ หรือแม้กระทั่งอาจจะมีข้อดีต่อสุขภาพของผู้ใช้สามารถนำมารีไซเคิลได้และยังสามารถผลิตด้วยต้นทุนต่ำเพื่อให้ได้กำไรสูงจะได้รับการตอบรับเป็อย่างดีจากผู้บริโภคภายในประเทศ
จากวัสดุที่ใช้จะเห็นว่าพื้นฐานของคนที่ใช้อยู่ตอนนี้ คือพลาสติกชนิดใหม่และเส้นใยวัสดุเหล่านี้สามารถใช้ในการผลิตเสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องประดับได้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็สินค้าพรีเมี่ยมที่สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคตได้มีมูลค่าอย่างมากในการวิจัย
ลองจินตนาการดูว่าโทรศัพท์มือถือของคุณจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเืในหู ขณะที่คุณกำลังคุยโทรศัพท์ได้หรือไม่? มันจะดีแค่ไหน? สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร? มันคือสุขภาพนั่นเอง!
อย่างไรก็ตามแม้ว่าความคิดนี้จะเป็สิ่งที่ดีซึ่งทางอวี้เหล่ยก็ได้เพิ่มนักการตลาดและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่เมื่อพูดถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้ว พวกเขาก็แค่อยู่ที่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ซึ่งหมายความว่าเพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างรวดเร็วทางเลือกที่ดีที่สุดคือการใช้ทรัพยากรของบริษัทอื่นๆใช้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
แน่นอนว่าแม้ว่าหลินรั่วซีและเฉิงซินหลินได้พิจารณาถึงจุดนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทอื่นๆจะไม่สามารถคิดได้ ดังนั้นความลับเป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เมื่อหยางเฉินเข้าใจแล้วเขาก็เริ่มมองหาแนวทางการพัฒนาที่เฉพาะเจาะจงและเงื่อนไขของโครงการภายใต้การเจรจาในสัปดาห์หน้าแม้ว่าจะมีคำศัพท์เฉพาะด้านจำนวนมากที่เขาไม่เข้าใจ แต่หยางเฉินก็สามารถทำความเข้าใจกับมันได้ถึง80%
หลินรั่วซีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกำลังกินข้าวโอ๊ตคำเล็กๆ อยู่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลยเธอจึงเดินลงไปชั้นล่างทั้งชุดนอน และผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิง กับใบหน้าที่ปราศจากการแต่งเติมใดๆความเ็าและความเกียจคร้านโดยธรรมชาติของเธอทำให้หน้าตาที่เปลือยเปล่าแต่ทว่าสมบูรณ์แบบของเธอดูเหมือนจะเป็เื่ธรรมดามาก
เมื่อเธอเห็นหยางเฉินกำลังมองดูเอกสารอย่างจริงจังกับคิ้วที่ขมวดเล็กน้อยของเขามุมปากของเธอก็เผยรอยยิ้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวแม้จะจงใจบังคับให้หยางเฉินทำงานกับเฉิงซินหลินที่เขาเกลียดถึงวิธีนี้จะเป็วิธีที่สกปรกก็ตาม แต่หลินรั่วซีก็ไม่ได้รู้สึกว่าเธอได้ทำอะไรผิดจากมุมมองของเธอหยางเฉินพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้ดีมากแต่เขาแค่ี้เีและไม่มีความทะเยอทะยานเท่านั้นเองถ้าเธอสามารถจูงใจเขาได้อย่างถูกต้อง จากสามีราคาถูกที่ไม่มีเื้ัอะไรเลยก็อาจกลายเป็คนที่สามารถทำให้คนอื่นพักพิงและพึ่งพาได้
เธอไม่ได้้าจะเป็แมวมอง เธอเพียงหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อเธอเดินไปกับเขาท่ามกลางสายตาของคนในสังคม พวกเขาจะไม่มองเห็นแค่ความงามของเธอเธอหวังว่าพวกเขาจะมองหยางเฉินที่ตัวตน และความสามารถของเขาผู้หญิงมักจะหวังว่าพวกเขาเป็บุคคลที่ควรเคารพและชื่นชมเขาจะกลายเป็ที่อิจฉาของคนอื่นมากกว่าใครๆ แม้หลินรั่วซีก็ไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อเห็นหยางเฉินกำลังมองดูเอกสารเหล่านี้อย่างจริงจังหลินรั่วซีก็แอบพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของหยางเฉินก็ดังขึ้นเขาวางเอกสารลงกับโต๊ะ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู เป็หลี่จิงจิงโทรเข้ามานั่นเอง
“จิงจิง ว่าไง?”
“พี่หยาง พี่ลืมไปแล้วเหรอ? พี่สัญญาว่าจะมาเป็เพื่อนฉันไง วันนี้เป็วันอาทิตย์แล้วนะ และก็อากาศดีมากด้วยฉันคิดว่าพี่น่าจะว่าง”
หยางเฉินไม่ได้ลืมนัดของหลี่จิงจิงในครั้งนี้ เขาหันไปมองกองเอกสารตรงหน้าสักครู่แล้วกล่าวว่า “ก็ได้พี่จะไปรับเธอ”
“ฉันเพิ่งเอาของบางอย่างออกมาจากโรงเรียนฉันจะรอพี่อยู่ที่หน้าประตู แล้วเจอกันนะคะ!” หลี่จิงจิงอยู่ในอารมณ์ที่ร่าเริงแจ่มใสยิ่งกว่าดวงอาทิตย์
หยางเฉินวางสายแล้วเรียกหาหลินรั่วซีที่อยู่ที่โต๊ะอาหาร “ผมจะออกไปข้างนอกสักพักผมทิ้งเอกสารไว้ตรงนี้นะ”
หลินรั่วซีที่เพิ่งนึกดีใจว่าหยางเฉินนั้นเริ่มจริงจังขึ้นมาแล้วก็รู้สึกว่าความฝันที่สวยงามข้างหน้าของเธอเพิ่งแตกออกเป็เสี่ยงๆ!เธอโกรธมากจนเกือบจะขว้างช้อนลงไปที่พื้น เมื่อเห็นว่าหยางเฉินได้ทิ้งทุกอย่างและเดินออกนอกประตูไปเธอก็คิดว่ามันตรงกับวลีที่ว่า
‘เสือดาวไม่สามารถเปลี่ยนลายบนตัวมันได้หรอก’วลีนี้ช่างโดนใจนัก!แน่นอนว่าถ้าความคิดของเธอหยาบคายมากกว่านี้ก็คงจะเป็ ‘สุนัขไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยการกิน…กิน… และกินนั่นแหละ!’
เงินเดือนของหยางเฉินเดือนนี้ค่อนข้างไม่เลวอีกทั้งเขายังได้เงินค่าทำขวัญจากกัวซีเหิงอีกดังนั้นเงินในกระเป๋าของเขาตอนนี้นั้นค่อนข้างอู้ฟู่เลยทีเดียว และขณะนี้เขายังเติมน้ำมันที่แพงที่สุดให้รถBMW ก่อนออกไปรับหลี่จิงจิง
เมื่อหลี่จิงจิงปรากฏตัวออกมาหยางเฉินเห็นว่าเธอสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงิน เขารู้สึกหลงใหลในความเยาว์วัยและความสดใสของเธอ นับั้แ่ที่เธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัย และกลายมาเป็คุณครูหลี่จิงจิงก็เริ่มสวยขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่เพียงแต่ฉลาดเท่านั้นแต่เธอยังมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอีกด้วย
ผิวของหลี่จิงจิงขาวใสราวกับหิมะและสะโพกขนาดเล็กสมส่วนของเธอดูอ่อนเยาว์ และสง่างาม ผมสีดำขลับของเธอถูกหวีรวบเก็บอย่างเรียบร้อยเธอยืนยิ้มและโบกมือให้หยางเฉิน สร้างความอิจฉาให้กับชายสองสามคนที่เดินผ่านมา
วิดีโอของสองพ่อลูกตระกูลเจี่ยงนั้นทำให้หลี่จิงจิงสามารถใช้ชีวิตโดยปราศจากปัญหา ในที่สุดเธอก็ได้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องทั้งอาชีพการงานและชีวิตของเธอจนตอนนี้เธออารมณ์ดีถึงขีดสุด ดังนั้นเธอจึงมักยิ้มแย้มตลอดเวลา
หยางเฉินลงจากรถ เขาได้สังเกตเห็นลังกระดาษแข็งขนาดใหญ่วางอยู่ข้างๆหลี่จิงจิง มันถูกห่อหุ้มไว้อย่างแ่า
“นั่นอะไรเหรอ?”
หลี่จิงจิงกระซิบตอบว่า “ความลับค่ะ!”
เมื่อเห็นการแสดงออกอย่างร่าเริงของหญิงสาวหยางเฉินจึงไม่พูดอะไร เขาได้แต่ยื่นมือออกไปัักับใบหน้าสวยได้รูปของเธอนั่นทำให้ใบหน้าหลี่จิงจิงแดงถึงใบหู
“ขึ้นรถเถอะพี่จะยกกล่องไปให้เธอเอง”
เมื่อหลี่จิงจิงขึ้นรถแล้วหยางเฉินก็เอ่ยถามขึ้นว่า “สถานที่เร้นลับที่เธอพูดถึงมันอยู่ที่ไหนเหรอ?”
“ศูนย์กลางอเวนิวใต้ ถนนทางเหนือ”หลังจากที่หลี่จิงจิงก้มลงอ่านที่อยู่เธอก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมาถามว่า “พี่หยางบ่ายนี้พี่ว่างใช่ไหม?”
“ฉันว่าง ว่าไงล่ะ?”
“ดีมากค่ะเพราะเมื่อเราไปถึงที่นั่นแล้ว เราอาจจะได้ออกมาก็ตอนกลางคืนเท่านั้น” หลี่จิงจิงกล่าว
หยางเฉิน ไม่ได้ถามอะไรต่อหลังจากที่ขับรถมาประมาณครึ่งชั่วโมง เขาก็มาถึงสถานที่ที่หลี่จิงจิงบอกเมื่อมองดูใกล้ๆ แล้วเขาก็เกิดอาการลำบากใจขึ้นมาทันที
มีกลุ่มอาคารสามสี่ชั้นหลายแห่งล้อมรอบด้วยต้นสนหนาแน่น ส่งผลให้พื้นที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยสีเขียวป้ายสีขาวที่เขียนด้วยตัวอักษรสีดำแขวนอยู่เด่นหราที่หน้าประตูหลัก
“บ้านเด็กกำพร้านิวโฮป”
เขาช่วยหลี่จิงจิง ยกกล่องกระดาษแข็งขนาดใหญ่เขาทั้งสองได้เข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว
หลี่จิงจิงรู้ว่าหยางเฉิน มีข้อสงสัยหลายอย่างดังนั้นเธอจึงค่อยๆ อธิบายว่า
“เมื่อไม่กี่วันนี้ฉันพานักเรียนไปที่หน่วยงานสวัสดิการและทำงานอาสาที่บ้านพักคนชราเมื่อมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ฉันได้พบกับเด็กๆ ที่น่ารัก
พวกเขาไม่มีพ่อแม่ดูน่าสงสารมาก จากนั้นฉันจึงมาที่นี่คนเดียวบ้างบางครั้งอย่างไรก็ตามมันกลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยที่ได้เล่นกับเด็กๆตัวฉันเองก็ไม่มีเพื่อนมากมายนัก นักเรียนของฉันอยู่ในชั้นเรียนปีสุดท้ายแล้วและฉันก็ไม่้าทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนของพวกเขาดังนั้นฉันจะถึงเรียกพี่มาที่นี่ และมาเล่นกับพวกเขาไงพี่หยาง”
“บอกตรงๆ ฉันไม่ชอบที่นี่เลย”หยางเฉินฝืนยิ้มอย่างขมขื่น “แต่ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ”
หลี่จิงจิงใครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะกล่าวขอโทษ “ขอโทษนะพี่หยางฉันลืมไปว่าพี่ก็เป็เด็กกำพร้าด้วยเหมือนกัน…”
“ไม่เป็ไร ฉันชินกับมันแล้วล่ะฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงอยากให้ฉันไปเล่นกับพวกเด็กๆ นัก” หยางเฉินเอ่ยถาม
หลี่จิงจิงเม้มริมฝีปากของเธอแล้วจึงยิ้ม จริงๆแล้วฉันสนใจเื่นี้เพราะผู้หญิงอีกคน ครั้งที่สองที่ฉันมาที่นี่ฉันได้พบกับพี่สาวที่สวยมากๆ คนหนึ่งและฉันคิดว่าเธอน่าจะเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นฉันได้ยินท่านประธานพูดถึงว่าเธอมาที่นี่บ่อยๆ มักจะมาอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังเกี่ยวกับปริศนาหรือเื่ราวที่น่าสนใจ เด็กๆ ดูชอบเธอกันมาก
ยิ่งไปกว่านั้นเธอได้ทำเช่นนั้นเป็เวลาหลายปีฉันชื่นชมเธอจริงๆ และฉันก็้าที่จะทำอะไรให้กับเด็กๆพวกนี้เช่นเดียวกับที่เธอทำ ฉันคิดว่าจะนำหนังสือบางเล่มมาให้เด็กๆ และอ่านเื่ราวที่น่าสนใจให้พวกเขาฟังเช่นเดียวกับที่เธอกำลังทำอยู่หรือไม่เราก็เล่นเกมกับพวกเขา เราจะได้ไม่เบื่อด้วย”
หยางเฉินพยักหน้า “อย่างนั้นกล่องนี้มีแต่หนังสือใช่ไหม?”
“ไม่ทั้งหมดหรอกค่ะ”
โดยไม่รอให้หลี่จิงจิงพูดจบผู้หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีดำออกมาจากทางเดิน และเดินไปทางพวกเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอส่งเสียงเรียก
“จิงจิง เธอมาแล้วเหรอ?”
หลี่จิงจิงเห็นคนนั้นเดินผ่านไปและทักทายอย่างนุ่มนวลว่า
“ใช่ค่ะ ท่านประธานช่าฉันจะลืมนัดกับเด็กๆ ได้อย่างไรล่ะคะ?” ขณะที่เธอพูดเธอได้ชี้ไปที่หยางเฉินที่อยู่ข้างเธอ
“นี่คือพี่หยางเฉินพี่เขามาอยู่เป็เพื่อนฉันที่นี่ในวันนี้เพื่อเล่นกับเด็กๆ ค่ะ”
ประธานช่าต้อนรับหยางเฉินอย่างกระตือรือร้นและพูดแซวว่า
“เขาเป็แฟนของเธอหรือ?”
“ไม่ใช่นะคะ!” หลี่จิงจิงหน้าแดง เธอพูดอย่างอายๆ ว่า “พี่หยางเขาแต่งงานแล้วอย่าพูดเหลวไหลสิคะประธานช่า”
ประธานช่าค่อนข้างแปลกใจแต่เขายังแสดงรอยยิ้มขอโทษต่อหยางเฉินและหยางเฉินเองก็ไม่ได้รังเกียจตามบรรทัดฐานปัจจุบันในจีน มันยากมากที่คนหนุ่มจะแต่งงานเร็วเช่นนี้
พวกเขาเดินตามประธานชาไปยังด้านใน จากที่เธอบอกไว้ตอนนี้เด็กๆ กำลังท่องบทกวีของถังอยู่ ข้างนอกจึงดูเงียบสงบ
เมื่อเลี้ยวมาถึงตรงกลางบ้านมีภาพวาดสีน้ำมันที่แขวนอยู่บนกำแพง มันช่างดึงดูดสายตาของหยางเฉินเอามากๆ แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกถึงความลึกลับบางอย่างเขาจึงหยุดและเริ่มจ้องมองภาพสีน้ำมันที่แขวนอยู่ตรงนั้นใหม่อีกที