สภาพของเขาในตอนนี้ หากไม่เห็นกับตา คาดว่าคงไม่มีใครเชื่อว่าชายที่นอนกองบนพื้นจะเป็เทียนหลาง หัวหน้ากลุ่มจากหน่วยกฎระเบียบ ที่ก่อนหน้านี้มีชื่อเสียงโด่งดัง
สีหน้าของทุกคนดูตกตะลึงมาก โดยเฉพาะเว่ยเชียนมู่
เพราะนั่นคือพี่เทียนหลางของนาง เวลานี้กลับเปลี่ยนกลายเป็สภาพนี้ ยากที่นางจะทำใจรับได้ สิ่งที่นางรับไม่ได้มากกว่านั้นก็คือ หากไม่ใช่เพราะหลงเหยียนออมมือ เทียนหลางคงตายไปแล้ว
ในวินาทีสุดท้าย หลงเหยียนใช้พลังโลหิตของตนเก็บเืเพียงน้อยนิดไว้ในร่างกาย ซึ่งหลงเหยียนก็พึงพอใจกับสิ่งที่ทำจริงๆ
เขายิ้มเย็นเยือกพลางคิดในใจ ‘สายเืชั้นสูงที่น่าภูมิใจของเ้า บริสุทธิ์มากกว่าเืของปีศาจอสูรไม่น้อยเลยนะ ไม่เลวเลยจริงๆ’
สภาพของเทียนหลางในตอนนี้ทำให้เว่ยเชียนมู่ปวดหัวใจเหลือเกิน แม้ปกติชายตรงหน้าจะไม่ให้ความสำคัญตนเท่าไรนัก ทว่าด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ ไม่เพียงแค่น่าอนาถเท่านั้น ยังดูน่าสงสารอีกด้วย น่าสงสารมากจริงๆ
หลี่เมิ่งเหยาส่ายหน้าเบาๆ ไม่แปลกใจเลยที่ลือกันว่าหลงเหยียนเป็คนสังหารลั่วซาง ตอนนี้ดูมาแล้ว เื่เล่าลือที่พูดถึงคงเป็เื่จริง
“ใต้เท้าผู้นำ สายตาท่านเฉียบคมจริงๆ หรือที่ท่านบอกว่า้าทดสอบขีดกำจัดของหลงเหยียน ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน จากระดับชีพัขั้นที่แปด เขาก็กลายเป็ผู้ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างแล้ว”
มีพลังเพียงระดับชีพมนุษย์ขั้นล่าง ทว่ากลับเอาชนะชีพธรณีเริ่มแรกได้ เกรงว่าหากกลับถึงสำนักตงฟาง ชื่อเสียงของหลงเหยียนต้องกระฉ่อนแน่
เพียงแค่ในตำหนักตงฟาง ยามนี้ใต้เท้าตงฟางกับคนอื่นๆ กำลังโมโหมาก
เพราะในเวลาสำคัญ กระจกของพวกเขากลับแตกไปเสียนี่
ตงจวินยังไม่ทันดูอย่างละเอียด ว่าเหนือศีรษะของหลงเหยียนปรากฏปีศาจอสูรตนใดกันแน่
ิญญาอสูรนั่น กลับสามารถทำให้เงาพยัคฆ์ขาวแห่งตระกูลใถอยหนี?
…
ในสายตาของชายหนุ่มทั้งหมด ล้วนคิดว่าหลี่เมิ่งเหยาเป็ดั่งเทพสตรี ทว่าเมื่อทุกคนเห็นแววตาที่นางมองหลงเหยียน สายตาที่ต่างไปจากเดิมก็ทำให้ทุกคนล้วนเข้าใจ
แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชม มองชายหนุ่มที่ดูนิ่งสงบก่อนเดินเข้าไปหาเขา
มือทั้งสองข้างยกขึ้นไปวางบนบ่าเขาต่อหน้าทุกคนคล้ายไม่ได้ปิดบัง
ก่อนที่กลิ่นหอมๆ จะลอยออกมาจากปากของนาง “หลง หลงเหยียน เมื่อครู่เ้าล้มเทียนหลางได้อย่างไร”
ขณะที่ทุกคนกำลังมองหลงเหยียนด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว หลงเหยียนกลับยิ้มอย่างเป็ตัวเอง แล้วยิ้มให้หลี่เมิ่งเหยาอย่างลึกลับ
“พี่เมิ่งเหยา ก็แบบนั้นนั่นละ!”
ความบังอาจของหลงเหยียนนั้นเป็ที่ไร้การยอมรับของทุกคน ทว่าวันนี้หลงเหยียนล้มเทียนหลางได้ แล้วมีหรือที่ตอนนี้จะมีใครกล้าดูถูกเขา
หลี่เมิ่งเหยาร่างกระตุก ทว่าเมื่อนางสบตากับหลงเหยียนอีกครั้ง นางกลับพบว่าระดับของหลงเหยียนกับตนนั้นไม่เหมาะสมกันมาก
เพราะนางััได้ว่าหลงเหยียน ชายหนุ่มตรงหน้าดูสูงส่งยากจะเอื้อมถึง เกรงว่าตนคงควบคุมชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้
การกระทำของหลงเหยียนในวันนี้ ไม่เพียงแค่เปิดมุมมองใหม่ๆ ของนางเท่านั้น ทว่ากลับเป็การแสดงออกถึงความน่าเกรงขามต่อหน้าทุกคน ผู้ใดเล่าจะกล้าต่อต้านเขา
“หลงเหยียน? เ้าเป็คนแบบไหนกันแน่?”
หลี่เมิ่งเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อคลายแรงกดดันที่มาจากหลงเหยียน
เวลานี้เอง หลิงเทียนอวี่ก้มหน้าลง เดินเข้าหาหลงเหยียนอย่างช้าๆ แล้วพูดเสียงเบา
“หลง หลงเหยียน เื่ก่อนหน้านี้ข้าต้องขอโทษเ้าด้วย” ยามนี้ น้ำเสียงที่เรียกหลงเหยียนคล้ายต่างไปจากเดิมแล้ว
เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่สนับสนุนหลงเหยียนเลยแม้แต่น้อย กลัวว่าจะถูกเทียนหลางเล่นงานเมื่อมาถึงโลกเฉียนคุน ทำให้ตนและกลุ่มขนาดเล็กพลอยซวยไปด้วย ตอนนี้หลงเหยียนแกร่งยิ่งกว่าเขา หรือแกร่งมากกว่าหลี่เมิ่งเหยาเสียด้วยซ้ำ เกรงว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลงเหยียนแล้ว
หลงเหยียนยกมือที่งดงามขึ้นมาจับไหล่หลิงเทียนอวี่ “พี่อวี่ พูดอะไรเนี่ย ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดต่อข้าเสียหน่อย ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แสดงพละกำลังที่มีออกมา ความจริงข้าต่างหากที่ผิด ถึงกระนั้น ภายในระยะเวลาห้าวันนี้ ระดับพลังเลื่อนไปถึงชีพมนุษย์ขั้นล่างแล้ว”
ทุกคนเพิ่งเข้าใจ เทียนหลางที่นอนบนพื้นลืมตาขึ้นเล็กน้อย ทว่าก็ยังเต็มไปด้วยความโกรธ เขาจ้องหลงเหยียน ต่อให้แพ้ก็ยังไม่ยอมรับความจริงอยู่ดี ส่วนหลงเหยียนไม่ได้สังหารเขาจนตาย ยิ่งเป็การหยามศักดิ์ศรีให้เขาขายหน้าต่อหน้าคนจำนวนมาก
ซ้ำยังทำให้เขาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นต่อหน้าคนหมู่มาก
“พี่เทียนหลาง ท่านตื่นแล้วหรือ!” ใบหน้าอันน้อยๆ ของเว่ยเชียนมู่ น้ำตาสองสายเริ่มไหลลงมา ร่วงเผาะลงบนใบหน้าเทียนหลาง
สภาพของเทียนหลางในตอนนี้ทำให้นางเ็ปเหมือนตายทั้งเป็ ยิ่งทำให้ความรู้สึกนางดิ่งลงเหว
“หลงเหยียน เ้าใช้วิธีอะไรทำให้พี่เทียนหลางของข้ากลายเป็แบบนี้กันแน่”
หลงเหยียนเอามือกอดอก “ทำไม คุณหนู รูปร่างเขาในตอนนี้ไม่ดีหรือ? เ้าอย่าลืมล่ะ เมื่อครู่ใครเป็คนบุกมาทางเ้า อีกอย่าง เขาฆ่ายอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงตายไปหลายคนด้วย”
เว่ยเชียนมู่ลุกขึ้นยืน มองหลงเหยียนด้วยความแค้น “เ้า… หลงเหยียน อย่ามาแก้ตัวหน่อยเลย หลังกลับไป… ข้าจะบอกท่านปู่ให้ฆ่าเ้าเพื่อแก้แค้นแทนพี่เทียนหลาง”
“ได้เลย หากข้าหลงเหยียนกลัวแม้เพียงเล็กน้อย ข้าก็ไม่ใช่คนแล้ว เพียงแค่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดให้ท้ายเ้า แล้วเ้ายังกล้ามาขู่ข้าอีกหรือ? หรือไม่… ก่อนเจอท่านปู่เ้า ข้าจัดการเ้าก่อน… ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”
หลงเหยียนข่มขู่นาง เห็นใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำเพราะความโกรธ นางยื่นมือไปนวดบั้นท้าย นึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน หลงเหยียนก็อดหัวเราะไม่ได้
ทุกคนยิ่งไม่มีใครอยากเชื่อ ในสำนักตงฟาง เว่ยเชียนมู่ที่ถูกขนานนามว่าเป็องค์หญิงมาร กลับหมดหนทางเอาคืนหลงเหยียน เ้าหลงเหยียนนั่นกลับไม่เห็นใต้เท้าตงจวินในสายตา คนแบบนี้ใจกล้ามากเกินไปแล้ว
เกรงว่าอนาคตตนจะตายอย่างไรก็ยังไม่รู้เลยกระมัง
“พี่กงซวิน พร์ของสหายท่านไม่เลวเลย น่าเสียดายที่ทะนงมากเกินไป ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”
หนานกงซวินหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ตอนเจอหลงเหยียนที่เนินดารา เพื่อช่วยคนที่ไม่รู้จัก หลงเหยียนยอมออกตัวสู้กับคนตระกูลลั่ว มีเื่กับเ้าเมืองลั่วโดยไม่เกรงกลัว ถึงได้มีเื่ตามมามากเพียงนี้
ถึงกระนั้น สหายหลงเหยียนก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังมาก่อน เมื่อก่อนตนแข็งแกร่ง มองหลงเหยียนด้วยสายตาของผู้ที่แกร่งกว่า ตอนนี้ดูมาแล้ว หลงเหยียนอายุยังน้อย ทว่าทางด้านจิตใจคงไม่มีใครเทียบเขาได้
เป็ศัตรูกับคนแบบนี้ เกรงว่าจะเป็เื่ที่น่ากลัวมากเกินไป
“เอาละ เอาละ จะเสียใจไปไย! พี่เทียนหลางของเ้าไม่ตายหรอก หลังกลับไปค่อยบำรุงใหม่”
เว่ยเชียนมู่เพิ่งนึกขึ้นได้ รีบนำผลเพลิงิญญาออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุนของเทียนหลางแล้วป้อนเขากิน
เพราะฤทธิ์ของผลเพลิงิญญาที่รุนแรง ทำให้เทียนหลางที่อ่อนแรงสลบไป
ผมถูกเผาไหม้ เสื้อผ้าฉีกขาด ทำให้เทียนหลางดูน่าสมเพชกว่าเดิม
“พี่เทียนหลาง เรากลับบ้านกันเถิด มู่เอ๋อจะแบกท่านกลับบ้านเอง”
ร่างกายอันบอบบางยกเทียนหลางขึ้นมาบนหลังตัวเอง ศิษย์จากหน่วยกฎระเบียบต่างก็เดินขึ้นไปด้านหน้า ทว่าเว่ยเชียนมู่กลับคำรามด่าให้ถอยไป
“ไสหัวไป ข้าจัดการเอง…”
ก่อนจากไป นางหันไปมองหลงเหยียนด้วยสายตาดุดัน อย่างไรก็ตาม นางกลับไม่สามารถเกลียดชายตรงหน้านี้ได้ หากไม่ใช่เพราะเขา เมื่อครู่ตนคงถูกเทียนหลางที่ขาดสติสังหารไปแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรเทียนหลางก็เป็ลูกหลานของผู้าุโชั้นในของตระกูล หากหลงเหยียนสังหารเขา เท่ากับต้องโทษปะา สุดท้ายแล้วหลงเหยียนก็ยังแยกแยะหนักเบาได้
--------------------
