เมื่อแขกทุกคนมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ ได้เห็นท่าทางของอวี้จิ่น ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยว่านางเป็อันใด หรือเกิดปัญหาขึ้นระหว่างการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแน่
“เอ่อ คะ คะ คือว่า”
“พี่สาวทำไมมีแต่ท่านที่มองเห็นซวนซวนล่ะขอยับ ซวนซวนเรียกท่านปู่ท่านย่าทุกวันแต่ไม่มีใครได้ยินเยย ฮึก ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ย้องไห้ ซวนซวนจะกอดก็ทำไม่ได้ขอยับ ฮือ ๆ” เด็กน้อยในร่างของดวงิญญาเอ่ยถามกับอวี้จิ่น ที่จ้องมองตนเองคล้ายกับว่านางสามารถมองเห็นตนเองได้ จึงตัดพ้อเื่ราวของตนให้นางฟัง
“อาเหยียนเกิดสิ่งใดขึ้นกับน้องหรือลูก แล้วทำไมจิ่นเอ๋อร์ถึงเอาแต่มองไปข้างหน้าตนเองเช่นนั้น” เซี่ยฮูหยินเดินมาถึงพร้อมทุกคนก็ถามกับบุตรชาย
“ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับท่านแม่ แต่จิ่นเอ๋อร์ดูท่าทางจะตกไม่น้อยเลยขอรับ” ฟู่หลงเหยียนยังไม่ได้คำตอบจากอวี้จิ่นจึงไม่อาจตอบคำถามของมารดาได้
‘เปิดตำหนักวันแรกก็ส่งงานใหญ่ให้ข้าเชียวนะท่านเทพ ฮึ่ย! ทำไมถึงส่งงานเห็นดวงิญญามาให้ข้าด้วยเล่า’
เมื่อหลับตาตั้งสติได้อวี้จิ่นจึงค่อย ๆ ย่อตัวลงไปและพูดกับความว่างเปล่าต่อหน้าทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อถามชื่อแซ่ของเด็กน้อย นางเงยหน้ามองและชี้ไปทางใต้เท้าเหลียงกับฮูหยิน
“เด็กน้อยอย่าร้องไห้เลย ไหนลองบอกพี่สาวสิว่าเ้าชื่อแซ่อันใด”
“ข้าเหลียงจื่อซวนหรือพี่สาวจะเรียกว่าซวนซวนก็ได้ขอยับ”
“เช่นนั้นผู้าุโที่เ้าเดินตาม ก็คือท่านปู่กับท่านย่าใช่หรือไม่” อวี้จิ่นถามเด็กน้อยพร้อมกับชี้นิ้วไปทางใต้เท้าเหลียง
“ใช่ขอยับพี่สาว ซวนซวนอยากเล่นกับท่านปู่อยากให้ท่านปู่อุ้มซวนซวนดูนกบนต้นไม้ด้วยขอยับ”
ทุกคนหันไปมองใต้เท้าเหลียงยามที่อวี้จิ่นชี้มาอย่างแม่นยำ จนเ้าตัวยังใไม่น้อยว่าเกิดอะไรกับตนหรือไม่ เมื่ออวี้จิ่นลุกขึ้นและเดินเข้ามาหา ส่วนมือของนางเหมือนจับจูงบางอย่างเดินมาพร้อมกัน
“คารวะใต้เท้าเหลียงและเหลียงฮูหยินเ้าค่ะ” อวี้จิ่นไม่ลืมมารยาทที่มารดาได้สั่งสอนไว้
“เอ่อ คุณหนูเจียงไม่ทราบว่าเกิดเื่อันใดกับข้าหรือไม่”
“ข้ามีคำถามขอใต้เท้าเหลียงได้โปรดตอบตามความจริง เื่นี้ข้าเองไม่คาดคิดมาก่อนว่า จะเกิดขึ้นในวันแรกของการเปิดตำหนักเ้าค่ะ”
“เชิญคุณหนูเจียงถามมาเถิด หากตอบได้ข้าย่อมตอบ” ในใจใต้เท้าเหลียงคิดว่าอาจเป็เื่ร้าย
“หลานชายของท่านมีนามว่าเหลียงจื่อซวนใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ชะ ชะ ใช่ ท่านทราบได้อย่างไร! ในเมื่อท่านยังไม่เคยเจอหลานชายของข้า”
“เหลียงฮูหยินมีสิ่งใดจะพูดกับข้าหรือไม่เ้าคะ” อวี้จิ่นเห็นท่าทางคิดหนักของเหลียงฮูหยิน จึงหันไปถามนางก่อนจะตอบคำถามของใต้เท้าเหลียง
“คุณหนูเจียงท่านมองเห็นซวนเอ๋อร์ของเราใช่หรือไม่ ในมือของท่านตอนนี้คือมือน้อย ๆ ของซวนเอ๋อร์ใช่ไหม” เหลียงฮูหยินนั้นเชื่อมาตลอดเกี่ยวกับเื่ดวงิญญา
“ฮูหยินอย่าพูดเหลวไหล!! จะเป็ไปได้อย่างไรที่ดวงิญญาของซวนเอ๋อร์จะมาอยู่ที่นี่ ขออภัยคุณหนูเจียงที่ฮูหยินของข้าถามกับท่าน คงเป็เพราะนางคิดถึงหลานชายมากเกินไปเท่านั้น”
“แล้วถ้าข้าบอกว่าที่เหลียงฮูหยินพูดมาเป็ความจริงเล่า?”
ทุกคนในบริเวณนี้เมื่อได้ยินคำพูดของอวี้จิ่น ก็ส่งเสียงฮือฮาและรอดูเหตุการณ์ต่อไป ว่านางจะทำนายได้แม่นยำเพียงใด
“ฮือ ๆ ซวนเอ๋อร์ของย่าเ้าอยากออกมาเที่ยวเล่นใช่หรือไม่”
“พี่สาวซวนซวนสงสารท่านย่าขอยับ”
“เหลียงฮูหยินได้โปรดหยุดร้องไห้เถิดเ้าค่ะ ซวนซวนบอกว่าสงสารท่านไม่อยากให้ท่านร้องไห้เช่นนี้”
“ได้ ๆ ๆ ย่าจะไม่ร้องแล้วนะ ฮึก ๆ” เหลียงฮูหยินพยายามหยุดน้ำตาของตน
“เหลียงฮูหยินข้ารบกวนขออนุญาตััมือของท่านได้หรือไม่เ้าคะ ข้าเพียง้าทราบสาเหตุที่ซวนซวนต้องเป็เช่นนี้” ขอเพียงนางได้เห็นเื่ราวที่เกิดขึ้น ก็สามารถช่วยให้เด็กน้อยไปสู่ภพภูมิที่ดี
“ฮึก ได้สิ”
อวี้จิ่นพิสูจน์ต่อหน้าทุกคนเพื่อเป็ประจักษ์พยาน ว่านางมิได้พูดจาส่งเดชโดยไม่มีมูลความจริง เหลียงฮูหยินยื่นมือออกมาให้อวี้จิ่นได้ัั ซึ่งมีสาวใช้คอยประคองแขนของเหลียงฮูหยินเอาไว้ เพียงชั่วพริบตาเื่ราวอันน่าใ ก็ปรากฏให้เห็นและเกิดเป็ความสงสารจับใจสำหรับตระกูลเหลียง แต่เื่นี้ต้องมีเื้ันางไม่เชื่อว่าสาวใช้ผู้นั้น จะทำร้ายเด็กเพียงแค่้าปีนเตียงบุรุษ จนอวี้จิ่นได้เห็นภาพเด็กน้อยนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง และมีบางอย่างที่วางเอาไว้ใต้หมอนที่ไม่น่าใช่สิ่งที่ดีเท่าใดนัก นางต้องไปที่จวนตระกูลเหลียงโดยเร็วเสียแล้ว
“ใต้เท้าเหลียงเ้าคะ เื่ราวที่เกิดขึ้นกับซวนซวน พวกท่านมั่นใจมากน้อยเพียงใดว่า สาวใช้ผู้นั้นเป็คนลงมือ เพียงแค่้าปีนเตียงบุตรชายของพวกท่าน”
“เื่นี้ข้าเองก็ไม่มั่นใจนัก แต่ในวันนั้นคุณหนูฉือนางเป็พยาน ที่เห็นเหตุการณ์และช่วยนำร่างของซวนเอ๋อร์ขึ้นมาจากน้ำ หลังจากนั้นแม้จะช่วยซวนเอ๋อร์ได้ทันแต่หลานชายของข้าก็ไม่ฟื้นขึ้นมา ไม่ว่าพิธีใด ๆ หรือเชิญนักพรตจากสำนักพยากรณ์มาทำพิธี ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมพวกเรายังทำใจไม่ได้จริง ๆ” ใต้เท้าเหลียงพูดด้วยน้ำเสียง ที่บ่งบอกว่าเขายังเสียใจกับเื่นี้มาก
“ใต้เท้าเหลียงหลานชายของท่าน เกิดมาในฤกษ์ที่เป็มงคล ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็การชดใช้เวรกรรม ที่เหลือเพียงเล็กน้อย เมื่อใดที่หลานชายของท่านฟื้นขึ้นมาและได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีไม่เลี้ยงดูตามใจจนเสียนิสัย ข้าบอกพวกท่านได้เลยว่าหลานชายของท่าน จะนำความรุ่งเรืองมาสู่ตระกูลอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
ยิ่งคำพูดของอวี้จิ่นครั้งนี้ มันทำให้ทุกคนคิดไปเหมือนกัน ว่านางสามารถช่วยให้หลานชายใต้เท้าเหลียงฟื้นขึ้นมาได้
“หลานย่าเ้ากำลังจะบอกว่า มีคนตั้งใจทำร้ายหลานชายของใต้เท้าเหลียง และเ้าสามารถช่วยให้ฟื้นคืนสติได้เช่นนั้นรึ?” ฮูหยินผู้เฒ่าโผเข้ามาหาหลานสาว ด้วยใกับสิ่งที่อวี้จิ่นพูดออกมา
“พี่สาวขอยับ ซวนซวนได้ยินเสียงท่านแม่ร้องไห้อีกแย้วขอยับ”
“ไม่เป็ไรนะซวนซวน อีกไม่นานท่านแม่ของเ้าก็ไม่ร้องไห้แล้วล่ะ ซวนซวนเด็กดีรอได้หรือไม่จ๊ะ”
“อื้อ! ซวนซวนเป็เด็กดีและรอได้ขอยับ”
“ท่านย่าเ้าคะ จากที่ข้าได้เห็นแววตาของสาวใช้คนนั้น นางพูดความจริงและนางเป็ผู้บริสุทธิ์เ้าค่ะ หาก้ารู้ความจริงทั้งหมดข้าต้องไปที่จวนใต้เท้าเหลียง เพื่อขอพบสาวใช้ผู้นั้นและได้ััร่างกายของซวนซวน เพื่อจะจับตัวคนร้ายตัวจริงมารับโทษเ้าค่ะ”
วันนี้นางคงรับลูกค้าคนอื่นไม่ได้แล้ว
“ท่านพี่เ้าคะเชิญคุณหนูเจียงไปที่จวนเถิด เื่ทุกอย่างจะได้กระจ่างเสียทีนะเ้าคะ” เหลียงฮูหยินหันไปอ้อนวอนผู้เป็สามี
“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ใต้เท้าเหลียง ในเมื่อทุกท่านที่ได้รับเทียบเชิญล้วนเป็ขุนนาง ทั้งยังมีเ้ากรมอาญาและใต้เท้ากวนอยู่ด้วย มิสู้ไปที่จวนของท่านพร้อมกันเพื่อพิสูจน์เื่นี้ หากคุณหนูเจียงหาคนร้ายได้ ใต้เท้ากวนจะได้ส่งเ้าหน้าที่ไปจับกุมตัวไว้ เป็อย่างไรขอรับ”
ฟู่หลงเหยียนที่ตะลึงกับเื่ราวลี้ลับตรงหน้าเช่นคนอื่น ๆ ได้ฟังอวี้จิ่นพูดก็อยากพิสูจน์ให้เห็นกับตา ว่ามันเป็เื่จริงหรือไม่ ที่นางสามารถมองเห็นิญญาได้ในตอนนี้ และยังช่วยให้เด็กน้อยที่นอนหลับไหลมาเกือบครึ่งปีฟื้นคืนสติ
“ข้าเห็นด้วยกับใต้เท้าฟู่หากไม่พิสูจน์ให้เห็นกับตา จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็เื่จริงหรือไม่ ถ้าหาคนร้ายที่ทำเื่นี้ได้จริง ข้ากับใต้เท้ากวนยินดีไปจับคนร้ายด้วยตนเอง” ใต้เท้าถงเ้ากรมอาญาก็อยากรู้ว่าอวี้จิ่นจะมีความสามารถอย่างที่พูดหรือไม่
“ได้! ในเมื่อพวกท่านเห็นด้วยกับวิธีนี้ ข้าขอเชิญทุกท่านไปที่จวนพร้อมกันเถิด” ใต้เท้าเหลียงได้ทบทวนสิ่งที่ทุกคนพูด ตัวของใต้เท้าเหลียงย่อม้าพิสูจน์ดูสักครั้งเช่นกัน
“น้าตงลู่รบกวนแจ้งกับชาวบ้าน ให้เก็บหมายเลขในมือไว้ก่อน พรุ่งนี้ให้นำกลับมาพบข้าตามลำดับนะเ้าคะ อ้อ ขอตัวแทนชาวบ้านสักสองสามคน ติดตามท่านไปด้วยเพื่อเป็พยานว่า ข้าไม่ได้เล่นกลอันใดกับเื่นี้ด้วยเ้าค่ะ” เื่อะไรนางจะยอมเป็ขี้ปากชาวบ้านว่าโกหก
“รับทราบขอรับคุณหนู”
“พวกเราไปกันเถิดเ้าค่ะ ซวนซวนพาพี่สาวไปพบท่านแม่ของเ้าหน่อยนะ”
“เย้ ๆ ๆ ต่อไปท่านแม่จะไม่ย้องไห้แย้ว”
ทางด้านชาวบ้านที่มารออยู่ด้านหน้าได้ยินสิ่งที่ตงลู่บอก พวกเขาเข้าใจได้นั่นเป็พระนัดดาของฮ่องเต้เชียวนะ ใครจะกล้าเข้าไปขัดขวางกัน ส่วนคนที่ถูกตงลู่เลือกไม่ลืมหันมาบอกกับทุกคนว่าจะกลับมาเล่าให้ฟัง ขบวนรถม้ามากมายทยอยวิ่งไปยังจวนตระกูลเหลียง
เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ใต้เท้าเหลียงไม่ลืมให้คนสนิทของตน วิ่งไปตามบุตรชายให้รีบกลับมาโดยเร็ว เมื่อมาถึงจวนใต้เท้าเหลียงเชิญขุนนางทุกคน ไปยังเรือนของบุตรชายอย่างเหลียงรุ่ยหาน ที่อยู่รอต้อนรับร่วมกับลูกสะใภ้ผู้มีฐานะเป็ถึงองค์หญิงสาม
“คารวะทุกท่านขอรับ” เหลียงรุ่ยหานทราบเื่จากคนสนิทของบิดาก็ใไม่น้อย เขาจึงรีบกลับมาทั้งที่ยังอยู่ในชุดขุนนาง
“คารวะองค์หญิงสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”
“ทุกท่านตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี พ่อสามีเื่ที่ท่านให้คนมาบอกข้าจริงเท็จแค่ไหนรึ” แม้จะอยู่ในอาการเศร้าเสียใจแต่องค์หญิงสามจ้าวหยู่เยียน ยังต้องทำหน้าที่รับแขกที่มาเยือนถึงเรือน และทุกคนยังต้องทำความเคารพตน เนื่องจากฮ่องเต้มิได้มีรับสั่งให้
ถอดยศออกจากฐานันดร เป็สามัญชนแต่อย่างใด
“เื่นี้คงมีเพียงคุณหนูเจียงเท่านั้น ที่ให้คำตอบได้พ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าเหลียงไม่กล้ายืนยันว่าเป็จริงหรือเท็จได้
“คิ คิ พี่สาวท่านแม่ของซวนซวนงดงามหรือไม่ขอยับ”
“ท่านแม่ของซวนซวนย่อมงดงามอยู่แล้วจ่ะ” อวี้จิ่นตอบคำถามเด็กน้อยก่อนจะเดินออกไป เพื่อตอบคำถามนี้ขององค์หญิงสามแทนใต้เท้าเหลียง
“ถวายบังคมองค์หญิงสามเพคะ หม่อมฉันเจียงอวี้จิ่นผู้ที่ขอให้ใต้เท้าเหลียง พามาพบพระองค์ที่นี่ เพื่อช่วยเหลือบุตรชายของพระองค์เพคะ” อวี้จิ่นพูดด้วยความจริงใจไม่มีการเสแสร้ง จึงไม่หลบสายตาที่องค์หญิงสามจ้องมองนาง
“เ้าแน่ใจรึคุณหนูเจียงว่าจะช่วยได้แม้แต่นักพรตที่เชิญมา จากสำนักพยากรณ์ของกรมพิธีการยังทำไม่ได้ ถ้าหากทำไม่ได้เ้ายินดีรับโทษที่กล้าพูดจาโอ้อวดตนหรือไม่” องค์หญิงสามไม่อยากเสียใจจากความหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หากหม่อมฉันทำไม่ได้ ยินดีให้องค์หญิงตัดหัวเสียบประจานที่หน้าประตูเมืองหลวงเพคะ” คนอื่นทำไม่ได้ ก็อย่าดูถูกนางว่าทำไม่ได้เหมือนคนพวกนั้นสิ
“จิ่นเอ๋อร์!!” สองตระกูลใที่อวี้จิ่นให้คำมั่นกับองค์หญิงสาม
“ดี! พวกท่านทุกคนจงเป็พยานให้ข้าด้วยก็แล้วกัน” ถึงแม้ไม่อยากคาดหวังสิ่งใดอีกแล้ว แต่สายตาที่มุ่งมั่นของอวี้จิ่นก็สั่นคลอนความรู้สึกขององค์หญิงสามได้
“เอ่อ องค์หญิงอย่าเพิ่งคิดเื่ลงโทษเลย ยามนี้การช่วยซวนเอ๋อร์เป็เื่สำคัญมากกว่านะพ่ะย่ะค่ะ” เหลียงรุ่ยหานไม่ได้คาดหวังกับเื่นี้ แต่ในเมื่อทุกคนมาถึงที่นี่จะเชิญกลับก็ดูจะเสียมารยาท
“ราชบุตรเขยกล่าวได้ถูกต้องเ้าค่ะ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาขอข้าพบนางกำนัลขององค์หญิงสาม ที่รับผิดชอบดูแลซวนซวนในวันที่เกิดเื่ได้ไหมเ้าค่ะ” รอให้นางปะติดปะต่อเื่ราวเสียก่อนจะได้รู้ว่าคนใจร้ายผู้นั้นเป็ใครถึงทำกับเด็กได้ลงคอ
“เชิญทุกท่านด้านในเถิดขอรับ คุณหนูเจียงประเดี๋ยวข้าจะให้คนไปพาฉวีเฟินมาพบท่าน โปรดนั่งรอดื่มน้ำชาแก้กระหายก่อนเถิด” เหลียงรุ่ยหานเชิญทุกคนนั่งพักด้านในห้องรับแขกอย่างมีมารยาท
