นันทิชาลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้เ้านาย เธอเปิดดูสูตรอาหารมากมายที่ป้านาจดไว้ให้ แต่แล้วกลับวางไว้ที่เดิม ด้วยเพราะไม่มีสูตรไหนถูกใจ เปลี่ยนมาหยิบดูสูตรอาหารในมือถือแทน หญิงสาวผิวเนียนละเอียด รวบผมขึ้นไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตากลมโตมองสูตรอาหารในมือถือพร้อมกับทำตามขั้นตอนอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง เธอใช้เวลาครู่ใหญ่อย่างพิถีพิถัน ก่อนควันที่รอยขึ้นจากหม้ออาหารจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่ว
“ดีจัง ต่อไปนี้ป้าไม่ต้องมาทำอาหารเช้าอีกแล้ว” เสียงหญิงชราพูดเย้า หลังจากเดินเข้าสำรวจมื้อเช้าของเ้านาย พร้อมสูดกลิ่นอาหารเข้าเต็มปอด นันทิชาหันมองพร้อมส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้
“ทิชาทำเผื่อป้านาด้วยนะคะ เผื่อพี่น้อยด้วยค่ะ แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกใจหรือเปล่า” หญิงสาวกังวลใจเล็กน้อย ด้วยกลัวว่ารสชาติอาหารจะไม่ถูกปาก สองมือน้อยๆ ค่อยๆ คนอาหารอย่างใจเย็น
“ป้ากับน้อย กินอะไรได้หมดแหละ กินง่ายจะตาย แต่อย่ารสจัดมากก็แล้วกันเดี๋ยวจะไม่ถูกปากคุณแทนเอา” ป้านาพูดเน้น ก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วเดินออกจากครัวไป นันทิชาลดปริมาณเครื่องปรุงลงตามที่ป้านากล่าวเน้นไว้ ใบหน้าแจ่มใสฮัมเพลงไปพร้อมๆ กัน ควันที่ลอยฟุ้งในถ้วย ชวนให้ชายหนุ่มในชุดพร้อมออกไปทำงาน ค่อยๆ บรรจงตักอาหารเข้าปาก ลองชิมฝีมือหญิงสาวเป็คำแรก นันทิชาจ้องตาไม่กะพริบเธอลุ้นสุดตัว และเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกินอาหารอย่างไม่ทักท้วงอะไร รอยยิ้มหวานๆ จึงค่อยๆ คลี่ออกมาเพราะแทบทุกครั้งที่เธอทำอาหาร เ้านายอารมณ์แปรปรวนมักจะติเตียนเสมอ ไม่แม้สักครั้งจะเอ่ยชม ครั้งนี้ไม่ติเตียนอะไร แสดงว่าฝีมือของเธอพัฒนาขึ้นไปมากทีเดียว แทนคุณหันไปมองหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วสองข้างขมวดขึ้น
“คุณยิ้มอะไร” นันทิชาหุบยิ้มในทันที เขาเบรกความดีใจของหญิงสาวจอดสนิท
“เอ่อ..ทิชาแค่ดีใจค่ะ ที่คุณชอบ”
“ผมบอกคุณหรือยังว่าผมชอบ มันแค่กินได้ แต่ไม่ถึงกับชอบ” ชายหนุ่มพูดหน้าตาเรียบเฉยพร้อมๆ กับมือที่ตักแล้วตักอีกจนเกือบหมดจาน
“ทิชา” หญิงสาวหันตามเสียงเรียกของหญิงชราที่เดินออกมาจากในครัว
“อร่อยมากเลยนะ ฝีมือเธอน่ะ” แม่บ้านกล่าวชมต่อหน้าเ้านายหนุ่มที่นั่งทำหน้านิ่ง พลางยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“รสชาติถูกใจคุณแทนไหมคะ” เสียงหญิงชราเอ่ยถามเ้านายหนุ่ม หวังว่าเขาจะพอใจกว่าทุกวัน
“ก็พอใช้ได้ครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อน” ชายหนุ่มลุกขึ้นพลางขยับเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่
“คุณแทนคะ ทำไม....” แม่บ้านหยุดพูดกะทันหัน
“มีอะไรหรือป้านา” ชายหนุ่มหันไปถามเมื่อเห็นแม่บ้านดวงตาเบิกกว้าง ตาค้างด้วยความใ
“คอและหน้าคุณแทนแดงจังคะ” แทนคุณหยุดสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจถลกแขนเสื้อดูผิวตัวเอง แขนแดงไปทั้งสองข้างและเริ่มมีอาการคันขึ้นมาทันที แทนคุณเริ่มเกาที่คอและแขนโดยฉับพลัน
“กุ้ง!” ป้านารีบะโออกมาอย่างคนใ
“นี่คุณทำอะไรให้ผมกินทิชา” ชายหนุ่มหันมาถามหญิงสาวที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้วยความใเช่นเดียวกัน
“ข้าวต้มกุ้งไงคะ”
“ผมรู้แล้วว่ามันคือกุ้ง แต่เป็กุ้งอะไร” ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด ด้วยเพราะอาการคันและการตอบคำถามของหญิงสาวชักช้าไม่ได้ความ
“น้อยๆ ” ป้าแม่บ้านส่งเสียงเรียกแม่บ้านอีกคน อย่างรีบร้อน
“มีอะไรคะป้านา” เสียงของน้อยรับปาก พร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหาป้านาอย่างรวดเร็ว
“รีบไปเอายาของคุณแทนมาเดี๋ยวนี้เลย เร็วๆ” ป้านาสั่งเสียงเข้ม พลางชี้มือไปที่ตู้ยาสามัญประจำบ้าน
“ทิชาไม่รู้หรอกค่ะ ว่าคือกุ้งอะไร เห็นอยู่ในตู้เย็นคิดว่าทำอาหารได้” แทนคุณหยุดตอบโต้นันทิชาเพราะความทรมานจากการแพ้กุ้งเริ่มรุนแรงขึ้น นันทิชากับป้านารีบเข้ามาพยุงแทนคุณนั่งลง พร้อมกันกับที่น้อยนำยามาถึงพอดี แทนคุณรีบแกะยากินทันทีก่อนที่อาการแพ้จะรุนแรงมากกว่าเดิม
“ผมแพ้กุ้ง” แทนคุณพูดกับนันทิชาเมื่อกินยาไปได้ครู่ใหญ่และอาการเริ่มดีขึ้น
“แพ้แล้วกินเข้าไปทำไมคะ” นันทิชาถามต่อด้วยความสงสัย แต่กลับทำให้อีกฝ่ายถมึงทึงอย่างไม่พอใจ
“ผมแพ้เฉพาะกุ้งน้ำจืด แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่า ที่ผมกินเข้าไปนั้น เป็น้ำจืดหรือน้ำเค็ม คุณเป็คนทำ ทำไมคุณไม่รู้ ป้านาไม่ได้บอกหรือ”
“ป้าผิดเองค่ะคุณแทน ป้าไม่ได้บอกทิชาไว้แค่เขียนไว้ในสูตรอาหาร ทิชาคงไม่ทันได้อ่าน ผิดที่ป้าเื่การแพ้อาหารป้าควรที่จะกำชับไว้” ป้านาพยายามปกป้องหญิงสาว
“ป้านาไม่ผิดหรอกค่ะ ทิชาผิดเอง ทิชาไม่ได้ใช้สูตรของป้านาค่ะ ทิชาแทบไม่ได้เปิดอ่านอย่างถี่ถ้วนเลยด้วยซ้ำ ทิชาขอโทษนะคะคุณแทน” นันทิชายกมือไหว้ขอโทษชายหนุ่มที่ดูท่าทางจะโกรธไม่น้อยกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
“ป้านาเป็คนซื้ออาหารเข้าบ้าน ทำไมถึงมีอาหารที่ผมแพ้อยู่ในตู้เย็น” ชายหนุ่มเริ่มสงสัยและหันไปถามป้าแม่บ้าน อย่างจริงจัง
“ป้าไม่ได้ซื้อของที่คุณแทนแพ้ หรือไม่ชอบเข้ามาเลยนะคะ” ป้านารีบปฏิเสธทันที
“เอ่อ....น้อยเอามาแช่เองค่ะ” แม่บ้านอีกคนที่ยืนฟังอยู่นาน ค่อยๆ ก้าวเข้ามาบอกความจริง อีกใจก็กลัวโดนดุจากเ้านาย แต่เื่ใกล้เข้าตัวเต็มที่เลยชิงสารภาพเสียก่อนโทษหนักจะได้เป็เบา
