ณ โรงน้ำชาหงต๋วน
สถานที่ที่คนหนุ่มสาวมารวมตัวเพื่อพูดคุยและดื่มชาสำหรับพักผ่อน
ด้วยชื่อเสียงของจิ้งหยวนที่มักจะหมกตัวอยู่ที่บ้านและหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ การปรากฏตัวของเขาในที่สาธารณะจึงเป็ที่จับตามองของผู้คนทันทีที่เขาก้าวขาเข้ามาข้างใน
ด้วยชุดสะอาดและท่าทางสุขุม ยิ่งตอนโบกและตบพัดกางออก เผยให้เห็นสีสันฉูดฉาดและลวดลายของพัด ก็ดึงดูดเหล่าสาวงามทันทีว่าพัดที่จิ้งหยวนถือเอามาจากที่ใด
โดยเฉพาะกลุ่มหนุ่มสาวคนรวยรุ่นที่สองและเหล่าสาวงาม ต่างก็เข้ามาหุ้มล้อมโต๊ะของจิ้งหยวนทันทีเมื่อพบกลุ่มรับใช้ของสกุลจิ้งยกกล่องบางอย่างเข้ามา
“ท่านโหว”
“คารวะท่านโหว”
“สิ่งที่ท่านถือ่งดงามนัก ไม่ทราบว่าพอจะบอกน้องสาวได้หรือไม่ว่าท่านโหวได้มันมาจากที่ใด?”
พัดนี้ทำจากกระดาษที่สีสันฉูดฉาดเรียบเนียนจากอีกโลก แค่จิ้งหยวนคลี่พัดออกพร้อมกับขยับเบาๆ จนเกิดลมเย็นสายหนึ่ง มันก็ทำให้ทุกสายตาเกิดเป็ประกายราวกับพวกเขาถูกสะกดด้วยเวทมนตร์
โดยเฉพาะตอนที่เข้ามาหาใกล้ๆ แล้วพบว่าบนตัวพัดยังมีภาพวาดและบทกวีบางอย่าง ทำเอาชายหนุ่มบางคนที่พกพัดขนนกยูงรู้สึกด้อยค่าลงแล้วซ่อนไว้ไม่กล้าหยิบขึ้นมาโชว์
จิ้งหยวนยิ้มอย่างไม่ถือตัวแล้วพูดขึ้นว่า “นี่คือพัดจีบกระดาษ สิ่งประดิษฐ์สำหรับคลายร้อน น้ำหนักเบาสามารถพกพาสะดวกและจัดเก็บง่ายไม่เปียกน้ำ แถมมันยังช่วยเพิ่มบุคลิกของคนถือให้ดูดีขึ้น เป็ของล้ำค่าที่ข้าได้มาจากดินแดนไกลโพ้นข้ามทะเล”
ว้าว
สุดยอด
เป็ของที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง
“...”
เมื่อฟังแล้วพบว่าสิ่งนี้มีเื่ราวเหมือนนิทาน ก็ยิ่งทำให้คนหนุ่มสาวเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากัั
เมื่อเปิดกล่องแล้วพบว่ามีพัดแบบนี้วางเรียงรายอยู่ข้างใน อาการของทุกคนก็คันยุบยิบเหมือนมดไต่อยากจะเป็เ้าของมัน
“จิ้งหยวน ไม่ทราบว่าเ้าจะขายพัดพวกนี้อย่างไร?” ผู้ที่ถามมีชื่อว่าเหว่ยฮ่าว บุตรชายรุ่นที่สองของตระกูลเหว่ย
“ของหายากก็ย่อมมีราคาที่เหมาะสม สิ่งนี้มีราคา 10 ตำลึงทอง”
10ตำลึงทอง!!!
บ้าไปแล้ว!!!
“เ้ากล้าที่จะขายขยะชิ้นนี้ด้วยเงิน 10 ตำลึงทองเลยรึ?” เหว่ยฮ่าวก็พูดออกมาด้วยความตะลึงและแอบดูิ่
“ผิดแล้วนายน้อยเหว่ย ด้วยที่วันนี้เป็กรณีพิเศษ ข้าจึงขาย 10 ตำลึงทอง แต่หากพ้นวันนี้ไป มันจะขยับขึ้นเป็ราคาปกติคือ 20 ตำลึงทอง มันเป็ของมีจำนวนจำกัด ผู้ใดจ่ายก่อนก็ได้ก่อน ใครมาช้าก็แค่อด”
เชี่ย!!
ราคายังจะสามารถขยับขึ้นได้กว่านี้อีกด้วย?
“...”
“....”
ราคาแรกก็นับว่าแพงโคตรๆ แล้ว แต่พอจิ้งหยวนเปิดปากว่าอนาคตราคาจะขยับเพิ่ม มันก็ทำเอาคนหลายคนตกตะลึง ไม่คิดว่าสิ่งเล็กๆ จะแพงยิ่งกว่าม้าชั้นยอดที่ทหารซื้อขายกัน
“เ้ากำลังหลอกลวงผู้คน จะเป็ไปได้อย่างไรที่สิ่งนี้จะมีราคาแพงเทียบได้กับม้าหนึ่งฝูง” เหว่ยฮ่าวยังคงพูดออกมาด้วยความไม่เชื่อ แต่จิ้งหยวนก็แค่ส่ายหน้าให้อีกฝ่ายเบาๆ เพื่อบอกว่าเขากำลังเข้าใจผิด
“เหว่ยฮ่าว เ้ากำลังสับสนและเข้าใจผิดแล้ว ขอถามว่าเ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งใดในต้าชวีมีค่ามากและสิ่งใดในต้าชวีมีค่าน้อย”
เมื่อเหว่ยฮ่าวถูกจิ้งหยวนถามออกมาแบบนี้ เขาก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะกะพริบตาปริบๆ เหมือนจะไม่สามารถให้คำตอบได้ ก่อนที่จิ้งหยวนจะยิ้มบางๆ ออกมาแล้วพูดว่า
“แน่นอนว่าสิ่งที่ไร้ประโยชน์นั้นมีค่าที่สุด ส่วนของที่มีประโยชน์นั้นกลับมีค่าน้อยที่สุด”
หือ?
ของไร้ประโยชน์มีค่า
แต่ของด้อยราคากลับมีประโยชน์อย่างนั้นรึ?
นี่มันเื่สาระอะไรกัน?
ทุกคนสับสนและคิดว่าวันนี้จิ้งหยวนมาแบบแปลกๆ ทำเอาเหว่ยฮ่าวหงุดหงิดเพราะคิดว่าจิ้งหยวนกำลังล้อเล่นกับเขาอยู่
“เ้าคิดว่ากำลังจะหลอกผู้ใดกัน แล้วพัดนั้นเกี่ยวอะไรกับการขายด้วยราคาสูง” เหว่ยฮ่าวถาม ก่อนที่จิ้งหยวนจะยิ้มอย่างใจเย็นแล้วพูดว่า
“มันไม่ใช่เื่ไร้สาระ แต่มันคือความเป็จริงที่ตาของเราสามารถมองเห็นได้ เช่นข้าจะลองถามแล้วเ้าจงตอบ ว่าการประดิษฐ์อักษร การคัดลายมือ หรือภาพวาดมันมีประโยชน์อะไรต่อผู้คนหมู่มากในต้าชวีหรือไม่?”
ประโยชน์ต่อคนหมู่มาก?
“เอ่อ..แน่นอน หากนับคนทั่วทั้งแผ่นดิน สิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่” เหว่ยฮ่าวได่ยินก็ผงะ ถูกจิ้งหยวนชักใยจนทำให้เขาตอบออกมาอย่างลืมตัว
“นั่นไง เ้ายอมรับมันแล้ว” จิ้งหยวนที่ได้ยินแบบนั้นก็ตบพัดในมือดัง “ป๊อก” ชี้ปลายพัดไปทางเหว่ยฮ่าว ด้วยที่ตัวพัดสามารถกางและหุบได้ด้วยมือ การใช้ปลายพัดชี้ใส่จึงทำให้เหว่ยฮ่าวเผลอถอยหลังด้วยความใ
พรึบ!!
เสียงตัวพัดที่ถูกกางออก
เขย่าเพื่อโบกลมใส่หน้าตัวเองแล้วจิ้งหยวนก็พูดอีกครั้งว่า
“สิ่งเหล่านี้มันไม่มีประโยชน์อันใดต่อคนหมู่มาก แต่ไฉนมันถึงมีค่ามากกว่าข้าว อาหารหรือกระทั่งเนื้อสัตว์ หรือว่าพวกเ้าทุกคนในที่นี้คิดเหมือนกันหมดว่าข้าวที่เลี้ยงปากและท้องคือของแพงมีราคา”
ด้วยคำพูดที่เฉียบคม ประกอบกับตัวพัดที่สามารถควบคุมลมได้ดังใจนึก สิ่งที่ทุกคนเห็นจึงเป็ตัวจิ้งหยวนที่เชิดหน้าโดยมีสายลมคอยหมุนอยู่ด้านหลัง ชายเสื้อโบกสะบัดโต้เส้นผมที่โบกพัด ภาพลักษณ์ที่เหมือนพระเอกหลงยุค ก็ทำเอาทุกคนที่มองเกิดอาการความคล้อยตามเห็นด้วยอย่างน่าอัศจรรย์
“เอ่อ ข้าวและเนื้อมันก็ไม่แพงจริงๆ แค่เงินไม่กี่อีแปะชาวบ้านก็สามารถซื้อได้แล้ว” ไม่รู้ว่าใครในกลุ่มที่เป็คนพูด ก่อนที่จิ้งหยวนจะรีบพูดแทรกขึ้น เมื่อเห็นว่าตอนนี้คือ่เวลาที่ดีที่สุด ที่จะพลิกความเข้าใจให้ทุกคนได้เห็นตาม
“นั้นไง ของพวกข้าวกับอาหารล้วนไม่ได้แพงหรือมีราคาเลย แต่ของทั้งหมดที่กล่าวมันกลับมีประโยชน์ต่อคนทั่วทั้งอาณาจักร ดังนั้นจึงสมเหตุสมผล ว่าทำไมของไร้ประโยชน์จึงเป็ของมีค่าราคาแพง ขณะที่ของมีประโยชน์เช่นข้าวและอาหารเป็ของราคาน้อยที่ทุกคนซื้อได้ตราบเท่าที่มีเงิน”
“สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจงดูพัดเหล่านี้ให้ดีๆ แล้วจะรู้ว่าในตัวพัดเหล่านี้มีกวีและภาพวาดแอบซ่อนอยู่ สิ่งที่เขียนอยู่ข้างในเป็ของที่ไม่มีประโยชน์ หากข้าจะตั้งราคามากถึง 20 ตำลึงทอง มันก็ถือว่าเป็เื่ปกติที่ข้าสมควรจะขายมัน”
“…”
เอ่อว่ะ
มันคือของที่ไร้ประโยชน์จริงๆ ด้วย
แต่ว่า….ทำไมเหตุผลมันถึงฟังดูทะแม่งทะแม่งฟะ?
“…”
“…”
“จิ้งหยวน เ้ากำลังปั่นหัวข้าอย่างงั้นรึ?”
เหมือนจะสมเหตุสมผลแต่ทุกคนกลับรู้สึกแปลกๆ ภายในใจ จนทำเอาเหว่ยฮ่าวที่รู้สึกว่าไม่ใช่จะะโขึ้นปฏิเสธ
“แน่นอน เ้าพึ่งจะรู้ตัวเร๊อะ”
เหว่ยฮ่าวที่กำลังหัวหมุนอยู่กับวาจาของจิ้งหยวน เขาก็แทบจะหัวทิ่มเมื่อเห็นว่าจิ้งหยวนยอมรับว่ากำลังกลั่นแกล้งเขาอยู่จริงๆ
“ฮ่า ฮ่า นายน้องเหว่ย ข้าเพียงพูดหยอกเล่นกับเ้าเท่านั้น ที่จริงแล้ว ตัวพัดมันมีค่าเพียง 100 อีแปะ ทว่าที่ข้าขายอยู่นี้ไม่ใช่ตัวพัดแต่คือสิ่งที่อยู่ในตัวพัดต่างหาก”
“ไม่ว่าจะเป็กวี หรือภาพวาด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้พัดมีราคาสูง หากเ้าไม่เชื่อก็เลือกพัดมาชักตัวแล้วคลี่ออก แล้วเ้าจะรู้เองว่าทำไมพัดเหล่านี้ถึงมีราคา และแน่นอนว่าทุกคนสามารถคลี่พัดเพื่อดู ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อได้ข้าไม่บังคับ”
“แต่ขอบอกเลยว่าผลงานเหล่านี้ล้วนแต่เป็รุ่นลิมิตเต็ดเอดิชั่น มีลายเฉพาะเพียงชิ้นเดียวในโลก วันนี้ข้าจะขายเพียงหนึ่งร้อยอันแบบจำกัด ใครจ่ายก่อนเป็เ้าของก่อน ช้าหมดงดเซ็นต์”
“...”
เมื่อเห็นว่าจิ้งหยวนอนุญาตให้พวกเขาดูผลงาน คนมากมายก็พากันหยิบและเปิดพัดจีบกระดาษออก ก่อนที่ทุกคนจะพากันร้อง “ว้าว” ออกมาอย่างพร้อมเพรียง
ด้วยที่คนเหล่านี้คลุกตัวอยู่กับงานกวี พวกเขาจึงใกับกวีที่มีชื่อเสียงที่มาจากอีกโลก ไม่ก็ตกตะลึงกับภาพวาดที่สมจริงอย่างที่ไม่เคยเห็นมันมาก่อน
ราวกับว่าสิ่งที่แต้มอยู่ภายในสามารถทะลุออกมาจากกระดาษได้ ซึ่งเป็สิ่งที่คนในโลกนี้ไม่เคยเห็นมัน
“นี่คือสุดยอดผลงานระดับแผ่นดิน ข้าจะซื้อเพื่อมอบเป็ของขวัญวันเกิดให้กับท่านปู่”
“โอ้ว ภาพดอกไม้เหล่านี้ช่างสมจริงยิ่งนัก ข้าจะเอามันไปมอบให้แม่นางโต้ว เพื่อที่นางจะได้รับรักข้า”
“สิ่งนี้คือของสำหรับชนชั้นสูงแน่นอน ท่านโหว ข้าขอซื้อมันสองชิ้น”
“ข้าด้วย”
“ข้าด้วย “
“…”
“…”
กระดาษที่พวกเขารู้จักทั้งหยาบขรุขระและเป็สีเหลือง แถมยังเป็ของที่มีแค่ขุนนางและกลุ่มงานราชการที่นิยมใช้และซื้อกัน ยากที่จะได้เห็นกระดาษสีขาวที่ััได้ถึงความเรียบเนียนที่ไม่เคยเจอมาก่อน
โดยเฉพาะกวีสั้นๆ ที่มีรูปกระเรียนเกาะ หรือไม่ก็ภาพปริ้นดอกไม้ 3D ที่สมจริงยิ่งกว่าภาพวาด ก็ทำเอาผู้คนในโรงน้ำชาแทบคลั่ง เมื่อพบว่าพัดเหล่านี้ล้วนแต่โดดเด่นกว่าพัดที่จิ้งหยวนถืออยู่ในมือ
สำหรับคนธรรมดาคงจะถือว่าเป็ของแพงที่ไม่สามารถจับจ่าย แต่สำหรับลูกหลานคนรวยเหล่านี้ มันเป็เพียงแค่เศษเงินเก็บของพวกเขา เมื่อพบบางอย่างที่ยากจะเห็นได้ในวันธรรมดา ต่อให้มีราคา 20 ตำลึงทองก็ไม่ถือว่าแพงอะไรต่อการใช้จ่ายของพวกเขาแม้แต่นิดเลย
ด้วยสิ่งนี้นี่เอง พัดจำนวน 50 อันจึงถูกจับจองขายไปจนหมดในเวลาไม่นาน แค่เดินไปตามถนนแล้วกางพัดก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งหมด จนชั่วขณะหนึ่ง พัดกระดาษจีบจึงไม่ต่างอะไรจากของวิเศษที่ไม่สามารถขาดเมื่อออกไปข้างนอกได้
ที่ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนก็จะสะกดสายตาของทุกคนให้หันมามองทุกครั้ง จนทำให้ผู้ซื้อรู้สึกคุ้มค่าเป็อย่างมากกับเม็ดเงินที่จ่ายไป
^^
^^
